รวมสูตรอาหารภาคใต้
รวมสูตรอาหารภาคใต้ พร้อมสูตรและวิธีทำ ทำเองได้ไม่ยาก ลองเลย

รวมสูตรอาหารภาคใต้ พร้อมสูตรและวิธีทำ ทำเองได้ไม่ยาก ลองเลย

หลายคน รู้จักอาหารใต้ จาก เมนูอาหาร อาทิ แกงเหลือง ผัดสะตอ ต้มส้ม ต่าง ๆ แต่อยากรู้ใหม่ครับว่า อาหารใต้ที่แท้จริงแล้ว มีความเป็นมาอย่างไร ทำไมจึงได้เกิดเมนูต่าง ๆ ที่พูดมาข้างต้นได้

อาหารใต้พื้นบ้านนั้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเรื่องความจัดจ้านหอมกลิ่นเครื่องเทศ นั่นก็เพราะ สืบเนื่องจากดินแดนของภาคใต้เคยเป็นศูนย์กลางการเดินเรือค้าขายของพ่อค้าจากอินเดีย จีนและชวา ทำให้วัฒนธรรมของชาวต่างชาติโดยเฉพาะอินเดียใต้ ซึ่งเป็นต้นตำรับในการใช้เครื่องเทศปรุงอาหารได้เข้ามามีอิทธิพลเป็นอย่างมากนั่นเองครับ

โดยอาหารพื้นบ้านภาคใต้ทั่วไป มีลักษณะผสมผสานระหว่างอาหารไทยพื้นบ้านกับอาหารอินเดียใต้เช่น น้ำบูดู ซึ่งได้มาจากการหมักปลาทะเลสดผสมกับเม็ดเกลือ และมีความคล้ายคลึงกับอาหารมาเลเซีย อาหารของภาคใต้จึงมีรสเผ็ดมากกว่าภาคอื่นๆ และด้วยสภาพภูมิศาสตร์ที่อยู่ติดทะเลทั้งสองด้านจึงมีอาหารทะเลอุดมสมบูรณ์ แต่สภาพอากาศร้อนชื้น ฝนตกตลอดปี อาหารประเภทแกงและเครื่องจิ้มจึงมีรสจัด ช่วยให้ร่างกายอบอุ่น ป้องกันการเจ็บป่วยได้อีกด้วย

ความหลากหลายในสำรับอาหารปักษ์ใต้ได้รับอิทธิพลจากอินเดียใต้ ทำให้เกิดตำรับอาหารใหม่มากมาย ล้วนผ่านวิธีการดัดแปลง ปรับปรุงเป็นวัฒนธรรมอาหารการกินที่ถ่ายทอดมาสู่รุ่นลูกรุ่นหลานในปัจจุบัน ทำให้มีลักษณะพิเศษแตกต่างจากภาคอื่นอย่างชัดเจนคือ รสชาติจัด เน้นเครื่องเทศและมีผักสารพัดชนิดที่เรียกว่า “ผักเหนาะ” ซึ่งเป็นพืชพื้นบ้านหาได้ในท้องถิ่นภาคใต้ เช่น สะตอ ลูกเหนียง ยอดกระถิน มากินร่วมด้วย เพื่อบรรเทารสเผ็ดของอาหาร ทั้งมีสรรพคุณเป็นยาอีกด้วย เนื้อสัตว์ที่นำมาปรุงเป็นอาหารส่วนมากนิยมสัตว์ทะเล เช่น ปลากระบอก ปลาทู ปูทะเล กุ้งหอย ซึ่งหาได้ในท้องถิ่น

หลากหลายเมนูที่หลายคนทานแล้วรู้ว่าเป็นอาหารใต้แน่นอนก็หนีไม่พ้นเมนูที่ใช้เครื่องแกงกะปิ อาทิ แกงเหลือง ( หรือที่ใต้ เรียกว่าแกงส้ม ) ผัดสะตอกุ้งใส่กะปิ และอีกหลายๆเมนู พูดแล้วก็เริ่มเนือย ( หิว ) ไปหาข้าวกินดีกว่า

น้ำยาปูปักษ์ใต้

น้ำยาปูปักษ์ใต้
น้ำยาปูปักษ์ใต้

ส่วนผสม น้ำยาปูปักษ์ใต้
เนิ้อปูแกะ 1/2 กก
กะทิสด (หัว-หาง) 1/2 กก
น้ำตาลมะพร้าว (น้อยกว่าได้ค่ะ) 1 ชต
พริกแกง 1 ถ้วย
ใบมะกรูดฉีก 7-8 ใบ
ขนมจีน 50 บาท (แล้วแต่ชอบดีกว่าค่ะ) 3 ตะกร้า
ผักเคียงต่างๆ กะหล่ำปลีซอย ใบแมงลัก ผักบุ้งลวก ถั่วพลูสด/ลวก เป็นต้น
น้ำปลา 2-3 ชต
พริกแกงใต้ โขลกละเอียด
พริกแห้ง ลดปริมาณได้ค่ะ ความเผ็ดตามถนัด 20-30 เม็ด
ตะไคร้ 3 ต้น
ผิวมะกรูด 1/2 ผล
ขมิ้น 3-4 แง่ง
เกลือ 1 ชช
หอมแดง กับ กระเทียมอย่างละ 1 ชต
พริกไทยเม็ด ลดเพิ่มได้นะคะ 1 ชต
กะปิ (ไม่ต้องใส่มากนะคะ กลิ่นกะปิจะแรงเกินไป) 1 ชต

ขั้นตอน น้ำยาปูปักษ์ใต้
1.ตั้งหางกะทิ 1 ถ้วย พอเดือดใส่พริกแกงลงผัด พอมีกลิ่นหอม เติมหางกะทิที่เหลือลงไป ตามด้วยเนื้อปู และใบมะกรูด
2.พอเดือดอีกรอบใส่ห้วกะทิลงไปเคี่ยว แล้วปรุงรสด้วยน้ำปลา ตัดรสเค็มด้วยน้ำตาล
3.เคี่ยวต่อ 10 นาที ปิดไฟ รสชาติเค็มนำนะคะ จะได้ความหอมมันจากกะทิ และตัดรสชาติแหลมๆ ด้วยน้ำตาล

ใบเหลียงต้มกะทิกุ้งสด

ใบเหลียงต้มกะทิกุ้งสด
ใบเหลียงต้มกะทิกุ้งสด

ส่วนผสม ใบเหลียงต้มกะทิกุ้งสด
ใบเหลียง
กะทิคั้นสด (แยกหัวกะทิ/หางกะทิ)
กุ้งสด
หอมแดงบุบพอแตก
เกลือ
กะปิ
น้ำตาลปี๊บ (เล็กน้อย)

ขั้นตอน ใบเหลียงต้มกะทิกุ้งสด
1.นำกุ้งมาล้างให้สะอาด ผ่าหลังเอาขี้กุ้งออกให้เรียบร้อย
2.เด็ดใบเหลียง ล้างให้สะอาด จะหั่นหยาบๆ หรือไม่ก็ได้
3.ตั้งหม้อใส่หางกะทิลงไป ใส่หอมแดงบุบ เกลือ กะปิ คนให้ส่วนผสมทั้งหมดละลายเข้ากัน ใส่น้ำตาลปี๊บเล็กน้อย
4.เติมหัวกะทิ พอหัวกะทิที่เติมไปเดือด ตามด้วยกุ้งสด กุ้งเริ่มสุกใส่ใบเหลียง ชิมรสให้กลมกล่อม
5.ตั้งใส่จานพร้อมเสิร์ฟ

ใบเหลียงผัดไข่ใส่กุ้งแห้ง

ใบเหลียงผัดไข่ใส่กุ้งแห้ง
ใบเหลียงผัดไข่ใส่กุ้งแห้ง

ส่วนผสม ใบเหลียงผัดไข่ใส่กุ้งแห้ง
ไข่ 2 ฟอง
ใบเหลียง
กุ้งแห้ง 1 กำมือ
กระเทียมสับ 3 กลีบ
น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ

ขั้นตอน ใบเหลียงผัดไข่ใส่กุ้งแห้ง
1.ตั้งกระทะ ใส่น้ำมัน พอร้อน นำกุ้งแห้งที่แช่สะเด็ดน้ำพองตัว ลงไป คั่วๆให้ ฟูกรอบ ตักพักไว้ ใส่กระเทียมสับลงไปเหลือง ตอกไข่ลงไปยีๆ พอให้เกือบสุกก็เปิดไฟแรง ใบเหลียงลงไปเติมน้ำมันหอย ซอสปรุงรส ตัดน้ำตาลนิดๆ คลุกให้พอ2.ใบยวบ ใส่กุ้งแห้งที่ทอดกรอบลงไปผัดคลุกเคล้าให้เข้ากัน

กุ้งผัดกะปิสะตอ

กุ้งผัดกะปิสะตอ
กุ้งผัดกะปิสะตอ

ส่วนผสม กุ้งผัดกะปิสะตอ
กุ้งแชบ๊วยขนาด 40 ตัวโล นำไปสะดุ้งน้ำร้อน พักไว้ จำนวน 10 ตัว
สะตอข้าวเม็ดใหญ่ 1/2 ถ้วยตวง
กะปิเคยอย่างดี 2 ช้อนโต๊ะ
พริกขี้หนูเล็ก สับละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมใหญ่สับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
หอมแดงสับละเอียด 1 ช้อนโต้ะ
พรีกขี้ฟ้าแดง 5 เม็ด
ต้นหอมหั่นท่อน 2 ช้อนโต๊ะ
ใบมะกรูด 5 ใบ
หอมแดงซอย 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำสต็อก 1/4 ถ้วย
น้ำตาล 1/2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืช สำหรับผัด 2 ช้อนโต๊ะ

**สอนเคล็ดลับ คือ เตรียมวัตถุดิบ สด! ใหม่ !ไร้สารเคมี! กุ้งแชบ๊วยขนาด 40 ตัว/กิโล 5-6ตัว ( สะดุ้งน้ำร้อน พักไว้ )
กะปิเคยอย่างดี 2 ช้อนโต๊ะ

ขั้นตอนการทำ กุ้งผัดกะปิสะตอ
1.โขลกกระเทียมสับ หอมแดงซอย (เกลือเล็กน้อย) ให้เข้ากัน ตามด้วยกะปิ พริกขี้หนู โขลกให้เข้ากัน ตั้งไฟกลางใส่น้ำมัน ตามด้วยเครื่องที่โขลกไว้ เติมน้ำสต็อกเล็กน้อย
2.ผัดจนหอม เร่งไฟแรง ตามด้วย กุ้งแชบ๊วย(ที่สะดุ้งน้ำร้อนแล้ว) สะตอ พริกชี้ฟ้าแดง หอมแดง ใบมะกรูด เครื่องปรุงรส น้ำตาล น้ำปลา
พอหอม!!! นำขึ้น จัดจาน โรยหน้าด้วยใบมะกรูด
พร้อมผักสด ผักใบ ผักเหนาะ
3.นำขึ้นจัดจาน จัดกุ้ง มาไว้ด้านบนจาน
โรยหน้าด้วยใบมะกรูด
พร้อมผักสด ผักใบ ผักเหนาะ

ยูฟ่า

อาหารเหนือที่ทำเองได้ไม่ยาก
อาหารเหนือที่ทำเองได้ไม่ยาก หลากหลายเมนู เลือกทำได้เลย

อาหารเหนือที่ทำเองได้ไม่ยาก หลากหลายเมนู เลือกทำได้เลย

อาหารไทยท้องถิ่นในภาคเหนือ  ที่มีความโดดเด่นและรสชาติอร่อย แม้ว่าจะไม่ได้เป็นที่รู้จักดีของชาวต่างชาติเหมือน ต้มยำกุ้ง หรือมัสมั่น แต่เมนู “อาหารเหนือ” เหล่านี้ก็คุ้มค่าที่จะลิ้มลอง โดยผลสำรวจนี้เป็นของนายออสติน บุช (Austin Bush) ช่างภาพและนักเขียน ที่ได้ไปสัมผัสความอร่อยของอาหารเหนือในประเทศไทยมาแล้ว

1. ข้าวซอย ข้าวซอยเป็นแกงที่มีลักษณะคล้ายแกงเขียวหวาน คือเป็นแกงกะทิชนิดหนึ่ง แต่มาในรูปแบบก๋วยเตี๋ยว นิยมปรุงด้วยเนื้อวัวหรือเนื้อไก่เป็นวัตถุดิบหลัก เสิร์ฟมาพร้อมกับผักดอง เป็นอาหารยอดนิยมของคนภาคเหนือ

2. ขนมจีนนำ้เงี้ยว เป็นขนมจีนที่กินกับน้ำยาที่เรียกว่า น้ำเงี้ยว เป็นแกงอย่างหนึ่งของภาคเหนือ มีส่วนประกอบหลักๆ คือ กระดูกหมู พริกแกงที่ทำจากพริกแห้งทางเหนือ มะเขือเทศ เลือดหมู ปรุงแบบสไตล์บ้านๆ ได้กลิ่นอายความเป็นอาหารท้องถิ่นแท้ๆ ตามสูตรดั้งเดิมของป้าบุญศรี ชาวเมืองลำปาง

3. น้ำพริกหนุ่ม เมนูนี้เป็นอาหารไทยภาคเหนือที่เรียกว่า น้ำพริก (Dip) ที่ทำจากพริก หอมแดง กระเทียม นำทั้งหมดย่างไฟจนสุกหอม ก่อนตำเป็นน้ำพริกท้องถิ่น มักกินคู่กับผักต้มและข้าวเหนียวนึ่ง ซึ่งก็นับเป็นอาหารสุขภาพอย่างดีเลย แต่ถ้าจะให้อร่อยขึ้นไปอีก ต้องกินกับข้อไก่ทอด บอกเลยว่าอร่อยเพลินไม่สนใจแคลอรีกันเลยทีเดียว

4. ข้าวซอยน้ำหน้า เมนูนี้เป็นเมนูข้าวซอยชนิดหนึ่ง ที่มีความแตกต่างกับข้าวซอยทั่วไป คือ ข้าวซอยน้ำหน้าจะไม่ใช่แกงกะทิ ไม่มีพริกแกง แต่จะเป็นก๋วยเตี๋ยวน้ำซุปใสๆ ราดด้วยหมูสับที่นำไปเคี่ยวกับถั่วเหลืองหมักและพริกแห้ง (คนภาคเหนือเรียกว่า จิ๊นคั่ว เป็นเนื้อหมูคั่วกับเครื่องแกงและถั่วเน่า)

5. ข้าวแต๋น เมนูนี้รสชาติน่าสนใจสุดๆ เป็นขนมขบเคี้ยวรูปร่างกลมๆ ทำจากข้าวเหนียวที่นำไปผสมรวมกับน้ำตาล เกลือ งา และน้ำแตงโม จากนั้นนำไปตากแห้ง แล้วนำมาทอดจนกรอบฟู ปิดท้ายด้วยการราดน้ำตาลอ้อยบนหน้าขนม

น้ำพริก​อ่อง​

น้ำพริก​อ่อง​
น้ำพริก​อ่อง​

ส่วนผสม น้ำพริก​อ่อง​
หมูสับ​ 100 กรัม
มะเขือเทศ​สีดา​ 10 ลูก
มะเขือเทศ​ลูกท้อหั่นชิ้น​ 2 ลูก​
ผักชีและต้นหอมซอย​ 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาล​ 1/2 ช้อนชา
น้ำมะขามเปียก​ 1 ช้อนโต๊ะ​
ผงปรุงรส​หมู​ 1 ช้อนชา
น้ำสะอาดล้างครก​ 1 ทัพพี
น้ำมัน​ 1 ช้อนโต๊ะ
เครื่องน้ำพริก
พริกแห้ง​ 12 เม็ด
กระเทียมไทย​ 15 กลีบ
หอมแดง​ 5 หัว
กะปิ​ 1/2 ช้อนโต๊ะ
เกลือ​ 1/2 ช้อนชา​

ขั้นตอนการทำ น้ำพริก​อ่อง​
1.หั่นครึ่งหอมแดง​ และพริกแห้งแช่น้ำไว้​ (เพื่อง่ายต่อการโขลก)​ โขลกส่วนผสมพริกแกงให้เข้ากัน​ จากนั้นตามด้วยมะเขือ​เทศสีดาทั้งหมด​​ โขลกเบามือพอให้มะเขือเทศแหลกเล็กน้อยไม่ต้องให้เละ
2.ตั้งกระทะ​ ใส่น้ำมัน​ นำพริกแกงที่โขลกมาผัดให้มีกลิ่นหอม​
3.ตามด้วยเนื้อหมูบด​ ผัดส่วนผสมให้เข้ากันดี​ ใส่มะเขือเทศลูกท้อหั่นชิ้นลงไป​ แล้วเติมน้ำตาลทราย​ ผงปรุงรส​ น้ำมะขามเปียก​ ​และน้ำล้างครก​ ผัดต่อจนหมูสุก​ ชิมรสตามชอบ
4.โรยหน้าด้วย​ผักชี​ต้นหอมซอย​ รับประทาน​ควบคู่​กับข้าวเหนียว​ร้อน​ๆ​ ผักสด​และผักลวกตามชอบ​

แกงแคไก่​

แกงแคไก่​
แกงแคไก่​

ส่วนผสม แกงแคไก่​
อกไก่​ 1 ชิ้น
ชะอม​ 1 กำ
ผักชีลาว​ 2 ต้น
ใบมะกรูด​ 10 ใบ
ผักกาด​​ 1 ต้น​
ผักชี​ฝรั่ง​ 2​ ต้น
ถั่วพู​ 8 ฝัก
ถั่วฝักยาว​ 4 ฝัก​
มะเขือเปราะ​ 5 ลูก
มะเขือพวง​ 2 พวงใหญ่​
กระเทียม​สับ​ 1 ช้อนโต๊ะ
ผงปรุงรส​ 1 ช้อนชา​
น้ำมัน​ 1 ช้อนโต๊ะ​
น้ำพริก​แกง
พริกแห้ง​ 15 เม็ด
กระเทียม​ไทย​ 15 กลีบ
หอมแดงหั่นหยาบ​ 5 หัว
ตะไคร้​ซอยหยาบ​ 2 ต้น
ข่าหั่นหยาบ​ 1 ช้อนโต๊ะ
กะปิ​ 1 ช้อนชา​
ปลาร้า​ 1 ช้อนโต๊ะ
เกลือ​ 1 ช้อนชา​

ขั้นตอนการทำ แกงแคไก่​
1.เด็ดผักแช่น้ำ​ และหั่นอกไก่ให้เป็นชิ้นพอดีคำ​ เตรียมไว้
2.โขลกส่วนผสมน้ำพริกแกง
3.ตั้งหม้อ​ ใส่น้ำมัน​ เจียวกระเทียมให้กลิ่นออก​ แล้วตามด้วยพริกแกงลงไปผัดต่อให้หอม
ตามด้วยเนื้อไก่​ ผัดให้เนื้อไก่ตึง​ ไม่ต้องทำให้สุก​ จากนั้นเทน้ำล้างครกลงไปและตามด้วยน้ำสะอาด​
4.เมื่อน้ำเดือด​ ใส่ผักสุกยาก​ และสุกง่ายตามลำดับ​ เมื่อผักนิ่มลงแล้วคนแล้วชิมรส​ก่อน​ แล้วปรุงรส​ตามชอบด้วยผงปรุงรสและเกลือ​ ​คนให้เข้ากันอีกที​​
5.พร้อมทานแล้วค่ะ

ตำมะม่วง

ตำมะม่วง
ตำมะม่วง

ส่วนผสม ตำมะม่วง
มะม่วงเปรี้ยว 1 ลูก
กุ้งแห้ง หรือ ปลาย่างป่น (แล้วแต่เลือก)
กระเทียม 2 กลีบ
หอมแดง 1 หัว
พริกป่น 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา (ชิมรส) แล้วแต่ชอบ 1 ช้อนชา
น้ำปลาร้า (ชิมรส) แล้วแต่ชอบ 1 ช้อนชา
ผงชูรส (ชิมรส) แล้วแต่ชอบ 1/2 ช้อนชา

ขั้นตอนการทำ ตำมะม่วง
1.นำมะม่วงมาล้างน้ำ ปอกเปลือก สับมะม่วง ฝานมะม่วงให้เป็นเส้น
2.นำมะม่วงที่สับแล้ว ไปล้างน้ำเกลือประมาณ 1-2 น้ำ แล้วบีบน้ำออก เพื่อให้ความเปรี้ยวลดลง
3.หยิบกระเทียม หอมแดง ใส่ครก ตำให้แหลก ใส่กุ้งแห้ง ตำให้เข้ากัน
4.ใส่มะม่วงที่สับไว้ลงไป ตามด้วยพริกป่น ตำให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยน้ำปลา และน้ำปลาร้า ผงชูรส คนให้เข้ากัน ชิมรส ตักใส่ชาม

น้ำพริกหนุ่ม

น้ำพริกหนุ่ม
น้ำพริกหนุ่ม

ส่วนผสม น้ำพริกหนุ่ม
พริกหนุ่มใหญ่​ 4 เม็ด
กระเทียม 8 กลีบ
หอมแดง 5 หัว
ผงปรุงรส​ 1/2 ช้อนชา
เกลือ​ 1/2​ ช้อนชา​
ผักชีต้นหอมซอยสำหรับโรยหน้า​

ขั้นตอนการทำ น้ำพริกหนุ่ม
1.น้ำพริกหนุ่ม กระเทียมและหอมแดงแกะเปลือก ไปคั่วในกระทะให้เกรียม
2.น้ำพริกหนุ่ม (ภาคเหนือ)
3.เมื่อเกรียมได้ที่แล้ว​ นำมาแกะตรงส่วนที่ไหม้ออก แล้วโขลกรวมกับเกลือและผงปรุงรส​ ชิมรสตามชอบ​ ตักใส่ถ้วยน้ำพริก​ รับประทานคู่กับแคบหมูหรือหมูกระจก​ แกล้มด้วยแตงกวา​

มินิขันโตกชาวเหนือ

มินิขันโตกชาวเหนือ
มินิขันโตกชาวเหนือ

ส่วนผสม มินิขันโตกชาวเหนือ
น้ำพริกน้ำปูไข่ต้ม
ไส้อั่วทอด
ข้าวเหนียวจากแป้งโปรตีนกูลเตน
ผักสดตามชอบ

ขั้นตอนการทำ มินิขันโตกชาวเหนือ
1.ทำข้าวเหนียวจากโปรตีนกลูเตน ทำเสร็จภายใน 5 นาที
2.จัดจานได้เลยค่ะ
3.เสิร์ฟ เพื่อนบอกฉันเบื่องานมโนของหล่อนจริง ๆ แต่ก็บอกน่ากินนะเนี๊ย ข้าวเหนียวของเอี๊ยมเหนียวนุ่ม เหมือนข้าวเหนียวจริงๆ เลย

ufabet login

อาหารปักษ์ใต้
อาหารปักษ์ใต้ พร้อมสูตรและวิธีทำ ทำเองที่บ้านได้ลองเลย

อาหารปักษ์ใต้ พร้อมสูตรและวิธีทำ ทำเองที่บ้านได้ลองเลย

อาหารพื้นบ้านภาคใต้ทั่วไปมีลักษณะผสมผสาน ระหว่างอาหารไทยพื้นบ้านกับอาหารอินเดียใต้ เช่น น้ำบูดู ซึ่งได้มาจากการหมักปลาทะเลสดผสมกับเม็ดเกลือ และมีความคล้ายคลึงกับอาหารมาเลเซีย อาหาร ของภาคใต้จึงมีรสเผ็ดมากกว่าภาคอื่น ๆ และด้วยสภาพภูมิศาสตร์อยู่ติดทะเลทั้ง ๒ ด้าน ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยอาหารทะเล กอปรกับสภาพภูมิอากาศที่ร้อนชื้นและมีฝนตกตลอดทั้งปี อาหารประเภทแกงและเครื่องจิ้ม จึงมีรสจัด ซึ่งช่วยให้ร่างกายอบอุ่นและป้องกันการเจ็บป่วยได้อีกด้วย

ความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเลภาคใต้ ได้ทำให้ประชากรหาเลี้ยงชีพได้อย่างยั่งยืน รวมถึงอาหารการกินก็ล้วนมาจากท้องทะเล โดยผสมผสานเข้ากับภูมิปัญญาท้องถิ่น ก่อเกิดเป็นเอกลักษณ์ประจําภาคอันโดดเด่นเช่น การใช้เครื่องเทศชนิดต่าง ๆ ในการปรุงอาหารเพื่อดับกลิ่นคาวของอาหารทะเล โดยเฉพาะขมิ้นซึ่งเป็นสมุนไพรที่ขาดไม่ได้ในครัวใต้ เพราะช่วยดับกลิ่นคาวได้ดียิ่ง ดังจะเห็นว่าอาหารใต้มีสีเหลืองแทบทุกอย่างเช่นแกงไตปลา แกงส้ม แกงพริก ปลาทอด ไก่ทอด ซึ่งล้วนมีสีเหลืองจากขมิ้นทั้งสิ้น เสน่ห์อาหารใต้อยู่ตรงรสชาติเผ็ดร้อนด้วยคนใต้นิยมปรุงรสจัด ทั้งเผ็ดเค็มเปรี้ยวไม่นิยมรสหวาน อีกทั้งแหล่งรสอันหลากหลายที่เสริมให้อาหารใต้มีเสน่ห์ชวนลิ้มลอง

ใบเหลียงผัดไข่

ใบเหลียงผัดไข่
ใบเหลียงผัดไข่

ส่วนผสม ใบเหลียงผัดไข่
ใบเหลียง 2 กำ (หรือกะโดยใส่พูนจานที่จะใช้เสิร์ฟค่ะ)​
กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
ไข่ 2 ฟอง
น้ำมันรำข้าว หรือน้ำมันสำหรับผัดชนิดอื่น 1 ช้อนโต๊ะ​
น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ​

ขั้นตอน ใบเหลียงผัดไข่
1.ตัดเฉพาะใบเหลียง ล้างให้สะอาด ผึ่งให้แห้ง
2.ใส่น้ำมันตั้งไฟกลาง เจียวกระเทียมพอหอม ตอกไข่ลงไปยีและให้ไข่สุกเกรียมบางส่วน
3.ใส่ใบเหลียงลงไป เติมน้ำปลารอบใบเหลียงที่ขอบกะทะ(เป็นเคล็ดลับให้น้ำปลาหอมค่ะ) ผัดให้ใบเหลียงสุกจึงตักเสิร์ฟ​

ผัดสะตอกะปิสามชั้น

ผัดสะตอกะปิสามชั้น
ผัดสะตอกะปิสามชั้น

ส่วนผสม ผัดสะตอกะปิสามชั้น
หมูสามชั้น
หมูสับ
สะตอ 2-3 ขีด
พริกแดง
กระเทียม
หอมแดง2หัว
ใบมะกรูด
กะปิ 2 ช้อนโต๊ะ
ซอสหอยนางรม
ซีอิ๊วขาว
ผงชูรส
น้ำตาล

ขั้นตอนการทำ ผัดสะตอกะปิสามชั้น
1.ตำกระเทียม 5-6 หัว พริกสด จินดา แล้วแต่ความเผ็ดที่ชอบค่ะ เราแอบใส่หอมแดงไป2 หัว เพิ่มความหอม และหวาน  พอละเอียดท้ายสุดก็ใส่กะปิ ลงไป ชิมความเค็มด้วยนะคะ จะได้ไม่พลาด ตำให้เข้ากัน
2.ตั้งกระทะ ใส่น้ำมัน พอร้อนเราตักเครื่องแกง ที่ตำเมื่อกี้ลงไปผัดค่ะ ให้หอม เราก็ใส่สามชั้นลงไปผัด พอเริ่มจะสุกเราใส่หมูสับลงไป ปรุงรสด้วยเครื่องปรุง
3.พอทุกอย่างเริ่มสุก เราก็ใส่สะตอแกะ ลงไปค่ะ เติมน้ำเปล่านิดนึง ให้มีน้ำงวด พอสุกเราก็แอบใส่ใบมะกรูดฉีกสักนิด ชิมรส โอเค ตักข้าวได้เลย

ขนมจีนแกงพุงปลา

ขนมจีนแกงพุงปลา
ขนมจีนแกงพุงปลา

ส่วนผสม ขนมจีนแกงพุงปลา
ปลาทู (ย่างสุกแกะเอาแต่เนื้อ) 100 กรัม
ไตปลา (สำเร็จรูป) 1 ขวด
พริกแกงไตปลา 1 ช้อนโต๊ะ
กะปิ 1 ช้อนชา
น้ำเปล่า 1 ถ้วย
ฟักทอง(หั่นเป็นชิ้นเล็ก) 50 กรัม
หน่อไม้ต้มสุก(หั่นเป็นชิ้นเล็ก) 50 กรัม
มะเขือเปราะ 30 กรัม
ถั่วฝักยาว 2 ฝัก
มะเขือพวง 20 กรัม
น้ำตาลปี๊บ 1/2 ช้อนชา
ผงปรุงรส 1/2 ช้อนชา
ส้มแขก 50 กรัม
ข่าหั่น(แว่น) 3 กรัม
ตะไคร้(ทุบ) 1 ต้น
ใบมะกรูด 5 ใบ

ขั้นตอนการทำ ขนมจีนแกงพุงปลา
1.วิธีเตรียมปลา!.. นำปลาขอดเกล็ดเอาพุงออกล้างให้สะอาดใส่ตะกร้าให้สะเด็ดน้ำพักไว้ นำไปย่างให้สุก แกะ เอาแต่เนื้อ
2.วิธีเตรียมไตปลา!..นำหม้อตั้งไฟใส่น้ำ ใส่ตะไคร้ ใบมะกรูด และ ข่า รอให้น้ำเดือด แล้วใส่ไตปลา นำไปกรอง เอาแต่น้ำ
3.วิธีเตรียมผัก!.. นำผักทุกชนิดหั่นพอดีคำ
4.วิธีแกง!..นำหม้อตั้งไฟใส่น้ำพุงปลาที่เรากรอง เตรียมไว้ ใส่พริกแกงที่ผสมกะปิ
5.แล้ว รอให้เดือดใส่ ฟักทอง หน่อไม้ต้มสุก มะเขือเปราะ ถั่วฝักยาว มะเขือพวง
6.ใส่เนื้อย่าง ปรุงรส น้ำตาลปี๊บ ผงปรุงรส น้ำมะนาว กินคู่ ข้าวสวยร้อนๆ ผักสดๆ ขนมจีน

แกงเหลืองหน่อไม้ดองซี่โครงหมู

แกงเหลืองหน่อไม้ดองซี่โครงหมู
แกงเหลืองหน่อไม้ดองซี่โครงหมู

ส่วนผสม แกงเหลืองหน่อไม้ดองซี่โครงหมู
หน่อไม้ดอง 1 ถุงเล็ก
ซี่โครงหมู 1/2 กิโล
กระเทียม 4 กลีบ
หอมแดง 8 หัว
พริกจินดา 20 ดอก
กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ
ขมิ้นยาวสัก 4 นิ้ว
น้ำมะขามเปียก 5 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว ครึ่งซีก
น้ำปลาตามชอบ

ขั้นตอนการทำ แกงเหลืองหน่อไม้ดองซี่โครงหมู
1.ต้มน้ำใส่ซี่โครงหมูต้มให้เปิ่อยก่อนเอาน้ำต้มมาใช้ทำน้ำแกงต้องช้อนฟองออกด้วยจะได้น้ำแกงใสแล้วตักเอาหมูออกพักไว้ก่อน
2.เครื่องแกงมี พริก กระเทียมกะปิ ขมิ้น หอมแดง โขลกให้ละเอียดบางท่านใส่เกลือเพื่อช่วยให้โขลกง่ายขึ้นแต่ไม่จำเป็นสามารถคุมรสเค็มได้ในการปรุง
3.เอาน้ำต้มหมูมาตั้งไฟใส่เครื่องแกงให้ละลายก่อนพอเดือดจึงใส่หน่อไม้ดองลงไปให้เดือดตามด้วยหมูแล้วปรุงรสตามชอบแต่ควรมีหวานปลาย ๆ

ไก่ผัดพริกแกงใต้ ใส่สะตอ

ไก่ผัดพริกแกงใต้ ใส่สะตอ
ไก่ผัดพริกแกงใต้ ใส่สะตอ

ส่วนผสม ไก่ผัดพริกแกงใต้ ใส่สะตอ
พริกแกงเผ็ดใต้ ครึ่งช้อนโต๊ะ
กะปิ ครึ่งช้อนโต๊ะ
ไก่ 2 ขีด
สะตอผ่าครึ่ง ปริมาณตามชอบใจ
เกลือ นิดเดียว ปลายช้อนชา
น้ำตาล นิดเดียว ปลายช้อนชา

ขั้นตอนการทำ ไก่ผัดพริกแกงใต้ ใส่สะตอ
1.ผสมกะปิกับพริกแกง บี้ให้เป็นเนื้อเดียวกัน ใส่น้ำนิดหน่อยจะผสมได้สะดวกขึ้น
2.ตั้งหม้อ หรือกระทะก็ได้ ใส่น้ำเปล่าไปนิดหน่อย เปิดไฟกลาง (เราใช้น้ำเปล่าแทนน้ำมันค่ะ ใครชอบแบบน้ำมันก็เปลี่ยนได้).
พอน้ำเริ่มสุก ใส่พริกแกงกับกะปิลงไป คนให้ละลายเข้ากัน
3.พอเครื่องแกงร้อน ก็เอาเนื้อไก่ลง ผัดให้สุก
4.ชิมรสดูว่านัวหรือยัง ถ้ายังไม่นัว ใส่เกลือ กับน้ำตาลแค่ปลายช้อนชาลงไปตัดรส (บางคนใส่รสดี ก็ได้ แล้วแต่ชอบ)
การปรุงรสต้องระวังเค็ม เพราะกะปิเค็มอยู่แล้ว ค่อยๆ เติมนะคะ
5.ชิมรสถูกใจ ใส่สะตอลงไปผัดจนสุก
6.พอสะตอสุกแล้ว ใส่ใบมะกรูดซอยตบท้าย เพิ่มความหอม ผัดสองสามที ยกลง กินได้เลย

ufabet login

ใครกำลังมองหาสูตรอาหารจีนอยู่
ใครกำลังมองหาสูตรอาหารจีนอยู่ เชิญทางนี้ได้เลย ทำเองได้ที่บ้าน

ใครกำลังมองหาสูตรอาหารจีนอยู่ เชิญทางนี้ได้เลย ทำเองได้ที่บ้าน

อาหารจีน
อาหารจีน หมายถึงอาหารที่ประกอบขึ้นตามวัฒนธรรมของชาวจีน ซึ่งรวมทั้งจีนแผ่นดินใหญ่ ไต้หวันและ ฮ่องกง ซึ่งมีหลากหลายชนิดตามแต่ละท้องถิ่น โดยทั่วไปนิยมรับประทานอาหารจานผักและธัญพืชเป็นหลัก นอกจากในราชสำนักที่จะมีอาหารประเภทเนื้อ อาหารที่รู้จักกัน เช่น ก๋วยเตี๋ยว ติ่มซำ หูฉลาม กะเพาะปลา วัฒนธรรมการกินเป็นการกินร่วมกันโดยอุปกรณ์การกินหลัก คือตะเกียบ
อาหารจีนจะมีอุปกรณ์การทำหลักๆเพียงสี่อย่างคือ มีด เขียง กะทะก้นกลม และตะหลิว สมัยชุนชิว-จั้นกั๋ว ได้เริ่มมีการแบ่งอาหารจีนเป็น 2 ตระกูลใหญ่ คือ อาหารเมืองเหนือ และอาหารเมืองใต้ กระทั่งต้นราชวงศ์ชิง ได้มีการแบ่งอาหารเป็น 4 ตระกูลใหญ่ ได้แก่
* อาหารซันตง (鲁菜-หลู่ไช่)
* อาหารเจียงซู (苏菜-ซูไช่)
* อาหารกวางตุ้ง (粤菜-เย่ว์ไช่)
* อาหารเสฉวน (川菜-ชวนไช่)

และปัจจุบันมี 8 ตระกูลใหญ่ โดยเพิ่ม
* อาหารอันฮุย (徽菜-ฮุยไช่)
* อาหารฮกเกี้ยน (闽菜-หมิ่นไช่)
* อาหารหูหนัน (湘菜-เซียงไช่)
* อาหารเจ้อเจียง (浙菜-เจ้อไช่)

และบางแหล่งก็แบ่งเป็นกลุ่มย่อยๆตามมณฑลต่างๆ ได้อีกเช่น
* อาหารเสฉวน เป็นอาหารรสจัดรวมทั้งรสเผ็ดร้อน ใช้เต้าซี่เป็นเครื่องปรุงมีเครื่องเทศมาก
* อาหารกวางตุ้ง มักใช้น้ำมันหอยและผักมาก ปรุงเน้นการปรุงอาหารได้ดูสด รสชาตินุ่มนวล และมีอาหารประเภทติ่มซำที่เป็นรู้จักกันดี
* อาหารฮกเกี้ยน มักใช้ข้าวหมักสีแดงสด โดยที่นำมาหมักเต้าหู้ยี้สีแดงมีน้ำซุปใสที่เก่าที่สุด
* อาหารไหหลำ อาหารส่วนใหญ่มีเต้าเจี้ยวถั่วเหลืองและถั่วดำ เป็นเอกลักษณ์พิเศษ และใช้น้ำส้มปรุงรสได้
* อาหารปักกิ่ง เน้นการทอดที่กรอบและนิ่มนวล แต่อาหารไขมันค่อนข้างสูง ทั้งนี้เพราะภูมิอากาศที่หนาวเย็น
* อาหารซัวเถา เน้นในการตุ๋นและเคี่ยวเปื่อย รสชาติของอาหารที่เปื่อยนุ่มจนแทบละลายเมื่อถูกลิ้น

หมูสามชั้นอบซอสฮอยซิน

หมูสามชั้นอบซอสฮอยซิน
หมูสามชั้นอบซอสฮอยซิน

ส่วนผสม หมูสามชั้นอบซอสฮอยซิน
หมูสามชั้น 240 กรัม
ไส้กรอกแบบเนื้อหยาบ 1 แท่ง
เกลือ 1 ช้อนชา
กระเทียมสับ 2 ช้อนชา
ขิงบดหรือสับละเอียด 2 ช้อนชา
ต้นหอมญี่ปุ่น 2 ต้น
เหล้าจีน 2 ช้อนชา
ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
ซอสทาฮอยซิน
ซอสฮอยซิน 2 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ๊วขาว 0.5 ช้อนโต๊ะ
เหล้าจีน 0.5 ช้อนโต๊ะ
ผงพะโล้ 0.5 ช้อนชา

ขั้นตอน หมูสามชั้นอบซอสฮอยซิน
1.นำหมูสามชั้นมาหั่นเป็นแผ่นประมาณหนาไม่เกิน 1 เซ็นต์ ซับน้ำให้แห้ง โรยเกลือทั้ง 2 ด้าน พักไว้ 15 นาที นำไส้กรอกมาหั่นเป็นแผ่นแล้วพักไว้
2.ต้นหอมญี่ปุ่นทําอาหารเฉียง สับกระเทียมและบดขิงเตรียมไว้
3.ผสมซอสทาฮอยซินลงในชามและคนให้เข้ากัน ซอสฮอยซินที่ผมใช้ตามรูปนะครับ
4.เริ่มที่การทอดหมู ใช้ไฟเบาถึงกลาง ค่อยๆทอดหมูสามชั้นให้เหลืองเกรียมทั้งสองด้าน สะเด็ดน้ำมันเราเอาขึ้นมาพักไว้
5.นำไส้กรอกลงไปทอดต่อ ให้พรเหลืองแล้วนำขึ้นมาพักไว้
6.ก่อนเริ่มผัดผักให้วอร์มเตาอบก่อนที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ใช้ไฟบนล่าง จากนั้นใช้กระทะใบเดิมผัดกระเทียมและขิงจนหอม
7.ใส่ต้นหอมญี่ปุ่น ผัดไปให้ผักสุกซัก 6-70% ใส่เหล้าจีน ใส่ซีอิ้วขาว ใส่น้ำลงไปเล็กน้อยให้มีน้ำขลุกขลิก ผัดจนผักสุกเต็มที่ ปิดไฟ
8.ถ้ากระทะที่ใช้ไม่สามารถนำเข้าเตาอบได้ก็ให้เทผักที่ผัดไว้ลงในถาดที่จะเอาเข้าเตาอบ เรียงหมูสามชั้นและไส้กรอกลงบนหน้าผัก ทาซอสฮอยซินเฉพาะด้านบนของหมูสามชั้นและไส้กรอก
9.นำเข้าเตาอบ 20 นาที
10.เมื่อครบเวลาเอาออกมากลับด้านหมูและไส้กรอก ถ้าซอสฮอยซินด้านบนอีกครั้งหนึ่ง นำกลับเข้าเตาอบ อบอีกประมาณ 15 นาที
11.เมื่อครบเวลา นำออกมาแล้วเอาหมูไส้กรอกวางบนข้าวด้านนึง คีบผักวางอีกด้านหนึ่ง ถ้ามีน้ำซุปเหลือให้ตักมาราดบนข้าวด้วย โรยต้นหอมซอยก็ทานได้เลยครับ
12.ได้เป็นหมูสามชั้นที่ด้านนอกกรอบและเนื้อนิ่ม ไส้กรอกอร่อยมาก แต่ที่อร่อยที่สุดก็คือผักที่อยู่ด้านล่าง พอได้น้ำของหมูและไส้กรอกที่ลงไปผสมกับผัก กินแบบนี้เลยหรือใช้น้ำจิ้มพริกดอง หรือน้ำจิ้มศรีราชาก็ได้

เพนเน่ซอสครีมเห็ดเป็ดย่าง

เพนเน่ซอสครีมเห็ดเป็ดย่าง
เพนเน่ซอสครีมเห็ดเป็ดย่าง

ส่วนผสม เพนเน่ซอสครีมเห็ดเป็ดย่าง
อกเป็ด 1ชิ้น 450กรัม
ครีม 1 กล่อง
เห็ดหอม4ดอก พอดีที่บ้านมีแช่น้ำไว้ก็เลยใส่รวมไปด้วยค่ะ
แซมปิญองปารีส 5ดอกผ่าครึ่ง
รสดี1/2ชช
เกลือ1/2ชช
พาเมซานชีส 3 ชต
ไวน์ขาว1แก้วเป็ก
หอมหัวใหญ่ 1หัวซอยบางๆ แต่ที่บ้านหมดเลยใช้หอมหัวแดงแทนค่ะ
ซอสสำหรับราด
ครีม1แก้ว แก้วน้ำดื่ม
ไวน์ขาว1/2แก้วเป็ก
เห็ดหอมสับละเอียด 5 ดอก
เแชมปิญองปารีส5ดอกสับละเอียด
เกลือ 1/4 ชช
รสดี 1/4 ชช
พริกไทยป่น 1/4 ชช
พาเมซานซีส 3 ชต
หมักเป็ด
เกลือ1/8ชช
พริกไทย1/8ชช

ขั้นตอน เพนเน่ซอสครีมเห็ดเป็ดย่าง
1.นำเป็ดมาล้างทำความสะอาด โดยนำเกลือทาถูๆ ตามอกเป็ด ตามด้วยมะนาวถูๆ ตามอกเป็ด ถูไปสัก 5 นาที แล้วล้างออก น้ำไปเช็ดให้แห้งด้วยทิชชู่ จากนั้น ในเป็ดไปคลุกเคล้ากับเกลือกับพริกไทย
2.จากนั้นปิเด้วยพลาสติกหมักไว้30นาที
3.ต่อมาก็ตั้งกระทะบนเตานะคะ ใช้ไฟค่อนไปทางแรง ใส่น้ำมันลงไปไม่ต้องมากพอน้ำมันร้อน เราก็ใส่เป็ดด้านหนังลงไปทอดก่อน พอเหลืองสวย ดูกรอบ ๆ นิดนึง ก็พลิกกลับอีกด้านลงไปทอดค่ะ พออีกด้านเหลืองดี แต่ข้างในยังดิบๆ อยู่ ก็หยิบขึ้นวางในถาด
4.จากนั้นก็ปิดปากถาดด้วยฟอยล์ แล้วเอาเข้าเตาอบไฟ 180 องศาเซลเซียส เป็นเวลาประมาณ 6 นาทีค่ะ (ถ้าชอบสุกมาก ก็ 8 นาที ถ้าชอบนิ่ม ๆ เนื้อเป็ดยังเป็นสีแดง ๆ ก็ 5 นาที)จากนั้นพอเป็ดสุกตามความต้องการแล้ว นำมาหั่นพอดีคำ ตามต้องการว่าชอบชิ้นใหญ่หรือชิ้นเล็กนะคะ แล้วพักไว้
5.นำหมอใส่น้ำตั้งไฟ ใส่นำมันมะกอกลงไปเพื่อไม่ให้เพนเน่ติดกัน ใช้ไฟแรง พอน่ำเดือดใส่เพนเน่ลงไปต้มให้สุก พอสุกแล้วเทน้ำออกแล้วพักไว้
6.นำกระทะตั้งไฟ ใช้ไฟแรง ใส่เนยลงไปพอเนยละลายใส่หอมซอยลงไป ตาด้วยเห็ด
7.จากนั้นผัดให้เข้ากัน ผัดไปเรื่อยจนมีกลิ่นหอม จากนั้นใส่ครีมลงไป ผัดให้เข้ากันอีกรอบ ใส่เกลือใส่รสดีลงไป
8.ตามด้วยเพนเน่ที่เราต้มสุกแล้ว ตามด้วยพาเมซานซีส ผัดให้เข้ากัน เป็นอันเสร็จ ปิดเตา พักไว้
9.จากนั้นมาทำซอสราด นำหม้อตั้งไฟใส่เนยลงไป จากนั้นตามด้วยเห็ด ผะดจนหอม ใส่ครีมลงไป แล้วตามด้วยส่วนผสมที่เหลือ คนให้เข้าเป็นอันเสร็จ
10.จากนั้นนำไปจัดจานเสิร์ฟได้เลยค่ะ

::ufabet::

อาหารจีนไม่ต้องไปทานถึงร้านแล้ว
อาหารจีนไม่ต้องไปทานถึงร้านแล้ว สามารถทำเองได้ที่บ้านง่ายๆเลย

อาหารจีนไม่ต้องไปทานถึงร้านแล้ว สามารถทำเองได้ที่บ้านง่ายๆเลย

อาหารจีน
อาหารจีน หมายคือ ของกิน ที่ ประกอบ ขึ้น ตาม วัฒธรรม ของคนจีน ซึ่งรวมถึง จีน แผ่นดินใหญ่ ไต้หวัน และก็ ประเทศฮ่องกง ซึ่งมีหลายประเภท ตาแต่ ละ แคว้น โดยธรรมดา นิยม กินอาหาร จานผักรวมทั้ง เมล็ดพืชเป็นหลัก นอกเหนือจาก ในราชสำนัก ที่จะมี ของกิน จำพวก เนื้อของกิน ที่รู้จักกัน อาทิเช่น ก๋วยเตี๋ยว ติ่มซำ หูฉลาม กระเพาะ ปลา วัฒนธรรมการกินเป็นการรับประทาน ด้วยกัน โดย เครื่องใช้ไม้สอย การกิน หลัก เป็น ตะเกียบ
อาหารจีน จะมี เครื่องมือ กระบวนการทำ สำคัญๆ เพียงแค่ อย่างเป็น มีด เขียง กระทะ ตูด กลม รวมทั้งตะหลิว ยุคชุน ชิว-จั้นกั๋ว ได้เริ่มมีการแบ่ง อาหารจีน เป็น 2 ตระกูลใหญ่ คือ อาหารเมืองเหนือ และอาหารเมืองใต้ กระทั่งต้นราชวงศ์ชิง ได้มีการแบ่งอาหารเป็น 4 ตระกูลใหญ่ ได้แก่
* อาหารซันตง (鲁菜-หลู่ไช่)
* อาหารเจียงซู (苏菜-ซูไช่)
* อาหารกวางตุ้ง (粤菜-เย่ว์ไช่)
* อาหารเสฉวน (川菜-ชวนไช่)

และปัจจุบันมี 8 ตระกูลใหญ่ โดยเพิ่ม
* อาหารอันฮุย (徽菜-ฮุยไช่)
* อาหารฮกเกี้ยน (闽菜-หมิ่นไช่)
* อาหารหูหนัน (湘菜-เซียงไช่)
* อาหารเจ้อเจียง (浙菜-เจ้อไช่)

และบางแหล่งก็แบ่งเป็นกลุ่มย่อยๆตามมณฑลต่างๆ ได้อีกเช่น
* อาหารเสฉวน เป็นอาหารรสจัดรวมทั้งรสเผ็ดร้อน ใช้เต้าซี่เป็นเครื่องปรุงมีเครื่องเทศมาก
* อาหารกวางตุ้ง มักใช้น้ำมันหอยและผักมาก ปรุงเน้นการปรุงอาหารได้ดูสด รสชาตินุ่มนวล และมีอาหารประเภทติ่มซำที่เป็นรู้จักกันดี
* อาหารฮกเกี้ยน มักใช้ข้าวหมักสีแดงสด โดยที่นำมาหมักเต้าหู้ยี้สีแดงมีน้ำซุปใสที่เก่าที่สุด
* อาหารไหหลำ อาหารส่วนใหญ่มีเต้าเจี้ยวถั่วเหลืองและถั่วดำ เป็นเอกลักษณ์พิเศษ และใช้น้ำส้มปรุงรสได้
* อาหารปักกิ่ง เน้นการทอดที่กรอบและนิ่มนวล แต่อาหารไขมันค่อนข้างสูง ทั้งนี้เพราะภูมิอากาศที่หนาวเย็น
* อาหารซัวเถา เน้นในการตุ๋นและเคี่ยวเปื่อย รสชาติของอาหารที่เปื่อยนุ่มจนแทบละลายเมื่อถูกลิ้น

ปีกไก่เหล้าแดง

ปีกไก่เหล้าแดง
ปีกไก่เหล้าแดง

วัตถุดิบ ปีกไก่เหล้าแดง
ปีกไก่ 500 กรัม
เกลือ 2 ช้อนชา
พริกไทยป่น 2 ช้อนชา
น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
ซอยหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
รากผักชี 5 ราก
กระเทียม 30 กรัม
แป้งทอดกรอบ 200 กรัม
ซอสพริก 60 มิลลิลิตร
ซอสมะเขือเทศ 50 มิลลิลิตร
ซีอิ๊วดำ ¼ ช้อนชา
น้ำเปล่า 20 กรัม
เหล้าจีน 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันสำหรับผัด 30 มิลลิลิตร
น้ำมันสำหรับทอดไก่
ต้นหอมซอยสำหรับตกแต่ง
งาขาวคั่วสำหรับตกแต่ง

วิธีทำ ปีกไก่เหล้าแดง
หมักปีกไก่ + ทอด
โขลกรากผักชี กระเทียมเข้าด้วยกัน เตรียมไว้
นำ ปีกไก่ มา แต่งรสชาติ ด้วย รากผักชี้ กระเทียม ที่ตำเมื่อสักครู่ และก็ตามด้วยพริกไทย ป้น เกลือ น้ำตาล แล้วก็ซอสหอย
นางรม หมักปีกไก่ราว ๆ 1 ชั่วโมง
เมื่อหมักไก่ได้ที่แล้ว นำปีกไก่มาคลุกกับแป้งทอดกรอบ แล้วนำลงทอดในน้ำมันร้อน ทอดจนกระทั่งสีเหลืองสวย ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน

ปรุงซอส + ผัดปีกไก่เหล้าแดง
นำซอสพริก ซอสมะเขือเทศ ซีอิ๊วดำ น้ำเปล่า และเหล้าจีนมาผสมให้เข้ากัน
ตั้งกระทะให้ร้อน นำซอสลงไปผัดสักครู่ ตามด้วยนำปีกไก่ทอดลงไปคลุกเคล้ากับซอสให้ทั่ว

จัดเสิร์ฟ
นำปีกไก่เหล้าแดงที่ผัดเสร็จแล้วตักใส่จาน โรยต้นหอม และงาขาวคั่วด้านบน เพียงเท่านี้ “ปีกไก่เหล้าแดง” ของเราก็พร้อมรับประทานแล้วจ้ะ! อ่

ผัดโป๊ยเซียน

ผัดโป๊ยเซียน
ผัดโป๊ยเซียน

วัตถุดิบ ผัดโป๊ยเซียน
กุ้งสด 8 ตัว
แครอท ½ หัว
กะหล่ำปลี ½ หัว
ต้นหอม 1 ถ้วย
เห็ดหูหนูดำ 1 ถ้วย
วุ้นเส้น 1 ถ้วย
หอมหัวใหญ่ 1 หัว
ดอกไม้จีน ½ ถ้วย
น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
เหล้าจีน 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ ผัดโป๊ยเซียน
ผัดกุ้ง
นำกระทะขึ้นตั้งไฟปานกลาง เทน้ำมันพืชลงไป ตามด้วยหอมหัวใหญ่ ผัดจนหอม
ใส่เหล้าจีนลงไป ตามด้วยกุ้งสด และผัดจนสุก

ผัดผัก
ใส่แครอท กะหล่ำปลี ดอกไม้จีน เห็ดหูหนู และวุ้นเส้น
ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลทราย และซอสหอยนางรม

จัดเสิร์ฟ
โรยต้นหอม และขึ้นฉ่าย
ตักใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

เป็ดตุ๋นเกาลัด

เป็ดตุ๋นเกาลัด
เป็ดตุ๋นเกาลัด

วัตถุดิบ เป็ดตุ๋นเกาลัด
น่องเป็ดติดสะโพก 2 น่อง
เกาลัดสุก 60 กรัม
เห็ดหอมลวก 40 กรัม
แคร์รอตหั่นแว่น 50 กรัม
เก๋ากี้ 20 กรัม
กระเทียมทุบพอแตก 15 กรัม
ขิงหั่นแว่น 20 กรัม
อบเชย 15 กรัม
โป๊ยกั๊ก 5 ดอก
เกลือ 1 ช้อนชา
ซีอิ๊วขาว 1 ½ ช้อนโต๊ะ
ซีอิ๊วดำ ½ ช้อนชา
น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
ยอดผักคะน้าฮ่องกงลวก 7 ต้น
คนอร์ ซุปรสหมูก้อน 1 ก้อน
น้ำเปล่า 3 ถ้วยตวง
น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
ผักชีสำหรับตกแต่ง

วิธีทำ เป็ดตุ๋นเกาลัด
ผัดเครื่องเทศ + ทำน้ำซุป
เทน้ำมันใส่หม้อรอให้ร้อน นำกระเทียม ขิง อบเชย โป๊ยกั๊ก ลงผัดพอหอม
เทน้ำ ไป ลงไปในหม้อ ที่ผัดเครื่องเทศไว้ แลก็ตามด้วย ใส่ ปรุงรสหมูก้อน แต่งรสด้วยเกลือ ซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ และก็น้ำตาลปีบ คนจนเข้ากัน

ตุ๋นเป็ด
นำ น่อง เป็ดติด สะโพก เห็ดหอมลวก แคร์รอตหั่นแว่น เก๋ากี้ลงไปตุ๋นในหม้อน้ำซุปที่ปรุงไว้ ต้มเป็ด โดยประมาณ 20 นาที ให้ใส่เกาลัดตาม ลง ไป ต้มต่ออีก 30 นาที หรือ จนกระทั่ง เนื้อ เป็ดยุ่ย จากที่ เพื่อนพ้องๆ ปรารถนา จ้ะ

จัดเสิร์ฟ
ตักน่องเป็ดติดสะโพก ตามด้วยเกาลัด แคร์รอต และยอดผักคะน้าฮ่องกงลวกจัดใส่จาน ราดด้วยน้ำซุปที่ตุ๋นเป็ด ตกแต่งด้วยผักชี เพียงเท่านี้เป็ดตุ๋นเกาลัดเป็นอันเสร็จเรียบร้อยค่า

ufabet login

หากห้องครัวที่บ้านมีพื้นที่น้อย
หากห้องครัวที่บ้านมีพื้นที่น้อย ควรจัดแต่งห้องครัวอย่างไร?

หากห้องครัวที่บ้านมีพื้นที่น้อย ควรจัดแต่งห้องครัวอย่างไร?

ประโยชน์ใช้สอยของห้องครัว
คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า หนึ่งในห้องสำคัญที่บ้านทุกหลังต้องมี นั่นก็คือ ห้องครัว

ห้องครัว บางครั้ง ก็อาจจะไม่ใช่ ที่พักผ่อน เหมือนกับห้องนอน ไม่ใช่ สถานที่ ชำระล้างร่างกายอย่างห้องน้ำ แต่ว่าเป็นห้องที่
พวกเรา สามารถใช้ เป็น ที่ๆ เตรียมอาหาร และก็ กินอาหารนานาจำพวก แบบที่ไม่ต้องกลัว ว่าจะมีการเปื้อนเลอะเทอะ หรือ กลิ่นจะไป ชิดกับผ้าม่าน และก็ผ้า สะอาดต่าง ๆ ข้างในบ้าน

โดยทั่วไป การใช้สอยห้องครัว ของทุกบ้าน ใน ทุกวัน จะเป็นกิจกรรม การปรุงอาหาร รวมทั้ง กิจกรรมแนวทางซักล้าง เป็นส่วนมากและการดื่มเครื่องดื่มต่าง ๆ ด้วย เพราะ โดยปกติดูแตู้เย็น อันเป็นสถานที่ สำหรับเก็บอาหาร และเครื่องดื่มต่าง ๆ ชอบ ถูกตั้งเอาไว้ใน ห้องครัว ดพราะว่า นับจาก ที่พวกเรา ตื่นขึ้นมา อย่างแรก ที่ทุกคน ชอบทำบ่อย ๆ มันก็คือ การ กิน น้ำเย็นสักแก้ว ด้วยเหตุผลดังกล่าว คน ทุกคนก็เลยชอบ ลงมาที่ ห้องครัว ก่อนเป็นที่แรก ภายหลังจาก ทำภารกิจส่วนตัวเสร็จ แล้วเพื่อกินน้ำ แล้ว พอเพียง กินน้ำ เสร็จ โดยมาก คน จะ คิดถึง ของกิน เป็นลำดับ ต่อไป เพราะฉะนั้น พอเพียง กินน้ำเสร็จ กว่า 70% คน ชอบ หา อาหาร มารับ ประทาน เป็นลำดับ ต่อไป หรือไม่ก็ หาวัตถุ ดิบ ออกมา ประกอบอาหาร กินกัน หากบ้านใด ที่ออกไป กินอาหาร นอกบ้าน

อีกกิจกรรมหนึ่ง ที่คนชอบเข้าไป ทำ กัน ใน ห้องครัว ก็คือ กิจกรรมทำความสะอาดต่าง ๆ ไม่ว่า จะเป็น ซักผ้า ล้างถ้วยชาม โดยจะมีความเห็นว่า บางบ้าน มีการนำ เครื่องซักผ้าเข้าไป ตั้งไว้ภายในห้องครัว ตอนที่จะซักผ้า ก็นำ ผ้าที่ใช้แล้ว ลงมาที่ห้องครัวส่วน ประเด็นการล้างถ้วยชาม ถ้วยชาม โดยทั่วไป ปานกลางถ้วยจาน สำหรับเพื่อกร รับประทานข้าว เสร็จ ทุกคน ย่อม จำเป็นต้องทำความสะอาด เพื่อ เก็บ ไว้ใช้ใน คราวถัดมา แน่ ๆ อยู่แล้ว โดยเหตุนี้ ซิงค์ล้างจาน ก็เลย จะต้อง ตั้งอยู่ ใน ครัวเพื่อ ใช้งาได้อย่างสะดวก เว้นสียแต่ ตามบ้านเก่า! ที่จะ ทำลาน ล้างไว้ต่างหาก ถ้าเกิด เป็น แบบนี้ ห้องครัว ก็ จะไม่มี หน้าที่ส่หรับในการ ชะล้าง อีกต่อไป ซึ่งบ้าน ที่มีลักษณะดังกล่าวข้างต้น นี้ ตอนนี้ หายากขึ้น เพราะเหตุว่าบ้าน ยุคใหม่ จะนำ ส่วนชะล้าง เข้ามา รวม กับ ห้องครัว เพื่อ สบายต่อการใช้แรงงาน มากยิ่งขึ้น

ภายหลังที่ ได้บรรยาย หน้าที่ของครัว มาเสียยืดยาว แล้วมั่นใจว่า นักอ่านคงมองเห็น แล้วว่า ครัว เป็นห้อง ที่ มีความหมาย ต่อบ้าน จริง ๆ แม้ขาดห้องครัวไป ความสบายด้านในภาย ย่อมลดน้อยลงไปอย่างยิ่งจริง ๆ ด้วยเหตุดังกล่าว ทำให้คนอีกจำนวนไม่น้อย ต่าง ตั้งใจที่จะสร้าง ห้องครัว ให้มี สไตล์ ประทับใจ ตัวเอง โดย ในขณะนี้ มี หลาย บริษัทรับตกแต่ง ครัว ราคาไม่แพง ความสามารถ ประณีตบรรจง ให้คนที่อยากได้ สร้าง ห้องครัว ได้เลือกดูกัน คนที่ พึ่งพอใจ สามารถหาดู ได้ ตาม หนังสือ บ้าน รวมทั้งสวน ตามเว็บ ตกแต่งบ้าน ทั่ว ๆ ไป

หากห้องครัวที่บ้านมีพื้นที่น้อย
หากห้องครัวที่บ้านมีพื้นที่น้อย

ครัว เปรียบได้ดั่งหัวใจ ของบ้าน ด้วยเหตุว่า เป็นที่ปรุงอาหาร และก็ จุดศูนย์รวมตัว ของทุกคน เมื่อ ถึงเวลา ทานข้าว ซึ่ง หากแม้ครัว ไม่มีความจำเป็นต้อง มีโทรทัศน์เครื่องโต หรือ โซฟา ตัวใหญ่ ๆ แม้กระนั้น ก็ ควรมี ช่องว่าง ๆ ไว้ สำหรับ จัดแจง แล้ว ก็ปรุงอาหาร และก็บรรยากาศ ที่เชื้อเชิญ ให้ต้องการเดิน ทำกับข้าวมา ทำอาหาร แม้กระนั้น จะ ทำอย่างไร ถ้าพื้นที่ ครัวเล็ก ซะอย่าง ยิ่งวางของก็เต็มแล้ว แถมยังมองเกลื่อนกลาดอีกต่างหาก ถ้าหากว่าเป็นเช่นนั้น ตาม ไปดู พร้อมเพียงกัน กับ 5 แนวทาง จัด ครัว เล็ก แล้วก็ ทริก ครัวเล็กให้มอง กว้างขึ้น ที่ เอามาฝากกัน ในวันนี้ พร้อมเพียงกัน

1. เฟอร์นิเจอร์อะคริลิกช่วยได้

บางบุคคล ไม่ใช้ครัว เป็น เพียงแค่ ที่ประกอบอาหาร เพียงอย่างเดียว แต่ว่า ยัง รวม ห้องสำหรับรับประทานอาหาร ไว้ใน พื้นที่
เดียวกัน ดังนั้นถ้ากิด ไม่ต้องการให้ครัว ดูแน่นด้วยเหตุว่าเต็มไปด้วย ชั้นที่มีไว้สำหรับวางของ โต๊ะ เก้าอี้
แล้วก็สิ่งของ ฯลฯ ทดลองเปลี่ยนแปลง จาก เครื่องเรือน ไม่หรือ โลห มาใช้เครื่องเรือน ะคลิก ใส แทน เล็กน้อย ดังเช่นว่า โต๊ะ
หรือ เก้าอี้ รับประทานข้าว ก็ช่วยทำให้ครัว ล็ก ๆ ของ พวกเรา มองดูโปร่งโล่งสบาย ไม่อึดอัดเหมือนอย่างเดิมแล้ว

2. ตู้ติดผนังลดการใช้พื้นที่

ครัวที่ มีขนาดเล็ก อยู่แล้ว ก็ไม่สมควร ใช้ ตู้แบบวางพื้น หลาย ๆ ตัว มาวางเพิ่มเติมอีก เนื่องจากรับประทาน พื้นที่และก็ ยิ่ง
ทำให้มี ช่องว่างน้อยกว่าเดิม แปลงจากตู้พื้น เป็นตู้ติด ฝาผนังแทน ก็จะมีผลให้มี ที่เก็บเครื่องครัว ข้าวสาร รวมทั้งอาหาร
แห้งมากขึ้น เดิน ถือของสบายไม่ต้อง กลัวว่า จะสะดุด หกล้ม ที่สำคัญ ยังเหลือพื้นที่ สำหรับประกอบอาหารรวมทั้งวาง ของ
ที่ ใช้ประจำ บนเคาน์เตอร์เพิ่มมากขึ้น ไม่ต้องรำคาญ หงุดหงิด กับการเก็บของไปประกอบอาหารไปอีกด้วย

3. ขยายพื้นที่ด้วยกระจก

ทริกตกแต่งบ้านที่ไม่ใช่เอาไว้ใช้กับห้องน้ำหรือห้องนอนเท่านั้น แต่ยังนำมาใช้กับการตกแต่งห้องน้ำได้อีกด้วย โดยของตกแต่งชิ้นสำคัญที่สามารถเปลี่ยนห้องครัวเล็ก ๆ ให้ดูกว้างขวางมากขึ้นโดยไม่ต้องลงทุนต่อเติม เพราะเงาสะท้อนในกระจกจะช่วยพรางตา ทำให้ห้องครัวห้องเดิมดูกว้างขึ้นกว่าขนาดห้องครัวของจริง

4. ใช้สีเดียวกันทั้งห้อง

ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ปี ทริกนี้ ก็ยังคงใช้เห็นผลเสมอ โดยสี ที่เอามาตกแต่ง ครัวเล็ก ๆ จะต้องเป็น สีอ่อน ๆ ดังเช่นว่า สีขาว
จะเหมาะสมที่สุด และก็ดียิ่งกว่าการเลือกใช้สีเข้ม เนื่องจากว่า สีแก่ นอกเหนือจากที่จะ ทำให้ครัวมองดูเล็กลงกว่าเดิม แล้ว
ยังมีผลให้บรรยากาศ มอง อึมครึม แออัดคับแคบ แล้วก็ น่าอึดอัด

5. เลือกของใช้ที่วางโชว์ได้

อีกหนึ่งเคล็ดลับในการแต่งห้องครัวขนาดเล็กก็คือ การเลือกซื้อของใช้ดีไซน์สวย ๆ ที่สามารถนำมาทำอาหารและวางโชว์ได้โดยไม่ต้องเก็บเข้าตู้ สามารถนำมาวางบนเคาน์เตอร์หรือชั้นวางของได้ ซึ่งวิธีนี้นอกจากจะทำให้รู้สึกเข้าครัวมากขึ้นแล้ว ยังทำให้เราไม่ต้องเก็บทุกอย่างเข้าตู้ ช่วยลดพื้นที่เก็บของ เหลือที่ไว้เก็บอาหารสำรอง แถมยังทำให้ห้องครัวเล็ก ๆ ดูดีขึ้นเป็นกองอีกต่างหาก

ออกแบบภายใน

ไข่เจียวลาบไก่สับ
ไข่เจียวลาบไก่สับ พร้อมสูตรและวิธีทำ แถมประโยชน์จากไข่ไก่ เพียบ

ไข่เจียวลาบไก่สับ พร้อมสูตรและวิธีทำ แถมประโยชน์จากไข่ไก่ เพียบ

รู้จริงเรื่อง ไข่ และวิธีกินไข่ ให้ได้ประโยชน์

ไข่ เป็นของกิน ของคน หลายชาติ หลายภาษา ในด้าน โภชนาการ ไข่ขาว แล้วก็ ไข่แดง รวมกัน จะเป็นของกิน ที่บริบูรณ์
ราคาไม่แพง เมื่อเทียบกับ เนื้อสัตว์ ในระบบเศรษฐกิจ เดี๋ยวนี้ไก่ เป็น ผู้กระทำ ของกินราคาไม่แพง ที่ คน ไม่ รับประทาน ให้
เป็น ของกิน ที่มีคุณภาพดี ที่คน กินได้ และก็เป็น ผู้แปลง ประสิทธิภาพ ของกินที่มีคุณภาพสูง มากมายเลยทีดียว

คุณค่าทางโภชนาการของไข่

ไข่ไก่ 1ฟอง น้ำหนัก เฉลี่ยราว 50 กรัม ให้ พลังงาน 80 กิโล แคลลอรี่ โปรตีน 7 กรัม ซึ่งโปรตีนประเภท FAO ได้ จัดว่าเป็น โปรตีน ที่มีคุณภาพ หมาะสมที่สุด พูดอีกนัยหนึ่ง มีค่า Biological Value ราวๆ 100 ซึ่งมีความหมายว่า เป็น โปรตีน ที่บริบูรณ์ มีคุณภาพ สำหรับการซับ สูงขึ้นยิ่งกว่า โปตีน จำพวก อื่น แถม ยัง มีไขมัน เพียง 6 กรัม และก็ ยังให้วิตามิน รวมทั้ง แร่ที่สำคัญเป็นประโยชน์ต่อสถาพทางร่างกาย ตัวอย่างเช่น แคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส วิตามินเอ วิตามินบี 1, บี2 , บี3 , บี6แล้วก็ บี 12 ธาตุเหล็ก lecithin ฯลฯ

เมื่อ มีการเรียน วิชาความรู้ใหม่ ๆ เกี่ยวกับ ไข่และก็สภาวะการเกิดโรค ของคนเรา ที่เกี่ยวโยง กับการทานอาหาร
รวมทั้งมีการนำ วิชาความรู้พวกนั้น ออกเผยแพร่ ทำให้ คนซื้อ เกิดความสับสน ยังไม่มันใจ ว่าเป็นของกิน ที่บำรุงร่างกาย
หรือ ประทุษร้าย กันแน่ คนที่รักสุขภาพ เยอะมาก เริ่มเกลียดชัง ความอร่อย ของไข่ เพราะเหตุว่า กลัว โคเลสเตอรอล ที่มากับไข่แดง บางบุคคลถึงกับ แยกรับประทาน เฉพาะ ไข่ขาว ไม่มี ไขแดง แม้กระนั้น ไข่แดง กลับ มีคุณค่า ทาง ของกิน ที่ ยอดเยี่ยม การเลือกรับประทาน เฉพาะ ไข่ขาว เพราะเหตุว่า กลัวโคเลสเตอรอล ทำให้ท่าน พลาดค่าที่ดีของไข่แดง เพราะเหตุว่าใน ไข่แดงมี สารอาหารจำนวนมาก ไม่ว่า จะ เป็น วิตามินบี วิตามินเอ โฟเลตโคลีน แล้วก็ บรรดา เกลือแร่ ต่าง ๆ แคลเซียมเหล็ก

กินไข่ทุกวันปลอดภัย หรือ อันตราย

1. มหาวิทยาลัย North Carolina สหรัฐอเมริกา สนับสนุนให้กินไข่ทุกวัน เพราะเป็นแหล่งสารอาหารที่ถูกมากโดยเฉพาะโคลีนที่มีมากในไข่แดง ซึ่งช่วยให้ระบบเซลล์สื่อประสาททำงานได้ดี ช่วยเรื่องความจำ เด็ก ๆ ควรกินสม่ำเสมอเพราะไม่ต้องห่วงเรื่องโคเลสเตอรอล

2.รับประทาน ไข่ ทำให้ โคเลสเตอรอล อย่าง HDL มากยิ่งขึ้นกล่าวอีกนัยหนึ่ง การมี HDL ทำให้อัตราส่วนโคเลสเตอรอล รวมกับ HDL ดียิ่งขึ้น รูปทรง ที่ดี ซึ่งก็คือ เอา โคเลสเตอรอล รวม หารด้วย HDL ค่า ที่ดีควรจะอยู่ ที่ 2-3 ในเพศหญิง รวมทั้ง 3-4 ในเพศชาย

3. รับประทาน ไข่ ไม่ทำให้อ้วน จากการศึกษา กลุ่มของผู้คน ที่กินข้าวเช้า เป็น ไข่ เทียบกับ กรุ๊ป ที่ ทานซีเรียลรวมทั้งขนมปัง เปอร์เซ็นต์ ของ คนที่ รับประทาน ไข่ เป็น อาหารมื้อเช้า จะมีน้ำ หนักตัว เฉลี่ยต่ำลงมากยิ่งกว่า อีก กรุ๊ปเป็น เพราะเหตุว่า โปรตีน จาก ไข่ ร่างกาย จะ เบาๆ ย่อย เป็น พลังงาน อย่างช้า ๆ ต่งจาก การกิน คาร์โบไฮเดรต หรือ ไขมัน ที่จะย่อย เร็วกว่า ก็เลย ทำให้หิวเร็ว กว่า รวมทั้ง ทานซ้ำมากยิ่งกว่า

4. แม้ว่าไข่จะมีโคเลสเตอรอลสูงถึง 200 มิลลิกรัม แต่สมาคมโรคหัวใจของอเมริกาได้ให้ข้อกำหนดว่าเราควรกินอาหารที่มีโคเลสเตอรอลไม่เกิน 300 มิลลิกรัมต่อวัน

5. มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดได้ทำการศึกษาว่าการกินไข่มากกว่าวันละฟองไม่ทำให้ความเสี่ยงของโรคหัวใจเพิ่มขึ้น แต่การปฏิเสธไม่กินไข่เลยหรือเลือกกินเฉพาะไข่ขาวไม่ใช่เรื่องที่ควรทำ เพราะร่างกายหากได้โคเลสเตอรอลไม่เพียงพอร่างกายเราก็จะพยายามผลิตออกมาเอง ซึ่งอาจจะมากกว่าการกินเข้าไป

6. การกิน แบบพอดิบพอดี ไข่ วันละฟอง หรือ อาทิตย์ หนึ่ง 3-4 ฟอง ไม่ ก่อเรื่อง ให้มากมาย แม้กระนั้น ที่คือปัญหา โดยมากเกิดขึ้นจากการได้’ไขมัน ส่วนเกิน จากของเคียง เสียมากกว่า อาทิเช่น ไส้กรอกทอดที่อุดมด้วยน้ำมัน อีกทั้ง นอก แล้วก็ ในไข่เจียว อมน้ำมัน หรือ ขนมปัง ทาเนย ใช่หรือ เที่ยม ล้วน เป็นตัว ก่อให้เกิดปัญหา ให้มากยิ่งกว่า ตัวไข่ เอง

ควรบริโภคไข่เท่าไหร่ / ต่อวัน

คนประเทศไทย บโภค ไข่ เพียงแต่ 132 ฟอง/ คน /ปิ๊ช่วงเวลาที่ คนประเทศญี่ปุ่น บริโภค ถึง 347 ฟอง/คน/ปี ชาวจีน
310 ฟอง /คน /ปี คนมาเลเซีย 246 ฟอง / คน / ปี ประเทศสหรัฐอเมริกา 243 ฟอง / คน / ปี สหภาพยุโรป 214 ฟอง/ คน/
ปี ต้นสายปลายเหตุส่วนใดส่วนหนึ่ง มาจากความเข้าใจผิด เรื่อง วัว เลสเตอ รอคอย ล ที่จะ ทำให้มีการเกิด โรค เส้นโลหิต และก็
หัวใจ

ไข่เจียวลาบไก่สับ

ไข่เจียวลาบไก่สับ
ไข่เจียวลาบไก่สับ

ส่วนผสม ไข่เจียวลาบไก่สับ

• ไข่ไก่ 3 ฟอง
• เนื้ออกไก่สับ
• ผงปรุงลาบ-น้ำตกสำเร็จรูป 1/2 ซอง
• ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
• น้ำมันพืช
• ผักชีสำหรับโรยหน้า

วิธีทำไข่เจียวลาบไก่สับ

1. ผสมผงลาบกับเนื้ออกไก่สับ หมักทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที
2. เหยาะซอสปรุงรสลงในถ้วยไข่ไก่ ตีไข่ไก่ให้เป็นเนื้อเดียวกันและขึ้นฟองฟู
3. เทเนื้อไก่สับปรุงรสลงไปผสมในชามไข่ไก่ แล้วคนให้เข้ากัน
4. ตั้งกระทะไฟฟ้า ใช้ไฟแรงใส่น้ำมันพืชกะพอท่วมไข่ พอน้ำมันร้อนแล้วเทส่วนผสมไข่ลงในกระทะ ใช้ตะหลิวโกยน้ำมันมาตรงกลางไข่เจียวเพื่อให้สุกทั่ว ๆ ก่อนพลิกด้านไข่ พอทอดจนสุกตักใส่จาน โรยหน้าด้วยผักชี

ufabet24

รวมเมนูกะหล่ำปลี
รวมเมนูกะหล่ำปลี ที่สามารถทำเองได้ที่บ้าน ลองเลย ไม่ยากอย่างที่คิด

รวมเมนูกะหล่ำปลี ที่สามารถทำเองได้ที่บ้าน ลองเลย ไม่ยากอย่างที่คิด

รู้จักกะหล่ำปลี
กะหล่ำปลี (Cabbage) บางครั้งเรียกกันว่ากะหล่ำปลีเขียว หรือกะหล่ำใบ คือผักชนิดหนึ่งที่มีวางจำหน่ายทั่วไปในท้องตลาด สามารถหาซื้อมาสำหรับปรุงอาหารได้ง่าย มีราคาไม่แพง ลักษณะของต้นกะหล่ำปลี เป็นพืชล้มลุก ต้นสูงราว 24-25 เซนติเมตร มีระบบรากแก้วผสมกับรากแขนง ส่วนของใบโดยทั่วไปจะไม่ใช่สีเขียวเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่มีสีอื่น ๆ อีกขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ เช่น กะหล่ำปลีสีแดง เป็นต้น โดยทั่วไปกะหล่ำปลี ต้นหนึ่ง จะมีใบที่ห่อซ้อนกันอยู่ราว 20-40 ใบ โอบทับกันอย่างแน่นหนา มีความกลมแบน น้ำหนักแต่ละหัวอยู่ที่ 1-2 กิโลกรัม เป็นส่วนใหญ่ นอกจากนี้ต้นยังมีดอก ออกเป็นช่อ มีผลและเมล็ดในลักษณะฝักแบบปลายแหลม แต่ที่นิยม นำมาใช้ปรุงอาหารคือส่วนของใบ สามารถกินได้ทั้งแบบสด และนำมาผ่านความร้อน ให้สุกก่อนก็ได้

คุณค่าทางอาหารที่ได้รับจากกะหล่ำปลี
ใน กะหล่ำปลี หัว ดิบ รูปทรง 100 กรัม จะ ให้ พลังงาน 25 กิโล แคลอรี, น้ำตาล 3.2 กรัม , คาร์โบไฮเดรต 5.8 กรัม ,
เส้นใย 2.5 กรัม , ไขมัน 0.1 กรัม , โปรตีน 1.28 กรัม , วิตามิน บี 10.061 มก. , วิตามิน บี 2 0.040 มก., วิตามินบี 3 0.234 มก. , วิตามินบี 6 0.124 มก. , วิตามินซี 36.6 มก. , วิตามินเอ 98 ยูนิต , โฟเลต 43 ไมโครกรัม , เส้นใย 2.5 กรัม, โพแทสเซียม 170 มก., แมกนีเซียม 12 มก. , ธาตุเหล็ก 0.47 มก. แล้วก็แคลเซียม 40 มก.

ต้มข่าไก่ใส่กะหล่ำปลี

ต้มข่าไก่ใส่กะหล่ำปลี
ต้มข่าไก่ใส่กะหล่ำปลี

ส่วนผสม ต้มข่าไก่ใส่กะหล่ำปลี
อก+สะโพกไก่ 500 กรัม
กะหล่ำปลีหั่น 1 หัวเล็ก
น้ำมะขามเปียกเข้มข้น 2 1/2 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 8 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลโตนด 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น 1 ช้อนชา
หอมแดง 6-7 หัว
ตะไคร้หั่นเฉียง 2-3 ต้น
ข่าหั่นแว่น 1 แง่ง
ใบมะกรูดฉีก 7-8 ใบ
ผักชีใบเลื่อย 2-3 ต้น
กะทิถุง 500 ml
น้ำเปล่า 500 ml
ปรุงรสเพิ่ม
ผักชี น้ำมะนาว น้ำปลา พริกขี้หนูทุบ ตามชอบ

ขั้นตอน ต้มข่าไก่ใส่กะหล่ำปลี
เปิดไฟกลางค่อนอ่อน
-ใส่กะทิลงในหม้อครึ่งถุง ใส่น้ำเปล่า 500 ml คนให้เข้ากัน
-ตามด้วยข่า ตะไคร้ หอมแดง เกลือ **ใช้กะทิกล่องหรือกะทิสดได้เหมือนกัน ถ้าเป็นกะทิสดให้ใช้หางกะทิต้ม ค่อยเติมหัวกะทิที่หลัง
**เปิดไฟกลางค่อนอ่อน และหมั่นคนเรื่อยๆ กะทิจะได้ไม่แตกมัน

รอให้กะทิเดือด ใส่ไก่
-รอให้เดือดอีกครั้ง ใส่กระหล่ำ ตามด้วยเลือดไก่
-ใส่เครื่องปรุงรส
-ใส่กะทิที่เหลือ รอเดือด เป็นอันเสร็จ **ใส่กะทิเพิ่มที่หลังเพื่อให้น้ำมีสีขาวนวลจะดูน่าทาน
**น้ำแกงถ้าน้อย สามารถเติมน้ำเปล่าได้

เวลาจะทาน เติมน้ำมะนาว น้ำปลา พริกขี้หนูตามความชอบ โรยหน้าด้วยผักชีไทย

ต้มกะหล่ำปลีฟองเต้าหู้เห็ดหอม

ต้มกะหล่ำปลีฟองเต้าหู้เห็ดหอม
ต้มกะหล่ำปลีฟองเต้าหู้เห็ดหอม

ส่วนผสม ต้มกะหล่ำปลีฟองเต้าหู้เห็ดหอม
กะหล่ำปลี 1/2 หัว
เห็ดหอมดอกใหญ่ 2-3 ดอก
ซีอิ๊วเจ 2 ชต
พริกไทย 1 ชช
ดอกเกลือ 1 ชช

ขั้นตอน ต้มกะหล่ำปลีฟองเต้าหู้เห็ดหอม
1.ใส่น้ำมันมะกอกลงในหม้อเล็กน้อย ไฟกลาง ผัดเห็ดหอมปรุงรสด้วยซอสและพริกไทยจนขึ้นสี แล้วใส่ผักกะหล่ำลงไปผัดให้โดนกระทะ และมีสีน้ำตาลเล็กน้อย จะได้หอมค่ะ
2.เติมน้ำตามด้วยดอกเกลือปรุงรสด้วยซีอิ๊วและดอกเกลือให้ได้ตามต้องการ ถ้าใครมีผงซุปผักจะใส่เพิ่มก็ได้ค่ะ
3.ต้มไฟอ่อนไปเรื่อยๆ ประมาณ 15 นาที ให้ผักเริ่มใสและนิ่มตามที่ชอบ ใส่ฟองเต้าหู้ลงไป พอเดือดอีกทีก็ปิดไฟเลยค่ะ
4.เก็บในตู้เย็นซัก 1 คืนค่อยทาน กลิ่นของฟองเต้าหู้และเห็ดหอมจะทำให้น้ำซุปหอมขึ้นอีก

แกงจืดกะหล่ำปลีหมูสับ

แกงจืดกะหล่ำปลีหมูสับ
แกงจืดกะหล่ำปลีหมูสับ

ส่วนผสม แกงจืดกะหล่ำปลีหมูสับ
กะหล่ำปลี 1 หัว
หมูสับ 50-100 กรัม
ต้นหอมหั่น
เห็ดหอมแห้ง 4 ดอก
ซุปก้อน 1/4 ก้อน
เกลือ 1/2 ช้อนชา
ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ กับ 1ช้อนชา
น้ำมันงา 1 ช้อนชา
น้ำมันหอย 1ช้อนโต๊ะ กับ 1 ช้อนชา
น้ำตาล 1 ช้อนชา
พริกไทยป่น
น้ำสะอาด 1 ลิตร

ขั้นตอน แกงจืดกะหล่ำปลีหมูสับ
1.ล้างและหั่นกะหล่ำปลีเป็นชิ้นใหญ่ๆ ตั้งน้ำให้เดือด ใส่ผักลงต้ม 10 นาที ไฟกลาง
2.หมักหมูด้วยน้ำมันหอยและซอสปรุงรสอย่างละ 1 ช้อนชา น้ำตาล พริกไทย
3.นำเห็ดหอมแห้งแช่น้ำหรือแช่น้ำร้อน รอให้นิ่ม ล้างให้สะอาด ตัดตีนเห็ดออก หั่นชิ้น นำใส่ถ้วย ใส่น้ำสะอาดพอท่วม เติมซอสปรุงรส 1ช้อนโต๊ะ เติมน้ำมันงา 1 ช้อนชา แช่ไว้ 5 นาที วิธีนี้ช่วยเติมรสชาดให้เห็ดหอม ไม่มีน้ำมันงาก็ใส่แค่ซอสปรุงรส
4.ผักต้ม โดยประมาณ 10 นาที แล้ว ปั้นหมูบด พร้อม ใส่เห็ด กับน้ำ ที่แช่เห็ด ลงไป ปรับเป็นไฟอ่อน เพื่อ หมูบดไม่ แยก ออก
มาจาก กัน หมูเกาะตัวการและหลังจากนั้นก็ค่อย ปรับ ไฟ กึ่งกลาง ต้ม ทุก ๆ อย่าง จนถึง สุก
5.ปรุงรสด้วยซุปก้อน เกลือ น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ พริกไทยป่น ชิมรสตามชอบ ใส่ต้นหอม เสิร์ฟ สูตรนี้รสชาดอ่อนๆไม่เข้มข้นมาก ปรับได้ตามต้องการ

หมายเหตุ :
1.ใช้หมูสับมันน้อย หมูจะแข็ง อาจใส่แป้งมันหรือแป้งข้าวโพดลงไปนิดหน่อยเพื่อให้หมูนุ่มขึ้น หรือเลือกหมูสับที่ติดมันก็จะดี
2.ปรับจากใส่ต้นหอมผักชี เป็นขึ้นฉ่ายจะได้รสชาด และกลิ่นหอมที่ต่างออกไป

ufabet login

รวมสูตรเมนูชีส
รวมสูตรเมนูชีส ที่ทำเองได้ไม่ยาก ลองทำเองได้ง่ายๆที่บ้าน

รวมสูตรเมนูชีส ที่ทำเองได้ไม่ยาก ลองทำเองได้ง่ายๆที่บ้าน

รับประทาน ชีส ยังไง ให้ ดี ต่อร่างกาย
ควรที่จะทำการเลือก ชีส ที่มีจำนวนโซเดียมน้อย ถ้าหากคนใด ที่กำลังลดความอ้วน ให้เลือกรับประทาน คอตเทจชีส(Cottage Cheese) หรือ ชีสสด เพราะเป็นชีส ที่ทำจาก นมพร่องมันเนย มีไขมันต่ำแต่ว่า ให้โปรตีนสูง ซึ่ง ชีสประเภทนี้จะไม่ราวกับ ชีส ทั่ว ๆ ไป ตรงที่ไม่ได้ผ่านกรรมวิธีกร บ่มแคลอรีก็เลย น้อยกว่า ดังนี้ บางทีอาจ เอามารับประทาน คู่กับโปรตีน อย่างเนื้อไก่ ไข่หรือผัก ผลไม้ ก็จะได้ประโยชน์ และก็ดีต่อร่างกาย มากยิ่งกว่า การกินชีส เปล่า ๆ รวมทั้งควรจะกิน ในจำนวน ที่พอดิบพอดี เพราะเหตุว่า ชีส อุดมไปด้วยคุณค่า ก็จริง แต่ว่า ถ้าหาก รับประทาน มากมายไป ก็ ทำให้น้ำหนักเพิ่มได้ทั้งยัง คนที่มีปัญหา ในโรคความดันเลือดสูง โรคหัวใจ แล้วก็เส้นโลหิต ควรจะระวัง เรื่องจำนวน การกิน หรือ ควรจะเลือกชนิดชีส ที่มีจำนวน โซเดียมต่ำ

มักกะโรนีอบชีสเบคอน

มักกะโรนีอบชีสเบคอน
มักกะโรนีอบชีสเบคอน

วัตถุดิบ มักกะโรนีอบชีสเบคอน
1. มักกะโรนี 1 ถ้วย
2. ชีสมอซซาเรลลาขูด 1 ถ้วย
3. เนยจืด 20 กรัม
4. เกลือ 1 ช้อนชา
5. พริกไทย ½ ช้อนชา
6. นมสด ½ ถ้วย
7. เบคอนกรอบ ตามชอบ
8. แคร์รอตหั่นเต๋า ตามชอบ
9. พาร์สลีย์สับ ตามชอบ
10. น้ำเปล่า 400 มิลลิลิตร

วิธีทำ มักกะโรนีอบชีสเบคอน
ต้มมักกะโรนี
– เทน้ำใส่ หม้อหุงข้าว และรอจนเดือด
– ใส่มักกะโรนีลงไปต้ม 7 นาที แล้วเทน้ำออก

ปรุงรส
– ใส่เนยจืดลงไป แล้วตามด้วยนมสด จากนั้นใส่ แคร์รอตหั่นเต๋า เบคอนกรอบ เกลือ พริกไทย ชีสมอซซาเรลลาขูด และพาร์สลีย์สับ คนให้เข้ากัน
– ปิดฝาและกดปุ่ม ถ้าสุกหรือได้ที่แล้ว ปุ่มกดจะเด้งอัตโนมัติ

จัดเสิร์ฟ
– เปิดฝา และตักกินได้เลยจ้า

หมูแผ่นกะเพราชีส

หมูแผ่นกะเพราชีส
หมูแผ่นกะเพราชีส

วัตถุดิบ หมูแผ่นกะเพราชีส
1. หมูบด 300 กรัม
2. ใบกะเพรา 1 มัด
3. หมูแผ่น ตราเจ้าสัว 1 ซอง
4. พริกขี้หนูจินดาโขลก 15 เม็ด
5. กระเทียมโขลก 6 กลีบ
6. ชีสมอสซาเรลลา 100 กรัม
7. น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
8. น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
9. น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
10. น้ำเปล่า 1 ช้อนโต๊ะ
11. น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
12. ซีอิ๊วดำ 1/2 ช้อนชา
13. ผักชีและพริกซอย สำหรับจัดเสิร์ฟ

วิธีทำ หมูแผ่นกะเพราชีส
ผัด
– เมื่อน้ำมันเริ่มร้อนให้ใส่กระเทียมโขลก และพริกขี้หนูจินดาโขลกลงไปผัดกับน้ำมัน เพื่อให้กระเทียมหอม
– จากนั้นใส่หมูบดลงไปผัดให้สุกก่อน 70 เปอร์เซ็นต์ แล้วค่อยปรุงรส
– เมื่อหมูบดเริ่มสุก 70 เปอร์เซ็นต์ แล้วให้ใส่ซอสปรุงรส น้ำมันหอย น้ำตาลทราย ซีอิ๊วดำ ตามด้วยน้ำเปล่าลงไปผัดให้เข้ากัน ชิมรสชาติให้ได้ตามต้องการ แล้วใส่ใบกะเพราลงไปในกระทะ ผัดให้ใบกะเพรามีกลิ่นหอม เมื่อใบกะเพราสลดแล้วยกกระทะออกจากเตาแก๊ส เตรียมจัดเสิร์ฟได้เลยค่ะ

การเติมน้ำเปล่าลงไปผัดกับหมู จะช่วยให้หมูบดยังคงความฉ่ำไม่แข็งกระด้าง เพราะเวลาหมูบดโดยความร้อนจะสูญเสียน้ำในเนื้อหมูเร็วกว่าหมูประเภทอื่น ๆ

อบ
– นำ หมูแผ่น ตราเจ้าสัว วางเรียงลงในจานหรือถาดที่ใช้ในการอบได้ จากนั้นตักกะเพราหมู ลงไปใส่บนหมูแผ่น โรยชีสมอสซาเรลลาด้านบน ก่อนนำไปอบด้วยอุณหภูมิ 200 องศา เป็นเวลา 15 นาที ใช้ไฟบน เพื่อให้ชีสละลายและมีสีสวย เมื่อครบเวลาแล้วเตรียมนำมาจัดเสิร์ฟ
จัดเสิร์ฟ
– นำหมูแผ่นกะเพราชีสมาจัดเสิร์ฟ วางผักชีและพริกซอยด้านบนเพื่อเพิ่มสีสัน เท่านี้ก็พร้อมฟินแล้วจ้า

ไวไวต้มยำหม้อไฟชีสเยิ้ม

ไวไวต้มยำหม้อไฟชีสเยิ้ม
ไวไวต้มยำหม้อไฟชีสเยิ้ม

วัตถุดิบ ไวไวต้มยำหม้อไฟชีสเยิ้ม
1. บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไวไว รสหมูสับต้มยำ 2 ซอง
2. น้ำเปล่า 1 ถ้วย
3. ข่าหั่นแว่น 4 แว่น
4. ตะไคร้หั่นท่อน 2 ต้น
5. ใบมะกรูดฉีก 5 ใบ
6. น้ำพริกเผา 2 ช้อนโต๊ะ
7. หมูบดทรงเครื่อง 100 กรัม
8. กุ้งสด 5 ตัว
9. หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ 3 ตัว
10. ปลาหมึกกล้วย 2 ตัว
11. ชีสมอสซาเรลลา 150 กรัม
12. พริกขี้หนูซอย สำหรับโรยหน้า
13. ผักชีฝรั่งซอย สำหรับโรยหน้า
14. มะนาวฝาน สำหรับโรยหน้า

วิธีทำ ไวไวต้มยำหม้อไฟชีสเยิ้ม
เตรียมหมูบด
– นำหมูบดทรงเครื่องมาปั่นให้เป็นก้อนกลม ๆ แล้วพักไว้เตรียมนำไปต้มพร้อมเครื่องต้มยำ

ทำหม้อไฟ
– ตั้งหม้อบนเตา แล้วใส่น้ำเปล่าลงไป โดยใช้ไฟปานกลาง รอให้น้ำเดือด จากนั้นใส่ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด รอให้น้ำเดือดอีกครั้ง แล้วใส่หมูบด กุ้งสด หอยแมลงภู่ และปลาหมึกกล้วยลงไป
– เมื่อเนื้อสัตว์ใกล้สุก ปรุงรสด้วยพริกเผา ผงปรุงรส บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไวไว รสหมูสับต้มยำ และพริกขี้หนูเม็ดใหญ่ซอยคนให้เข้ากันแล้วยกลงจากเตา

จัดเสิร์ฟ
– ตักไวไวต้มยำที่ทำไว้ใส่ลงในหม้อไฟ เรียงเนื้อสัตว์ไว้ด้านบน และโรยผักชีฝรั่ง จากนั้นโรยชีสมอสซาเรลลา จุดไฟรอให้น้ำเดือดแล้วชีสละลาย เท่านี้ก็เรียบร้อยแล้วค่ะพร้อมฟิน!

ยูฟ่า

รวมเมนูแครอท
รวมเมนูแครอท สูตรพิเศษ ที่มาพร้อมคุณคุณประโยชน์ รสชาติเยี่ยม

รวมเมนูแครอท สูตรพิเศษ ที่มาพร้อมคุณคุณประโยชน์ รสชาติเยี่ยม

ความปลอดภัยในการรับประทานแครอท

แครอทสามารถใช้รับประทาน คั้นน้ำ หรือนำไปประกอบอาหารได้โดยค่อนข้างมีความปลอดภัย แต่หากรับประทานในปริมาณมากเกินไปอาจเป็นสาเหตุทำให้ผิวเหลือง ฟันเสื่อม หรือฟันผุได้ และยังไม่เป็นที่แน่ชัดหากนำไปใช้เป็นยาจะมีความปลอดภัยมากน้อยเพียงใด รวมถึงมีข้อควรระวังในการรับประทานแครอทโดยเฉพาะบุคคลในกลุ่มดังต่อไปนี้

ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือผู้ที่อยู่ในช่วงให้นมบุตร การรับประทานแครอทเป็นอาหารค่อนข้างมีความปลอดภัย แต่ยังไม่มีผลการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับความปลอดภัยที่ชัดเจนหากรับประทานแครอทเพื่อเป็นยา
เด็ก อาจรับประทานแครอทได้อย่างปลอดภัยถ้ารับประทานในปริมาณที่เหมาะสม แต่อาจไม่ปลอดภัยหากให้เด็กเล็กหรือทารกรับประทานหรือดื่มน้ำแครอทในปริมาณมาก เพราะอาจเป็นสาเหตุทำให้ผิวเหลือง หรือฟันผุได้
ผู้ที่แพ้แครอท อาจทำให้แพ้ได้ในผู้ที่มีอาการแพ้แครอท เซเลอรี หรือพืชในตระกูลที่เกี่ยวข้อง
ผู้ป่วยโรคเบาหวาน อาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำลง หรืออาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของยาที่ใช้อยู่ในขณะนั้น หากผู้ป่วยเบาหวานรับประทานแครอทในปริมาณมาก ควรควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดอย่างใกล้ชิด

แกงกะหรี่ญี่ปุ่น

แกงกะหรี่ญี่ปุ่น
แกงกะหรี่ญี่ปุ่น

ส่วนผสม แกงกะหรี่ญี่ปุ่น
สำหรับ 3 – 4 ท่าน
ไก่/หมู หั่นเต๋า250 g
กระเทียมจีน1 กลีบ
ขิงสับละเอียด1 ชช.
หอมหัวใหญ่1 หัว
แครอท1 หัว
มันฝรั่ง ขนาดกลาง3 หัว
น้ำมันสำหรับทำอาหาร1 ชต.
เครื่องแกงกะหรี่ญี่ปุ่นแบบก้อน1/2 แพ็ต ( 4 ก้อน )
ดาร์กช็อคโกแลต ( ใครไม่มีใส่กาแฟดำเข้มข้น 30ml) 15 g
นมสด70 ml
น้ำเปล่า500 ml

วิธีทำ แกงกะหรี่ญี่ปุ่น
1.เตรียมส่วนผสม
2.ใส่น้ำมันลงในกระทะ ใส่หอมหัวใหญ่ลงไปผัดพอสุก ใส่หมู/ไก่ลงไปผัดพอสุก
3.จากนั้นใส่มันฝรั่ง+แครอทลงไปผัด คนเคล้าส่วนผสมให้เข้ากัน
4.จากนั้นใส่น้ำเปล่าลงไป จากนั้นใส่กระเทียม+ขิงสับลงไป ตั้งไฟ พอน้ำเดือด และให้ตักฟองออกด้วยนะคะ ทำการปิดฝา ตุ๋มไฟอ่อนไปสัก 20 นาที
5.ใส่แกงกะหรี่ญี่ปุ่นก้อน+ดาร์กช็อคโกแลต ลงไป คนเคล้าส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากัน
6.ใส่นมสด คนเคล้าส่วนผสมให้เข้ากัน ตุ๋นเคี่ยวต่อไปจนน้ำงวดและข้นขึ้น ความเข้มข้นความตามความชอบเลยนะคะ (ถ้าข้นหรือน้ำงวดแห้งจนเกินไปสามารถเติมนมสดหรือน้ำเปล่าลงไปเพิ่มเติมได้นะคะ)ตอนเคี่ยวแกงหมั่นคนบ่อยๆคนเป็นระยะเพื่อนะคดไม่ให้แกงไหม้ติดก้นหม้อด้วยคะ
7.สุกแล้วปิดเตา พร้อมเสริฟความอร่อย ทานคู่กับข้าว
8.เสริฟพร้อมหมูทอดทังคัตสึ ก็อร่อยคะ

เกี๊ยวซ่าเจ

เกี๊ยวซ่าเจ
เกี๊ยวซ่าเจ

ส่วนผสม เกี๊ยวซ่าเจ
แป้ง – แป้งอเนกประสงค์25 กรัม
แป้ง – เกลือ1 ช้อนชา
แป้ง – น้ำร้อน3/4 ถ้วย
ไส้ – กะหล่ำปลี1/2 หัว
ไส้ – แครอท1/2 หัว
ไส้ – เห็ดหอมสด4 ดอก
ไส้ – ขิงอ่อน1 ช้อนโต๊ะ
น้ำจิ้ม – น้ำส้มสายชูจากข้าว2 ช้อนโต๊ะ
น้ำจิ้ม – โชยุ4 ช้อนโต๊ะ
น้ำจิ้ม – น้ำมันงา2 ช้อนโต๊ะ
น้ำจิ้ม – ขิงอ่อน1 ช้อนโต๊ะ
น้ำจิ้ม – งาขาว1 ช้อนชา

วิธีทำ เกี๊ยวซ่าเจ
เวลาเตรียมส่วนผสม: 20 นาที
เวลาปรุงอาหาร: 30 นาที

1.ล้างผักที่ใช้ทำไส้ทั้งหมด ซอย สะเด็ดน้ำพักไว้
ผสมแป้ง เกลือ น้ำร้อน คน พอเริ่มจับตัวให้นวด
2.เนื้อที่ได้ค่ะ
3.แบ่งเป็น 24 ลูก
4.รีดแผ่แป้ง
5.ใส่ไส้
6.พับครึ่ง กดตรงกลางเข้าหากัน
7.แผ่นบนพับจีบ ข้างละ 4 จีบ
8.เสร็จแล้วค่ะ เกี๊ยวของเราจะโค้งขึ้น งดงาม
9.ตั้งกระทะทาน้ำมันแค่พอเคลือบกระทะ ตั้งไฟอ่อน 2 นาที
10.นำแป้ง 1 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำ 1 ถ้วย ปิดฝาอบ6 นาที
11.ผสมน้ำจิ้ม
12.เสร็จพร้อมเสริฟ

ผัดหมี่ฮ่องกงเจ

ผัดหมี่ฮ่องกงเจ
ผัดหมี่ฮ่องกงเจ

ส่วนผสม ผัดหมี่ฮ่องกงเจ
เส้นหมี่ฮ่องกง5 ก้อน
ผักกวางตุ้ง7 ต้น
เห็ดหอมสด7 ดอก
กะหล่ำปลี1/2 หัว
แครอท1/2 หัว
เต้าหู้ขาว1 แผ่น
น้ำมัน1/2 ถ้วย
ซีอิ้วขาว5 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ ผัดหมี่ฮ่องกงเจ
เวลาเตรียมส่วนผสม: 10 นาที
เวลาปรุงอาหาร: 10 นาที
1.ตั้งน้ำต้มลวกหมี่ให้สุก 70% แบบ Al dente สะเด็ดน้ำ พักไว้

ทอดเต้าหู้ พักไว้

2ตั้งกระทะ ใส่น้ำมัน 1 ช้อนโต๊ะ กลิ้งแค่พอเคลือบกระทะ ใส่เส้นหมี่ที่ลวกไว้ ซีอิ้วขาว เร่งไฟแรง ผัดให้หอมกลิ่นกระทะ

3เติมผัก ผัดให้สลด

4เสร็จพร้อมเสริฟ

ผัดหมี่เจ

ผัดหมี่เจ
ผัดหมี่เจ

ส่วนผสม ผัดหมี่เจ
สำหรับ 1กะทะใหญ่ๆๆ
หมี่เหลือง1/2กิโลกรัม
น้ำมันปาล์ม3ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทรายขาว1ช้อนโต๊ะ
ซอสฝาเหลือง3ช้อนโต๊ะ
พริกไทยป่นตามใจชอบ
แครอทตามใจชอบ
เห็ดหอม15ดอก
กะหล่ำปลีซอยครึ่งหัว

วิธีทำ ผัดหมี่เจ
เวลาเตรียมส่วนผสม: 20 นาที
เวลาปรุงอาหาร: 15 นาที
1.เริ่มตั้งเตา เต็มน้ำมัน นำเส้นไปผัดให้หอม ผัดเฉยๆๆ
เคล็ดลับ: ก่อนผัดเส้นนำไปล๊วกก่อน เพื่อความไม่มัน คะ

2.เครื่องปรุงต่างๆๆคะ

3.เห็ดหอมนะคะ สามารถ นำมาแช่ และต้มให้เดือด ก่อนนำมาสไลค์หั่นแล้วผัดคะ
เคล็ดลับ: เพิ่มความอร่อย

ยากิโซบะ

ยากิโซบะ
ยากิโซบะ

ส่วนผสม ยากิโซบะ
สำหรับ 1 จาน
เบคอนหั่น2 เส้น
ไส้กรอกหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ3-4 อัน
หอมใหญ่หั่นเสี้ยว1 ลูก
แครอทหั่นเป็นชิ้นบาง5-6 ชิ้น
ผักโสภณหั่น2 ต้น
ต้นหอมหั่นเป็นท่อน2-3 ต้น
เส้นยากิโซบะ50 กรัม
กระเทียมสับ1/2 ช้อนโต๊ะ
โซยุ2 ช้อนโต๊ะ
เมนซึยุ (น้ำซุปเข้มข้นรสหวานๆ เค็มๆ)2 ช้อนโต๊ะ
มิริน2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย1/2 ช้อนโต๊ะ
พริกไทยป่น1/2 ช้อนชา

วิธีทำ ยากิโซบะ
เวลาเตรียมส่วนผสม: 10 นาที
เวลาปรุงอาหาร: 15 นาที

1. ตั้งกระทะบนไฟกลางๆ ใส่น้ำมันเล็กน้อย ใส่กระเทียมสับลงผัดจนหอม
2. ใส่เบคอนและใส้กรอกลงผัดพอสุก ใส่หอมใหญ่ แครอทลงผัด
3. ใส่เส้นยากิโซบะ ปรุงรสด้วย โซยุ เมนซึยุ มิริน น้ำตาลทรายเล็กน้อย และพริกไทยป่น ผัดให้เข้ากัน
4. ใส่ผักโสภณ ผัดพอสุก ใส่ต้นหอม ผัดให้ข้ากันอีกทีก็ปิดไฟได้

::ufabet::