รีวิวหนังไทย ตลก เรื่อง สายล่อฟ้า กับนักแสดงชั้นนำมากมาย

รีวิวหนังไทย ตลก เรื่อง สายล่อฟ้า กับนักแสดงชั้นนำมากมาย

หนังรัก นักร้อง ต้อนรับวาเลนไทน์

รีวิวหนัง สายล่อฟ้า

เมื่อความรักทำให้ยอมเอาชนะทุกอย่าง และทำสิ่งที่ไม่คาดคิด
เพื่อนซี้ อย่างเต่าเซียนบอล และตุ่นเซียน พระเครื่อง แห่งหาด พัทยา ที่เจอ กับความเปลี่ยนแปลง เมื่อตุ่นนั้นตกหลุมรัก นก สาวขายบริการ จนยอมหาเงิน มาจ่าย เพื่อไถ่เธอ จากกำนันหมู ในขณะที่ เต่า ก็มีเรื่องพัวพัน กับหนี้ ที่ติดค้าง กับกำนันหมู ด้วย ต้องชื่นชม ว่าการแสดง ระหว่างเต๋า สมชาย และโหน่ง ชะชะช่า นั้นเข้ากันได้ เป็นอย่างดี อีกทั้ง ยังทำให้เห็นโหน่ง ชะชะช่า ในแง่มุมดราม่า ซึ่งทำได้ดี มากทีเดียว ถึงแม้จะเป็น หนังตลก แต่ก็มีจุดที่ทำให้ คุณซาบซึ้ง กับมิตรภาพ และ ความรัก

เรื่องย่อ
ไอ้ตุ่น (โหน่ง ชะชะช่า) กับ ไอ้เต่า (เต๋า – สมชาย เข็มกลัด) เป็นเพื่อนคู่ซี้ คู่ฮา ประจำหาดพัทยา ไอ้ตุ่น เป็นเซียนพระที่ได้มรดก กิจการ มาจากเซียน ต่ายพ่อมัน ส่วนไอ้เต่า เป็นเซียนบอล ที่คลั่งไคล้เพลง “สายล่อฟ้า” ของพี่ป้อม-อัสนี เข้าไส้ ไปคาราโอเกะทีไร มันแหกปาก ร้องเพลงนี้ จนหวิดหัวแตก มาแล้วหลายเที่ยว คืนหนึ่ง ที่บาร์คาราโอเกะไอ้ตุ่น ไปตกหลุมรัก สาวนางหนึ่ง เข้าโดยไม่รู้เลยว่า น้องนก (เมย์ – พิชญ์นาฏ สาขากร) เป็น เด็กของ กำนันหมู (เล็ก – สมชาย ศักดิกุล) มาเฟียใหญ่ ของพัทยา ที่ไอ้เต่าเช่ามาเอาใจเพื่อน

หลังจาก คืนแห่งความทรงจำ น้องนกก็หายตัวไป ไอ้ตุ่น พยายาม ตามหาจนถูก อีปลา (น็อต – อนุชา ฉัตรแก้ว) กะเทย แม่เล้าหลอกฟัน เงินไปแสนหนึ่ง ร้อนถึง ไอ้เต่า ที่กำลังอยาก จะยืมเงินเพื่อน ไปคืนหนี้โต๊ะบอล อยู่พอดีต้องไปทวงให้ อีปลา ขอใช้คืนเป็น โคเคน โดยเอาไป ขายให้ เฮียหมา (หม่ำ มกจ๊ก) แต่ด้วยความซื่อ ผสมความเซ่อ ไอ้เต่า กลับโดนเฮียหมา ต้มซ้ำ เข้าไปอีก เมื่อเข้าตาจน ไอ้เต่าจึง ไปดักจับ น้องหนู (แป้ง – อรจิรา แหลมวิไล) สาวลูกครึ่ง มาเรียกค่าไถ่

ข้าง ไอ้ตุ่น ซึ่งหลงรักน้องนกหัว ปักหัวปำ บ้าเลือด เข้าไปขอตัวเธอ คืนจาก กำนันหมู กำนันหมู ยื่นข้อเสนอ ให้มันเอาเงินมาซื้อความรักในราคาสามล้าน พอดีกับที่ ผู้ใหญ่หมี (แบล็ค ผมทอง) เรียกไอ้ตุ่นไปดูพระ มันได้ทีจึงแกล้งตีเป็นของเก๊ แล้วทำเลียนแบบไปขายเองได้เงินมาสามล้าน ไอ้ตุ่นได้เงินไปไถ่ตัวนกสมใจ รวมทั้งใช้หนี้ให้ไอ้เต่าด้วย

แต่อะไรจะเกิดขึ้น เมื่อผู้ใหญ่หมีรู้ความจริงว่าเสียรู้ไอ้ตุ่น และ ไมเคิล พ่อของน้องหนูที่ไอ้เต่าลักพาตัว ดันเป็นเพื่อนกับกำนันหมูอีกที

ไอ้ตุ่นกับไอ้เต่าจะเอาชีวิตรอดหรือไม่ น้องนกจะซึ้งในความรักของตุ่นหรือเปล่า แล้วไอ้เต่าจะได้กลับไปครวญเพลงสายล่อฟ้าอีกหรือไม่ มีแต่ยุทธเลิศเท่านั้นที่รู้!

นักแสดง
โหน่ง ชะชะช่า
ตุ่น สมชาย เข็มกลัด
เต่า พิชญ์นาฏ สาขากร
นก
อรจิรา แหลมวิไล
หนู แบล็ค ผมทอง
ผู้ใหญ่หมี สมเล็ก ศักดิกุล
กำนันหมู

นักแสดงสมทบ-รับเชิญ :
พงศ์เทพ อนุรัตน์ – เป็ด
สมประสงค์ เจียมสมบุญ – ไก่
อนุชา ฉัตรแก้ว – ปลา
เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา – เฮียหมา
เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ – แมว
ชมพูนุช ปิยะภาณี – กระรอก
ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์ – อาปู
วสันต์ อุตตมะโยธิน – อาเข้
เหี่ยวฟ้า – เฮียกระทิง

เกร็ด
ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นผลงานของการกำกับภาพยนตร์เรื่องที่ 4 ของ ยุทธเลิศ สิปปภาค
ภาพยนตร์เรื่องนี้ โหน่ง ชะชะช่า

มาพลิกบทบาทจากคนขายขำ มาเป็นพระเอกเต็มตัวครั้งแรก และได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงผู้แสดงนำชายยอดเยี่ยม จากรางวัลสุพรรณหงส์และรางวัลชมรมวิจารณ์บันเทิง
ภาพยนตร์เรื่องนี้อำนวยการสร้างฝ่ายบริหารโดย ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม, บุษบา ดาวเรือง, วิสูตร พูลวรลักษณ์ และ จินา โอสถศิลป์ ออกแบบงานสร้างโดย ศรายุทธ์ พุมเพรา

กำกับศิลป์โดย คชา เรืองทอง กำกับภาพโดย ประภพ ดวงพิกุล ออกแบบเครื่องแต่งกายโดย รัศมิมาน สามะพุทธิ ออกแบบดนตรีประกอบโดย หัวลำโพง ริทึ่ม ออกแบบเสียงประกอบโดย กันตนา แอนนิเมชั่น อุปกรณ์ประกอบฉากโดย ศุภวัตร สมจิตต์ คัดเลือกนักแสดงโดย มหาการ โปรดักชั่น และ เกียรติศักดิ์ เลิศวชิรไพบูลย์

เนื้อเรื่องย่อ: ไอ้ตุ่นกับไอ้เต่าเป็นเพื่อนคู่ซี้คู่ฮาประจำหาดพัทยา ไอ้ตุ่นเป็นเซียนพระที่ได้มรดกกิจการมาจากเซียนต่ายพ่อมัน ส่วนไอ้เต่าเป็นเซียนบอลที่คลั่งไคล้เพลง “สายล่อฟ้า”

ของพี่ป้อม-อัสนี เข้าไส้ ไปคาราโอเกะทีไรมันแหกปากร้องเพลงนี้จนหวิดหัวแตกมาแล้วหลายเที่ยว คืนหนึ่งที่บาร์คาราโอเกะไอ้ตุ่น ไปตกหลุมรักสาวนางหนึ่งเข้าโดยไม่รู้เลยว่า น้องนก เป็นเด็กของกำนันหมูมาเฟียใหญ่ของพัทยาที่ไอ้เต่าเช่ามาเอาใจเพื่อน หลังจากคืนแห่งความทรงจำ

น้องนกก็หายตัวไป ไอ้ตุ่นพยายามตามหาจนถูกอีปลา กะเทยแม่เล้าหลอกฟันเงินไปหนึ่งแสนบาท ร้อนถึงไอ้เต่าที่กำลังอยากจะยืมเงินเพื่อนไปคืนหนี้โต๊ะบอลอยู่พอดีต้องไปทวงให้

อีปลาขอใช้คืนเป็นโคเคนโดยเอาไปขายให้เฮียหมา แต่ด้วยความซื่อผสมความเซ่อ ไอ้เต่า กลับโดนเฮียหมาต้มซ้ำเข้าไปอีก เมื่อเข้าตาจนไอ้เต่าจึงไปดักจับ น้องหนู สาวลูกครึ่งมาเรียกค่าไถ่

ข้างไอ้ตุ่นซึ่งหลงรักน้องนกหัวปักหัวปำบ้าเลือดเข้าไปขอตัวเธอคืนจากกำนันหมู กำนันหมูยื่นข้อเสนอให้มันเอาเงินมาซื้อความรักในราคาสามล้าน พอดีกับที่ผู้ใหญ่หมีเรียกไอ้ตุ่นไปดูพระ มันได้ทีจึงแกล้งตีเป็นของเก๊ แล้วทำเลียนแบบไปขายเองได้เงินมาสามล้าน ไอ้ตุ่นได้เงินไปไถ่ตัวนกสมใจ

รวมทั้งใช้หนี้ให้ไอ้เต่าด้วย แต่อะไรจะเกิดขึ้นเมื่อผู้ใหญ่หมีรู้ความจริงว่าเสียรู้ไอ้ตุ่น และไมเคิลพ่อของน้องหนูที่ไอ้เต่าลักพาตัวดันเป็นเพื่อนกับกำนันหมูอีกทีไอ้ตุ่นกับไอ้เต่าจะเอาชีวิตรอดหรือไม่

น้องนกจะซึ้งในความรักของตุ่นหรือเปล่า แล้วไอ้เต่าจะได้กลับไปครวญเพลงสายล่อฟ้าอีกหรือไม่ มีแต่ยุทธเลิศ เท่านั้นที่รู้! ดูหนังออนไลน์

รีวิวหนัง “สตรีเหล็ก ตบโลกแตก” หนังไทย หนังสนุกสุดมันส์ อ่านได้ที่นี่

รีวิวหนัง “สตรีเหล็ก ตบโลกแตก” หนังไทย หนังสนุกสุดมันส์ อ่านได้ที่นี่

แอร้ยยยยย รูป ฟิตติ้ง "สตรีเหล็ก ตบโลกแตก" น่าดูมากๆ อ่ะ กรี้ดดด :::+::: - Pantip

รีวิวหนัง อ่านที่คุณพจน์ อานนท์ให้สัมภาษณ์ในหนังสือเค้าบอกว่า สตรีเหล็กเวอร์ชั่นนี้เน้นความสมจริง ส่วนเวอร์ชั่นก่อนแค่เอาแรงบันดาลใจมา ส่วนอันนี้เน้นสมจริงเอานักวอลเลย์บอลตัวจริงมาให้ข้อมูลเลย แต่ไปดูแล้วรู้สึกเสียดายของ
1. กีฬาวอลเลย์บอลเป็นแค่ส่วนประกอบที่มีตอนต้นเรื่องกับตอนจบเรื่อง หนังแทบไม่เน้นเลยว่าทีมสตรีเหล็กมีที่มาที่ไปยังไง
2. เราไม่รู้เลยว่าทีมสตรีเหล็กต้องต่อสู้กับอะไร คนเหยียดเพศในเรื่องก็มี แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าทีมสตรีเหล็กเดือดร้อนตรงไหน ก็ยังทำตัวแรดบ้าผู้ชายในสนามปกติ
3. การแข่งวอลเลย์บอลตอนจบ จู่ๆก็โผล่มารอบชิงเลย ก็งงน่ะสิ ไหนว่ามันต้องแข่งอะไรมาก่อน เป็นตัวแทนเขตมาก่อน มันน่าจะมีตอนแข่งรอบต่างๆก่อนมารอบชิงสุพรรณบุรี
4. ชัยชนะของทีมสตรีเหล็กในแต่ละนัดก็ชนะแบบง่ายๆ ไม่รู้สึกต้องลุ้นเลย ทั้งเรื่องมีแากแข่งวอลเลย์บอล 2 นัด ฉากแข่งวอลเลย์ก็ไม่สนุกด้วย ดูแล้วรู้เลยว่ายังไงก็ชนะใสๆ แบบไม่ต้องลุ้นเลย
5. บทครูบี๋ ไม่รู้สึกว่ามีส่วนช่วยอะไรทีมสตรีเหล็กเลย โผล่มาให้คนดูขำในความเป็นทอมกับสารร่างเตี้ยแมะแคะ ขาสั้น มุขเวลาเห็นผู้หญิงแล้วน้ำลายยืด
6. สปอยล์นะน่าจะสปอยล์ได้ แต่ไม่น้ามีผลคือ หนังเรื่องนี้เน้นมุขกะเทยกับการร่วมเพศทางทวารหนักอย่างหนักหน่วงจงใจในหลายๆตอน มันทำให้รู้สึกว่าเอาทีมสตรีเหล็กตัวจริงมาทำปู้ยี่ปู้ยำ
7. หนังไปเน้นช่วงหลังจากเป็นตัวเขตแล้วเตรียมจะมาแข่งกีฬาเขตยาวนานมาก ช่วงนี้จะอุดมไปด้วย กะเทยทะเลาะกัน กะเทยมี sex กันทางทวารหนักแล้วผิดใจกัน โค้ชมาติดพันแม่นักกีฬา กะเทยบ้าผู้ชาย ช่วงนี้กินเวลานานมาก น่าจะเกิน 70% ของหนัง ทำให้เราไม่เห็นเลยว่าทีมสตรีเหล็กเอาเวลาที่ไหนไปซ้อมวอลเลย์บอล วันๆบ้าบอแต่เรื่อง sex กับผู้ชาย
8. ในส่วนดราม่าบ้านคนจีนแอนตี้กะเทยเหมือนโดดออกมาจากหนังเลย นักแสดง ดวงตา หมวยสุภาพร โดดออกมาจากหนังคือแสดงดราม่าหนักไปเลย หมวยสุภาพรแอนตี้การเป็นกะเทยของลูกชายตลอดเรื่อง แต่ตอนจบก็ไปเชียร์ลูกแข่งวอลเลย์บอลยิ้มแย้มแจ่มใสเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย
ผมว่าไม่ควรเอาทีมสตรีเหล็กมาปู้ยี่ปู้ยำขนาดนี้ เพราะทีมเค้าตัวจริงแม้จะเป็นกะเทย แต่แง่มุมดีๆ คือการเป็นนักกีฬา การหมั่นซ้อมหมั่นฝึก แต่นี่ไปเสนอมุมมองในด้านความเป็นกะเทย บ้าผู้ชาย บ้า sex เกือบทั้งเรื่อง
มุขตลกก็วนเวียนกับ sex กับการพูดถึงอาหารที่จะหลุดออกมาเพราะโดนร่วมรักทางทวารหนัก มันดูแล้วไม่เห็นจะตลกเลย

สตรีเหล็กในภาคนี้เป็นคล้ายๆการรีบูท เรื่องราวที่เกิดขึ้นในเนื้อเรื่องนั้นจะอยู่ในปี พศ 2530 ครับ เป็นเรื่องราวชีวิตของกลุ่มคนที่เป็นเกย์ตุ้ดกะเทยที่รักในการเล่นกีฬาวอลเล่บอลและได้ลงแข่งขัน ซึ่งก็เหมือนกับภาคก่อนแหละครับ
ข้อดีของหนังเรื่องนี้
เน้นไปที่ความฮาครับ ซึ่งระดับความฮาขอยกให้ไปเลย แต่ละมุขนี่เรียกเสียงหัวเราะจากคนดูได้ทั้งโรงเลย โดยเฉพาะตัวผม แต่ในสตรีเหล็กภาคนี้นั้นจะออกแนวตลกสุภาพหน่อยครับ พวกคำหยาบๆมากๆ ไม่ค่อยมีเหมือนในเรื่องหอแต๋วแตก

ส่วนเรื่องนักแสดงก็จะเป็นแก๊งซ์เดิมๆที่เราเห็นในหนังของพี่พจน์ครับ กลุ่มของสตรีเหล็กก็มาจากนักแสดง ม6/5 ซึ่งขอบอกว่าน้องๆสามารถทำได้ดีมากในเรื่องของการแอ๊บเป็นตุ้ดเป็นแต๋ว สามารถทำให้เชื่อว่าน้องเค้าเป็นกันจริงๆ มีมุมเล็กน่ารักๆ ให้ฟิน ดูแล้วฟินไปและฮาไปด้วย

คนที่ฮามากที่สุดในเรื่องคงจะยกให้กับ คุณต๊อบ ชัยวัฒน์ครับ ผมแอบนึกว่าเป็นเดอะ ฮอล์ค ยักษ์ตัวเขียวอยู่ตลอดเวลา ฮามากกกกกกกกกกกกกกก และมีทีมรุ่นพี่ที่เป็นเหล่าเพศที่สามอีกมากมายที่มาร่วมกันสร้างสีสันครับ และเนื่องจากหนังเรื่องนี้นย้อนไปในสมัยอดีตซึ่งผมก็ยังไม่เกิด ทีมงานก็เก็บรายละเอียดได้ดีครับ เช่น พวกโทรศัพท์มือถือ โดยเฉพาะเพลงนี่ ผมชอบมากเลยครับ ทำให้หนังดูมีกิมมิคในตัวเองมากยิ่งขึ้น
ตอนหลังก็มีเหล่านายแบบมาแข่งฟุตบอลในแมทสุดท้าย ถ้าสังเกตดีๆจะเห็น แทนไท แอ๊บแตกด้วย ผมนี่ฮาเลย ฮ่าๆ อ่อๆๆ เรื่องนี้มีฉากวันปีใหม่ด้วยครับ เหมือนจงใจจะ Happy New Year ผู้ชมไปในตัว และก็มีฉากที่แทคกับแจ๊คชวนชื่น เป็นของกันและกันด้วย ฮ่าๆ

สุดท้าย ถ้าใครอยากจะไปดูหนังเรื่องนี้เพื่อคลายเครียดเอาฮาก็ไปดูเถอะครับรับรองไม่ผิดหวัง
ส่วนใครที่ซีเรียสมากก็ไม่ต้องดูมัน รอดูในเว็บแทน ฮ่าๆ สำหรับเรื่องนี้ ผมให้คะแนน 6.5/10 ครับ เพราะคิดว่าหนังมันยังไม่สุด เอาไปแค่นี้ก่อนละกัน

เมื่อครูบี๋ (สิริธนา หงส์โสภณ) โค้ชคนใหม่ก้าวเข้ามา การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ก็เกิดขึ้นกับทีมวอลเล่ย์บอลชายประจำจังหวัดลำปาง ซึ่งยังไม่เคยรู้รสชาติของชัยชนะมาก่อนแม้แต่ครั้งเดียว โค้ชคนใหม่พยายามทุกวิถีทาง ที่จะสร้างทีมให้แข็งแกร่ง มล (สหภาพ วีระฆามินทร์) และ จุง (ชัยชาญ นิ่มพูลสวัสดิ์) นักตบลูกยางฝีมือก๋ากั่น เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ แต่กลับสร้างความอึดอัดให้กับคนอื่นๆ จนพากันลาออกไป เพราะทั้งคู่เป็นกะเทย คงเหลือแต่ ชัย (เจษฎาภรณ์ ผลดี) มือเซ็ตตัวฉกาจ ที่พยายามทำใจ แต่ผู้เล่นแค่ 3 คน ไม่สามารถเป็นทีมได้ วิทย์ (เอกชัย บูรณผานิต), โหน่ง (โจโจ้ ไมอ๊อกชิ) และเปีย (กกกร เบญจาธิกูล) เพื่อนร่วมทีมของมลและจุงสมัยเรียน จึงต้องเข้ามาช่วยเสริมกำลัง ภายใต้ชื่อทีมสตรีเหล็ก เหรียญทองจากการแข่งขันกีฬาแห่งชาติที่ปากน้ำโพเกมส์ คือเป้าหมายของทีม วิบากกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้น ตลอดเส้นทางของการเป็นแชมป์ เหมือนจะทดสอบความแข็งแกร่งของกำลังกาย และกำลังใจของทีมสตรีเหล็ก ทีมที่มีเป้าหมายเหมือนกัน โดยคนที่แตกต่างกันสุดขั้ว กิตติผู้มีอำนาจในแวดวงกีฬา เมืองแมน อดีตสมาชิกทีมลำปาง ที่กลายมาเป็นหัวหน้าทีมคู่แข่งตัวเก็ง ต่างเป็นเพียงส่วนหนึ่ง ของด่านทดสอบที่จะพิสูจน์ใจ จนกว่าจะถึงวันแห่งการเผชิญหน้าครั้งสุดท้าย โดยมีเหรียญทองเป็นเดิมพัน ดูหนังออนไลน์

รีวิว บ้านฉัน…ตลกไว้ก่อน(พ่อสอนไว้) หนังตลกที่ให้ครบหลายอารมณ์

รีวิว บ้านฉัน…ตลกไว้ก่อน(พ่อสอนไว้) หนังตลกที่ให้ครบหลายอารมณ์

ผู้หญิงชอบผู้ชายตลก...แต่ตัวฉันไม่ตลกจะมีใครชอบมั้ย

รีวิว สิ่งที่ชอบ
1 .ความเป็นหนังครอบครัว … ครอบครัวใน บ้านฉันฯ เป็น ต้นแบบที่ดี ที่กรมสุขภาพจิตน่าจะใช้ขยายให้ประชาชนดูเป็นต้นแบบของครอบครัวอันมีคุณลักษณะของการสร้างสุขภาพจิตที่ดีในบ้าน
อาทิ มีอารมณ์ขัน , อยู่ด้วยความเข้าใจ , ไม่ใช้ความรุนแรง ฯลฯ และก็ไม่ได้ดีเลิศเลอเพอเฟคต์ไร้จุดอ่อน เพราะ เราก็ได้เห็นปัญหาที่เกิดจาก ความเป็นผู้ใหญ่ไม่เข้าใจเด็ก , ความเป็นเด็กที่คิดว่าพ่อไม่รัก พ่อไม่ยอมรับ ฯลฯ

เป็นหนังที่คนเป็นพ่อแม่ ดูแล้วสามารถได้ข้อคิด ว่า อะไรที่เราอาจทำให้ลูกเข้าใจผิดแบบไม่รู้ตัว, บางเรื่องที่พ่อแม่ไม่คิด อาจสร้างปมด้อยในชีวิตให้กับเด็กติดตัว ในขณะที่คนเป็นลูกดูแล้วก็จะเข้าใจว่า บางสิ่งที่เราไม่สามารถสรุปได้เพียงแค่มุมที่เรามอง , เราไม่ควรด่วนสรุหรือตัดสินพ่อแม่หรือใครก็ตามได้จากเรื่องๆเดียว หรือ คำพูดเพียงไม่กี่คำ
ฉากเด็ดที่ผมคิดว่า คนเขียนบท ครีเอทได้จี๊ดสะท้านใจ คือ ฉากพ่อตี ที่ดูแล้วเสียน้ำตาได้พอๆกับ ฉากพ่อตบหน้า ใน Always: Sunset on Third Street

เมื่อพ่อแสดงให้เห็นแล้วว่า รักลูกมากขนาดไหน แม้ที่ผ่านมาจะไม่เอ่ยปากตรงๆ แต่เมื่อลูกหายไป พ่อทิ้งได้ทุกอย่าง กินไม่ได้นอนไม่หลับ รอเห็นลูกเดินกลับมา ที่ตีไม่ใช่โกรธ แต่อยากให้รู้ว่า พ่อเจ็บและเสียใจ รักมาก ก็เจ็บมากเช่นกัน

ผลลัพธ์ที่ออกมา ทำให้หนังเรื่องนี้เหมาะกับทุกๆคนในครอบครัวอย่างแท้จริง

2. ความเป็นหนังตลก … หน้าหนังเรื่องนี้เด่นชัดในการขาย ความเป็นหนังตลก แต่จากตัวอย่างหนังที่ปล่อยออกมา ผมหวั่นๆว่าจะไม่เวิร์ค เพราะผมคิดว่า ตัวอย่างหนัง ไม่ตลกเท่าไหร่เลย ไม่เหมือนหนังตลกหลายเรื่องที่ปล่อยมุกขำกลิ้งตั้งแต่ตัวอย่างหนัง

แต่เมื่อได้ดูแล้วก็ต้องบอกว่า การที่ตัวอย่างหนังกั๊กมุกเด็ด อาจเป็นข้อเสียในตอนเปิดตัวเพราะคนยังลังเล แต่เป็นข้อดีในการปลุกกระแสคนดูปากต่อปากต่อปาก เพราะ พอเข้าไปดูแล้วกลับเซอไพรส์เพราะมีมุกที่เด็ดกว่ามากมายยิงใส่คนดู คนดูก็จะรู้สึกดีกว่าที่คาด ตรงข้ามกับหนังหลายเรื่อง มุกเด็ดอยู่ในหนังตัวอย่างหมด คนดูจึงผิดหวังเวลาตีตั๋วเข้าไปไม่เหลือมุกอะไรให้ฮาอีก

ที่ดีคือ วิทยา ทำให้คนดูรู้สึกดีๆเหมือนดูหนังของ ยอร์ช (ผกก.ตระกูลหนังส่ายหน้า) คือ ทั้งคู่ กำกับ ตลก มาเล่น ตลก ในหนัง ตลก ได้เป็น ไม่ใช่แค่ วางกล้องแล้วปล่อยพวกเขา เล่นตลกแล้วสักแต่ถ่ายเทปมาต่อๆกัน

ตลกคาเฟ่ ขำได้ โดยไม่จำเป็นต้องหยาบ และ ถ้าผ่านการกลั่นมุก เราก็จะเห็นกึ๋นของตลก และ สิ่งที่ต้องชมความตลกของหนังเรื่องนี้คือ แม้หน้าหนังจะชัดเจนสุดๆว่า เป็นครอบครัวที่ประกอบอาชีพตลก มุกตลกนับสิบนับร้อย ที่ประเคนมา ไม่ได้เด่นหรือโดดเกินหน้าเนื้อหาหนัง

แม้จะมีมุขทะลึ่งๆบ้างก็ไม่ได้ออกมาในแนวหยาบโลน หลายหนที่บอกว่า ตลกคาเฟ่ จำต้องหยาบ แต่ มุกตลกคาเฟ่จำนวนมากในหนังเรื่องนี้ อาจมีทะลึ่งบ้าง แต่ ไม่หยาบเลย

สามอันดับมุกชนะเลิศ

ผมเจ็บ … มุกบ้านๆมาก แต่จังหวะได้

เกะกะ … จังหวะรับส่ง ความน่ารัก และ คนคิดคำ ทำให้คนดูยิ้มได้ในทันที

พ่อง้อลูก … นี่เป็นการดัดแปลง ตลกบนเวที ด้วยการใช้เทคนิกทางภาพยนตร์ให้กลายมาเป็น ตลกในจอหนัง ได้อย่างยอดเยี่ยม ฉากตีหัวเอย , ปล่อยมุกเอย ดูจากเวทีได้ จะถ่ายมาออกจอก็ไม่ต่าง แต่มุกแบบนี้ที่ใช้จังหวะกล้อง เราไม่สามารถ

3. ทีมนักแสดงที่เล่นกันได้ดียกทีม เล่นเข้าขา … ต้องชมทั้งทีม casting , ผู้กำกับ และ นักแสดงทุกคน (จาตุรงค์ ได้บทที่เหมาะกับเขาอย่างที่สุด ผสมมุกตลกและมุมของพ่อได้ดีมาก เช่นเดียวกับ น้องสาวคนเล็ก ที่น่ารักและฮาอย่างไร้ที่ติ) ดูหนังออนไลน์

รีวิวภาพยนตร์ไทย ฮาร์ทบีท เสี่ยงนัก..รักมั้ยลุง เสน่ห์ที่เหลือล้นของ

รีวิวภาพยนตร์ไทย ฮาร์ทบีท เสี่ยงนัก..รักมั้ยลุง เสน่ห์ที่เหลือล้นของ

เรื่องย่อ ฮาร์ทบีท เสี่ยงนัก...รักมั้ยลุง

เอาล่ะมาปิดท้ายกันที่จุดที่หนังมั่นอกมั่นใจกันบ้าง นั่นคือการมีอยู่ของพี่เคน ธีรเดช ที่นอกจากละครที่ทำเอาสาว ๆ ติดกันทั่วบ้านทั้วเมืองแล้วก็มีทั้งหนังฮิตสุดขีดอย่าง รถไฟฟ้ามาหานะเธอ (2552) งานขายฝีมืออย่าง ข้างหลังภาพ (2544) และพอหายจากจอใหญ่ไปร่วม 10 ปี ปีก่อนเขาก็เริ่มรับงานหนังอีกครั้งกับ นรก 6 เมตร งานทริลเลอร์แฟนตาซีที่แฝงความกลัวของคนอายุ 40 กำกับโดย

พิง ลำพระเพลิง เจ้าพ่อหนังรักสุดแนว เราอาจเดาไม่ได้เลยว่าทำไมดาราเบอร์ใหญ่อย่าง ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์ ถึงมาปรากฎในหนังรักที่เอาอายุผู้ชายเป็นจุดขายอย่าง เสี่ยงนัก..รักมั้ยลุง แบบนี้ได้ เพราะบท ชัย นี่แทบไม่ต้องพึ่งพาพลังการแสดงระดับพี่เคนเลยด้วยซ้ำ ที่สำคัญคือบทภาพยนตร์ที่ปั้นคาแรกเตอร์ให้ชัยเหมือนคนอายุ 60

ในร่างพี่เคนทั้งเรื่องความเชย ขับรถช้า ๆ ความเซื่องต่าง ๆ นานา ซึ่งเอาจริง ๆ คือคนอายุ 40 ในชีวิตจริงของเรามันดูวัยรุ่นกว่านี้เยอะป่ะวะ? ดังนั้นเหตุผลเดียวที่ตัวละคร ชัย ต้องมาสิงในร่างพี่เคนก็คงหนีไม่พ้นเหตุผลในการร่วมจอกับน้องพรอยมน มนสภรณ์ ชาญเฉลิม ในบทน้ำหวานลูกสาวเจ้าของโฮมสเตย์นี่แหละ ซึ่งเธอก็เอาตัวรอดด้วยเสน่ห์เฉพาะตัวจากใบหน้าเก๋ ๆ และเคมีที่เข้ากันกับพี่เคนทำให้เกิดโมเมนต์ชวนจิกหมอนขึ้นหลายซีนอยู่เหมือนกัน แต่กระนั้นก็เป็นบทหนังเหมือนกันที่ไม่ได้ให้ตัวละครทำอะไรมากไปกว่าทำตัวงี่เง่า เว้าวอนอยากได้ผู้ จนดูเธอ “สลิด” มากกว่าน่าสงสาร อีกอย่างคือรำคาญเสียงหัวใจเต้นของน้ำหวานมากเป็นเสียงที่เหมือนไปเอาสต็อกไลบรารีที่ละครชอบมาใช้ใส่เข้ามาเพื่อให้คนดูตื่นเต้น

แต่กับหนังกลับทำให้รู้สึกรำคาญเสียมากกว่า จนบางทีถ้าเทียบกับบทน้องฝึกงานใน น้อง พี่ ที่รัก ที่เพิ่งฉายไปต้นปีเรากลับรู้สึกว่าพรอยมนในเรื่องนั้นมีเสน่ห์กว่าเรื่องนี้เยอะเลย จนน่าเสียดายว่าได้บทนำทั้งทีน่าจะได้อยู่ในหนังที่มีบทแข็งแรงกว่านี้หน่อย ส่วน ท้อป LaxyLoxy ในบทเก่งกี้ ที่บทดูจะส่งให้เป็นตัวขโมยซีนและเหมือนจะเป็นอุปสรรคความรักระหว่างน้ำหวานและลุงชัย ก็กลายเป็นสร้างความรำคาญมากกว่าจะสร้างสีสันไปเสียอีก

เอาเป็นว่า ฮาร์ทบีท เสี่ยงนัก..รักมั้ยลุง อาจไม่ได้เหมาะสำหรับคนที่อยากดูหนังที่มีพลอตแปลกใหม่ หรือ หนังรักจี๊ด ๆ ไว้ประดับโพรไฟล์คนดูหนังโรแมนติก เก็บโควตจากบทพูดดี ๆ หรอก แต่มันเหมาะกับแฟนคลับพี่เคนที่อยากเห็นเขาบนจอใหญ่ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าเป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์และสามารถอยู่รอดได้ทั้งในทีวีและจอภาพยนตร์จริง ๆ ส่วน พรอยมัน และ โอนีล ก็น่าจะทำให้หนุ่ม ๆ ใจเต้นบ้างแหละ ส่วนมุกในหนังก็ขยันปล่อยทิ้งเรี่ยราดมาก เชื่อว่าอาจโดนใจคนเส้นตื้นอยู่สักมุกสองมุกนะครับ ลองไปดู.

แนะนำพระเอก

ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์ รับบท ลุงชัย หัวโบราณ บ้างาน ยังคิดถึงแฟนที่จากไป

แนะนำนางเอก

พรอยมน มนสภรณ์ รับบท น้ำหวาน สาวมหาลัย สดใส น่ารัก

เนื้อเรื่องแบบสรุป

น้ำหวาน เป็นลูกของเจ้าของสุขใจ เกสต์เฮาส์ มีโรคประจำตัวโรคหัวใจ ลุงชัยมาพักที่เกสต์เฮาส์ เลยทำให้ทั้งคู่ได้พบกันเมื่อน้ำหวานเจอครั้งแรกเลยรู้สึกว่าชอบเลยชวนคุยซะงั้น แถมอาสานำเที่ยวซะเลย เริ่มที่ประเพณีแขวนโคมที่วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร แต่ตอนแขวนโคม น้ำหวานเหลือบไปเห็นบนโคม ว่า เฟิร์น ที่ลุงนั้นเขียนชื่อมา แฟน (ลุงยัง Move on ไม่ได้เนื่องจากแฟนเสียชีวิต)

แต่การเปลี่ยนแปลงเรื่องหัวใจครั้งใหญ่ น้ำหวานทำให้เกิดได้ เมื่ออยู่ที่สุขใจ เกสต์เฮาส์ น้ำหวานเห็นว่าลุงกำลังบิด รูบิดอยู่ซึ่งน้ำหวานคิดว่าแฟนเก่าของลุงอาจมีปริศนาและต้องตามหาได้นั่นเอง น้ำหวานลองแล้วได้รูปดาว เลยนึกขึ้นได้ถึงเชียงดาว จากการที่ลุงได้ไปสถานที่หลากหลาย ปลดห่วงจากการใช้ชีวิตแบบเดิมๆ ได้ลองทำสิ่งใหม่ๆ หัวใจลุงก็หวั่นไหวมากขึ้นจนในที่สุดดด นี่แค่น้ำจิ้มน่ะทุกคนไปติตามกันต่อได้ที่ ฮาร์ทบีท เสี่ยงนักรักมั้ยลุง ดูหนังออนไลน์

รีวิว Low season (2020) สุขสันต์วันโสด หนังดี โลเคชั่นเยี่ยม

รีวิว Low season (2020) สุขสันต์วันโสด หนังดี โลเคชั่นเยี่ยม

ดูหนัง Low Season สุขสันต์วันโสด เต็มเรื่อง HD สุขสันต์วันโสด

รีวิว Low season กลับมาที่หนังเรื่องสุขสันต์วันโสดกันครับ

สุขสันต์วันโสดเป็นภาพยนตร์รักโรแมนติกที่ทำให้คนดูดูแล้วรู้สึก feed good ได้ตลอดแทบทั้งเรื่อง ผู้กำกับรู้จักใส่อารมณ์ขันในหลาย ๆ จุดได้อย่างลงตัว รู้จักใส่อารมณ์เศร้าในหนังได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ยังให้ความรู้สึกในการดูแล้วอบอุ่น ต่อให้ใครที่อยู่ในอารมณ์ชำระอกหักเมื่อดูแล้วก็ทำให้รู้สึกว่าโลกนี้ไม่ได้เลวร้ายเกินไป แถมยังทำให้หัวใจที่ห่อเหี่ยวนั้นกลับมาพองโตได้ตั้งแต่หนังเริ่มฉาย สิ่งที่ทำให้องค์ประกอบนี้กลายเป็นจุดดีที่สุดของหนังก็คงต้องขอยกให้กับทีมนักแสดงของเรื่องซึ่งทุกคนเล่นดีมากเลยครับ ทั้งตัวพระเอก พุธ รับบทโดย มาริโอ้ เมาเร่อ เล่นได้เป็นธรรมชาติสมกับความสามารถของเขา ส่วนน้องหลิน รับบทโดย พลอยไพลิน ตั้งประภาพร เป็นดาราใหม่แกะกล่องที่โด่งดังมาจาก ยูทูปเบอร์ สายท่องเที่ยว สายลุย เธอแสดงเรื่องนี้ได้ดีเกินคาด แถมความน่ารักสดใสของเธอทำให้ผู้ชายหลายคนต้องหลงใหล ถือว่าแจ้งเกิดในวงการภาพยนตร์ได้อย่างเต็มตัว แล้วเชื่อว่าถ้าเธอเลือกที่จะเดินทางสายนี้น่าจะมีอนาคตกับวงการนี้มากเลยครับ แต่ผมมีความรู้สึกว่าในการเป็นยูทูปเบอร์ของเธอก็ถือว่าดีมากพอแล้ว คนติดตามช่อง YouTube ของเธอเยอะมาก และรายการก็มีเนื้อหาเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ดีมากด้วยเช่นกัน พระนางคู่นี้มีเคมีที่เข้ากันได้ดีอย่างเหลือเชื่อ

นอกจากนี้นักแสดงสมทบแต่ละคนถือว่าเป็นจุดเด่นที่สำคัญไม่แพ้กัน สามารถสร้างสีสันให้หนังมีความกลมกล่อมและลงตัว โดยที่หนังใช้ไม่เยอะครับ ใช้ได้พอดีสุด ๆ อย่างแก๊งค์คนช้ำรัก ประกอบด้วย นุ่น รับบทโดย ศกลรัตน์ วรอุไร คนนี้ เซอร์ไพรส์สำหรับผมมากเธอเล่นหนังเก่งใช้ได้เลย วิทยา รับบทโดย ณฉัตร จันทพันธ์ คนนี้ก็ถือว่าพอใช้ได้ครับ อ้อม รับบทโดย ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์ และโอม รับบทโดย อัครินทร์ อัครนิธิเมธรัฐ สองคนหลังนี้ไม่ต้องพูดถึงฝีมือด้านการแสดงถึงจะเป็นการแสดงที่ไม่เยอะแต่ก็ทำให้เราเชื่อในสองตัวละครนี้ได้ทุกอนู

อีกหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือตัวละครพี่กะเร หนุ่มชาวเขาที่อาศัยอยู่บนดอยสูง ทำอาชีพปลูกข้าวที่อาศัยอยู่กับภรรยา พี่กะเร คือตัวละครสำคัญที่สุดตัวหนึ่งของเรื่องเป็นเสมือนตัวละครที่ทำให้พระเอกกับนางเอกได้เรียนรู้ซึ่งกันและกันได้ค่อนข้างเร็วที่สุด อีกทั้งยังทำให้พระเอกกับนางเอกได้เรียนรู้บางสิ่งบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับคุณค่าของการใช้ชีวิตคู่ คุณของของความตั้งใจทำบางสิ่งบางอย่าง ส่วนตัวเปิ้ลนาคร ศิลาชัยที่รับบทพี่กะเร สำหรับผมแล้วเขาเล่นดีมากครับ อารมณ์ขันจังหวะตลกค่อนข้างพอดี ดูแล้วรู้สึกไหลลื่น หลายมุกหลายบทพูดเข้าใจว่าจะเป็นการด้นสดของเปิ้ล นาครกับมาริโอ้ เป็นธรรมชาติดีมากครับ แถมตัวละครตัวนี้ยังใส่ Easter Egg ที่แสดงถึงการร่วมงานกันระหว่างผู้กำกับ นฤบดี เวชกรรม มาริโอ้ เมาเร่อ และนาครศิลาชัย จากภาพยนตร์เรื่อง สาระแนสิบล้อ ที่ฉายเมื่อปี 2553 ซึ่งนฤบดี เวชกรรม นี่แหละ ที่สามารถดึงเอกลักษณ์สำคัญในการแสดงในมุมตลก อารมณ์ขันของมาริโอ้ออกมาได้อย่างที่เราเห็นในทุกวันนี้

ข้อดีมาก ๆ ของสุขสันต์วันโสดคือภาพครับ การถ่ายภาพสวยมาก เลือกมุมมองได้ดี เลือกสถานที่ได้ดีมาก ที่ชอบมากคือมุม Bird’s Eye View ทำให้เห็นสถานที่ได้กว้าง โดยเฉพาะการถ่ายมุมสูง ที่ให้เห็นการวิ่งของรถไปตามถนนนั้นสวยงามมาก ๆ การให้สีของภาพสวยมาก การเลือกบรรยากาศ ชาวงเวลาก็ทำได้ดีมากครับ

แต่องค์ประกอบที่สำคัญที่สุดของเรื่องที่ทำให้สุขสันต์วันโสดนั้นลงตัว ทั้งในแง่ของอารมณ์และความรู้สึก สามารถคุมโทนหนังของเรื่องให้อยู่ในอารมณ์เดียวได้ต้องขอยกความดีความชอบให้กับเพลงประกอบภาพยนตร์ครับ โอ้โห มันลงตัวสุด ๆ เพลงเพราะมาก ทั้งเพลงบรรเลง เพลงที่มีคนร้อง มันเข้ากับหนังเรื่องนี้มาก ๆ มันสื่อถึงความสุข มิตรภาพ ความเหงา ความอบอุ่น ความอิ่มเอมใจ ลงตัวจนไม่รู้จะอธิบายหรือชื่นชมยังไงไหว โดยเฉพาะเพลงของเขียนไขและวานิช พอนำมาใส่ในหนังเรื่องนี้มันมหัศจรรย์มาก ประมาณว่า ดูหนังเรื่องนี้จบก็รีบไปหาเพลงมาฟังกันเลยทีเดียว หากมีการประกอบมอบรางวัลภาพยนตร์ในสาขาเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Best Original Song) และ ดนตรีประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Best Original Score) ผมว่าถ้าเรื่องสุขสันต์วันโสดไม่ได้รางวัล ผมว่าคณะกรรมการคงมีปัญหาแล้วละครับ ในด้านเพลงประกอบภาพยนตร์นั้นผมถือว่าเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุด เป็นสิ่งที่ดีงามที่สุดของหนังเรื่องสุขสันต์วันโสดเลยครับ

อีกประเด็นหนึ่งที่ไม่อาจข้ามได้เลยคือประเด็นนางเอง หลิน เห็นผี ในแง่ของการออกแบบผีที่ออกมาให้หลินเห็นแต่ละตอนนั้น หนังทำออกมาได้ดีมากๆ แม้โทนหนังของเรื่องจะเป็น feed good แต่ทุกครั้งที่ผีออกมาก็ออกมาหรือยังน่ากลัวมาก การออกแบบผี อาจจะน่ากลัวกว่าหนังที่มาแนวหนังผีซะด้วยซ้ำ แม้จะใช้จังหวะตื่นตกใจแบบจั๊มสแกร์ทุกครั้ง แต่ผมว่าทุกครั้งมันก็ค่อนข้างได้ผล มันเป็นส่วนผสมที่ทำให้คนดูแล้วรู้สึกว่ามันไม่ได้ติดกับอารมณ์รักหวานแว๋วมากเกินไป ซึ่งผมมองว่าผู้กำกับมาถูกทางแล้วครับ ซึ่งหากจะมาแนวทางหนังผีหรือทางสยองขวัญผมว่าไม่เวิร์คแน่นอน

ในแง่ของนางเอกเห็นผีนั้น หากจะมองให้ดีแล้วมันก็เป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญมาก ๆ ที่ผู้กำกับต้องการนำเสนอ ผีในหนังก็เปรียบเหมือนกับประสบการณ์ความรักของมนุษย์ เพราะความรักของคนเรานั้นไม่ได้มีความดีหรือด้านที่สวยงามเสมอไป ความรักของทุกคนล้วนแต่มีด้านที่ผิดหวัง ช้ำรัก มีอุปสรรคเข้ามาแทรกด้วยกันทั้งสิ้น การที่ใครคนใดคนหนึ่งผิดหวังจากความรัก ถูกคนรักหลอกหรืออกหักนั้นก็เหมือนกับการที่คนเราเห็นผี ส่วนการทำให้ผีออกมาแล้วใส่จังหวะตกใจ ก็เปรียบเหมือนคนเราเจอสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่คาดหวังอย่างทันทีทันใดแบบไม่ตั้งตัว แล้วเกิดอาการช็อคไปชั่วขณะนั่นแหละ

อย่างไรก็ตามไม่มีใครเห็นผีไปตลอดเวลาหรือตลอด 24 ชั่วโมงหรอก เช่นการที่หลินเห็นผี ก็เป็นสัญลักษณ์ของการถูกหลอกลวงการอกหัก การผิดหวังจากความรัก แต่หลินก็ได้เห็นภาพความสวยงามของสถานที่ต่าง ๆ ที่พุธพาไปด้วย ดังนั้นผีจึงเป็นบุคลาธิษฐานที่นำเสนอด้านลบของความรัก ส่วนสถานที่สวยงามต่าง ๆ ก็เป็นบุคลาธิษฐานด้านบวกของความรักเช่นกัน

อีกประเด็นหนึ่งที่ไม่อาจพูดข้ามได้คือ การทิ้ง การทิ้งในสุขสันต์วันโสดนั้น ผู้กำกับทำให้เห็นในหลายประเด็นเช่นการที่คนเป็นแฟนกันทิ้งกัน เช่นหลิน พุธ และกลุ่มของเพื่อนที่ต่างคนต่างถูกทิ้งแล้วมารวมตัวกัน การที่พุธและหลินเดินทางขึ้นดอยไปหาพี่กะเร ซึ่งขณะเดินทางนั้นมอเตอร์ไซค์ที่ใช้พังจนซ่อมไม่ได้ทั้งสองคนจึงเลือกทิ้งมอเตอร์ไซค์เอาไว้ข้างทางแล้วเดินเท้าไปจนทำให่เกิดการพูดคุยและเรียนรู้กัน การที่หลินทิ้งสิ่งของที่พุธมอบให้เธอ การที่นักท่องเที่ยวทิ้งสิ่งของบางอย่างไว้ใน Guest House ซึ่งหากมองในเชิงสัญลักษณ์แล้ว การทิ้งในหนังก็เปรียบเสมือนว่าเป็นการทิ้งอดีต ทิ้งเรื่องราวที่ไม่ดี ทิ้งความโศกเศร้าบางอย่าง ก็เพื่อการก้าวเดินออกไปพบสิ่งใหม่ ๆ หรือสิ่งที่คิดว่าน่าจะดีกว่านั่นเอง

แม้กระทั้งหนังจบ ตอนเสนอเครดิตผมยังชอบเลย มีการใส่เบื้องหลังและภาพหลุดในการถ่ายทำ เรียกได้ว่าอมยิ้มตั้งแต่หนังเริ่มฉายจนหนังฉายจบจอดำเลยครับ

แม้จะเป็นหนังที่ดีมาก ให้ความหมายที่ดีทั้งกับมุมมองความรัก ความสัมพันธ์ มิตรภาพ การเดินทาง และสถานที่ถ่ายทำที่สวยมาก แต่หนังก็ยังมีแผลหรือสิ่งที่ทำให้ติได้อยู่บ้างเช่น หนังใส่ความเชยเอาไว้อยู่มากเช่น พระเอกนางเอกล้มทับกันแล้วกอดกัน ตอนจบก็เชยมาก ๆ

แถมยังมีหลายฉากที่ดูแล้วทำให้รู้สึกถึงหนังไทยหลายเรื่องเช่น กวนมึนโฮ และสิ่งเล็ก ๆ ที่เรียกว่ารัก เป็นต้น นอกจากนั้นหนังยังมีเส้นเรื่องและสถานการณ์ที่น้อยมาก ก็แค่คนช้ำรักมาเจอกัน เดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ และสถานการณ์ก็ทำให้ทั้งสองคนรักกัน เกิดจุดขัดแย้งแล้วก็จุดคลี่คลาย

หากเทียบกับกวนมึนโฮ หนังแนวรัก road movie เหมือนกันนั้น กวนมึนโฮ เขาใส่สถานการณ์และจุดหักเหของเรื่องเข้าไปเยอะมาก แต่เป็นความมากที่ค่อนข้างลงตัวและพอดี ในแง่ของเส้นเรื่องเราจึงหยิบจับอะไรจากสุขสันต์วันโสดไม่ได้มากนัก

อย่างไรก็ตาม ทุกองค์ประกอบของหนังที่กล่าวไปนั้น ล้วนแต่ เป็นส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้สุขสันต์วันโสดมีความลงตัว มีความตราตรึงใจ ประทับ มีความ feed good แม้จะมีจุดที่ทำให้รู้สึกติดใจอยู่บ้าง แต่ถ้าหากดูในแง่ของการเป็นองค์รวมหรือดูในภาพกว้างแล้ว ในทัศนะส่วนตัวของผมก็ไม่สามารถหักคะแนนสุขสันต์วันโสดได้เลย ขอยกหนังเรื่องนี้เป็นหนึ่งในหนังรักในดวงใจที่สุดตลอดกาลของผมเทียบเท่า สิ่งเล็ก ๆ ที่เรียกว่ารัก กวนมึนโฮ เพื่อนสนิท และรักแห่งสยาม เลยทีเดียวครับ ดูหนังออนไลน์

รีวิวหนัง อีเรียมซิ่ง – คอมเมดี้กาว ๆ ที่ยังฮาไม่สาแก่ใจ สนุกสุดฮา ไปดูเลยย

รีวิวหนัง อีเรียมซิ่ง – คอมเมดี้กาว ๆ ที่ยังฮาไม่สาแก่ใจ สนุกสุดฮา ไปดูเลยย

เนื้อเรื่อง

เมื่อโจรปากแดงสุดโฉดออกล่าพรหมจรรย์สาว ๆ เพื่อความเป็นอมตะ และจุดหมายของมันคือ อีเรียม (ราณี แคมเปน) สาวแสบแห่งบางน้ำกร่อยที่ต้องรวบรวมความกล้าและของดีของหลวงพ่อไปช่วยแม่และแรม (ณปภา ตันตระกูล) พี่สาวกุลสตรีแสนเรียบร้อยของนาง

แต่งานนี้อีเรียมไม่ได้สู้เพียงลำพังเพราะยังมีพรรคพวกสุดแสบทั้งฟักทอง (เดียร์ริส สุภัทรภณ กสิกรรม) เพื่อนกะเทยร่วมเรือน, ศรฆ้อนมหากาฬ (น้าค่อม ชวนชื่น), โตโล่บิน (โรเบิร์ต สายควัน) และ หมอ (บอล เชิญยิ้ม) หมอยาสมุนไพรวิเศษ งานนี้อเวนเจอร์แห่งบ้านบางน้ำกร่อยจะช่วยครอบครัวจากโจรร้ายได้หรือไม่

สิ่งที่ทำให้คนดูสนใจ

สิ่งที่ทำให้คนดูสนใจดูหนังออนไลน์ในตัวหนังอย่าง อีเรียมซิ่ง คงหนีไม่พ้นบรรดามุกกาว ๆ สไตล์หนังผจญภัยตลกและการได้เห็นเบลล่า ราณีมาทำหน้าเป็นและเล่นมุกสไตล์ตลกคาเฟ่พร้อมเสริมทัพด้วยบรรดานักแสดงตลกขาประจำทั้งน้าค่อม คุณโรเบิร์ต สายควัน

และคุณบอล เชิญยิ้มที่เห็นหน้าก็การันตีได้เลยว่าหนังต้องสนุกสนานและสร้างเสียงหัวเราะได้แน่นอน แต่ผิดคาดเราไม่แน่ใจว่าด้วยความที่หนังออกฉายช้าหรือตัวหน้งจริงมีปัญหาการถ่ายทำอะไรหรือเปล่าถึงทำให้มันออกมาเป็นต้มยำที่ไม่จี๊ดจ๊าดและดูจืดชืดเกินไปหน่อย

แม้ว่ามุกตลกในหนังที่ใส่เข้ามาจะไม่ได้มีอะไรหวือหวาและแปลกใหม่อะไรเท่าไหร่นัก แต่การแสดงของ เบลล่า ราณี ก็ยังเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้หนังสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เธอสามารถแบกรับหนังทั้งเรื่องเอาไว้ได้อยู่หมัด

โชว์ทักษะการแสดงบ้าๆ บอๆ และไม่กลัวสวยออกมาได้อย่างสมจริง โดยเฉพาะการหยอดมุกที่ดูเข้าขากับนักแสดงตลกมืออาชีพได้อย่างลงตัวและไม่มีติดขัดสักฉาก

หากดูที่หน้าจอทีวีในเวลาก็น่าจะเป็น เบลลา ราณี ในอีกคาแรกเตอร์กับละครเรื่องแซ่บ แต่หากมาอยู่บนจอใหญ่ก็จะได้เห็นเธอในอีกคาแรกเตอร์ที่พลิกขั้วเป็นสาวชาวบ้านที่แพรวพราวไปด้วยเสน่ห์ความก๋ากั๋น

และสร้างอารมณ์ขันได้เป็นอย่างดี จึงเป็นการงัดทักษะการแสดงของนักแสดงสาวผู้นี้ออกมาและได้ปล่อยของในอีกมุมอีกด้านที่ไม่ค่อยได้เห็นเธอในมุมนี้เท่าไหร่

ปัญหา

ปัญหาแรกต้องยอมรับเลยว่าตัวบทหนังดูจะยังไม่สามารถทำให้เรารักอีเรียมได้มากพอจะเอาใจช่วยนางเท่าไหร่นัก คือจากตัวอย่างเราเห็นเรียมเปิ่นฮาและก๋ากั่นยังไงตัวหนังจริงก็ไม่ได้ให้อะไรเรามากกกว่านั้นสักเท่าไหร่ และยิ่งการให้เบลลาเล่นมุกตลกแบบรวมฮิตทั้งมุก “ท่านเกียรติผู้มีแขก” มุกปักตะไคร้

หรือบรรดามุกสังขารต่าง ๆ ก็ทำให้เบลลาดูเป็นหุ่นยนต์ก๊อปปี้มุกตลกมากกว่าจะสร้างเสน่ห์ให้เธอเหมือนอย่างบทแม่การะเกดในบุพเพสันนิวาส แม้ว่าต้องยอมรับว่าเธอก็เล่นตลกแบบไม่ห่วงสวยจนสร้างความครื้นเครงให้หนังได้อยู่บ้างก็ตาม

ส่วนปัญหาต่อมาแม้ว่าหนังจะมีคอนเซ็ปต์การเป็นหนังผจญภัยสไตล์นิยายเพชรพระอุมาที่มีทั้งจระเข้ยักษ์ งูเห่าเพลิง มีคาถาอาคมแต่ด้วยคุณภาพงานสร้าง CG ต่าง ๆ ที่ทำได้ไม่ถึงพอมันอยู่ในหนังก็ไม่ได้สร้างความตื่นเต้นอะไรนักและด้วยจังหวะหนังที่เหมือนถูกบังคับท่าไม้ตายให้เป็นหนังตลกหรือเปล่าก็ไม่ทราบ

มันเลยถูกนำเสนอแบบขอไปที แถมยังต้องเจียดเวลาของหนังมาให้น้าค่อม โรเบิร์ตสายควันและบอล เชิญยิ้ม ได้เล่นมุกสังขารปากบวมตัวบวมอะไรอีก จนฉากผจญภัยที่ควรสร้างความตื่นเต้นหมดพลังไปอย่างน่าเสียดาย

แต่กระนั้นตัวหนังก็ยังมีจุดที่ทำให้เราได้สนุกไปกับมันอยู่บ้างโดยเฉพาะการมีอยู่ของแพท ณปภา ตันตระกูล ที่สามารถฉายเสน่ห์ในมุกโดนวางยาว่านราคะที่ทั้งเซ็กซี่และฮาสุด ๆ รวมไปถึงมุกบีตบ็อกซ์ที่ต้องยอมรับเลยว่าขโมยซีนเบลลาเห็น ๆ แถมการปรากฎโฉมของแพทในชุดเกาะอกแบบไทย ๆ ยังน่าจะได้ใจหนุ่ม ๆ ได้ไม่ยากเลยทีเดียว

และอีกส่วนที่ดีงามมากของหนัง อีเรียมซิ่ง คือคอนเซ็ปต์ของการแอบหยอกหนังนอกทั้งดนตรีประกอบฉากที่อีเรียมเตรียมไฝ่ว์นี่อย่างกับดนตรีในเทรลเลอร์ Wonder Woman 1984 หรือการคิดคอนเซ็ปต์ให้บรรดาแก๊งน้าค่อม  ดูหนังออนไลน์

คุณโรเบิร์ตและคุณบอลได้กลายเป็น Thor, Captain America และ Doctor Strange แบบเพี้ยน ๆ ก็เรียกเสียงฮาได้ดีเลยทีเดียว และเป็นจุดแข็งแรงที่ทำให้เราได้เห็นศักยภาพของนักแสดงตลกทั้ง 3 ท่านที่ถือเป็น MVP ที่ทำให้หนังอย่าง อีเรียมซิ่ง ยังคงมีความสนุกอยู่บ้าง

โดยรวม

โดยภาพรวมของ อีเรียมซิ่ง ถือว่าทำออกมาได้ตอบโจทย์คนดูในทุกๆ ทาง แม้ว่าจะเป็นเพียงหนังตลกสูตรสำเร็จเรื่องหนึ่งก็ตาม แต่ภายใต้ความสำเร็จรูปในแบบต่างๆ ก็สามารถสร้างอรรถรสความบันเทิงให้กับคนดูได้อย่างตรงไปตรงมา ตลอดระยะเวลากว่าชั่วโมงครึ่งของหนังเป็นประสบการณ์ที่ทำให้คนดูได้ ผ่อนคลายและปล่อยเสียงหัวเราะออกมาได้แบบไม่เคอะเขิน

และที่สำคัญหนังยังมาพร้อมกับการเซอร์ไพรส์แบบคำโตๆ ที่ทำให้คนดูต้องร้องว้าวที่เป็นไฮไลท์เด่นอีกส่วนหนึ่งของหนัง และยิ่งเติมเต็มความสมบูรณ์ให้กับหนังเข้าไปอีก

รีวิวหนังไทย สนุก เรื่อง ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น หนังวัยรุ่นที่ไม่ควรพลาด

รีวิวหนังไทย สนุก เรื่อง ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น หนังวัยรุ่นที่ไม่ควรพลาด

959145612421

รีวิวหนังไทย ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น เป็นการรวบรวมนำเอาเรื่องราวความรักสุดคลาสสิคที่มักจะเกิดขึ้นในวัยรุ่นมาเล่าเป็น 4 เส้นเรื่องหลักด้วยกัน มีทั้งการแอบชอบผู้หญิงคนเดียวกันจนทำให้เพื่อนสนิทต้องมาแข่งกันจีบผู้หญิง การแอบรักเพื่อนสนิทของตัวเอง ความรักที่มีให้กับไอดอล ความรักระยะไกล และการนอกใจ
ทั้ง 4 เส้นเรื่องนี้ไม่ว่าอย่างไรก็คงจะไปตรงกับชีวิตใครบางคนอยู่ดี เพราะมันหยิบยกนำเอาเรื่องราวสุดคลาสสิคมาเล่าจนแทบจะครบถ้วนไปหมด แม้ว่าฟังดูแล้วเป็นความรักที่ดูจะไม่สมหวังและเต็มไปด้วยเรื่องราวสุดดราม่า แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็เล่าออกมาในสไตล์ feel good สดใสสมกับเป็นภาพยนตร์จากค่ายดังอย่าง GTH
ทำให้ในช่วงที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ปล่อยออกมามันกลายเป็นภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นพลุแตก ด้วยความกลมกล่อมของเรื่องราวที่เล่าและวิธีการเล่าแบบตัดสลับไปมาในแต่ละเส้นเรื่อง ไม่ได้เล่าเรื่องใดเรื่องหนึ่งให้จบไปก่อนแล้วค่อยต่ออีกเรื่องนึง ทำให้มันมีความน่าติดตามตลอดการรับชม

ไม่เพียงเท่านั้นภาพยนตร์เรื่องนี้ยังเป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกที่ได้รับเกียรติจากนักแสดงภาพยนตร์ AV ชาวญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดในขณะนั้นอย่างโซระ อาโออิมาเป็นนักแสดงนำใน 1 เส้นเรื่องอีกด้วย หลังจากนั้นเราก็ได้เธอในสื่อประเทศไทยอีกหลายต่อหลายครั้ง

เรื่องราวในภาพยนตร์เรื่อง ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น
ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น เล่าถึงเรื่องราวของเพื่อนสนิทอย่างพุและไม้ พวกเขานั้นเป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่ยังเด็กทำให้รู้จักกันเป็นอย่างดีและไปมาหาสู่ในบ้านของอีกฝ่ายอยู่เสมอ แล้วในวันหนึ่งเขาก็ได้พบกับเพื่อนเก่าที่มีชื่อว่านา เด็กสาวที่ในอดีตนั้นเคยเป็นเด็กตัวอวบอ้วนมาก่อน แต่พอโตขึ้นเธอก็ย้ายไปเรียนที่อื่น

พอปิดเทอมใหญ่จึงเดินทางกลับมาพักผ่อนที่บ้านทำให้ได้เจอเพื่อนเก่าทั้งสองคนอีกครั้ง ในตอนแรกทั้งสองคนนั้นจำนาไม่ได้เพราะเธอเปลี่ยนไปมาก กลายเป็นเด็กสาวหน้าตาน่ารักที่ทำให้ทั้งสองคนนั้นรู้สึกชอบ เพื่อเอาชนะใจเด็กสาว เพื่อนสนิททั้งสองคนจึงได้ตกลงกันว่าจะผลัดกันจีบนาโดยแบ่งเป็นวันคู่และวันคี่

ต่อมาเป็นเรื่องราวของโอ๋เล็ก หญิงสาวที่มีความชื่นชอบในตัวไอดอลนักร้องจากประเทศจีนเป็นอย่างยิ่ง ถึงขั้นที่ทำห้องนอนของเธอนั้นเต็มไปด้วยรูปภาพและสแตนดี้ของเขา เธอนั้นมอบความรักให้กับเขาแบบหมดทั้งใจ แต่เพราะอีกฝ่ายเป็นชาวจีนทำให้เธอนั้นฟังเพลงของเขาไม่รู้เรื่อง เธอจึงตัดสินใจที่จะเรียนภาษาจีนเพราะอยากฟังเพลงของเขาให้อินมากยิ่งขึ้น

สำหรับเธอแล้วความรักที่มีให้กับไอดอลนั้นก็เปรียบเสมือนกับความรักที่รู้มาตั้งแต่ต้นเลยว่าไม่มีความหวัง แต่เธอนั้นก็ยังคงมอบความรักให้กับเขาและสนับสนุนผลงานของเขาอยู่เสมอ โดยที่ไม่รู้เลยว่าในวันหนึ่งเธอนั้นจะได้พบเข้ากับเขาโดยบังเอิญ

ถัดไปเป็นเรื่องราวของเด็กชั้นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อว่าโจ้ เขาเป็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ต้องรับมือกับการแอบรักเพื่อนสนิท หลังจากที่ได้รับชมภาพยนตร์โรแมนติกอย่าง Love actually เขาก็มีความต้องการที่จะพิชิตใจเพื่อนสนิทให้ได้ แต่ซีเพื่อนสนิทที่เขาหลงรักนั้นกลับรู้สึกกับเขาเพียงแค่เพื่อนเท่านั้น

ทำให้พอเธอรู้ว่าโจ้แอบชอบเธอเธอก็ทำการตัดความหวังของอีกฝ่ายในทันที โจ้จึงต้องพยายามรักษาความสัมพันธ์กับเพื่อนที่ตัวเองแอบชอบให้ยังคงอยู่ในฐานะเพื่อนต่อไปสุดท้ายเป็นเรื่องราวของชายหนุ่มที่มีชื่อว่าเหิร เขานั้นกำลังจะเดินทางไปพบกับแฟนที่ฝึกงานในจังหวัดแถบภาคใต้ แต่ในขณะที่เขาเดินทางด้วยรถไฟนั้นเขาก็ได้พบเข้ากับหญิงสาวชาวญี่ปุ่นหน้าตาน่ารักที่มีชื่อว่า Aoi แต่เขาอ่านชื่อเธอผิดเป็นอ้อย

ทั้งสองคนนั้นได้ทำความรู้จักกันและทำให้เส้นทางของเหิรนั้นเปลี่ยนแปลงไป เพราะดูเหมือนว่าเขานั้นจะชื่นชอบหญิงสาวที่ได้พบเจอโดยบังเอิญเป็นพิเศษถึงขั้นที่ชวนเธอไปเที่ยวที่ภาคใต้ด้วยกันเลยทีเดียว แต่แน่นอนว่าเรื่องราวไม่เป็นไปอย่างที่เขาคิด เมื่อสุดท้ายแฟนสาวของเขาก็จับได้ว่าเหิรนั้นเดินออกนอกเส้นทาง

เพราะเหตุใด ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น จึงได้รับความนิยม
ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น เป็นภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมในอันดับต้นๆ ของค่ายภาพยนตร์อย่าง GTH เรียกได้ว่าทั้งเด็กและวัยรุ่น รวมไปถึงผู้ใหญ่มียุคนั้นต่างก็เคยรับชมภาพยนตร์เรื่องนี้มาก่อนกันทั้งนั้น และส่วนใหญ่กระแสวิจารณ์ก็ออกมาในแง่บวก

นั่นก็เป็นเพราะว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่เพียงแต่นำเสนอเรื่องราวความรักที่ทุกคนเคยประสบพบเจอและมีประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับมันมาก่อนเท่านั้น แต่มันยังได้สอดแทรกบทเรียนมากมายในแต่ละเรื่องไม่เพียงแค่เรื่องความรักเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงเรื่องเพื่อนและครอบครัวอีกด้วย ดูหนังออนไลน์

ไม่เพียงเท่านั้นการเล่าเรื่องยังส่งให้เรื่องราวที่เล่าในภาพยนตร์นั้นเต็มไปด้วยความสนุกสนานและน่าติดตามว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวละคร มันจึงสามารถรับชมได้โดยที่ไม่รู้สึกเบื่อ แม้ว่าจะเล่าเรื่องราวถึง 4 เส้นเรื่องแต่สามารถเราได้อย่างไหลลื่นไม่มีสะดุด

รีวิว คู่กรรม (2556) – หนังมีเหตุผลของมัน คนดูก็มีหัวใจของเขา วิจารณ์หนัง

รีวิว คู่กรรม (2556) – หนังมีเหตุผลของมัน คนดูก็มีหัวใจของเขา วิจารณ์หนัง

คู่กรรม ณเดชน์

รีวิว คู่กรรม ผมชอบนวนิยายเรื่อง “คู่กรรม” มาก เช่นเดียวกับคนไทยหลายคน และก็ได้ติดตามดูคู่กรรมมาตลอดทุกยุคทุกสมัย ทั้งเวอร์ชันละครหรือหนังใหญ่ ซึ่งปีนี้น่าจะเป็นปีสุดพิเศษเพราะมีคู่กรรมให้ดูพร้อมกันถึง 2 เวอร์ชันเลยทีเดียว

ท่ามกลางการโหมโปรโมทภาพยนตร์อย่างหนัก การได้พระเอกแห่งยุคอย่างณเดชน์มา ลงทุนสูงถึง 70 ล้านบาท รวมถึงตัวอย่างภาพยนตร์พร้อมเพลงเพราะขั้นสุดยอด ทำให้คู่กรรมเวอร์ชันนี้ถูกคาดหวังเอาไว้สูงปรี๊ด

แต่แล้วเสียงตอบรับจากรอบสื่อที่ไปคนละทิศละทาง พร้อมเสียงวิจารณ์ที่ตามมาจากหลายคนว่า “ห่วย”, “ไม่ชอบ”, “นางเอกเหมือนหุ่นยนตร์” ฯลฯ

แต่ส่วนตัวแล้วผมกลับรู้สึกชอบ “คู่กรรม” เวอร์ชัน 2556 มากเป็นพิเศษ และน่าจะเป็นเวอร์ชันที่ชอบที่สุดที่เคยดูมาเลยด้วยซ้ำไป

ปัญหาของ “คู่กรรม”

ความพิเศษในบทประพันธ์ของทมยันตีเรื่องนี้คือ การบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้เต็มไปด้วยรายละเอียดสำคัญ เหตุการณ์จำนวนมาก และทุกจุดมีที่มาที่ไป ทำไมแม่อังไม่ชอบญี่ปุ่น ทำไมถึงต้องแต่งงาน ทำไมถึงต้องมีคำสัญญา ฯลฯ

ปัญหาของคู่กรรมคือมันไม่เหมาะกับการทำเป็นหนัง แต่เหมาะกับการทำเป็นละครมากกว่า คือถ้ามานั่งเก็บรายละเอียดนี่ตาย แต่จะข้ามก็ไม่ได้

เป็นปัญหาเดียวกับที่เวอร์ชันหนังใหญ่ปี 2538 มีแต่บันทึกเหตุการณ์สำคัญ จนหนังออกมาไม่ค่อยมีอารมณ์ร่วม ทั้งที่หัวใจหลักของคู่กรรมคือเรื่องราวความรัก

ความซวยอีกอย่างคือคู่กรรมดันเปิดฉายช่วงใกล้กับพี่มากพระโขนง ซึ่งเป็นหนังที่ไม่มีใครคาดหวัง แต่ทำได้ดีเกินคาด ความกดดันของหนังที่ทุกคนคาดหวังมากเลยสูงตามไปด้วย

ผู้กำกับมีเหตุผลของเขา คนดูมีหัวใจของคนดู

จากปัญหาเรื่องรายละเอียดของคู่กรรม ก็ได้ไปอ่านบทสัมภาษณ์ของคุณเรียว กิตติกร (ผู้กำกับ) ที่บอกว่า เขาตัดสินใจที่จะเลือกเล่าเฉพาะครึ่งหลังของนวนิยาย คือเน้นเรื่องความรักของสองคนมากกว่า โดยเล่าเรื่องเหตุการณ์สำคัญไปแบบผ่านๆ

[Spoil]

ผมชอบคุณเรียว ที่ความแน วของเขานี่แหล่ะ หนังเรื่องก่อนๆ แกก็จะติสต์แตกหน่อยๆ
หนังเปิดมา ด้วยฉากเครดิต แบบการ์ตูน เล่นเอาเหวอ เหมือนกัน นั่งเกาหัวเลยว่า “จะมาไม้ไหนฟะ”
ช่วงแรก ของหนังผ่านไป แบบ ฉับฉับฉับ อย่างที่ผู้กำกับ บอกจริงๆ เปิดมาโกโบริ กับอังศุมาลินก็เจอกันเลย งอนง้อ ดื้อดึง ถูกฟัน ไปจนถึงแต่งงาน เร็วมากๆ
ความโหด ของภาคนี้ คือแม่อังแกไม่มีใจ ให้โกโบริเลย แถมเกลียด เอามากๆ ด้วย
ณเดชน์ แสดงดี ดูแล้วเคลิ้ม โดยเฉพาะ การพูดไม่ชัด กับบทภาษาญี่ปุ่น นี่เนียนจนเชื่อ
ริชชี่นางเอก ก็ไม่ได้แสดงแข็ง ขนาด ที่หลายคน ว่าเอาไว้นะ คงเพราะบท มันตั้งให้แม่อังภาคนี้ไร้หัวใจ มากเป็นพิเศษ
แอบเห็น ว่าตัดหลายฉาก ออกไปเลย บางฉาก ก็รวมรัดซะจน แบบว่า เฮ้ย เอาแบบนี้จริงๆ เหรอ … อยู่ดีๆ โกโบริก็โดนฟัน .. อยู่ดีๆ แม่อังก็แกล้งตกบันได
ชอบเรื่องการกำกับภาพมากเลย โดยเฉพาะฉากทิ้งระเบิดที่สะพาน กับฉากแต่งงาน (ดูดีๆ จะรู้ว่าเค้าถ่ายที่ ABAC นะจ๊ะ)
ไฮไลท์คือ Love Scene ที่ให้เวลาตรงนั้นเกือบ 10 นาที และเป็น 10 นาทีที่ไม่ใช่ตบจูบหรือล้มตัวลงกล้องแพนขึ้นฟ้าแบบในละคร แต่เป็นอาการทั้งรัก ทั้งชัง ทั้งสับสน ทั้งขมขื่น มันบอกไม่ถูกเหมือนกัน รู้แค่มันอาร์สสสมาก
ผมชอบ ณเดชน์ ในบทโกโบริ มากกว่าพี่เบิร์ด หรือ บี้เสียอีก
ส่วน อังศุมาลิน นี่คิดว่า ชอบหนูนา มากกว่ากวาง หรืออุ๋มนะ
มันก็น่าหงุดหงิด พอสมควร ที่แม่อังแสนดี น่ารักสดใส แต่เข้มแข็ง ทำไม กลายมา เป็นแม่อังหุ่นยนตร์ ไม่รัก พ่อดอกมะลิ ให้คนดูได้ชื่น ใจเลยแม้ แต่น้อย
มารู้เฉลยก็ตอนจบ ที่สุดท้าย แล้วแม่อังก็ รักโกโบริ มาโดยตลอด ติดอย่างเดีย วคือคำสัญญาที่ให้ไว้กับวนัส ชายผู้เป็นที่รักที่รอการกลับมา
นั่นเลยเป็นเหตุผลว่า ทำไมประโยคประจำหนังเรื่องนี้ถึงได้เป็น “คุณมีเหตุผลของคุณ ผมมีหัวใจของผม .. ก็พอแล้ว”
อังศุมาลินยึดอยู่แต่กับเหตุผล เขาพยายามสนใจแค่คำสัญญาที่ให้ไว้
โกโบริเองก็ไม่สนใจเหตุผลของอีกฝ่าย รู้แค่เขารัก และเรียกร้องความรัก
วนัสกลับมากลายเป็นผู้ปลดปล่อย ประโยคที่ว่า “ลืมเหตุผลหรือคำสัญญานั้นไปเถอะ ถึงเวลาที่เธอต้องเลือกแล้ว เชื่อพี่เถอะถ้าเธอได้พูดออกมา เธอจะเป็นอิสระ“
ฉากจบที่แม่อังทำอะไรไม่ได้ ได้แต่พูดในสิ่งที่โกโบริเคยขอไว้ คือแค่บอกรักเขาก็พอ แค่นั้น
มันคือคำที่อยู่ในท่อนสุดท้ายของเพลงประกอบภาพยนตร์ ที่ว่า “รู้ว่าเธอยังคงลังเลอยู่ใช่ไหม คงไม่มีคำใดใด ที่ใจจะเรียกร้อง หากว่าเธอเพียงจะเข้าใจ ก็ไม่ต้องการอะไรแล้ว .. แค่บอกรัก”
ผมชอบความกล้าในการตีความและการสร้างโลกคู่กรรมขึ้นมาใหม่ หนังพยายามโยงให้เห็นจิตใจที่มีแต่ความรักแท้ของโกโบริได้ดีมาก งานสร้างก็ดี ภาพสวย เพลงเพราะ

แต่ก็เห็นด้วยกับหลายคนที่ว่าหนังขาดความซาบซึ้ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรจะมีในคู่กรรม ถึงแม้จะมีการปรับมุมมองใหม่ ปรับแนวคิดของอังศุมาลินใหม่ แต่สุดท้ายแล้ว หนังมันก็ยังขาดความซาบซึ้งใจอยู่ดี
สรุปแล้วคู่กรรมเป็นหนังที่มีความเป็นศิลปะสูงกว่าความบันเทิง คือคนที่ชอบก็จะชอบมาก ไม่ชอบก็จะเกลียดไปเลย ซึ่งผมอยู่ในฝ่ายข้างต้น และไม่ได้รู้สึกขัดใจอะไรกับการจบแบบเทาๆ แบบนี้ จะว่าไปมันก็เจ๋งดีที่แตกต่าง เพราะผมก็ไม่คิดว่า คนเราควรจะดูคู่กรรมที่ทำออกมาเหมือนกันทุกภาคได้ไปตลอดชีวิต ดูหนังออนไลน์

รีวิว จอมขมังเวทย์ 2020 – หนังแอ็กชันไสยศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงของความเชื่อ

รีวิว จอมขมังเวทย์ 2020 – หนังแอ็กชันไสยศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงของความเชื่อ

รวมถึงการแสดงของ ก็อต จิรายุ ตันตระกูล ที่บอกได้เลยว่าแบกหนังมากกว่าตัวหลักด้วยซ้ำ การแสดงของเขาทำให้รู้สึกว่ามันเลว มันโหด มันร้ายจริง ๆ จนทำให้ไม่ลืมภาพลักษณ์ตัวร้ายในบทบาทความเป็นโรคจิตของเขาลงไปได้ ถ้าให้เขาไปแสดงเทียบเท่าหนังฮอลลีวูดรับบทโจ๊กเกอร์ก็ยังได้เลยด้วยซ้ำ เป็นตัวร้ายที่ผมมองแล้วรู้สึกว่าเขาเดินได้เท่จริง ๆ และโรคจิตโคตร ๆ

ในตอนท้ายของเรื่อง เราจะเห็น 2 ฉากสุดท้ายที่ได้ปล่อยออกมา เราจะมาคาดเดาในตัวอย่างที่ 2 กันเพราะตัวอย่างนี้เราจะเห็น สันติ ที่ตามล่า อิทธิ จนมาถึงโบกี้รถไฟแล้วโดดเข้าใส่ก็ตัดจบ ทำให้ไม่รู้ว่าจะมีภาค 3 หรือไม่ แต่ส่วนตัวคิดว่าภาคนี้คือระยะเวลาที่หายไปในภาคแรกซะมากกว่าถึงแม้จะมีบางจุดที่ไม่สมเหตุสมผลแต่พอมาชั่งน้ำหนักดูแล้วเหตุการณ์ที่บอกว่าเป็นส่วนหนึ่งข้อภาคแรกทำให้มีจุดบกพร่องน้อยกว่าที่จะทำภาค 3 ต่อด้วยซ้ำ เพราะมันจะตอบคำถามทุกอย่างเลยว่า ทำไมอิทธิถึงไม่ตาย และหมวดสันติหายไปไหน

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีภาพยนตร์ที่น่าสนใจอยู่เรื่องหนึ่งแถมเป็นภาพยนตร์ไทยที่อาเจ๊นัทจำตามอง และ อยากดูเป็นอย่างมากนั้นก็คือ “จอมขมังเวทย์ 2020” ผลงานจากผู้กำกับพี่ต้อม ปิยะพันธุ์ ชูเพ็ชร์ ที่อยู่ภายใต้การดูแลของสหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ทางพี่ต้อมเองได้อธิบายเอาไว้ว่า “มันไม่ใช่ภาครีเมค แต่เป็นภาคต่อที่เขาตั้งใจทำเอาไว้เมื่อ 15 ปีก่อน” ซึ่งใครที่กำลังจะไปดูภาพยนตร์เรื่องนี้อาเจ๊นัทขอแนะนำว่าให้ไปหาดูภาคแรกในชาแนล Youtube ของ “พระนครฟิลม์ Phranakornfilm” ได้นะคะ

เนื้อเรื่องใน “จอมขมังเวทย์ 2020” เป็นเหตุการณ์ต่อจากภาคแรกที่อ้างอิงตามเวลาจริงถึง 15 ปี ( ในหนังก็พูดนะ ) โดยเรื่องราวถูกเล่าผ่านตัวละครที่ชื่อว่า “วิน” หนุ่มผู้ชื่นชอบวิชาต่อยมวยและใช้วิชานี้ในการหาเงินให้กับตัวเอง มีอยู่มาวันหนึ่งวินต้องเจอเหตุการณ์ที่เลวร้ายเมื่อเขาและพ่อถูกลอบฆ่าจากกลุ่มคนปริศนา ทำให้วินได้เสียพ่อไป ส่วนตัวเองก็บาดเจ็บสาหัส เมื่อพักฟื้นเรียบร้อยแล้วเขาก็ได้ตัดสินใจฝึกฝน เรียนรู้วิชาด้านไสยเวทย์เพื่อเป็นเกราะป้องกันตัวและสืบหาข้อมูลว่า “ใครเป็นคนลอบฆ่าเขาและพ่อ”

แต่เมื่อเขาค้นหาความจริงก็พบว่า “ฆาตกรที่ฆ่าพ่อเขาก็ไม่ธรรมดา เพราะว่าเขาก็คือผู้ที่ถูกเรียกว่าจอมขมังเวทย์ในตำนาน” ในระหว่างนั้นโลกของเรามีกลุ่มคนผู้ใช้ความเชื่อมาหากินกับผู้คนที่หมดสิทธิ์หนทาง นั้นก็คือ ครูเมย์ และ ก็อต ผู้ที่คอยสนับสนุนอยู่ข้างๆ แล้วทุกสิ่งทุกอย่างก็นำพาให้ผู้ชมได้รู้ว่า “ในยุคปัจจุบันโลกของเราผู้คนยังเชื่อในสิ่งลี้ลับและด้านไสยศาสตร์ว่าสิ่งเหล่านี้จะทำให้ชีวิตดีขึ้น” บทสรุปสุดท้ายจะเป็นยังไง วินจะต้องเผชิญหน้ากับจอมขมังเวทย์ในตำนานแล้วหาทางเอาชนะได้รึไหมต้องไปติดตามกันค่ะ

ส่วนตัวแล้วอาเจ๊นัทคิดว่าบทภาพยนตร์ใน “จอมขมังเวทย์ 2020” ต้องการนำเสนอให้เราเห็นว่า “โลกใบนี้แม้ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน หรือ ยิ่งใหญ่มากเพียงใด บางครั้งก็ต้องมีตัวช่วยที่มากกว่ากำลังและมันสมองอยู่ดี” ซึ่งจุดเด่นในเรื่องนี้น่าเสียดายที่ภาพยนตร์พยายามจะเล่าแต่ไปไม่สุดสักทางจริงๆ บางเรื่องราวก็ไม่พูดถึงที่มาที่ไปสักเท่าไหร่ แต่ถ้ามองแบบลึกๆ การเล่าเรื่องก็ทำออกมาได้ดีไม่เลวร้าย ถ้าเพื่อนๆ ตามทันกับสิ่งที่ภาพยนตร์ต้องการปูทางให้เราเข้าใจนะ แต่ถ้าคนที่หลุดโฟกัสไปนิดเดียวอาจจะงงและไม่เข้า่ใจเลยค่ะ

นอกจากบทภาพยนตร์ที่ตำหนิไปเล็กๆ น้อยๆ แล้ว สิ่งต่อมานั้นก็คือ “CG” ที่ยังรู้สึกว่าทำไม่ดีเท่าที่ควร ทำให้ฉากที่ต้องใช้ Effect อลังการๆ ดูบ้านๆ ไปเลย ตรงข้ามกับฉากคิวบู๊ที่ทำออกมาได้สนุกมาก เรียกว่าเหมือนกำลังดู “คมแฝกเวอร์ชั่นภาพยนตร์” เลยแหะ ( แต่ก็นะนักแสดงก็มาจากเรื่องเดียวกันเลยหว่า )

มาพูดถึงนักแสดงกันหน่อยค่ะ บทนำอย่าง “วิน” ที่ได้ หมาก ปริญ สุภารัตน์ นักแสดงคุณภาพที่บอกตรงๆ ว่าตอนแรกแอบกังวนว่าเขาจะเหมาะกับบทบาทตัวละครนี้รึเปล่า แต่พอเอาเข้าจริงๆ ตัวหมากทำได้ดีมากค่ะ โดยเฉพาะคิวบู๊ ดูเป็นธรรมชาติมากๆ ไม่ติดขัดอะไรเท่าไหร่เลย ตามมาด้วย “ก็อด” ที่ได้ ก๊อต จิรายุ ตันตระกูล หนึ่งในนักแสดงคุณภาพอีกคนที่ทั้งสองเคยแสดงละครแนวบู๊อย่างเรื่องคมแฝกด้วยกันมาก่อน บอกเลยว่า “ดีงามไม่แพ้หมากเลยค่ะ”

มาพูดถึงตัวละครสาวๆ กันบาง น้องคิตตี้ ชิชา อมาตยกุล พอขึ้นจอใหญ่บอกตรงๆ ว่า “ดูสวยมากๆ” เห็นแล้วอาเจ๊นัทยังชมไม่ขาดปากเลย ส่วนน้องแพร์ พิชชาภา พันธุมจินดา ก็เช่นเดียวกันค่ะ ไม่แตกต่างเลย ที่ทั้งสวยและมีฉากเซ็กซี่ๆ ให้หนุ่มๆ ที่ไปดูแอบหลงรักน้องและการแสดงได้ไม่ยาก เอาเป็นว่าหนุ่มๆ ที่ไปดูต้องเลือกแล้วละว่าจะชอบน้องคนไหน >.,<

สุดท้ายนี้ก็คือตัวละครจอมขมังเวทย์ในตำนานอย่าง “นก ฉัตรชัย เปล่งพานิช” ที่ภาคนี้ก็ได้กลับมารับบทเป็น “อิทธิ” อีกครั้ง แถมยังจะต้องเผชิญหน้ากับผู้ใช้ไสยเวทย์รุ่นใหม่ ก็เรียกว่าฉากต่อสู้ของพวกเขาก็สนุกและยังมีคำพูดที่ให้แนวคิดแก่ตัวละครหลักภายในภาพยนตร์ด้วย อีกทั้งยังเป็นภาพยนตร์ที่ได้แสดงร่วมกับ “นก สินจัย เปล่งพานิช” ผู้เป็นภรรยาแท้ๆ อีกด้วยนะ

ถ้าให้อาเจ๊นัทสรุปว่าภาพยนตร์เรื่อง “จอมขมังเวทย์ 2020” ควรไปดูไหม แนะนำว่าไปดูเถอะค่ะ สนุกมากจริงๆ แม้ว่าในหลายๆ ส่วนอย่างบทภาพยนตร์ที่อาจจะขาดความสมเหตุ สมบทไปบ้างก็ตาม การตัดต่อที่แว่บไปแว่บมา ทำให้ผู้ที่ดูอาจจะตามไม่ทัน หรือ CG ที่ยังไม่ดีพอ แต่นั้นไม่ใช่สาเหตุหลักที่คุณจะไม่ดูภาพยนตร์เรื่องนี้หรอกค่ะ

เพราะถ้าให้อาเจ๊นัทพูดก็คือ “มันคือภาคต่อจากภาพยนตร์เรื่องจอมขมังเวทย์เมื่อ 15 ปีที่แล้ว ภาคนี้จะมาช่วยขยายเรื่องราวว่าเมื่อโลกเปลี่ยนไป ยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลง ความเชื่อก็ยังคงอยู่กับคนเราอยู่เหมือนเดิม” น่าเสียดายที่พี่กอลฟ์ อัครา อมาตยกุล ผู้รับบทเป็น “สันติ” หนึ่งในผู้ที่มีวิชาอาคมแข็งแกร่งไม่แพ้อิทธิไม่ได้มาร่วมแสดงด้วย สาเหตุเป็นเพราะพี่กอลฟ์เองได้ลาวงการเป็นนักแสดงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

สุดท้ายนี้ อาเจ๊นัท และ ทีมงาน uKNOW ขอฝากบทความนี้และบทความอื่นๆ ที่พวกเราตั้งใจนำเสนอมาให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันด้วย อย่าลืมกดแจ้งเตือนของเว็บไซต์และกดไลน์หน้าแฟนเพจ uKnowTH เพื่อติดตามผลงานของพวกเรากันด้วยนะคะ ดูหนังออนไลน์

รีวิวภาพยนตร์ที่อยู่ในใจ ใครหลายๆคน หนังสิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รัก

รีวิวภาพยนตร์ที่อยู่ในใจ ใครหลายๆคน หนังสิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รัก

สิ่งเล็กๆที่เรียกว่ารัก (FIRST LOVE) (DVD) ดีวีดี | Lazada.co.th

รีวิวภาพยนตร์ที่อยู่ในใจ ข้อคิดดี ๆ จากหนังสิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รัก
หนังสิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รักทำให้เราได้เรียนรู้ถึงมิตรภาพความรักของการเป็นเพื่อนที่ดี ช่วยเหลือ และอยู่เคียงข้างกันและกัน แม้ว่าเราจะทำตัวอย่างไรสายใยระหว่างเพื่อนก็ไม่สามารถตัดได้ขาด และในมุมมองของความรัก สุดท้ายแล้วไม่ว่าเราจะเปลี่ยนแปลงตัวตนจนบรรลุเป้าหมายให้อยู่ในสายตาเขามากแค่ไหน แต่เขาก็รักที่คุณเป็นตัวของคุณที่นิสัยด้วยนะ

หากอยากให้เขาอยู่ในสายตา วิธีที่สุดคือ เราอาจจะเข้าหาเขา คอยช่วยเหลือ ให้เขารู้จักเรามากขึ้นและเมื่อเริ่มสนิทแล้วจึงค่อยบอกความในใจไป แม้จะเร็วแต่ก็ดีกว่าเราบอกช้าจนถูกคนอื่นแซงหน้านะ

เนื่องจากไปดูเรื่องนี้หลังจากดู “กวน มึน โฮ” มาแล้ว แน่นอนว่ายังสลัดภาพไม่ออกนัก แต่โชคดีที่เป็นหนังรักคนละวัย มาดูรักใสๆ ของเด็กๆ ก็ทำให้ย้อนนึกถึงสมัยหนุ่มๆ ได้ดีเหมือนกันนะ

-ยอมรับว่าโชน (มาริโอ้) โคตรหล่อจริงๆ สมกับที่สาวกรี๊ดทั้งโรงเรียน
-แต่ท๊อปเพื่อนโชนนี่หน้ากระเหรี่ยงมาก แถมจีบดะ หล่อตรงไหนฟะ
-URL ของเว็บแปลกที่สุดในโลก เพราะเป็นภาษาไทย (พิมพ์แบบนี้เลยนะ) -> http://www.สิ่งเล็กเล็ก.com
-น้ำเป็นเด็กผู้หญิง ที่มีประสบการณ์เดียวกับเด็กผู้หญิง 99.99% ในประเทศนี้เคยประสบมา .. คือ “แอบรักรุ่นพี่”
-ชอบอารมณ์แอบรักในหนังมาก มันดูสดใส มีแรงใจ ทำให้เรากล้าทำในสิ่งดีๆ มากมายออกมา เหมือนอย่างที่หนังบอก .. เธอคือแรงบันดาลใจให้กับฉัน (Inspiration)
-น้ำได้เปลี่ยนแปลงตัวเอง ขยันเรียน, แสดงละคร, เป็นดรัมเมเยอร์
-สามารถเปลี่ยนสาวหน้าใสอย่างน้องใบเฟิร์นให้หน้าปลวกขนาดนั้นได้ เก่งจริงๆ 55
-มีฉากน่ารักๆ มากมายเต็มไปหมด ที่หลายคนแถวนี้น่าจะเคยทำกันครบถ้วน .. แอบทำตามหนังสือรัก, แอบเก็บของเค้าไว้ตลอด, แกล้งเดินผ่านหน้าห้องขอแค่ได้มอง, เพื่อนจอมยุ
-ว่าแต่วิธีบอกรักตรงๆ ตอนวันเรียนจบนี่ ออกแนวสู้ตายถวายชีวีไปหน่อยนะ โอกาสตกน้ำตามชื่อนางเอกมีสูงลิบ
-ตอนจบออกแนวงงๆ เล็กน้อย ปรับสภาพไม่ทัน แต่ก็น่ารักดี
-ประโยคโดนๆ ก็เยอะเช่นกัน ..
“พี่เป็นแรงบันดาลใจให้น้ำนะคะ”
“พี่โชนเค้าจำชื่อเราได้ด้วยๆๆๆๆๆๆๆๆ”
“วันนี้พี่เค้าถือกระเป๋าให้เราด้วยล่ะ” [แต่อยู่บนหลังอีกคนนึงอยู่]
“อยากบอกว่าทำสำเร็จตั้งแต่ต้นแล้ว…”

หนังเล่าเรื่องผ่านมุมมองของน้ำ (พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์) หญิงสาวหน้าปลวก (คำที่ใช้ในหนัง) เธอแอบชอบหนุ่มฮ็อตของโรงเรียนอย่างพี่โชน (มาริโอ เมาเร่อ) โดยตลอดทั้ง 3 ปีที่พี่โชนและน้ำเรียนอยู่ที่เดียวกัน เธอทำทุกอย่างเพื่อให้พี่โชนหันมาสนใจเธอ เธอเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้นทั้งหน้าตาและการเรียน การยอมรับตำแหน่งสุดหินอย่างดรัมเมเยอร์ และทำอะไรหลายอย่างเพื่อเขาแม้ว่าเขาจะไม่รู้ตัว และสุดท้าย เธอก็ได้บทเรียนเกี่ยวกับมิตรภาพระหว่างเพื่อน ชีวิต ความรัก ครอบครัว และการไล่ตามความฝันของตัวเอง….

อ่านเรื่องย่อของหนัง ตรงย่อหน้าข้างบนแล้ว ชมรมคนต่อต้านหนังฟีลกู้ดฟีลเลี่ยนทั้งหลายอย่าเพิ่งเบือนหน้าหนี เพราะตัวหนังจริงๆ ทำได้ลงตัวและสนุกกว่าที่ผมเล่าให้ฟังในบรรทัดที่แล้วซะอีก การที่ผมซึ่งไม่ชอบหนังสไตล์ฟีลกู้ดแต่สนุกไปกับหนังเรื่องนี้นั้น ตอนแรกผมคิดว่า เป็นเพราะความ Pure และความสมจริงของหนัง แต่พอผมดูหนังเรื่องนี้รอบที่สอง ผมก็ได้ฉุกคิดว่า หนังเรื่องนี้ไม่ได้เพียวหรือสมจริงขนาดนั้น แต่หนังมันมีจุดเด่นตรงที่หนังสามารถกลบความ fantasy เอาไว้ได้อย่างพอเหมาะ จนคนดูหลับตาให้กับความ fantasy และความไม่สมจริงในหนังเรื่องนี้ได้อย่างสะดวกใจ หรืออีกนัยหนึ่งคือ หนังสามารถทรงตัวอยู่บนเส้นด้ายบางๆ ที่คั่นระหว่าง reality และ fantasy ได้อย่างน่าชื่นชม

หากพูดแบบหยาบๆ ก็คือ หนังเรื่อง สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่ารัก ก็คือ “ซินเดอเรลล่า” ที่ถูก ดัดแปลงให้อยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงนั่นเอง ซึ่งถ้าจะยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัด คงต้องยกตัวอย่างหนังเรื่อง Ever After (1998, แอนดี้ เทนแนนท์) ซึ่งเป็นหนัง ”ซินเดอเรลล่า” ที่ลดโทนเทพนิยาย (นางฟ้า, แม่มดใจร้าย, รถฟักทอง) ลงไป เหลือแต่ฉากหลังในโลกแห่งความเป็นจริง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า แนวความคิดที่แฝงอยู่ใน Ever After ยังคงเป็น fantasy อยู่ดี ทั้งการที่นางเอกได้เลื่อนชนชั้นไปเป็นคู่รักของเจ้าชายได้อย่างรวดเร็วหรือ อุปสรรคในเรื่องถูกแก้ไขได้อย่างง่ายดาย จนถึงแม้องค์ประกอบหนังจะถูกทำให้เป็น reality โคตรๆ ขนาดไหนก็ไม่ทำให้หนังดู real ขึ้นมาในภาพรวมได้ ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าเป็นขั้วตรงข้ามกับ Memories of Matsuko (2006, เท็ตซึยะ นาคาชิมะ) ซึ่งถึงแม้ภาพในหนังจะโอเว่อร์เหนือจริงขนาดไหน แต่ด้วยโทนเรื่องหลักก็ได้ทำให้ Memories of Matsuko กลายเป็นหนังสะท้อนชีวิตจริงได้อย่างน่าขนลุก!

หนังที่สร้างชื่อเสียงให้กับ ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ซึ่งรับบทเป็น ” น้ำ ” กับ มาริโอ้ เมาเร่อ รับบทเป็น ” พี่โชน ” ทั้งสองคนมีผลงานการแสดงก่อนหน้าภาพยนตร์เรื่องนี้มาแล้วมากมาย แต่การรับบทบาทในหนังเรื่องนี้กลายเป็นที่พูดถึงและจดจำทั้งสองคนไม่เพียงแค่ในประเทศไทยเท่านั้น ยังโด่งดังไปไกลถึงเมืองนอกกันเลยทีเดียว โดยเฉพาะในประเทศจีนถึงขั้นคลั่งไคล้พี่โชนอย่างเอาเป็นเอาตาย ชนิดที่ว่าต้องรู้จักพี่โชนกันแทบทุกคน และเมื่อปี 2562 ประเทศจีนก็ได้ทำภาพยนตร์ซึ่งมีเค้าโครงมาจากหนังเรื่องนี้โดยให้ชื่อว่า ” A Little Thing Called First Love ” มาริโอ้จึงกลายเป็นผู้ชายในฝันของสาว ๆ ตราบจนทุกวันนี้ และใบเฟิร์นเองก็ยังแสดงได้น่ารักและสมบทบาทในภาพยนตร์อีกด้วย  ดูหนังออนไลน์ฟรี