รีวิวภาพยนตร์ รักแห่งสยาม หนังที่ตีแผ่ความรักทุกรูปแบบได้อย่างดีเยี่ยม

รีวิวภาพยนตร์ รักแห่งสยาม หนังที่ตีแผ่ความรักทุกรูปแบบได้อย่างดีเยี่ยม

รักแห่งสยาม

ผมว่าหนังเล่าได้ดีมากผ่านรูปภาพรูปนี้ เพราะมันทำให้เราเห็นพัฒนาการของตัวละครได้ดีมาก ๆ

ในช่วงต้นเรื่อง ฉากที่ผมเล่าไปที่กรถามถึงแตง นั่นสะท้อนให้เห็นว่าสุนีย์และกรกำลังเดินสวนทางกัน ซึ่งนี่คือสิ่งที่ทำให้ครอบครัวที่เคยสมบูรณ์เปลี่ยนแปลงไป
ฉากที่สอง คือฉากที่กรคุยกับแตง(จูน) ผมมองว่าช่วงเวลาที่จูนเข้ามาในครอบครัว ทำให้เส้นทางที่เคยเดินสวนทางกันของพ่อแม่ มันกลับมาใกล้กันมากขึ้น คือตัวละครจูนกำลังทำให้ทุกคนยอมรับความจริงและอยู่กับความจริงมากขึ้น
และฉากสุดท้ายคือฉากที่สุนีย์เล่นเกมตามหาสมบัติที่จูนวางไว้ จนไปพบข้อความสุดท้ายที่ทิ้งท้ายพร้อมกับรูปถ่ายรูปเดิม เมื่อกรเดินมาเห็นแล้วถามว่า “แตงไปกับเพื่อนแล้วใช่มั้ย?”
สุนีย์ที่เคยหนีความจริงมาตลอด ตอนนี้ก็ยอมรับแล้วว่าในรูปแตงยังอยู่กับเรา เพราะแตงเป็นคนถ่ายรูปนั้นเอง

อีกตัวละครสำคัญที่ทำให้สุนีย์ต้องยอมรับความเป็นจริงโดยดุษฎี คือ มิว การสูญเสีย “ลูกสาว” คงเป็นเรื่องยากที่คนเป็นแม่จะยอมรับได้ เขาจึงพยายามทำทุกวิถีทางที่จะไม่ยอมสูญเสีย “ลูกชาย” คนสุดท้ายไปเป็นอันขาด ฉากสุนีย์ไปคุยกับมิวที่บ้านเพื่อให้มิวยุติความสัมพันธ์กับโต้ง นั่นคือความในใจทั้งหมดของตัวละครตัวนี้

สิ่งที่เกิดขึ้นกับครอบครัวนี้ ไม่ใช่เพราะขาดความรัก แต่เป็นเพราะพวกเขามีความรักให้กันอย่างมากล้น แต่ไม่เคยที่จะเข้าใจในความรักมุมมองของคนอื่นบ้าง สุนีย์เป็นแม่ที่ลุกขึ้นต่อสู้เพื่อเป็นเสาหลักของครอบครัว จากหลายฉากแสดงให้เห็นว่าเขายอมทำทุกอย่างเพื่อให้ครอบครัวกลับมาสมบูรณ์ แม้กระทั่งการยอมให้จูนเข้ามาในครอบครัว ทั้งที่มันเป็นสิ่งที่สุนีย์ปฏิเสธมาโดยตลอดหลังการสูญเสียแตงไป ถึงแม้ว่าหนังจะพยายามเล่าให้สุนีย์ดูจะสงสัยกับชีวิตของจูนกับแตง แต่หลายฉากมันก็อธิบายในตัวเองไปแล้วว่าสุนีย์ไม่คิดว่าจูนคือแตง ทั้งการพูดกับจูนว่า เธอไม่ใช่คนในครอบครัวของฉันจะไปรู้อะไร หรือฉันควรจะรู้ว่าเธอเป็นใคร ไม่ใช่เอาใครที่ไหนไม่รู้เข้ามาในบ้าน ทั้งหมดทั้งมวลนี้มันชัดเจนอยู่ในตัวแล้วว่าสุนีย์ยอมรับตั้งแต่แรกแล้วว่าเขาสูญเสียแตงไปแล้ว

บทสรุปของเรื่องทำให้เราเห็นถึงการกลับมาเชื่อมต่อกันของคนในครอบครัวอีกครั้ง ฉากโต้งถามแม่เรื่องเลือกตุ๊กตาตัวไหนดี ฉากสุนีย์ดูรูปถ่ายครอบครัวกับกรแล้วร้องไห้ และสิ่งสำคัญคือ เราทุกคนล้วนต้องยอมรับความจริงและอยู่กับมันให้ได้ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นความจริงที่เจ็บปวด แต่สุดท้ายความจริงก็คือความจริง สุดท้ายความรักของครอบครัว คือความรักที่ยิ่งใหญ่และมีพลังมาก ในหลายครั้งเราอาจจะไม่เข้าใจในความหวังดีของคนในครอบครัวจนนำมาซึ่งความขัดแย้งกันได้ ดังนั้นรักกันอย่างเดียวอาจจะไม่พอ ในเมื่อเราไม่สามารถเข้าใจจิตใจของทุกคนได้ผ่านการมองตา การสื่อสารและการเชื่อมต่อซึ่งกันและกันจึงสำคัญไม่แพ้กับความรักที่เรามีให้กันเลยครับ

มาถึงตอนสุดท้ายอยากขอบคุณทีมงานและทีมนักแสดงเรื่องนี้ทุกคนที่ได้สร้างผลงานหนังไทยดี ๆ ออกมาให้เราชม อยากให้หนังไทยมีผลงานดี ๆ แบบนี้อีกครับ เชื่อว่าคนไทยของเรามีศักยภาพมากพอที่จะสร้างผลงานดีๆออกมาให้คนไทยได้ชมนะครับ ดูหนัง ไทย

ตอนแรกเราเฉยๆกับเรื่องนี้ อิมเมจของเรื่องนี้ที่เราคิดไว้คือหนังรักชายหญิงปกติธรรมดาที่พยายามยัดเยียดประเด็นรักร่วมเพศเข้ามาเพื่อเรียกแขกให้ดู เพราะปกติเวลาเราเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็จะมีแต่คนพูดถึงฉากเกย์บ้างแหละ พูดถึงว่ารู้สึกหักมุมบ้างแหละ จนเหมือนตอนนั้นเราไม่ได้เห็นด้านอื่นๆของหนังเรื่องนี้เลยนอกจากประเด็นรักร่วมเพศซึ่งพอมาดูแล้วผิดกับที่คิดทั้งหมด

ถ้าให้เราบอกคือหนังเรื่องนี้ไม่ใช่หนังรัก มันคือหนังของการค้นหาตัวตนของเด็กที่กำลังเติบโตในสภาพครอบครัวที่พังทลาย เราไม่รู้มาก่อนว่าประเด็นในเรื่องมันจะหนักขนาดนี้ กลายเป็นว่าโดยรวมหลายๆสิ่งในเรื่องเราไม่แปลกใจว่าทำไมมันถึงดังและมีคนชอบมากในช่วงนั้น เราว่าน่าจะเป็นเพราะประเด็นพวกนี้แหละที่ทำให้มันกลายเป็นหนังที่ดูมีอะไรขึ้นมา และพอเราดูจบเราก็พบว่าฉากเกย์ไม่ได้ใส่มาแบบยัดเยียด แต่ใส่มาเพื่อให้เห็นและเข้าใจในพัฒนาการของตัวละครมากกว่า

เรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัว 4 คน พ่อแม่พี่สาวน้องชาย อยู่กันอย่างสงบสุขเป็นปกติ แต่กลายเป็นว่าอยู่ดีๆวันหนึ่ง พี่สาวที่ไปเที่ยวกับเพื่อนก็หายไปและไม่มีวี่แววว่าจะกลับมาอีกเลย เธอไปเดินป่าจึงไม่รู้ว่าตอนนี้ไปอยู่ที่ไหน อาจจะตายไปแล้วก็ได้ และนี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ครอบครัวที่มีความสุขอยู่ดีๆเกิดการเปลี่ยนแปลง

เราชอบการแสดงของมาริโอ้ เมาเร่อเรื่องนี้มากนะ คือเราอยู่ในยุคที่ติดภาพเขาจากบทแบบอื่นไปแล้วแต่พอมาเรื่องนี้เรากลับรู้สึกว่าเขาไม่ใช่แบบในเรื่องอื่น เรารู้สึกว่าเขาเป็นเด็กหนุ่มที่รู้สึกมีปมทางครอบครัวจริงๆ มันเป็นตัวละครที่ดูอึดอัดแปลกๆและมาริโอ้เดินเรื่องได้ดีเลย แต่ที่ดีกว่าคงเป็นตัวแม่อย่างนก สินใจ และพ่ออย่างกบ ทรงสิทธิ์ที่การเข้าฉากร่วมกันเป็นอะไรที่อลังมากกก มันให้ความขนลุกแบบแปลกๆจากการแสดงของพวกเขา ยิ่งบทที่เขียนมาแล้วต้องใช้อารมณ์เป็นหลักซึ่งพวกเขาทำออกมาได้ดีมากยิ่งทำให้เรื่องนี้ดีขึ้นไปอีก

เรื่องนี้มีอะไรดีๆมากกว่าฉากเกย์ที่ทุกคนพูดถึงกันนะ ทั้งประเด็นสังคมเรื่องเพศด้วย เรื่องครอบครัวที่หลักกว่า เราชอบมาก เรื่องนี้พูดถึงปัญหาในครอบครัวออกมาได้ดีมาก ถ่ายทอดปัญหาระหว่างตัวละคร ความสัมพันธ์ต่างๆ ยิ่งการเปลี่ยนไปจนน่ากลัวภายในครอบครัวที่สร้างบรรยากาศออกมาได้ดี เอาเป็นว่าเราไม่อยากให้ทุกคนพลาดหนังเรื่องนี้ไปเพราะคิดว่าเป็นหนังรักวัยรุ่นธรรมดา ที่จริงมันมีอะไรมากกว่านั้นเยอะ

รีวิวภาพยนตร์ Top Secret วัยรุ่นพันล้าน หนังสร้างแรงบันดาลใจ

รีวิวภาพยนตร์ Top Secret วัยรุ่นพันล้าน หนังสร้างแรงบันดาลใจ

รีวิวภาพยนตร์ Top Secret วัยรุ่นพันล้าน

รีวิวภาพยนตร์ ย้อนกลับไปปี พ.ศ.2543 ต๊อบก็เหมือนเด็ก ม.ปลาย ติดเกมออนไลน์ทั่วไป วันหนึ่ง มีคนมาขอซื้อไอเทมภายในเกมจากเขาด้วยเงินจริง ต๊อบจึงขอใช้บัญชีเงินฝากของลุงเทือง พ่อบ้านผู้จงรักภักดี ในการหาเงินจากเกมออนไลน์อย่างเป็นล่ำเป็นสันถึงขั้นถอยรถป้ายแดงจนเป็นร่ำลือไปทั่วโรงเรียนในพริบตา ต๊อบมัวหาเงินจากเกมจนสอบเข้ามหาวิทยาลัยรัฐไม่ได้ ครั้นจะส่งตัวเองเข้ามหาวิทยาลัยเอกชน ตัวละครในเกมก็โดนผู้ให้บริการแบนพอดี เนื่องจากการซื้อขายไอเทมด้วยเงินจริงนั้นผิดกฎระเบียบของเกมดังกล่าว ครั้นจะขายเครื่องเล่นดีวีดีก็ถูกพิษของเครื่องจีนแดงเล่นงานหมดตูด

ต๊อบที่พึ่งบอกปัดเงินช่วยเหลือจากพ่อด้วยทิฐิ จำต้องแอบขโมยพระเครื่องไปปล่อยเพื่อหาเงินค่าลงทะเบียนได้เงินมา 1 แสนบาท แต่เอาเข้าจริงๆ ต๊อบก็ไม่ค่อยได้เรียนเท่าไร เพราะมัวแต่คิดวิธีหาเงินเพื่อไปไถ่พระเครื่องของพ่อกลับคืนมา
ต๊อบเสียค่าโง่ตั้งแต่ก้าวแรกเมื่อไปซื้อเครื่องคั่วเกาลัดอัตโนมัติราคา 3 หมื่นบาทมาในราคา 1 แสนบาท เอาล่ะ ก้าวแรกพลาดไปแล้ว ก้าวที่สองคือการตะลุยเยาวราช เพื่อขโมยเคล็ดวิชาคั่วเกาลัดจากแผงลอยต่างๆ แบบครูพักลักจำ จนต๊อบสำเร็จวิชาคั่วเกาลัดได้อร่อยเหาะ ก้าวที่สามคือการหาที่วางขายสินค้าในห้างซูเปอร์สโตร์ ซึ่งต๊อบก็โดนหลอกขายที่ตั้งบูธในทำเลไม่ดี
ก้าวที่สี่จึงต้องหากลยุทธ์ดึงดูดความสนใจจน “เกาลัดเถ้าแก่น้อย” มียอดขายพุ่งพรวด ต๊อบรีบขยายสาขาโดยไม่ฟังคำทักท้วงของลุงเทืองจนเกิดปัญหาขึ้นจริงๆ และก็ไม่สามารถหาทางแก้ไขที่เหมาะสมได้ ห้างจึงยกเลิกสัญญาเช่าพื้นที่ขายของต๊อบทุกสาขา เคราะห์ซ้ำกรรมซัดต่อเนื่อง เมื่อทางบ้านติดหนี้ 40 ล้านบาท พ่อแม่ของเขาตัดสินใจหนีหนี้ไปอยู่เมืองจีน

แต่ต๊อบปฏิเสธ โดยครั้งนี้เขายอมที่จะเป็น “ลูกจ้าง” ของพ่อเพื่อเรียนหนังสือต่อแต่โดยดี
แต่สายเลือดพ่อค้าอย่างเขามีหรือจะเลิกราง่ายๆ สาหร่ายแผ่นที่แฟนสาวซื้อมาให้ลองชิมจุดประกายให้ต๊อบเปลี่ยนมาประกอบอาชีพรับสาหร่ายทอดมาขาย แต่สินค้าดังกล่าวเก็บได้ไม่กี่วันก็เหม็นหืน บอกให้ผู้ผลิตแก้ไขก็ไม่ได้รับความสนใจ ต๊อบจึงลงมือทอดสาหร่ายขายเสียเอง แต่กว่าจะประสบความสำเร็จก็แทบรากเลือด ขายของใช้ส่วนตัวประทังชีวิตจนเกือบหมด แม้สาหร่ายทอดจะขายดิบขายดี แต่ยังไม่มากพอที่จะปลดหนี้และไถ่ถอนบ้านที่ถูกยึดไปได้ ต๊อบตัดสินใจนำเสนอสินค้าเพื่อจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น แต่ก็ถูกผู้จัดการตีตกรอบแรกอย่างอนาถไม่ว่าเรื่องของราคา

แพคเกจ และแนวความคิดที่นำเสนอแบบท่องจำ ถ้าเป็นเด็กที่ถูกเลี้ยงดูมาแบบไม่เคยเจอความยากลำบากอาจกระโดดตึกตายไปแล้ว แต่ไม่ใช่ต๊อบที่ยังฮึดสู้กลับไปปรับปรุงผลิตภัณฑ์ใหม่อีกครั้งจนผ่านการคัดเลือกในรอบแรกสำเร็จ
ถ้าเป็นการ์ตูนก็คงจบ Happy Ending แต่โลกแห่งความเป็นจริงไม่ง่ายเช่นนั้น ต๊อบต้องมีโรงงานที่ผ่านมาตรฐาน GMP

สามารถผลิตสินค้าได้ตามจำนวนที่กำหนดและขนส่งได้ตามเวลา แล้วเรื่องราวก็ย้อนกลับไปยังวรรคแรก คุณในฐานะเจ้าหน้าที่อนุมัติสินเชื่อรู้สึกนับถือหมอนี่จริงๆ แต่ปัญหาคือต๊อบพึ่งอายุ 19 ยังไม่ถึงเกณฑ์ปล่อยกู้แถมหลักทรัพย์ที่เอามาค้ำประกันก็เป็นโฉนดติดจำนองอีกต่างหาก ให้ตายอย่างไรคุณก็ปล่อยเงินกู้ไม่ได้ เส้นตายก่อนเซเว่นอีเลฟเว่นจะเดินทางมาตรวจสอบโรงงานที่ยังไม่มีตัวตนของต๊อบก็ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว…

ไม่บ่อยนักที่เราจะได้เห็นหนังไทยที่พูดถึงชีวประวัติของคน ๆ หนึ่ง หรือดัดแปลงมาจากเรื่องจริง อาจเพราะด้วยความเสี่ยงในหลาย ๆ ด้านทำให้ทั้งทางค่ายหลีกเลี่ยงที่จะหยิบนำวัตถุดิบเหล่านี้มาสร้าง แต่หากจะให้พูดถึงหนึ่งในหนังแนวชีวประวัติของไทยที่โด่งดังในยุคนี้ ทุกคนคงต้องนึกถึง “Top Secret วัยรุ่นพันล้าน” ขึ้นมาเป็นชื่อแรก ๆ อย่างแน่นอน เพราะหนังเรื่องนี้ไม่เพียงแต่เป็นหนังที่ยากที่จะหาหนังไทยแนวนี้ให้ดูบ่อย ๆ แล้ว แต่ข้อคิด และแรงบันดาลใจที่ได้จากหนังเรื่องนี้ก็ยังเป็นที่ตราตรึงใจผู้ชมหลาย ๆ คนมาจนถึงทุกวันนี้

Top Secret ดัดแปลงมาจากเรื่องราวชีวิตจริงของ ท็อป อิทธิพัทธ์ หนึ่งในเศรษฐีไทยที่อายุน้อยที่สุด เจ้าของแบรนด์สาหร่ายอันดับต้น ๆ ของไทยอย่าง “เถ้าแก่น้อย” โดยหนังจะพาเราไปพบกับช่วงชีวิตตั้งแต่ที่ ท็อป ยังเป็นเด็กมัธยม ที่หารายได้หลักแสนจากการเล่นเกมออนไลน์ ก่อนที่นั่นจะเป็นจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ในการเติบโตเป็นนักธุรกิจของเขา จนกระทั่งวันหนึ่ง ท็อปก็ได้รู้ว่าครอบครัวของเขาได้เป็นหนี้ก้อนใหญ่ จนทำให้พ่อและแม่ต้องเดินทางไปใช้ชีวิตที่ต่างประเทศ ในขณะที่ ท็อปที่ในตอนนั้นยังเรียนไม่จบ เพราะต้องดร็อปมาทำงานเพื่อชดใช้หนี้ การลองผิดลองถูกของ ท็อปเพื่อสร้างแบรนด์สาหร่ายของตัวเองก็ได้เริ่มขึ้น

หนังเป็นผลงานการกำกับของ ย้ง ทรงยศ สุขมากอนันต์ ผู้กำกับจาก เด็กหอ และซีรีส์ Hormones วัยว้าวุ่น season 1 พร้อมได้ เต๋อ นวพล ธำรงค์รัตนฤทธิ์ มารับหน้าที่เขียนบท ด้วยการร่วมมือของมือกำกับที่ประณีต มีผีมือ และมือเขียนบทที่เต็มไปด้วยความสร้างสรรค์ ทำให้หนังเรื่องนี้ เต็มไปด้วยสีสัน ความสนุก ที่ถือว่าใหม่ สำหรับหนังไทยในตอนนั้น

ก่อนอื่นต้องขอพูดถึงบทหนังของเรื่องนี้ โดยด้านบทนั้น ได้มีการดัดแปลงชีวิตจริงของ ท็อป เถ้าแก่น้อย ด้วยการยังคงเหตุการณ์จริงที่สำคัญ ๆ บางส่วนเอาไว้ และเพิ่มเติมความขัดแย้ง ปมปัญหาบางส่วนในแบบภาพยนตร์เข้าไปให้หนังดูมีสีสันมากยิ่งขึ้น ทั้งการพยายามพิสูจน์ตัวเองในวงการธุรกิจของท็อป การฝ่าฟันอุปสรรค และความล้มเหลวมากมาย นอกจากนี้หนังยังสามารถหยิบเรื่องราวที่ดูเฉพาะกลุ่มอย่างการค้าขาย การทำธุรกิจมานำเสนอให้ออกมาเข้าใจง่าย น่าติดตามตลอดทั้งเรื่อง

จุดเด่นจุดแข็งของหนังเรื่องนี้คือการนำเสนอเรื่องราวผ่านมุมมองของตัวละครที่เป็นเด็กวัยรุ่น ท่ามกลางโลกของผู้ใหญ่ ซึ่งนั่นทำให้หนังมีความเป็น Coming-of-Age ที่ดีมากเรื่องหนึ่ง เพราะส่วนใหญ่ของหนังแนวนี้ มักจะพูดถึงเรื่องราวความรัก มิตรภาพ หรือการสูญเสีย แต่สำหรับ วัยรุ่นพันล้าน หนังพาเราไปพบกับการเดินตามความฝัน การสู้ชีวิตของเด็กวัยรุ่นที่ถูกนำเสนอออกมาได้อย่างครบรส หนังมีดราม่าครอบครัวที่ทำออกมาได้ชวนซาบซึ้ง มิตรภาพของคนต่างวัยระหว่างท็อป และลุงเทือง(รับบทโดย เปี๊ยก โปสเตอร์) ที่ทำให้คนดูต่างหลงรัก และวิธีการฝ่าฟันปัญหา อุปสรรคในแบบของวัยรุ่น ทำให้หนังสามารถเข้าถึงคนดูส่วนใหญ่ได้ ไม่ว่าจะไม่วัยรุ่น หรือผู้ใหญ่ก็ตาม

19377595565

รีวิวภาพยนตร์ ด้านการแสดงของทีมนักแสดงนำในเรื่องนี้ต่างก็สามารถถ่ายทอดบทบาทออกมาได้น่าชื่นชมทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น พีช พชร ที่รับบทเป็น ท็อปก็สามารถแบกรับหนังทั้งเรื่องออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยความที่ตัวละครท็อป และชีวิตจริงของพีช ที่มีความเป็นคนไทยเชื้อสายจีนอยู่แล้ว ทำให้ในการถ่ายทอดบทบาทลูกคนจีนของ พีช ในเรื่องนี้ออกมาดูเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้บท ท็อปในเรื่องนี้ก็มีดราม่าที่หนักหน่วงพอ ๆ กับบท วินจาก Hormones วัยว้าวุ่น ซึ่งในเรื่องนี้พีช ก็ถ่ายทอดบทสู้ชีวิตออกมาได้ทรงพลัง หนักแน่น จนบทท็อปได้กลายเป็นอีกหนึ่งบทบาทการแสดงที่ยอดเยี่ยมที่สุดของ พีช พชร มาจนถึงทุกวันนี้

อีกหนึ่งบทบาทการแสดงที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้ ก็คงไม่พ้นบท ลุงเทือง ที่เป็นการกลับมาแสดงภาพยนตร์หลังเว้นช่วงไปนานกว่า 40 ปี ซึ่งบทลุงเทือง ได้กลายเป็นตัวละครที่คนดูหลายคนล้วนหลงรัก ประทับใจ ในการถ่ายทอดบทบาทที่เป็นธรรมชาติ และเป็นตัวละครสำคัญที่ช่วยผลักดันเรื่องราวกรสู้ชีวิตในครั้งนี้ให้ออกมามีสีสันมากยิ่งขึ้น

หนังอาจยังคงคอนเซปต์ของหนังจาก GTH ที่มีความฟีลกู้ด สูตรสำเร็จที่ใครที่ดูหนังค่ายนี้บ่อย ๆ ก็คงเดาทิศทางได้ไม่ยาก แต่อย่างไรก็ตาม Top Secret ถือว่าเป็นหนังไทยที่นานทีปีหนจะมีมาให้ชม สำหรับใครที่อยากลองหาหนังสร้างแรงบันดาลใจดี ๆ สักเรื่อง ที่ให้ทั้งความสนุก บันเทิง และให้แง่คิด ให้เราหันกลับมาสู้ชีวิตทำตามความฝันอีกครั้ง หนังไทยเรื่องนี้ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง หากใครยังไม่ได้ดูละก็ อย่ารอช้า

โดยปกติแล้วหนังฟอร์มหลักของ GTH ที่มักจะเน้นการเขียนบทและสร้างเรื่องด้วยตัวเอง (Original Score) แต่กับ “วัยรุ่นพันล้าน” หนังชีวประวัติของ ต๊อบ อิทธิพัฒน์ เจ้าของธุรกิจสาหร่ายเถ้าแก่น้อย เป็นหนังที่ต้องเล่นไปตามเนื้อเรื่องที่มีตัวตนอยู่แล้ว

เพียงแต่ขึ้นอยู่กับการแปลงบทหนังว่าจะให้มันมีอารมณ์ร่วม หรือแทรกแง่มุมได้น่าสนใจแค่ไหน คล้ายกับกรณี The Social Network

หนังเข้าในจังหวะที่ต้องบอกว่า “โคตรซวย” เพราะน้ำท่วมกรุงเทพฯ แบบพี๊กมาก ทุกคนตื่นเต้นแต่กับน้ำท่วม เขตไหนประกาศอพยพ ฯลฯ จนไม่มีอารมณ์มาดูหนังกัน
เห็นชื่อน้องพีช พชร แสดงเป็นพระเอกแล้วแปลกใจนิดหน่อย เพราะเพิ่งเปิดตัวมาจาก Suck Seed ได้ไม่นาน จากฝีมือในเรื่องนี้ก็ต้องบอกว่าทำได้พอผ่าน
นางเอกน้องมุกไหม (วลันลักษณ์ คุ้มสุวรรณ) ที่น่ารักโฮก แต่ออกมาบทน้อยยยยยย จนแทบไม่มีบทบาทในหนังอะไรเลย
เนื้อเรื่องน่าติดตามอยู่แล้ว เพราะชีวิตของต๊อบมันก็ค่อนข้างเหลือเชื่อจริงๆ
แทรกโฆษณาได้น่าเกลียดพอสมควร ถึงเราจะรู้กันอยู่แล้วว่าเถ้าแก่น้อยโตได้เพราะเซเว่นอีเลฟเว่นก็ตามเถอะ

ชอบจังหวะสร้างอุปสรรคต่อการไปต่อข้างหน้า มันดูมืดมนและไม่รู้ทางออกจริงๆ (ทั้งที่เรารู้ว่าสุดท้ายตอนจบพระเอกรวย)
การใช้สัญลักษณ์อย่างเจ้าแม่กวนอิม หรือความเชื่อในการไม่ต้องคิดอะไรมาก แม้ไม่เด่นมาก แต่ก็ออกมาดูดีมีจังหวะ
บทหนังแน่นเกินไป หลายจังหวะดูจะรีบยัดๆ เข้ามา ข้อเสียคือมันหาจุดไคลแม๊กส์ไม่เจอเสียที ออกมาจากโรงจะหาไม่เจอว่าเราจำอะไรเด่นๆ จากหนังได้บ้าง
โดยรวมแล้วชอบเรื่องวัยรุ่นพันล้านนะครับ เป็นหนังดีและแนะนำให้ดูได้ทุกเพศทุกวัย อย่างน้อยก็ทำให้เราได้แรงบรรดาลใจ ว่าการสร้างตัวเองจนกว่าจะมีทุกวันนี้ได้นั้น ไม่มีหรอกที่ได้มาด้วยโชคหรือความบังเอิญ
พรุ่งนี้รวย … ไม่มีจริงหรอกครับ แต่เราคงต้องเริ่มจากวันนี้ตะหาก ดูหนังออนไลน์ 

รีวิวภาพยนตร์ Thor ซูเปอร์ฮีโร่พลังเหนือมนุษย์ อ่านได้ที่นี่เลย

รีวิวภาพยนตร์ Thor ซูเปอร์ฮีโร่พลังเหนือมนุษย์ อ่านได้ที่นี่เลย

Cr : IMDb

รีวิวภาพยนตร์ ธอร์เทพเจ้าสายฟ้า แต่ละภาคกันไปเลยยย

ธอร์เทพเจ้าสายฟ้า เป็นตัวละครนึงในหนังมาร์เวล ที่มีหนังเดี่ยวเป็นของตัวเองถึง 3 ภาค และยังมีบทบาทในหนังเรื่องอื่นของค่ายอีกด้วย ตัวละครนี้จะเล่าเรื่องเกี่ยวกับเทพเจ้าสายฟ้า ธอร์ ที่ต้องเจอกับปัญหาของเทพซึ่งเกี่ยวโยงกับทุกดาว

รวมถึงดาวโลก การชิงบัลลังก์ การปกป้องประชาชน และการช่วยเหลือมิตรสหาย เราจะได้เห็นจากตัวละครนี้ และพลังของตัวละครนี้ก็ทำให้เขาเป็นที่รู้จักกันบนโลกในฐานะฮีโร่ ที่มีพลังในการควบคุมสายฟ้าได้ดั่งใจ

โดยสิ่งที่เป็นอาวุธของธอร์ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายๆคนคงนึกถึงหากพูดถึงเขา ก็คือค้อนคู่ใจของธอร์ ที่สามารถทำให้ผู้ใช้ควบคุมสายฟ้าและทำให้เหาะได้และยังเป็นอาวุธที่แข็งแกร่งไร้เทียมทาน แต่ว่าอาวุธนี้ทุกคนไม่สามารถยกมาใช้ได้

จำเป็นจะต้องเป็นคนที่คู่ควรกับการที่ค้อนเลือกเท่านั้นถึงจะสามารถใข้งานได้ โดยรวมแล้วฟังดูน่าตื่นเต้นกับตัวละคนนี้ งั้นเราไปดูเรื่องราวโดยย่อของทั้ง 3 ภาคกันเลย

ธอร์ ภาค 1 ในปี 2011

เนื้อเรื่องภาคนี้จะทำให้เราได้รู้จักกับตัวละครครอบครัวของธอร์ ที่จะประกอบไปด้วยแม่พ่อโอดิน ที่เป็นกษัตริย์บนแอสการ์ด และน้องชายโลกิ ที่เป็นตัวป่วนในเรื่อง

ซึ่งเหตุการณ์ในภาคนี้เกิดจากการที่ธอร์เป็นคนอารมณ์ร้อนและหัวดื้อไม่ฟังใครทำให้ถูกลงโทษโดยการเนรเทศไปอยู่ดาวโลกจนกว่าจะสำนึก

และนี้ก็เป็นครั้งแรกที่ธอร์ได้มายังโลกและต้องหาทางเพื่อกลับไปที่แอสการ์ดเพื่อหยุดหยั่งเรื่องวุ่นวายที่กำลังจะเกิดขึ้น

ธอร์ ภาค 2 ในปี 2013
ในภาคนี้เราจะได้เห็นความรุ่งเรืองของอาณาจักรแอสการ์ดที่สร้างพันธมิตรกับสถานที่ต่างๆ และธอร์ก็กำลังจะสืบทอดบัลลังก์ต่อจากพ่อ

แต่ก็ดันมีศัตรูเก่ากลับมาแก่แค้นที่ออสการ์ด เรื่องเกิดเรื่องกลหลขึ้น พวกธอร์จึงต้องหยุดพวกตัวร้ายที่หมายจะครอบครองพลังในการทำลายล้างและทำให้จักรวาลกลับไปสู่ความมืดอีกครั้ง ภาคนี้เราจะได้เห็นการเติบโตของธอร์ที่มีความใช้เหตุและผลมากขึ้นกว่าภาคก่อน

ธอร์ภาค 3 ในปี 2017

เมื่อเฮลล่าพี่สาวของธอร์ที่ถูกจับขังไว้เป็นเวลานานกลับมาอีกครั้ง และหวังจะยึดแอสการ์ดไว้เพียงคนเดียวจากนั้นจะค่อยๆ ยึดดาวต่างๆรวมถึงดาวโลก พ่อของธอร์โอดินอ่อนแรงเกินกว่าที่จะปราบเฮลล่าได้ ศึกครั้งนี้จึงตกไปอยู่ที่ธอร์

โดยต้องรับผิดชอบในการช่วยเหลือประชาชน ซึ่งธอร์ก็ได้ต่อสู้จนเสียท่าและหลงไปที่ดาวแห่งนึงที่เป็นดาวแห่งการแข่งขัน และธอร์ถูกจับไปเพื่อเข้าการแข่งขัน เขาจึงต้องหาทางหนีเพื่อกลับไปช่วยชาวแอสการ์ดให้ทัน avenger

และในภาคนี้เราจะได้เจอกับตัวละครเพื่อนเก่าอย่าง เดอะฮัค มนุษย์ตัวเขียวที่เคยช่วยธอร์และกลุ่มอเวนเจอร์ปกป้องโลกมาแล้วในหนังเรื่องอื่น

สรุปเนื้อเรื่องทุกภาคถือว่าเนื้อเรื่องเข้นข้นและมีความโดดเด่นในแต่ละภาค ซึ่งทุกภาคจะมีจุดเขื่อมโยงกันหลายจุด และภาค1 และ2 จะเล่าเรื่องในแนวสายดาร์คแต่ภาคที่ 3 แตกต่างออกไปเพร่ะจะเล่าเรื่องออกไปทางสายฮาแบบกวนๆ

หน่อยเพราะว่าภาคที่ 3 ได้เปลี่ยนผู้กำกับในการสร้างทำให้เรื่องของธอร์ มีความหลากหลายในทุกภาค แต่ธอร์นั้นไม่ได้จบแต่เพียงเท่านี้เพราะเขายังมีภาคต่ออีกในอนาคต ซึ่งจะมีเรื่องราวแบบไหนมาเราต้องเตรียมตัวรอดูกันได้เลย

สปอยล์หนัง Thor Ragnarok ศึกอวสานเทพเจ้า
1. ธอร์ยอมถูกจับเพื่อหลอกถามเรื่อง แร็กนาร็อก จาก เซนเทอร์ ธอร์สังหารเซนเทอร์ และนำหัวเซนเทอร์กลับมาแอสการ์ด
2. ธอร์เข้าไปที่วัง พบ โอดิน (โลกิแปลงเป็นโอดิน) และชาวเมือง กำลังชมละคร ” โศกนาฎกรรมโลกิแห่งแอสการ์ด ” ธอร์จับไต๋โลกิได้ โลกิจึงแปลงกายกลับร่างเดิม
3. ธอร์และโลกิ มาที่โลกเพื่อตามหา โอดิน
โลกิ ตกไปยังหลุมประหลาด ธอร์พบนามบัตร
เขียนที่อยู่ 177A ถนนบลีคเกอร์ ที่นั่น ธอร์ ได้พบกับ ดร. สเตนจ์ ดร. สเตนจ์ดึงเส้นผมธอร์มา ร่ายเวทย์มนต์ วาร์ป ธอร์และโลกิ ไป นอร์เวย์
4. โอดิน ได้บอก ธอร์และโลกิว่าตัวเขาจะดับสลาย และ เฮล่า เทพีแห่งความตาย ที่พวกเขาต้องเผชิญ
เมื่อร่างโอดินดับสลายลง เฮล่าได้ปรากฎตัวขึ้น เฮล่าทำลายค้อนของธอร์ โลกิเห็นท่าไม่ดี เรียกให้ใช้
ไบฟอร์ต พากลับแอสการ์ด เฮล่าตามธอร์กับโลกิ
เฮล่าซัด ธอร์กับโลกิกระเด็นออกจากไบฟอร์ต เฮล่ามาถึง แอสการ์ด นางสังหารคนที่อยู่ประตูไบฟอร์ต
5. ธอร์ ตกลงมาที่ดาวซาคาร์เขาถูก สแครปเปอร์142 (วัลคิรี่) จับตัวไป
6. เฮร่าสังหารนักรบแอสการ์ดที่คิดต่อต้านนาง
7. สแครปเปอร์142 (วัลคิรี่) นำธอร์มาขายให้กับ
แกรนด์ มาสเตอร์ ในราคา 10 ล้าน ธอร์ ถูกนำมาขังรวมกับ คอร์กและมื้ค
8. เฮล่าเข้าไปในวัง นางใช้ไฟโลกันตร์ คืนชีพให้กับเหล่านักรบที่ฝังอยู่ใต้วัง รวมถึงปลดปล่อย เฟนริล
9. ธอร์โดนตัดผม ก่อนถูกนำตัวมาที่ลานประลอง
ธอร์สู้กับฮัลค์ จนสลบ
10. ไฮม์ดัลล์ พาชาวเมืองมาหลบในที่ปลอดภัย
11. ธอร์ตื่นขึ้นมาที่ห้องฮัลค์ ธอร์ขอความช่วยเหลือฮัลค์ ธอร์วางแผนชิง ที่ควบคุม จาก วัลคิรี่ มาได้
12. ธอร์ โลกิ ดร.แบนเนอร์ วัลคิรี่ วางแผนขโมยยาน
โลกิตุกติก แต่ธอร์ไหวตัวทัน ติดที่ควบคุมกับโลกิ แล้วกดช๊อตโลกิ ธอร์พา ดร. แบนเนอร์ วัลคิรี่ ไปที่
ประตูปิศาจ เดินทางมาที่ แอสการ์ด
13. ไฮมดัลล์พาชาวแอสการ์ดไปที่ ไบฟอร์ต เจอ
เฟนริล เข้ามาขวาง วัลคิรี และ ดร.แบนเนอร์ เข้ามาช่วยชาวเมือง ดร.แบนเนอร์แปลงร่างเป็น ฮัลค์สู้กับ
เฟนริล
14. ธอร์ สู้กับ เฮล่า ธอร์พลาดท่า ตาบอดข้างขวา
ธอร์ฮึดพลังซัดเฮล่ากระเด็น
15. ธอร์ให้โลกิเข้าไปที่วัง โลกิ ใช้ไฟโลกันตร์ กับหัวเซนเทอร์ เซนเทอร์ฟื้นคืนชีพ เซนเทอร์ทำลายแอสการ์ดพินาศ เฮล่าเข้ามาขวางเซนเทอร์ นางถูกเซนเทอร์สังหาร
16. ธอร์ ดร. แบนเนอร์ วัลคิรี่ โลกิ และเหล่าชาว
แอสการ์ด ขึ้นยานอพยพ มุ่งหน้าไปที่โลก