Categories
อาหาร

น้ำพริกปลาแซลมอน จับเครื่องน้ำพริกไปย่างหรือคั่วจนหอม ลองเลย

น้ำพริกปลาแซลมอน จับเครื่องน้ำพริกไปย่างหรือคั่วจนหอม ลองเลย

น้ำพริกแห้ง

เมนูสุดแซ่บ ที่คุณสามารถทำเองได้ไม่ยากเลย ลองทำเองดูได้ จากสูตรที่นี่ ต้นทุนไม่แพง ทานได้หลายมื้อ หรือแม้กระทั่งจะทำขาย เมนูน้ำพริก เมนูสร้างอาชีพ จะทานคู่กับผักแนมต่างๆ เช่น ผักบุ้งลวก กล่ำลวก หรือ มะเขือลวก ก็ได้หมด หรือจะเป็นผักที่ตัวเองชอบก็ได้ เพิ่มรสชาติซี้ดซ้าดในมื้ออาหารของคุณ กับวิธีทำที่แสนง่ายต่อไปนี้

ส่วนผสม  น้ำพริกปลาแซลมอน

  • เนื้อปลาแซลมอน 200 กรัม
  • พริกอ่อน 2 เม็ด
  • พริกขี้หนู 10 เม็ด
  • หอมแดง 5 หัว
  • กระเทียม 10 กลีบ
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
  • น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ น้ำพริกปลาแซลมอน

     1. นำพริกขี้หนู พริกอ่อน กระเทียม และหอมแดง ไปย่างหรือคั่วในกระทะจนสุกได้ที่แล้วให้นำมาใส่ครก ตำพอหยาบ
2. นำปลาแซลมอนไปย่าง หรือนาบกับกระทะพอสุกสีสวยแล้วใส่ลงครกตำ ปรุงรสด้วยน้ำตาลทราย น้ำปลา และน้ำมะนาว คนส่วนผสมให้เข้ากันดี ชิมรสตามชอบ เสิร์ฟพร้อมผักและข้าวเหนียว

Categories
อาหาร

ขนมจีบกุ้งหมูเด้ง สูตรนี้เพิ่มกุ้งสับลงไปด้วย ปรุงรสด้วยน้ำมันงาเพิ่มกลิ่นหอม

ขนมจีบกุ้งหมูเด้ง สูตรนี้เพิ่มกุ้งสับลงไปด้วย ปรุงรสด้วยน้ำมันงาเพิ่มกลิ่นหอม

ขนมจีบกุ้งหมูเด้ง

ส่วนผสม ขนมจีบกุ้งหมูเด้ง

  • แผ่นเกี๊ยว 3/4 ของถุง
  • กุ้งสด (แกะเปลือกผ่าหลังเอาเส้นดำออก) 6 ขีด
  • หมูเด้ง 1 ถุง
  • น้ำมันงา 2 ช้อนโต๊ะ
  • ผงปรุงรสหมู 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา
  • ต้นหอมซอย
  • แครอตหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ
  • กระเทียมเจียว
  • น้ำมันพืชสำหรับทาใบตอง
  • ใบตอง หรือแผ่นรองนึ่ง

วิธีทำ ขนมจีบกุ้งหมูเด้ง

     1. ซอยต้นหอมและหั่นแครอตเตรียมไว้
2. นำกุ้งมาสับแล้วนำไปใส่อ่างผสมรวมกับหมูเด้ง ใส่น้ำมันงา น้ำตาลทราย และผงปรุงรส ผสมให้เข้ากัน
3. ใส่ต้นหอมและแครอต ผสมให้เข้ากันอีกครั้ง จากนั้นมาทดสอบรสชาติ โดยตักไส้ขนมจีบ 1 ช้อนเล็ก มาใส่ถ้วยแล้วนำเข้าไมโครเวฟประมาณ 1 นาที แล้วชิมรสดูตามชอบ และตัดมุมแผ่นเกี๊ยวเป็น 4 มุม เตรียมไว้
4. เตรียมซึ้ง โดยนำใบตองมาเช็ดด้วยผ้าชุบน้ำหมาด ๆ จากนั้นวางบนซึ้ง แล้วทาน้ำมันพืชให้ทั่ว
5. นำแผ่นเกี๊ยวที่เตรียมไว้มา 1 แผ่น ตักไส้ขนมจีบ 1 ช้อนโต๊ะพูน ๆ แล้วจัดการจีบ ตกแต่งได้ตามชอบ อาจแต่งหน้าด้วยเนื้อกุ้ง แครอต และต้นหอมซอยเพิ่ม
6. เมื่อเรียงจนเต็มซึ้งแล้ว ให้เราตั้งหม้อใส่น้ำเปล่าลงไปครึ่งหม้อ เตรียมนึ่ง เมื่อน้ำเดือดจัด ให้นำซึ้งขนมจีบไปวางบนหม้อแล้วเอาฝาปิด
ป.ล. อันนี้พี่สาวแนะนำมาสามารถใช้ฟ็อกกี้พ่นน้ำลงบนขนมจีบก่อนเพื่อล้างแป้งออกก็ได้ ถ้าไม่มีให้เอาไปจุ่มน้ำก่อนวางบนซึ้ง
7. นึ่งด้วยไฟแรงประมาณ 12-15 นาที เมื่อสุกให้ตักเรียงใส่จานโรยด้วยกระเทียมเจียว เสิร์ฟกับน้ำจิ้มไก่

Categories
อาหาร

ยำข้าวโพด อามายำกับถั่วฝักยาว มะเขือเทศ และแครอท เพิ่มความกรุบกรอบ

ยำข้าวโพด อามายำกับถั่วฝักยาว มะเขือเทศ และแครอท เพิ่มความกรุบกรอบ

7 สูตรทำยำผลไม้

ส่วนผสม ยำข้าวโพด

• ข้าวโพดต้ม
• ถั่วฝักยาว
• มะเขือเทศ
• แครอทฝานเป็นเส้น ๆ
• พริกขี้หนู
• กระเทียมสับหยาบ
• น้ำปลา (สูตรโซเดียมต่ำ)
• น้ำตาลมะพร้าว
• ถั่วลิสงอบ

วิธีทำ ยำข้าวโพด

1. ฝานข้าวโพด หั่นถั่วฝักยาว หั่นมะเขือเทศ และฝานแครอทหั่นเป็นเส้น ๆ เตรียมไว้
2. ปรุงน้ำยำด้วยพริกขี้หนู กระเทียมสับหยาบ ๆ น้ำปลาลดโซเดียม น้ำมะนาว และน้ำตาลมะพร้าว ชิมรสตามชอบ
3. นำน้ำยำไปคลุกกับเครื่องที่เตรียมไว้ โรยด้วยถั่วลิสงอบ

Categories
อาหาร

ไข่ออนเซ็น ไมโครเวฟ สไตล์ญี่ปุ่น แค่เอาน้ำไปเข้าไมโครเวฟประมาณ 5 นาที

ไข่ออนเซ็น ไมโครเวฟ สไตล์ญี่ปุ่น แค่เอาน้ำไปเข้าไมโครเวฟประมาณ 5 นาที

ไข่ออนเซ็น ไมโครเวฟ

แค่มีไมโครเวฟเครื่องเดียว วิธีทำไม่วุ่นวายแบบนี้ลองจัดเองสักครั้งที่บ้านเลยดีไหม ขอนำเสนอวิธีทำอาหารญี่ปุ่น ที่ทำเองได้ง่ายๆ ไม่ต้องง้อเตาแก๊ส แถมราคาไม่แพง ทำเองทานได้งเยอะ ไม่ต้องไปถึงร้านอาหารญี่ปุ่นเลย

ส่วนผสม ไข่ออนเซ็น

  • ไข่ไก่ (ถ้าได้ไข่ใหม่ ๆ ยิ่งดี)
  • ถ้วยและฝาปิด (ขอเป็นถ้วยเซรามิก หรือชามแก้วเนื้อหนาแบบที่เข้าเตาอบได้)
  • น้ำเปล่า

วิธีทำ ไข่ออนเซ็น

     1. เทน้ำลงในถ้วย กะว่าพอท่วมไข่ นำไปเข้าไมโครเวฟใช้ไฟ 800 วัตต์ เป็นเวลา 5 นาที
2. หย่อนไข่ลงในน้ำร้อน ปิดฝาทิ้งไว้ 15-20 นาที
3. หลังจากนำไข่ขึ้นจากน้ำร้อน จะต้องแช่ในน้ำเย็นให้หยุดสุกทันที เสร็จแล้วก็จะได้ออนเซ็นทามาโกะ ที่ไข่แดงเป็นยางมะตูม ส่วนไข่ขาวเป็นวุ้น

Categories
อาหาร

นาน (โรตีนาน) ขอทำสักแผ่นดีกว่า แป้งนานกรอบนอกนุ่มในหอมเนย

นาน (โรตีนาน) ขอทำสักแผ่นดีกว่า แป้งนานกรอบนอกนุ่มในหอมเนย

8 วิธีทำอาหารอินเดีย

อาหารอินเดีย เป็นชื่อเรียกโดยรวมของอาหารในอนุทวีปอินเดียซึ่งมีลักษณะร่วมกันคือใช้เครื่องเทศ สมุนไพรและผักหรือผลไม้มาก มีทั้งพืชผักที่ปลูกในประเทศอินเดียและจากที่อื่นๆ นิยมกินอาหารมังสวิรัติในสังคมชาวอินเดีย แต่ละครอบครัวจะเลือกสรรและพัฒนาเทคนิคการทำอาหารทำให้มีความแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายทางด้านประชากรในอินเดีย

ความเชื่อของชาวฮินดูและวัฒนธรรมมีบทบาทต่อวิวัฒนาการของอาหารอินเดีย แต่ในภาพรวม อาหารทั่วประเทศอินเดียพัฒนามาจากปฏิสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมทั้งจากชาวมองโกลและยุโรปทำให้ได้อาหารที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง การค้าเครื่องเทศระหว่างอินเดียและยุโรปเป็นตัวเร่งหลักสำหรับการค้นพบอินเดียของชาวยุโรป ยุคอาณานิคมได้ทำให้เกิดการผสมผสานระหว่างอาหารยุโรปกับอาหารอินเดียเพิ่มความยืดหยุ่นทำให้เกิดความหลากหลายมากขึ้น อาหารอินเดียมีอิทธิพลต่ออาหารทั่วโลกโดยเฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และหมู่เกาะแคริบเบียน

ส่วนผสม โรตีนาน

• ยีสต์แห้งชนิดผง 2 ช้อนชา
• น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
• น้ำเปล่า 1/2 ถ้วย
• แป้งสาลีอเนกประสงค์ 2+1/2-3 ถ้วย
• เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
• น้ำมันมะกอก 1/4 ถ้วย
• โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1/3 ถ้วย
• ไข่ไก่ 1 ฟองใหญ่

วิธีทำ โรตีนาน

1. เตรียมถ้วยผสมขนาดเล็ก ใส่ยีสต์ น้ำตาล และน้ำเปล่า คนผสมจนละลายเข้ากัน ตั้งทิ้งไว้จนขึ้นฟอง เติมน้ำมัน โยเกิร์ต และไข่ไก่ ตีผสมจนเข้ากัน
2. เตรียมอ่างผสมขนาดกลาง คนผสมแป้ง 1 ถ้วยกับเกลือ เสร็จแล้วเทลงในส่วนผสมของเหลว คนผสมจนเข้ากัน ทยอยใส่แป้งส่วนที่เหลือลงไป นวดผสมจนเข้ากัน
3. นวดแป้งประมาณ 3 นาที คลุมด้วยพลาสติกถนอมอาหาร พักทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมงหรือจนขึ้นฟูเป็นสองเท่า เสร็จแล้วแบ่งเป็น 8 ก้อน ปั้นเป็นก้อนกลม
4. ตั้งกระทะใช้ไฟปานกลาง รีดแป้งเป็นแผ่นกลมแบน ความหนาประมาณ 1/4 นิ้ว และเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 6 นิ้ว เอาไปย่างในกระทะจนสุกเป็นสีเหลืองทองทั้งสองด้าน ทาเนยละลายและโรยสมุนไพรก่อนเสิร์ฟ

Categories
อาหาร

แบ๋งห์หมี่เบอร์เกอร์ เบอร์เกอร์สไตล์เวียดนาม ขอแนะนำแบ๋งห์หมี่เบอร์เกอร์

แบ๋งห์หมี่เบอร์เกอร์ เบอร์เกอร์สไตล์เวียดนาม ขอแนะนำแบ๋งห์หมี่เบอร์เกอร์

อาหารเวียดนาม

อาหารเวียดนาม คือ อาหารของชาวเวียดนาม อาหารเวียดนามมีอะไรบ้าง จากต้นตำรับ ทั้ง เมนูต้ม เมนูผัด เมนูแกง เมนูทอด เมนูปิ้งย่าง อาหารเวียดนาม นิยมอาหารประเภทผัก เช่น แหนมเนือง เฝ๋อ ปากหม้อ เป็นต้น สูตรอาหารเวียดนามพร้อมวิธีทำและเคล็ดลับจากต้นตำรับ เมนูอาหาร ง่ายๆสามารถทำกินเองที่บ้านได้

ส่วนผสม ไก่ย่าง

• สะโพกไก่เลาะกระดูก 2 ชิ้น
• ซอสหอยนางรม 3 ช้อนโต๊ะ
• โรสแมรี่สด 2 กิ่ง
• น้ำมันมะกอก 2 ช้อนโต๊ะ
• พริกไทยดำบดหยาบ 1 ช้อนชา + 1/2 ช้อนชา
• เกลือ 2 ช้อนชา

ส่วนผสม ตับบด

• เนยสด 1 ช้อนโต๊ะ
• หอมหัวใหญ่หั่นเต๋า 150 กรัม
• ตับไก่ 300 กรัม
• ใบกระวาน 3 ใบ
• เครื่องเทศออลสไปซ์ 1 ช้อนชา
• เกลือ 1 ช้อนชา
• พริกไทยป่น 1 ช้อนชา
• ไข่แดง 3 ฟอง
• เฮฟวี่ครีม 2/3 ถ้วย

ส่วนผสม ซอสมายองเนสเลมอน

• มายองเนส 1/4 ถ้วย
• ผิวเลมอนเล็กน้อย
• น้ำเลมอน 1 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสมอื่น ๆ

• ขนมปังเบอร์เกอร์ 2 คู่
• ผักสลัดตามชอบ
• ผักดอง เช่น แตงกวาดอง แครอตดอง และพริกดอง

วิธีทำ แบ๋งห์หมี่เบอร์เกอร์

• 1. ทำไก่ย่าง โดยหมักสะโพกไก่ด้วยซอสหอยนางรม โรสแมรี่ น้ำมันมะกอก พริกไทย และเกลือ ทิ้งไว้ 30 นาที

• 2. ย่างไก่ที่หมักไว้ในกระทะจนผิวนอกเหลือง จากนั้นนำไปอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ประมาณ 10-15 นาที หรือจนสุก พักไว้

• 3. ทำตับบด โดยตั้งกระทะพอร้อนใส่เนยลงไปรอจนละลาย นำหอมหัวใหญ่ลงผัดให้สุก ใส่ตับไก่ลงไป ตามด้วยใบกระวาน เครื่องเทศออลสไปซ์ เกลือ พริกไทย ผัดจนหอมและตับไม่สุก ตักขึ้นพักไว้ให้เย็น นำใบกระวานออก

• 4. ปั่นไข่ไก่ เฮฟวี่ครีม และตับที่ผัดแล้วเข้าด้วยกันจนละเอียดเนียนเป็นครีม นำใส่พิมพ์แล้วนำไปอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ประมาณ 45 นาที หรือนำไปนึ่งด้วยไฟอ่อนประมาณ 35 นาที เตรียมไว้

• 5. ทำซอสมายองเนสเลมอน โดยผสมมายองเนส ผิวเลมอน และน้ำเลมอนเข้าด้วยกัน

• 6. จัดเสิร์ฟโดยทาขนมปังเบอร์เกอร์ด้วยตับบด จากนั้นวางผักสลัด ผักดอง ราดด้วยมายองเนสที่ผสมไว้ ตามด้วยไก่ย่างแล้วประกบด้วยขนมปังเบอร์เกอร์อีกชิ้น ทำแบบนี้จนครบ

Categories
อาหาร

พาสต้าซอสครีมต้มยำกุ้ง สูตรนี้ซอสครีมหอมสมุนไพรจากเครื่องต้มยำ

พาสต้าซอสครีมต้มยำกุ้ง สูตรนี้ซอสครีมหอมสมุนไพรจากเครื่องต้มยำ

7 สูตรทำพาสต้าซอสครีม

ขาแซ่บต้องจัดหน่อยแล้ว กับพาสต้าซอสครีมต้มยำกุ้ง สูตรจาก เฟซบุ๊ก Something Cooked สูตรนี้ซอสครีมหอมสมุนไพรจากเครื่องต้มยำ และใส่เนื้อกุ้งล้วน ๆ พอทำเสร็จเอาไปคลุกกับเส้นพาสต้า เมนูสปาเก็ตตี้ พร้อมสูตรและวิธีทำ ไม่ยากเลย ทำกินเองคุ้มกว่าตั้งเยอะ ทำเองได้ที่บ้าน

ส่วนผสม พาสต้าซอสครีมต้มยำกุ้ง

• น้ำสต๊อกไก่
• กุ้งลายเสือ (แยกหัวกุ้งกับเนื้อกุ้ง)
• หอมแดง
• ข่า
• มะนาวเขียว
• ตะไคร้
• พริกขี้หนูสด
• ใบมะกรูด
• ผักชีฝรั่ง
• เกลือเล็กน้อย
• น้ำพริกเผา
• วิปปิ้งครีม
• Pecorino Cheese
• เส้นพาสต้า Bucatini ต้มสุกแบบอัล เดนเต้ (Al Dente’)
• ไข่กุ้ง

วิธีทำ พาสต้าซอสครีมต้มยำกุ้ง

1. ทำน้ำต้มยำแบบเข้มข้น โดยตั้งกระทะใช้ไฟกลาง ใส่น้ำสต๊อก หัวกุ้ง หอมแดง ข่า ตะไคร้ พริกขี้หนู ใบมะกรูด และผักชีฝรั่งลงไป ต้มพอเริ่มเดือดแล้วช้อนกดหัวกุ้งเพื่อให้มันกุ้งไหลออกมา เคี่ยวไปเรื่อย ๆ จนน้ำสต๊อกเหลือประมาณหนึ่งในสามจากตอนแรก ชิมรส (เราจะปรุงให้รสค่อนข้างจัดไว้ก่อน เพราะว่าเดี๋ยวต้องเอาไปผสมกับครีมและชีส รสชาติจะกลมกล่อมพอดี) จากนั้นยกลงกรองเอาเฉพาะน้ำสต๊อกต้มยำ เตรียมไว้
2. นำเนื้อกุ้งลงไปผัดกับน้ำมันเล็กน้อยโดยใช้ไฟกลาง พอเนื้อกุ้งเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มให้ใส่ครีมสดและน้ำพริกเผาลงไปผัดจนน้ำพริกเผาละลาย จากนั้นเติมน้ำสต๊อกต้มยำลงไปเคี่ยวจนครีมซอสข้น
3. พอได้ส่วนผสมตามต้องการแล้วปิดไฟ ใส่เส้นพาสต้าที่ต้มสุกร้อน ๆ ลงไปพร้อมกับขูดชีส ใส่ผักชีฝรั่งสับและไข่กุ้งลงไปคลุกให้เข้ากัน ตักใส่จาน

Categories
อาหาร

พิซซ่าไข่ จับไข่ไก่ตีผสมกับข้าวไรซ์เบอร์รี เติมเห็ดและแครอต น่าทานแถมอร่อย

พิซซ่าไข่ จับไข่ไก่ตีผสมกับข้าวไรซ์เบอร์รี เติมเห็ดและแครอต น่าทานแถมอร่อย

พิซซ่าไข่

จับไข่ไก่ตีผสมกับข้าวไรซ์เบอร์รี เติมเห็ดและแครอต ใส่พริกเพิ่มความแซ่บ เอาไปทอดเป็นแผ่นจนสุก ทำเองไม่ยาก แถมได้สุขภาพด้วย มีประโยชน์ ดีต่อสุขภาพ ลองทำเองได้เลย เราแจกสูตร พร้อมวิธีทำ

ส่วนผสม พิซซ่าไข่
  • ไข่ไก่ 3 ฟอง (สำหรับ 2 คน)
  • เห็ดหั่นบาง
  • แครอตหั่นเส้น
  • ข้าวไรซ์เบอร์รี หรือข้าวกล้องหุงสุก 100 กรัม หรือ 1 ทัพพี
  • น้ำปลา
  • น้ำมันมะกอก
  • พริกขี้หนู (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)
  • มะเขือเทศราชินี
วิธีทำ พิซซ่าไข่

     1. ตอกไข่ใส่ชาม แบ่งเห็ดใส่บางส่วน แครอต และข้าวลงในชามผสม ปรุงรสด้วยน้ำปลานิดหน่อย
2. เทน้ำมันมะกอกลงไปพอเคลือบหน้ากระทะ รอให้ร้อน เทส่วนผสมไข่ทั้งหมดลงไป รอจนไข่เริ่มสุก
3. แต่งหน้าพิซซ่าโดยโรยเห็ดส่วนที่แบ่งไว้ ตามด้วยมะเขือเทศสไลซ์ รอจนข้างล่างเริ่มเซตตัวแล้วพลิกกลับด้าน เทคนิคการพลิกให้ยังคงเป็นแผ่นควรหาจานสังกะสีขนาดเท่า ๆ กับกระทะมาครอบไว้แล้วค่อยกลับด้าน ไข่ก็จะยังคงรูปอยู่ไม่แตก จะกินเลยหรือตัดเป็นแผ่นสามเหลี่ยมวางซ้อน ๆ กันก็ได้

Categories
อาหาร

ผักดองหลากสี ใส่ผักลวกหลากชนิดลงไปดองกับน้ำเกลือสูตรเด็ด

ผักดองหลากสี ใส่ผักลวกหลากชนิดลงไปดองกับน้ำเกลือสูตรเด็ด

13 เมนูของดอง

ประโยชน์ 4 ข้อ ของอาหารหมักดอง

รู้หรือไม่ อาหารหมักดองมีทั้งประโยชน์และโทษในตัวมันเอง ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเลือกทานมันให้ถูกวิธีหรือไม่คนส่วนใหญ่มองว่าอาหารหมักดองนั้นให้แต่โทษ เพราะอาหารหมักดองส่วนใหญ่จะใส่สารบอแร็กซ์ ทำให้อาหารนั้นกรอบ มีโทษต่อร่างกายทำให้อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร เป็นพิษต่อไตและสมอง

นอกจากนี้ยังมีสารฟอกขาวที่พบในผักและผลไม้ดอง จะช่วยยับยั้งไม่ให้อาหารเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลและหยุดการเจริญเติบโตของรา ยีสต์ และแบคทีเรีย ถึงแม้ร่างกายจะ สามารถขับสารตัวนี้ออกได้ทางปัสสาวะ แต่หากบริโภคบ่อยๆ จนเกิดการสะสม จะทำลายวิตามินบี 1 ทำให้หายใจติดขัด ความดันโลหิตต่ำ ส่วนคนที่แพ้จะเกิดอาการลมพิษ ช็อก หรือหมดสติได้

อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากโทษอันเกิดจากการรับประทานมากเกินไป หากทานในปริมาณที่พอดี ไม่บ่อยครั้งมาก อาหารหมักดองก็มีประโยชน์ต่อร่างกายเช่นกัน

แล้วประโยชน์ของอาหารหมักดองมีอะไรบ้าง

1. อาหารหมักดองมีแบคทีเรีย Lactobacillus acidophilus ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกาย แบคทีเรียที่มีในอาหารหมักดอง จะช่วยทำความสะอาดลำไส้ ช่วยย่อยอาหาร และผลิตวิตามินบางอย่างให้ร่างกาย ทำให้ลำไส้ลื่น ซึ่งเป็นผลให้แบคทีเรียที่เป็นโทษไม่สามารถยึดเกาะที่จะทำให้เกิดการเจ็บป่วยได้

2. แบคทีเรียในอาหารหมักดอง ขณะย่อยสารอาหารและน้ำตาล จะเกิดกรดแลคติค เป็นผลพลอยได้ กรดแลคติคจะช่วยถนอมอาหาร ป้องกันไม่ให้แบคทีเรียอื่นจะเข้าทำลายให้อาหารเน่าเปื่อย

3. ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ช่วยให้ระบบการย่อยแข็งแรง และช่วยระบบภูมิต้านทานในร่างกายอีกด้วย การรับประทานอาหารที่มี lacto-bacteria ที่มีชีวิต จะช่วยป้องกันจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคได้

ส่วนผสม ผักดองหลากสี

• ไช้เท้า
• แครอท
• ดอกกะหล่ำตัดเป็นช่อเล็ก ๆ
• พริกหวานสีเหลืองหั่นเป็นท่อนยาว
• พริกขี้หนูเม็ดใหญ่
• แตงกวาญี่ปุ่นคว้านไส้ออกหั่นเป็นท่อนยาว
• บีทรูทหั่นเป็นแว่น
• หอมแดง
• โรสแมรี
• เกลือป่น 2 ช้อนชา
• น้ำตาลทรายไม่ขัดขาว 1 ถ้วย
• น้ำส้มสายชู 1 ถ้วย
• น้ำเปล่า (สำหรับทำน้ำดองผัก) 3/4 ถ้วย
• น้ำละลายสารส้ม (สำหรับแช่ผัก)

วิธีทำ ผักดองหลากสี

1. หั่นไช้เท้าและแครอทเป็นแว่นหนาประมาณ 1 เซนติเมตร ใช้พิมพ์รูปดอกไม้ (หรือตามชอบ) กดลงบนไช้เท้าและแครอท เพื่อให้ผักดองมีรูปทรงสวยงาม
2. แช่ผักทุกชนิดลงในน้ำละลายสารส้ม ทิ้งไว้ 10 นาที ตักขึ้น จากนั้นนำไปล้างน้ำสะอาดอีกครั้ง
3. ต้มน้ำให้เดือด ลวกผักในข้อ 2 พอสุก ตักขึ้นพักไว้
4. ทำน้ำดองผักโดยเคี่ยวเกลือ น้ำตาลทรายไม่ขัดขาว น้ำส้มสายชู และน้ำเปล่าเข้าด้วยกัน คนให้ส่วนผสมละลาย ปิดไฟ ตั้งทิ้งไว้จนน้ำดองผักเย็น
5. จัดผักทุกชนิดลงในโหลแก้ว เทน้ำดองผักลงไปปิดฝา แล้วนำไปแช่เย็น ทิ้งไว้ 1 คืน ตอนเช้าสามารถนำมากินได้

Categories
อาหาร

มะยมแช่อิ่ม เนื้อนุ่มสีแดงสวยเป็นเงาเหมือนซื้อมาเลย แถมเก็บได้นาน

มะยมแช่อิ่ม เนื้อนุ่มสีแดงสวยเป็นเงาเหมือนซื้อมาเลย แถมเก็บได้นาน

ผลไม้แช่อิ่ม

ประโยชน์ 4 ข้อ ของอาหารหมักดอง

รู้หรือไม่ อาหารหมักดองมีทั้งประโยชน์และโทษในตัวมันเอง ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเลือกทานมันให้ถูกวิธีหรือไม่คนส่วนใหญ่มองว่าอาหารหมักดองนั้นให้แต่โทษ เพราะอาหารหมักดองส่วนใหญ่จะใส่สารบอแร็กซ์ ทำให้อาหารนั้นกรอบ มีโทษต่อร่างกายทำให้อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร เป็นพิษต่อไตและสมอง

นอกจากนี้ยังมีสารฟอกขาวที่พบในผักและผลไม้ดอง จะช่วยยับยั้งไม่ให้อาหารเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลและหยุดการเจริญเติบโตของรา ยีสต์ และแบคทีเรีย ถึงแม้ร่างกายจะ สามารถขับสารตัวนี้ออกได้ทางปัสสาวะ แต่หากบริโภคบ่อยๆ จนเกิดการสะสม จะทำลายวิตามินบี 1 ทำให้หายใจติดขัด ความดันโลหิตต่ำ ส่วนคนที่แพ้จะเกิดอาการลมพิษ ช็อก หรือหมดสติได้

อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากโทษอันเกิดจากการรับประทานมากเกินไป หากทานในปริมาณที่พอดี ไม่บ่อยครั้งมาก อาหารหมักดองก็มีประโยชน์ต่อร่างกายเช่นกัน

แล้วประโยชน์ของอาหารหมักดองมีอะไรบ้าง

1. อาหารหมักดองมีแบคทีเรีย Lactobacillus acidophilus ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกาย แบคทีเรียที่มีในอาหารหมักดอง จะช่วยทำความสะอาดลำไส้ ช่วยย่อยอาหาร และผลิตวิตามินบางอย่างให้ร่างกาย ทำให้ลำไส้ลื่น ซึ่งเป็นผลให้แบคทีเรียที่เป็นโทษไม่สามารถยึดเกาะที่จะทำให้เกิดการเจ็บป่วยได้

2. แบคทีเรียในอาหารหมักดอง ขณะย่อยสารอาหารและน้ำตาล จะเกิดกรดแลคติค เป็นผลพลอยได้ กรดแลคติคจะช่วยถนอมอาหาร ป้องกันไม่ให้แบคทีเรียอื่นจะเข้าทำลายให้อาหารเน่าเปื่อย

3. ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ช่วยให้ระบบการย่อยแข็งแรง และช่วยระบบภูมิต้านทานในร่างกายอีกด้วย การรับประทานอาหารที่มี lacto-bacteria ที่มีชีวิต จะช่วยป้องกันจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคได้

ส่วนผสม มะยมแช่อิ่ม

  • มะยม 1 กิโลกรัม
  • น้ำตาลทราย 2 ถ้วย
  • น้ำ 2 ถ้วย
  • น้ำปูนใส 2 ถ้วย

วิธีทำ มะยมแช่อิ่ม

     1. นำมะยมแช่ในเกลือและน้ำปูนใส 1 ชั่วโมง นำขึ้นล้างน้ำ แล้วผึ่งพอสะเด็ดน้ำ
2. ใส่น้ำกับน้ำตาลทรายลงในหม้อ ตั้งไฟ พอน้ำตาลละลาย กรองด้วยผ้าขาวบาง พักให้เย็น ใส่มะยมลงไปแช่ไว้ 3 วัน
3. ทุก ๆ วันให้นำน้ำเชื่อมอุ่นให้เดือด แล้วปล่อยให้เย็นจึงเทใส่หม้อมะยม ทำจนครบ 3 วัน หรือจนมะยมเป็นเงาสีแดง