A Dog's Purpose
รีวิวหนังดี A Dog’s Purpose ยิ้มร่าน้ำตาริน ดัดแปลงมาจากนิยาย

รีวิวหนังดี A Dog’s Purpose ยิ้มร่าน้ำตาริน ดัดแปลงมาจากนิยาย

A Dog's Purpose
A Dog’s Purpose

รีวิวหนังดี “…ผมไม่ค่อยเข้าใจเลย ทำไมมนุษย์ชอบทิ้งกัน…”

เรื่องราว เริ่มขึ้นเมื่อวิญญาณ ของ หมา ตัว หนึ่งตาย ความรู้สึก ขึ้น แล้วก็ ศึกษาและทำการค้นพบ ว่า เมื่อ ความรู้ยจากร่าง หนึ่ง
มัน จะกำเนิด ใหม่ ใน ร่าง ใหม่ แต่ว่า ความรู้สึก และก็ ความจำ ยัง ดังเดิม มัน เริ่ม ตั้งข้อซักถาม เกี่ยวกับ วัตถุประสงค์ ของ ชีวิต
การเกิด กรอยู่รวมทั้งการผลิต ความเกี่ยวข้อง กับมนุษย์ จนกว่ามัน ไป กำเนิด ในร่าง ของ สุนัข ชนิด โกลเด้น ชื่อว่า เบลีย์
สัตว์เลี้ยง คู่ใจ ของ เด็กผู้ชาย ชื่อว่า อี ธาน ทั้งคู่ เติบโต แล้วก็ ผ่าน ปัญหา มาด้ว ยกัน จนตราบเท่า วาระสุดท้าย ใน ชีวิต สุนัข
ของ เบลีย์ ภายหลังความรู้ย มัน กำเนิด ใหม่ อีกรอบ แม้กระนั้น ไม่มี คราวไหน เลย ที่ มัน จะลืม อี ธาน แล้วก็ จุดมุ่งหมาย ของ มัน

เป็น การกลับ มา ได้เจอ กับ อี ธา นอี กครั้ง

แม้พล๊อตเรื่องของ A Dog’s Purpose จะดูดราม่า แต่หนังกลับเล่าออกมาได้อย่างฟีลกู๊ดไม่ฟูมฟายเรียกน้ำตาจนเกินไป พาเราไปรู้จักกับตัวละครที่หมาตัวนี้มีความสัมพันธ์ด้วย เหมือนว่าในช่วงเวลา สองชั่วโมงนั้นเราะได้เติบโตไปกับพวกเขา ได้ยิ้ม หัวเราะ และ รับรู้ความทุกข์ยากที่พบเจอ

ส่วนหนึ่งที่ค่อนข้างชอบในการเล่าเรื่องของ A Dog’s Purpose คือการมองชีวิตผ่านแง่มุมของหมา การเดินเรื่องไม่ใช่แค่ชีวิตของหมาตัวหนึ่งแต่ยังเพิ่มอารมณ์ให้คนดูด้วยมุมกล้องแทนสายตา การนึกคิดของพวกมันอีกด้วย

นักแสดงหมาของเรื่องนี้ต่างทำหน้าที่ได้ดีผ่านสัญชาตญาณของตัวมันเอง สายตาอยากรู้อยากเห็น ไปจนถึงอารมณ์ต่างๆของมัน ทำให้เราหวนนึกถึงอากัปกิริยาของเจ้าตูบที่บ้าน รวมถึงฉุกคิดเรื่องการจากลาที่เป็นสัจธรรมของชีวิต ซึ่ง A Dog’s Purpose ทำให้เราได้ตระหนักในเรื่องนี้และให้คำตอบของชีวิตให้เราได้ไปขบคิดกันต่อ
สำหรับคนดูที่บ้านเลี้ยงหมาอยู่แล้ว เราจะเข้าใจความรู้สึกและอารมณ์ของหนังเรื่องนี้ได้อย่างไม่ยาก ในบางตอนที่ไม่มีบทพูดอะไรแค่หมากระดิกหางในเรื่องคุณก็จะมีความสุขแล้ว ส่วนคนที่บ้านไม่ได้เลี้ยงหมา นอกจากการได้เห็นตัวละครน่ารักๆแล้ว สิ่งหนึ่งที่คุณจะได้รับหลังจากชม A Dog’s Purpose คือบทเรียนของชีวิตว่า แท้จริงแล้วเราเกิดมาบนโลกนี้เพื่ออะไร??

เรื่องนี้มีชื่อว่า A DOG’S PURPOSE(หมาเป้าหมาย และเด็กชายของผม) นั่นเอง

โดยเนื้อหาของหนังจะเป็นเรื่องของหมาที่กลับชาติมาเกิดเป็นหมาซ้ำๆ โดยแต่ละชาติที่เกิดเป็นหมานั้น จะมีความทรงจำเก่าๆติดมาด้วย โดยในหนังได้เล่าเรื่องว่าหมาตัวหนึ่งเกิดมาในชาตินี้ได้ไปอยู่กับพระเอกของเรื่องซึ่งตอนนั้นเป็นเด็กน้อยชื่อ อีธาน และ เจ้าหมาได้ชื่อเบนลี่ย์ เป็นหมาพันธุ์ โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ ที่ไม่มีใครรับเลี้ยง จนได้มาอยู่กับพระเอก โดยเนื้อหาของหนังจะดำเนินเรื่องโดยการเล่าความคิดของเจ้าหมาเบนลี่ย์ ให้คนดูเห็นถึงความรักที่คนมีให้หมา และหมามีให้คน ให้เห็นถึงมิตรภาพของคนกับหมา เรื่องดำเนินในชาตินี้ตั้งแต่อีธานเป็นเด็กจนโต จนในที่สุดเจ้าเบนลี่ย์ก็แก่และจากไปในที่สุด ดูหนังออนไลน์

แต่ความสนุกไม่จบลงแค่นั้น เบนลี่ย์ได้เกิดใหม่เป็นหมาอีก แต่ในชาตินี้มันได้เกิดเป็นหมา K-9 พันธุ์เยอรมันเชพเพิร์ดตัวเมีย ชื่อ เอลลี่ ซึ่งแม้ไม่ได้อยู่กับอีธานแล้ว แต่เจ้าหมาก็ยังนึกถึงชาติที่เกิดเป็นหมาของอีธานซึ่งมันก็จะพูดกับตัวเองว่าว่า “เกิดเป็นหมาอีกแล้ว และเราเกิดมาทำไม” แต่เมื่อเกิดมาแม้ไม่อยู่กับอีธาน เจ้าหมาก็แสดงถึงความซื่อสัตย์กับเจ้าของของมันทุกครั้งไปจนมันจากไปในที่สุด

หลังจากที่เจ้าหมาได้มาเกิดในชาติที่แล้วชื่อเอลลี่เป็นหมาตำรวจ ในชาตินี้เจ้าหมาเกิดเป็นหมาพันธุ์คอร์กี้ ชื่อทีโน่ ซึ่งเจ้าของในชาตินี้ก็รักทีโน่มากเหมือนกัน แตเมื่อเจ้าของแต่งงานความรักของเจ้าของก็ลดน้อยลงไปและทีโน่ก็จากไปในชาตินี้พร้อมบรรลุเป้าหมายกับคำถามที่เฝ้าถามตัวเองว่า เราเกิดมาทำไม

และเหมือนเคยหากแม้เจ้า หมาใน ชาติที่ผ่านมา เป็น หมา จำพวก คอร์กี้ ชื่อครั้ง โน่ เมื่อ จาก โลก นี้ ไป แล้ว ก็ได้ กลับมาเกิด

ใหม่ เป็น สุนัข จำพวก ยักษ์ ประเภท เซนต์เบอร์ ที่นา ร์ด แม้กระนั้น เกิดขึ้นมาตอนนี้ ไม่ ราวกับ เกิดขึ้นมา ใน ชาติที่แล้วๆ เพราะ

เหตุว่าเจ้าของที่ ดูแล ไม่กเจ้าสุนัข ราวกับ ผู้ครอบครองคน ก่อน ๆ และ เหมือนเคย เจ้า สุนัข มีความจำ เก่าๆ ตั้งแต่ ยุค เป็น เบลี่

ย์เนื่องจาก เจ้าสุนัข จำอีธานได้ เรื่องราว จะ เดินเรื่อง ให้มองเห็น ถึง การเดินทางเสี่ยงอันตราย ของเจ้าสุนัข ตัวนี้ จากการ

เดินทาง คราวนี้ ทำให้เจ้า สุนัข ได้ เจอ กับ ผู้ครอบครอง ที่รัก ของ มัน ก็คือ อี ธา นอี กครั้ง แม้กระนั้น เพราะเจ้า สุนัข ได้ไป เกิด

ขึ้นมาหลาย โลกหลาย ชาติ การกลับ มา ใน คราวนี้ ธาน ชรา ลง ไปๆมาๆ ก แล้ว พบว่า อี ธาน ยัง มิได้ สมรส เจ้า หมาใน ชาตินี้ ก็

เลย ได้ เป็น พ่อสื่อ ให้อี ธาน แล้วก็ แฟนสาว หมายถึง แฟนสาว ใน สมัยก่อน ซึ่ง เคย เป็น คู่รักกัน ใน ตอน ที่ เจ้า หมายัง เป็น เจ้า เบ

ลี่ย์ อยู่ แล้วก็เจ้าหมาก็ได้ กลับมาอยู่ กับนายจ้าง ของ มัน อย่างสุขสบาย อีกรอบ

การดำเนินเรื่องของหนังเรื่องนี้ทำให้เราเห็นว่ามิตรภาพระหว่างคนกับสุนัขนั้นเป็นมิตรภาพที่ยั่งยืนแม้สุนัขจะไม่ได้อยู่กับเราแต่หากมันเจอเจ้าของที่มันรักมันก็ยังจำเจ้าของของมันได้หนังเรื่องนี้มีมุมมองที่น่าสนใจหลายๆอย่างอยากให้เพื่อนๆได้รับชมกันในครอบครัว ซึ่งเชื่อแน่นอนว่าหากได้รับชมแล้วท่านจะมีความสุขอย่างแน่นอน

รีวิวหนังดี ม.3 ปี4 เรารักนาย ที่คุณไม่ควรพลาด ภาพยนตร์เนื้อหาดีๆ

รีวิวหนังดี ม.3 ปี4 เรารักนาย ที่คุณไม่ควรพลาด ภาพยนตร์เนื้อหาดีๆ

เว็บดูภาพยนตร์ไทย มาสเตอร์ HD: ม 3 ปี 4 เรารักนาย

รีวิวหนังดี  ชายหนุ่มยืนอยู่ข้างหลังหญิงสาว เขาไม่ได้บินกลับกรุงเทพไปหรอก คนที่พิมพ์ตอบมาก็คือนัทนั่นเอง ซึ่งธีร์ก็บอกจูนว่า อย่าไปโกรธนัทเลย นัทพูดแทนความรู้สึกของธีร์ทั้งหมดแหละ….

และเรื่องราวปัญหาความรักของทั้งคู่ก็จบลงอย่างสวยงาม

เหมือนจะดีเนอะ แต่ขอวิจารณ์หน่อยล่ะกัน

อย่างแรกที่ทำให้รู้สึกอยากไปดู เหตุผลสั้น ๆ ง่าย ๆ จนน่าแปลกใจ “โปสเตอร์ครับ” คือนั่งรถผ่านแล้วมองไปที่โปสเตอร์เรื่องนี้แล้วเห็นภาพนางเอกมุมนึง…ช่างเหมือนกับคน ๆ นึงที่เรารู้สึกดี ๆ ด้วยมากเหลือเกิน โอเคคน ๆ นั้นอาจจะไม่สวยใสเท่านางเอก แต่มุมนั้นพอมองแล้วให้ความรู้สึกว่า…เหมือนจริง ๆ เห็นแล้วคิดถึงเลย เหตุผลมีแค่นี้จริง ๆ เพราะเรื่องรักผ่านเน็ทอะไรเนี่ยไม่มีเรื่องไหนสู้เรื่อง You’ve got mail. ที่ทอม แฮงค์ เล่นคู่กับเมก ไรอัน เมื่อ 10 ปีก่อนไม่ได้หรอก เรื่องนั้นเป็นเรื่องแรกของโลกที่จับประเด็นเรื่องรักผ่านเน็ทเลยทีเดียว และเป็นภาพยนตร์ที่ถือว่าขึ้นหิ้งไปแล้ว

แต่เมื่อดูจบ ความรู้สึกก็คือ…

ข้อดี

1. ภาพสวย ไม่ได้หมายถึงมุมกล้องหรือองค์ประกอบภาพนะ อันนั้นเราว่าไม่เวิร์ก แต่ภาพสวยในที่นี้คือ เป็นหนังไทยเรื่องแรก (ที่เราเคยดู) ที่เน้นการเล่นโทนสีเพื่อบรรยายอารมณ์ในแต่ละฉาก อย่างช่วงที่แจนยังอยู่โทนสีก็จะออกสดใส พอแจนเสียชีวิตไปโทนสีก็จะกลับเป็นโทนสีขาวดำ ให้ความรู้สึกเศร้าสร้อย หม่นหมอง อึมครึม แต่ตอนท้ายเรื่องจะเน้นโทนสีอุ่น เพื่อให้ผู้ชมได้รับรู้ถึงอารมณ์จากความอบอุ่นในใจของตัวละคร

2. นักแสดงน่ารักดีทั้งบัว (จูน) และแจม (แจน) ก็อย่างที่บอกไปแล้วว่ารูปบัวนั้นแหละที่ทำให้เราไปดูเรื่องนี้ แต่พอดูแล้วบอกเลยว่าแจมข่มบัวได้เยอะกว่ามาก ด้วยภาพลักษณ์ใส ๆ ร่าเริง แล้วมีความรู้สึกว่าเล่นได้เป็นธรรมชาติมากกว่าบัวเยอะเลย อันนี้ความรู้สึกของเรานะ แต่ทั้งคู่ก็ดูแล้วน่ารักจริง ๆ นอกจากนี้ยังมีนักแสดงอีก 2 ท่านที่เล่นได้ดีมาก ๆ เลยคือป้าจุ๊ (ป้าแหม่ม) และคุณต่าย เพ็ญพักตร์ (แม่ของจูนกับแจน) ป้าจุ๊เรียกเสียงฮาได้ทุกครั้งที่ออกมา เสียดายบทน้อยไปนิด น่าจะมีบทในเรื่องไปนาน ๆ ส่วนคุณต่ายเล่นได้เยี่ยมมาก ดูแล้วเชื่อเลยว่าเป็นแม่ที่ใจดีมาก ๆ (ทั้ง ๆ ที่เราว่าหน้าดุนะ) แล้วบทเศร้าที่เราว่าเศร้าที่สุด ก็อยู่ที่คำพูดที่แม่ของจูนพูดเรื่องความเศร้าของแม่นั่นแหละ ช๊อตนั้นอ่ะเด็ดที่สุดในเรื่องแล้ว ดูแล้วเศร้ามากจริง ๆ

ข้อเสีย

1. ทำไมหนังไทยชอบใส่ความ “บังเอิญ” เข้าไปเยอะเหลือเกิน อะไร ๆ ก็บังเอิญ บังเอิญธีร์เจอจูนแล้วปิ๊งกัน แล้วบังเอิญที่นัทกับแจนซึ่งเป็นน้องของทั้งคู่กลับเป็นคนที่คุยกันอยู่แล้วผ่าน msn บังเอิญที่ธีร์มาเห็นจูนโดนบอยกอดจนถอดใจหนีกลับกรุงเทพ บังเอิญที่พอกลับกรุงเทพแล้วป้าแหม่มก็เสียชีวิตในช่วงเวลาที่ธีร์กำลังต้องการคำปรึกษาจากใครซักคน บังเอิญที่ธีร์ลงจากรถมาแล้วเจอจูนถือรูปแห่งานศพแจนผ่านหน้าบ้านพอดีเด๊ะ…เฮ้ย นี่มันไม่บังเอิญมากไปหน่อยเหรอ ในการแต่งนิยาย ความบังเอิญสามารถใส่เป็นปมประเด็นของเรื่องได้ว่าปัญหาที่เกิดมาจากความบังเอิญ…แต่ไม่ควรจะบ่อย ชีวิตจริงเราไม่มีใครบังเอิญได้ขนาดนั้นหรอก อย่างเรื่อง You’ve got mail. ความบังเอิญของเรื่องมีแค่อย่างเดียวคือพระเอกกับนางเอกสนิทกันจากการส่งเมล์หากัน แต่ในชีวิตจริงทั้งคู่เป็นคู่กัดทางธุรกิจกัน แค่นั้นเอง ที่เหลือไม่มีความบังเอิญ มันเป็นไปตามสิ่งที่มันดำเนินไป ก็เท่านั้น…

นิยายที่เราเขียน (จนบัดนี้ยังเขียนไม่เสร็จ) ใส่ความบังเอิญลงไปเป็นเมนหลักของเรื่องอยู่ปม – 2 ปม เรายังไม่ค่อยชอบเลย แล้วอันนี้ใส่ไปเกือบทุกช่วงของเรื่อง แล้วมันจะได้เรื่องรึ

2. รู้สึกว่าคนเขียนบทมันโหดเกินไป หนังโทนนี้ตัดคนตาย 1 คนก็ถือว่ามากพอแล้ว นี่ล่อตัดทิ้ง 2 คนนี่ออกจะโหดไปหน่อย แถมตัดแจนที่เป็นสีสันของเรื่องออกไปด้วยเนี่ย….แบบว่าเซ็งเลย มาดูหนังรักนะ ไม่ได้มาดูหนังปัญหาชีวิต แล้วปกติคนเราน้อยคนนะที่จะเจอคนรู้จักตายติด ๆ กัน 2 คน แล้วจริง ๆ ไม่ต้องให้แจนตายหรอก แค่บอกว่าเป็นเจ้าหญิงนิทราไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะฟื้น แค่นี้จูนก็สามารถโทษตัวเองได้พอ ๆ กับแจนตายแล้ว ไม่เห็นต้องตัดให้ตายไปเลย (แอบเสียดายนะ เพราะน้องแจมเล่นได้น่ารักสดใสมากทีเดียว)

3. ไม่เนียน…รายละเอียดเก็บได้ยอดแย่ ไม่เคยดูหนังเรื่องไหนแล้วจับผิดได้มากเท่านี้มาก่อนเลยในชีวิต เอาเป็นฉาก ๆ เลยนะ

3.1 เปิดมาฉากแรก ร้านเน็ทแถวอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย คือ คนเล่นเน็ทในร้านนั้นเนี่ยเป็นเด็กนักเรียน แล้วตามเนื้อเรื่องมีเวลาเข้าเรียน 8 โมงแล้วเด็กรีบเก็บของไปเรียน แถวนั้นน่ะ โรงเรียนที่มีใกล้ ๆ เลยนะคือสตรีวิทยากับวัดบวรนิเวศน์ซึ่งเป็นโรงเรียนรัฐ แต่เครื่องแต่งกายแบบในเรื่องน่ะมันโรงเรียนเอกชนชัด ๆ แล้วโรงเรียนเอกชนที่ใกล้ที่สุดในย่านนั้นคือเซนต์คาเบรียลกับเซนต์ฟรังซิสซาเวียร์ ซึ่งใกล้ที่สุดก็อยู่ไปทางซังฮี้แล้วนะ จะมาเล่นเน็ทอะไรแถวนั้น แถวหน้าโรงเรียนมันก็มีตั้งเยอะตั้งแยะ ไม่ไปเล่นล่ะวะ ดูหนังออนไลน์

3.2 หน้าจอ msn ข้าพเจ้าไม่ได้อยากจับผิดนะ แต่ด้วยความที่เล่นคอมมาเป็น 10 ปี มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าหน้าจอวินโดวส์แบบนี้ใช้โปรแกรมอะไร (ไม่เอาแบบหนังฝรั่งนะ ที่แบบว่ามาเป็นหน้าจอแฮกเกอร์ อันนี้มิสามารถ) ที่เราเห็นในเรื่องคือหน้าจอ msn ปกติ แต่ที่ไม่ปกติคือ taskbar พี่แกลอยอยู่กลางจอ พอมองลงมาที่ขอบจอ เฮ้ย Windows media player นี่หว่า จะเปิดวิดีโอโชว์เหมือนว่ากำลังคุย msn อยู่ก็ให้มันเนียน ๆ กว่านี้หน่อยก็ได้ เปิดโหมดเต็มจอซะแค่นี้ก็ไม่เห็นแล้วว่าเป็นการ capture ภาพวีดีโอบนหน้าจอเอามาฉายแทนที่จะให้กดเล่นจริง ๆ

3.3 เวลาในเรื่องตอนที่ธีร์ตามไปง้อจูนที่ภูเก็ตทุกเช้า…คือเครื่องบินจากกรุงเทพไปภูเก็ตวันนึงมันมีหลายเที่ยวมาก และก็รู้ว่าบ้านธีร์มันรวย แต่ว่าการที่ไปขึ้นเครื่องบินไปตั้งแต่เช้า (ไม่มืดด้วย) ไปถึงภูเก็ตแล้วก็เช่ารถมอเตอร์ไซค์ขับเข้าเมืองไปหาจูน (ตอนนั้นสว่างแล้วด้วย) แล้วก็ขับรถบุโรที่ไม่รู้จะเสียเมื่อไหร่ทั่งไปส่งติ่มซำ (เออนึกขึ้นได้อย่างนึง…รถคันนี้จูนขับแล้วเสียประจำ แต่ธีร์ขับไม่เห็นเสียเลย) แล้วก็กลับมานั่งเครื่องบินกลับมาถึงโรงพยาบาลกลางตอน 9 โมงครึ่ง…9 โมงครึ่งจริง ๆ ตอนนั้นเหลือบไปเห็นนาฬิกาในหนังพอดี คือ…จากสุวรรณภูมินั่งรถกลับมาโรงพยาบาลกลางในชั่วโมงเร่งด่วนเนี่ย ออก 7 โมงก็ยังไม่แน่เลยว่าจะถึงโรงพยาบาลกลาง 9 โมงครึ่งรึเปล่า แล้วนี่บินมาจากภูเก็ต โอ้ว…พระเจ้ามันทำไปได้ยังไงเนี่ย ใครช่วยบอกที

3.4 อีกอันที่รู้สึกว่าไม่น่าเป็นไปได้คือ…บอย เพื่อนช่างซ่อมรถที่แอบชอบจูน ในเรื่องหน้าตาโหดมาก มีรอยสักด้วย ท่าทางหาเรื่องมาก แต่กลับมาสารภาพรักกับจูนด้วยการดึงไปกอดแล้วบอกรักจูน…เอ่อคือ หน้าตายังงี๊เนี่ยในชีวิตจริงมันคงไม่ฉุดมากอดสารภาพรักหรอกครับ โน่นฉุดลงไปปล้ำพุ่มไม้ข้างทางเลยง่ายกว่า…เท่ไม่เท่ไม่เกี่ยวอาศัยทางเปลี่ยวและพละกำลัง หรือไม่งั้นนะ ถ้าบอกรักแล้วนางเอกไม่เอา มันคงตามพวกมาอัดพระเอกจนปางตายแล้วแน่ ๆ ไม่ปล่อยให้รอดไปได้หรอก

3.5 อันสุดท้ายที่รู้สึกว่าเวรมากคือ…งานศพแจน งานศพจัดพิธีแบบจีน โลงศพแบบจีน หน้าบ้านแขวนโคมด้วย…แต่ที่หลุมศพมีไม้กางเขนเว๊ยเฮ้ย…ตกลงคุณน้องเธอจะเป็นคนจีนหรือคนคริสต์กันแน่วุ๊ย

เท่าที่มอง ข้อเสียก็มีประมาณเท่านี้ จริงๆ มันมีเยอะกว่านี้แหละ แต่นึกไม่ออก ไอ้ครั้นจะลงทุนไปดูอีกรอบเพื่อที่จะเอามาเขียนจับผิดมันก็คงเป็นการกระทำที่ไม่สมควรจะทำซักเท่าไหร่

หมดแล้ว ข้อดีข้อเสีย

ถ้าถามเราว่า สรุปแล้วควรไปดูมั๊ย คำแนะนำของเราก็คือ ถ้าอยากดูอยู่แล้วก็ดูไปเถอะเพราะมันก็ไม่ถึงขนาดว่าดูแล้วรู้สึกเสียดายตังค์ (อันนั้นยกให้เดอะกิ๊กทั้ง 2 ภาค หนังหลอกแดกตังค์ชัด ๆ ดูแล้วแทบอยากร้องว่าเอาเงินกูคืนมา) แต่ถ้าว่าง ไม่มีอะไรดู แล้วอยากจะดูหนังสนุก ๆ ดี ๆ ซักเรื่อง ก็เก็บเงินไปดูเรื่องอื่นเหอะ หรือไม่ก็เก็บเงินไปอีกเดือนนึงแล้วไปรอดูคนเหล็ก 4 จะดีกว่า