Categories
ดูหนังออนไลน์ฟรี

กองถ่ายซีรีส์ Ms. Marvel เตรียมมาไทยเดือนมีนาคมนี้ รอติดตามได้เลย

กองถ่ายซีรีส์ Ms. Marvel เตรียมมาไทย เดือนมีนาคม นี้ รอติดตามได้เลย

WHAT THE FACT Ms. Marvel ย้ายกองถ่ายมากรุงเทพมหานคร

นอกจาก Falcon and the winter soldier และ Loki ที่จ่อคิวรอหลัง Wanda Vision จบลงแล้วอีกหนึ่งโปรเจกต์ซีรีส์ซูเปอร์ฮีโร่ฟอร์มยักษ์อย่าง Ms. Marvel ก็กำลังเร่งถ่ายทำกันอย่างขมักเขม้นซึ่งหลังจากถ่ายทำในแอตแลนตาเสร็จแล้วก็มีข่าวเล็ดรอดมาจากกองถ่ายว่าทีมงานกำลังจะย้ายมาถ่ายบางฉากที่กรุงเทพมหานครของเราใน เดือนมีนาคม นี้

ตามแหล่งข่าวทั้งอินสตาแกรมของนักข่าวที่ติดตามกองถ่ายชื่อแอคเคาท์ @Atlanta_Filming และเว็บบล็อกเกอร์คนดังอย่าง Murphy’s Multiverse ต่างรายงานตรงกันว่าขณะนี้กองถ่าย Ms. Marvel ซีรีส์ซูเปอร์ฮีโร่ที่มีคิวลง Disney+ ในปีนี้สิ้นสุดการถ่ายทำฉากสำคัญที่แอตแลนตาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่มีรายงานชัดเจนว่ากองถ่ายที่เดินทางมากรุงเทพมหานครนั้นจะเป็นกองใหญ่หรือแค่กองถ่ายย่อยที่มาเก็บฟุตเทจประกอบเรื่องราวเท่านั้น

ภาพจากคอมิก Ms. Marvel กับ Red Dagger เครดิตภาพ Marvel Comic
สำหรับความน่าสนใจของ Ms. Marvel ก็คงหนีไม่พ้นการเป็นซีรีส์ซูเปอร์ฮีโร่เรื่องแรกของมาร์เวลที่ตัวละครเอกจะนับถือศาสนาอิสลามโดยนักแสดงสาว ไอมาน เวลลานี จะสวมบทกมลา ข่านสาวลูกครึ่งปากีสถานอเมริกันจากนิวเจอร์ซีที่มักถูกบูลลีจากความแตกต่างด้านชาติพันธุ์ในโรงเรียนจนกระทั่งเธอได้รับพลังพิเศษจนกลายเป็น Ms. Marvel คนที่สี่หลังแครอล เดนเวอร์กลายเป็นกัปตันมาร์เวลไปแล้ว และแน่นอนว่าตัวละครกมลา ข่านจะปรากฏตัวร่วมกับแครอล เดนเวอร์ บทของบรี ลาร์สันในหนังภาคต่อ Captain Marvel 2 อย่างแน่นอน.

WHAT THE FACT Ms. Marvel ย้ายกองถ่ายมากรุงเทพมหานคร

(จากซ้ายไปขวา) Iman Vellani, Aramis Knight, Laurel Marsden
โดยขณะนี้ซีรีส์ Ms. Marvel ยังไม่มีกำหนดการลงสตรีมมิ่งทาง Disney+ อย่างเป็นทางการแต่คาดว่าเราจะได้ชมกันภายในปีนี้ตามกำหนดการซึ่งนอกจากไอมาน เวลลานี นักแสดงสาวเชื้อสายแคนาดาที่เป็นครอบครัวผู้อพยพจากปากีสถานเหมือนตัวละครกมลา ข่านของเธอแล้วซีรีส์ยังได้หนุ่มสุดฮอตเชื้อสายปากีสถานอย่าง อรามิส ไนต์ จาก Ender’s Game มาเขย่าหัวใจสาว ๆในบท คารีม หรือ Red Dagger ฮีโร่ศาลเตี้ยคาดปากด้วยผ้าแดงจากปากีสถานด้วยความหล่อลากดิน

รวมถึง ลอเรล มาร์สเดน นักแสดงสาวสวยจากซีรีส์สั้น Survive บนแพลตฟอร์ม Quibi ที่รอดชีวิตหลังแพลตฟอร์มปิดตัวลงมารับบท โซอี ซิมเมอร์ ที่ไม่ได้เป็นญาติกับฮานส์ ซิมเมอร์คอมโพสเซอร์คนดังแต่อย่างใดแต่โซอีคือสาวผิวขาวจอมบูลลีที่หลังจากกมลา ข่านช่วยเธอไว้จึงกลายมาเป็นมิตรที่คอยสนับสนุนฮีโร่อย่าง Ms. Marvel

Sana Amanat ผู้อำนวยการบริหารและพัฒนาคอนเทนต์ซีรีส์ Ms. Marvel และผู้ร่วมคิดค้นคาแรกเตอร์ กมลา ข่าน เครดิตภาพ ALBERTO E. RODRIGUEZ/GETTY IMAGES
ซีรีส์ได้ ซานา อมานาต ผู้ร่วมตัดสายสะดือคลอดตัวละครกมลา ข่านมาเป็นโปรดิวเซอร์ และได้บิชา เค อาลี มากุมหางเสือซีรีส์ในฐานะผู้จัด (Show Runner) ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทาง Disney เองให้ความสำคัญและกระจายโอกาสในการทำงานสู่กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์จริง ๆ ดูหนังออนไลน์ 

Categories
ดูหนังออนไลน์ฟรี

Chaos Walking หนัง YA เรื่องใหม่ เมื่อความคิดนั้นมีพลังเป็นรูปธรรม

Chaos Walking หนัง YA เรื่องใหม่ เมื่อความคิดนั้นมีพลังเป็นรูปธรรม

ถ้าในอนาคตมนุษย์สามารถมองเห็นความคิดของคุณได้จะเกิดอะไรขึ้น นี่คือคอนเซ็ปต์ของ Chaos Walking ในปี 2257 บนดาวเคราะห์ที่ชื่อว่านิวเวิลด์ มนุษย์เพศชายทุกคนที่มาตั้งรกรากจะสามารถสัมผัสความคิดของกันและกันได้ในรูปแบบของเสียงที่มีความอึกทึกเป็นพิเศษ โดยนั่นเป็นสิ่งที่เรียกว่า “ความคิด” (เดอะ นอยซ์) แต่สิ่งดังกล่าวนี้เองที่ทำให้บรรดาผู้ชายเป็นกังวลและเสียสติ เนื่องจากผู้หญิงจะสามารถรับรู้ความคิดของพวกเขาได้ แต่ตัวของผู้หญิงเองกลับไม่มีเสียงคิด ทำให้ผู้ชายไม่สามารถล่วงรู้ได้เลยว่าพวกเธอกำลังคิดอะไรอยู่ ไม่นานนักเหล่าผู้หญิงก็โดนกำจัดทิ้งจนสิ้นซาก เพราะพวกเธอถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามร้ายแรง อย่างไรก็ตามบรรดาผู้ชายที่เหลืออยู่บนนิวเวิลด์กลับต้องทุกข์ทรมานกับเสียงแห่งความคิดของตัวเองที่ถาโถมเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อน

จากนวนิยายเรื่องดังสู่บทภาพยนตร์

Chaos Walking คือชื่อชุดนวนิยายไตรภาคที่ทำยอดขายถล่มทลายผลงานการเขียนของแพทริค เนสส์ ซึ่งหนังสือทั้งสามเล่มประกอบไปด้วยชื่อตอนที่ 1 มีดของท็อดด์ (The Knife of Never Letting Go) เล่มที่ 2 The Ask and The Answer และ Monster of Men ซึ่งในเวอร์ชั่นภาพยนตร์นี้หยิบเอาหนังสือเล่มแรกมาดัดแปลง

The Knife of Never Letting Go เป็นวรรณกรรมเยาวชนที่ได้รับคำวิจารณ์ในแง่บวกจากนักวิจารณ์วรรณกรรมและเหล่าหนอนหนังสือ จนได้รับรางวัลหนังสือวรรณกรรมเยาวชนยอดเยี่ยมจากเดอะ การ์เดียน (The Guardian) โดยก่อนหน้านี้ตัวผู้เขียนอย่างแพทริค เนสส์ เองเคยได้รับรางวัลเยาวชนมาแล้วจากงาน A Monster Calls (ซึ่งเคยได้รับการดัดแปลงเป็นภาพยนตร์มาแล้ว) จากสถาบัน The Clip Carnegie Calls

เมื่อได้รับการดัดแปลงเป็นภาพยนตร์แล้ว ตัวแพทริค เนสส์ เองก็ก้าวเข้ามาร่วมเป็นหนึ่งในผู้เขียนบนภาพยนตร์ ซึ่งเขาต้องการเน้นย้ำประเด็นว่า เสียงคิดคือทุกสิ่งที่อย่างที่เราคิด จินตนาการ ถวิลหา และเชื่อว่ามันจะสามารถเป็นความจริง สิ่งดังกล่าวคือจิตใจของมนุษย์ที่ปราศจากการปรุงแต่ง แต่แล้วความแตกต่างทางเพศยิ่งกลายมาเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้เกิดความวุ่นวายต่างๆในประวัติศาสตร์ของนิวเวิลด์อันเป็นหัวใจของหนังเรื่องนี้

ดั๊ก ไลแมนผู้กำกับหนังแอ็คชั่นสไตล์โดดเด่น

คอหนังแอ็คชั่น-ไซไฟ หลายคนจะต้องคุ้นเคยชื่อของผู้กำกับดั๊ก ไลแมนที่เคยฝากฝีมือการกำกับไว้ในหนังแอ็คชั่นสายลับอย่าง The Bourne Identity ก่อนจะหันปฏิวัติหนังแอ็กชั่นไซไฟเรื่อง Edge of Tomorrow หรือกระทั่งหนังพักร้อนเรื่องล่าสุดที่ถ่ายทำท่ามกลางสถานการณ์โควิดระบาดอย่าง Locked Down ที่ออกฉายทางสตรีมมิ่งอย่าง HBO Max

โดยประเด็นเรื่อง “เสียงคิด” นั้นได้ดึงดูดให้ตัวของดั๊กอยากจะมาดีไซน์งานสร้างสรรค์ให้สิ่งดังกล่าวปรากฏออกมาเป็นภาพเคลื่อนไหวที่จะสร้างความตื่นตะลึงให้กับผู้ชม

เดซี ริดลีย์กับการรับบทในหนังไซไฟอีกครั้ง

หลังจากที่ผู้ชมทั้งโลกได้รู้จักกับเดซีจากหนังมหากาพย์สงครามอวกาศอย่าง Star Wars ครั้งนี้เธอก้าวเข้ามารับบทบาทเป็นหญิงสาวที่บังเอิญเป็นผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวจากเหตุการณ์ยานตกลงมายังที่ดาวนิวเวิลด์การที่เธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่เหยียบดาวดวงนี้ในรอบหลายร้อยปีได้ส่งผลกระทบอันใหญ่หลวง โดยเฉพาะกับท็อดด์ (ทอม ฮอลแลนด์) ซึ่งเธอไม่เคยเห็นผู้หญิงมาก่อนในชีวิต

เป้าประสงค์ที่ทั้งมือเขียนบทอย่างแพทริค เนสส์ และผู้กำกับดั๊ก ไลแมน อยากจะฉีกภาพจำเดิมๆของตัวละครพระนางในหนังไซไฟ ที่พระเอกจะเป็นพวกกล้ามใหญ่แต่สมองทึบ ส่วนนางเอกก็ต้องบอบบางแต่ดันฉลาด และทั้งสองคนต้องร่วมมือกันเพื่อเอาชนะอุปสรรคทั้งหมด เนสส์จึงตั้งคำถามว่าทั้งสองจะเท่าเทียมกันไม่ได้เลยหรือ ทั้งเรื่องความชาญฉลาด กลัวตาย และความอยากรู้อยากเห็นซึ่งทั้งสองเพศนั้นมีเหมือนกัน ตัวไวโอลาเองเป็นสาวแกร่งที่มีมุมอ่อนไหว เฉกเช่นเดียวกันกับทอดด์ ตัวละครทั้งสองตัวจึงมีความเป็นมนุษย์ มีความซับซ้อนในแบบฉบับวัยรุ่นทั่วไปและการผจญภัยในเรื่องได้ทำให้ตัวละครทั้งสองได้ค้นพบตัวเองและเรียนรู้จากข้อผิดพลาดที่พวกเขาต้องเผชิญนั่นเอง ดูหนังออนไลน์ 

Categories
ดูหนังออนไลน์ฟรี

พี่น้องรุสโซเผย กำลังเตรียมโปรเจกต์ซูเปอร์ฮีโร่เรื่องใหม่

พี่น้องรุสโซ เผย กำลังเตรียมโปรเจกต์ซูเปอร์ฮีโร่เรื่องใหม่

พี่น้องรุสโซเผย กำลังเตรียมโปรเจกต์ซูเปอร์ฮีโร่เรื่องใหม่

มาร์เวลนี่เก่งมากกับการสร้างหนังซูเปอร์ฮีโร่เอาใจตลาดถูกใจผู้ชมทุกเพศทุกวัย และอีกจุดหนึ่งที่น่าชื่นชมอย่างมาก คือการเลือกเฟ้นผู้กำกับหน้าใหม่มากุมบังเหียนโปรเจกต์ และกล้าทุ่มทุนสร้างสูงให้กับผู้กำกับมือใหม่เหล่านี้ แต่ถึงอย่างนั้นมาร์เวลก็ยังไม่เคยเลือกพลาด (หนังที่ทำเงินน้อยสุดคือ Thor ปี 2011 ผลงานของผู้กำกับ เค็นเน็ธ บรานาห์ ผู้มากประสบการณ์) ก็เรียกได้ว่ามาร์เวลได้สร้างผู้กำกับโนเนมหลายคน ให้กลายเป็นผู้กำกับระดับแถวหน้าของฮอลลีวูด
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือพี่น้อง โจ และ แอนโธนี รุสโซ เคยเป็นชื่อที่แทบไม่มีใครรู้จัก เพราะทั้งคู่เคยมีแค่ผลงานกำกับทีวีซีรีส์ Arrested Development, Community แต่เมื่อสายตาแหลมคมของทีมงานมาร์เวลเล็งเห็นศักยภาพของพี่น้องคู่นี้ ก็เลยยื่นโอกาสให้ลองกำกับ Captain America: The Winter Soldier (2014) แล้วผลงานของทั้งคู่ก็เป็นที่น่าพึงพอใจ มาร์เวลก็เลยได้จับโปรเจกต์ใหญ่ขึ้นอย่าง Captain America: Civil War (2016) และเมื่อ Avengers: Endgame กลายเป็นหนังที่ทำเงินสูงที่สุดในโลกตลอดกาล ทำให้สอง พี่น้องรุสโซ ขึ้นแท่นผู้กำกับผู้ทรงอิทธิพล และเป็นที่ต้องการตัวมากมาย แต่ละก้าวของโจและแอนโธนีเป็นที่สนใจจากแฟน ๆ ไม่ว่าจะเป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่หรือหนังในสไตล์อื่น ๆ ขนาดที่ว่าผลงานที่ทั้งคู่อำนวยการสร้างให้ Netflix อย่าง Extraction ก็ยังประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม เมื่อเร็ว ๆ นี้นักข่าวได้มีโอกาสสัมภาษณ์ พี่น้องรุสโซ ซึ่งทั้งคู่ก็เผยข่าวดีออกมาว่า พวกเขากำลังเตรียมงานหนังซูเปอร์ฮีโร่เรื่องใหม่อยู่

“โจกับผมรักที่จะสร้างในทุกระดับทุนสร้าง เราเคยทำหนังทุนน้อยที่สุดเท่าที่จะสร้างหนังสักเรื่องมาแล้ว เราเองก็เคยสร้างหนังที่ใช้ทุนสร้างสูงที่สุดเท่าที่จะสร้างหนังได้สักเรื่องมาแล้วเช่นกัน แต่หนังในระหว่างสองกลุ่มนี้เราก็รักที่จะทำนะ ซึ่งเราก็รอคอยอยู่ว่าสักวันเราจะกลับมาทำหนังซูเปอร์ฮีโร่ด้วยกันอีก ไม่แน่ก็จะได้เห็นกันในอนาคตอันใกล้นี่ล่ะ ซึ่งเราจะทำกับใครนั้น ตอนนั้นยังบอกไม่ได้ แต่ใช่ครับ เราชอบที่จะทำอะไรที่มันเป็นการท้าทายความสามารถตัวเอง เราพยายามวิ่งเข้าหาปราการด่านใหม่ ๆ บางครั้งมันก็ทำให้เราได้เจอเรื่องเซอร์ไพรส์บ้างเหมือนกัน ซึ่งเราก็หวังว่ามันจะสร้างความเซอร์ไพรส์ให้กับคนดูด้วยเหมือนกัน”

นับถึงตอนนี้ Avengers: Endgame ก็ผ่านมาปีที่ 3 แล้ว แฟน ๆ ของพี่น้องรุสโซต่างก็เฝ้ารอว่าเมื่อไหร่พี่น้องคู่นี้จะกลับมาทำหนังซูเปอร์ฮีโร่กันอีก และแน่นอนว่าทั้งคู่ยังคงร่วมงานอยู่กับฝั่งมาร์เวล เพราะถ้าย้อนไปถึงบทสัมภาษณ์ของทั้งคู่เมื่อปลายปี 2020 พี่น้องรุสโซก็เผยว่าพวกเขาสนใจที่เหตุการณ์หนึ่งในการ์ตูนมาร์เวล นั่นก็คือ Secret Wars ที่ทั้งคู่ให้ความสนใจว่าอยากจะดัดแปลงมาขึ้นจอภาพยนตร์

“Secret Wars คือเหตุการณ์หนึ่งในหนังสือการ์ตูนมาร์เวลที่เหล่าฮีโร่รวมทีมกัน สำหรับผมแล้วมันเป็นการเล่าเรื่องที่ดีงามที่สุด มันชวนติดตามว่าอะไรจะเกิดขึ้น เมื่อเราจับเอาตัวละครที่มีเอกลักษณ์แตกต่างกันมารวมอยู่ด้วยกัน ผมชอบไอเดียของเรื่องที่จับเอาวายร้ายมาร่วมงานกับซูเปอร์ฮีโร่ แอนโธนีกับผมชอบมากในความสัมพันธ์อันซับซ้อนระหว่างฮีโร่กับวายร้าย เราชอบพวกวายร้ายนะเวลาที่เค้าคิดว่าตัวเองก็เป็นวีรบุรุษในเส้นเรื่องของเขาเอง แล้วองค์ประกอบเหล่านี้ล่ะ ที่กลายมาเป็นเรื่องราวของ Secret Wars ถ้าเราจะเลือกทำหนังในระดับ Infinity War อีกสักเรื่อง ผมก็นึกถึง Secret Wars ก่อนเลย ซึ่งมันเป็นงานสเกลใหญ่ หรืออาจะไปถึงระดับมหึมาที่สุดเท่าที่เราจะเคยคิดฝันได้ แต่ก็นั่นล่ะครับ เรื่องราวของ Secret Wars ทำให้เราตื่นเต้นได้อยู่เสมอ เพราะมันต้องใช้ความทะเยอทะยานที่มากกว่าตอนที่ทำ Infinity Saga เสียอีก”

ถ้าอิงจากบทสัมภาษณ์นี้ ก็ชวนให้ลุ้น ให้น่าติดตามอย่างมาก ถ้าเราจะได้เห็นพี่น้องรุสโซจับเหล่าซูเปอร์ฮีโร่และเหล่าวายร้ายชุดใหญ่มาร่วมทีมกันบนจอใหญ่ แต่นั่นก็ยังเป็นเรื่องราวในอนาคตอีกไกล ถ้าตอนนี้ใครคิดถึงผลงานกำกับของพี่น้องคู่นี้ก็รอชม Cherry กันไปก่อน ผลงานกำกับเรื่องล่าสุดของ โจและแอนโธนี รุสโซ ที่กลับมาร่วมงานกับ ทอม ฮอลแลนด์ อีกครั้ง หนังดัดแปลงจากอัตชีวประวัติของอดีตทหารผ่านศึกที่ป่วยเป็นโรค PTSD แล้วกลายเป็นอาชญากร หนังเปิดตัวไปแล้วในสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ แล้วจะสตรีมมิ่งทาง Apple TV+ ในวันที่ 12 มีนาคม นี้ ดูหนังออนไลน์ 

Categories
ดูหนังออนไลน์ฟรี

Reviews parasite It’s so clichéd at this point in the critical

Reviews parasite It’s so clichéd at this point in the critical

Parasite review: A chilling thrill ride about inequality - Vox

It’s so clichéd at this point in the critical conversation during the hot take season of festivals to say,

“You’ve never seen a movie quite like X.”

Such a statement has become overused to such a degree that it’s impossible to be taken seriously,

like how too many major new movies are gifted the m-word: masterpiece.

So how do critics convey when a film truly is unexpectedly,

brilliantly unpredictable in ways that feel revelatory?

And what do we do when we see an actual “masterpiece” in this era of critics crying wolf?

Especially one with so many twists and turns that the best writing about it

will be long after spoiler warnings aren’t needed? I’ll do my best because Bong Joon-ho’s

“Parasite” is unquestionably one of the best films of the year. Just trust me on this one.

Bong has made several films about class (including “Snowpiercer” and “Okja”),

but “Parasite” may be his most daring examination of the structural inequity that has come to define the world.

It is a tonal juggling act that first feels like a satire—a comedy of manners

that bounces a group of lovable con artists off a very wealthy family of awkward eccentrics.

And then Bong takes a hard right turn that asks us what we’re watching and sends us hurtling to bloodshed.

Can the poor really just step into the world of the rich?

The second half of “Parasite” is one of the most daring things I’ve seen in years narratively.

The film constantly threatens to come apart—to take one convoluted turn too many in ways that sink the project—but

Bong holds it all together, and the result is breathtaking.

Kim Ki-woo (Choi Woo-sik) and his family live on the edge of poverty.

They fold pizza boxes for a delivery company to make some cash, steal wi-fi from the coffee shop nearby,

and leave the windows open when the neighborhood is being fumigated to deal with their own infestation.

Kim Ki-woo’s life changes when a friend offers to recommend him as an English tutor for a girl

he’s been working with as the friend has to go out of the country for a while.

The friend is in love with the young girl and doesn’t want another tutor “slavering” over her.

Why he trusts Kim Ki-woo given what we know and learn about him is a valid question. อ่านต่อ

 

Categories
ดูหนังออนไลน์ฟรี

Reviews Gone Girl As directed by David Fincher (“Se7en,” “Zodiac”)

Reviews Gone Girl As directed by David Fincher (“Se7en,” “Zodiac”)

Why Gone Girl's Amy Dunne is the Most Disturbing Female Villain of All Time | Psych of a Psycho - YouTube

“Gone Girl” is art and entertainment, a thriller and an issue, and an eerily assured audience picture.
It is also a film that shifts emphasis and perspective so many times that you may feel as though you’re watching five short movies strung together,
each morphing into the next.
At first, “Gone Girl” seems to tell the story of a man who might or might not have killed somebody,
and is so closed off and alienating (like Bruno Richard Hauptmann, perhaps) that even people
who believe in his innocence can’t help wondering. His name is Nick Dunne (Ben Affleck). He’s a college professor and a blocked writer.
His dissatisfied wife Amy (Rosamund Pike) disappears one day,
prompting local cops to open a missing persons case that becomes a murder investigation
after three days pass without word from her. Amy and Nick seemed like a happy couple. The snippets from Amy’s diary,
read in voice-over by Amy and accompanied by flashbacks,
hint at differences between them, but not the sort that seem irreconcilable (not at first, anyway).
Were things ever really all that sunny, though? If they weren’t,

which spouse was the main source of rancor? Can we trust what Nick tells the homicide detectives

(Kim Dickens and Patrick Fugit, both outstanding) who investigate Amy’s case?

Can we trust what Amy tells us, via her diary? Is one of the spouses lying?

Are they both lying? If so, to what end?

The film raises these questions and others, and it answers nearly all of them,

often in boldface, all-caps sentences that end with exclamation points. It is not a subtle film, nor is it trying to be.

As directed by David Fincher (“Se7en,” “Zodiac”) and as adapted by Gillian Flynn from her bestselling potboiler,

“Gone Girl” suggests one of those overheated,

fairly comic-bookish “R”-rated thrillers that were everywhere in the late ’80s and early ’90s.

Like those sorts of pictures, “Gone Girl” is dependent upon reversals of expectation and point-of-view.

As soon as you get a handle on what it is, it becomes something else, then something else again.

Describing its storyline in detail would ruin aspects that would be counted as selling points for anyone who hasn’t read Flynn’s book.

That’s why I’m being so vague.

Suffice to say that its explicit sex and violence and one-damn-thing-after-another,

to-hell-with-realism plotting put it in the “Basic Instinct”/”Fatal Attraction”/”Presumed Innocent” wheelhouse.

It is a metafictionally-minded version of a bloody domestic melodrama that actually uses อ่านต่อ

 

 

Categories
ดูหนังออนไลน์ฟรี

The first time we see Michael Keaton in his tighty-whities in “Birdman”

BIRDMAN (or, THE UNEXPECTED VIRTUE OF IGNORANCE) | Wordless Music

The first time we see Michael Keaton in his tighty-whities in “Birdman”
it’s from behind. His character, a formerly high-flying movie star, is sitting in the lotus position in his dressing room of a historic Broadway theatre, only he’s levitating above the ground.
Bathed in sunlight streaming in from an open window, he looks peaceful.
But a voice inside his head is growling, grumbling,
gnawing at him grotesquely about matters both large and small.
The next time we see Keaton in his tighty-whities in “Birdman,”

he’s dashing frantically through Times Square at night, having accidentally locked himself out of that same theatre in the middle of a performance of a Raymond Carver production that he stars in, wrote and directed.

He’s swimming upstream through a river of gawking tourists, autograph seekers, food carts and street performers.

But despite the chaos that surrounds him, he seems purposeful, driven and–for the first time–oddly content.

These are the extremes that director Alejandro G. Inarritu navigates with audacious ambition and spectacular skill

in “Birdman”–the full title of which is “Birdman or (The Unexpected Virtue of Ignorance).”

He’s made a film that’s both technically astounding yet emotionally rich, intimate yet enormous, biting yet warm, satirical yet sweet. It’s also the first time that Inarritu, the director of ponderous downers like

“Babel” and “Biutiful,” actually seems to be having some fun.

Make that a ton of fun. อ่านต่อ

Categories
ดูหนังออนไลน์ฟรี

Reviews Arrival about the recent surge of personal stories

Reviews Arrival about the recent surge of personal stories

Arrival -

Much has been written about the recent surge of personal stories being told through the horror genre in films like “It Follows,”
“The Witch” and “The Babadook,” but there’s an equally interesting trend in the science fiction genre as well.
Over the last few years, we’ve seen the genre used not only to examine the power of space travel or a post-apocalyptic future
but as a way to address common humanity more than futuristic adventure stories. Joining films like “Gravity,”
“Interstellar” and “The Martian” is Denis Villeneuve’s ambitious and moving “ Arrival ,”
a movie that’s about the day the universe changed forever but becomes more focused on a single story even as it’s expanding its worldwide narrative.

It is more about grief, time, communication and compassion than it is warp speed, and it’s a film that asks questions.

How do we approach that which terrifies us? Why is it important to communicate through language and not action?

The final act of “ Arrival ” gets to the big ideas of life that I won’t spoil here, but viewers should know that Villeneuve’s film is not the crowdpleaser of “The Martian,” Ridley Scott’s big TIFF premiere last year.

It’s a movie designed to simultaneously challenge viewers,

move them and get them talking. For the most part, it succeeds.

Amy Adams gives a confident, affecting performance as Louise, อ่านต่อ

Categories
ดูหนังออนไลน์ฟรี

Frozen Review Princess Elsa (Menzel) can create snow

Frozen Review Princess Elsa (Menzel) can create snow

Frozen 2 | Disney Movies | Thailand

Princess Elsa (Menzel) can create snow, and as a child she accidentally injures her sister Anna (Bell). She tries to control her gift, but when her power is revealed at her coronation, she flees in panic — plunging the kingdom into eternal winter. Anna must go after her and find a way to undo the spell.
Disney has always taken a fast and loose approach to adapting classic fairy tales, adding dragons to Sleeping Beauty, talking crabs to The Little Mermaid and dancing teapots to Beauty And The Beast. But their adaptations also have distinct phases: there were the early,
faintly Germanic fantasies; the lacklustre ’80s and the feisty ’90s princesses. Now we’re in the Tangled era, notable for big Broadway numbers,
large quadrupeds that act like canines and adjectival titles that don’t mention the heroine.
The result here is that a story about two sisters — powerful, scared Elsa (Idina Menzel) and good-hearted Anna (Kristen Bell) — is planted in,
and occasionally obscured by, an almost entirely male supporting cast.
The emotional moments are powered by the bond between the manga-looking, wasp-waisted sisters — their eyes literally bigger than their stomachs —
but the comedy comes largely from the buddy relationships between the guys, heroic ice-harvester Kristoff (Jonathan Groff),
dog-like reindeer Sven and sentient snowman Olaf (Josh Gad).
หนัง hd
Categories
ดูหนังออนไลน์ฟรี

Review “Coco” is the sprightly story of a young boy

Image result for coco

“Coco” is the sprightly story of a young boy who wants to be a musician and somehow finds himself communing with talking skeletons in the land of the dead. Directed by Lee Unkrich (“Toy Story 3”) and veteran Pixar animator Adrian Molina, \

and drawing heavily on Mexican folklore and traditional designs, it has catchy music, a complex but comprehensible plot, and bits of domestic comedy and media satire.

Most of the time the movie is a knockabout slapstick comedy with a “Back to the Future”

feeling, staging grand action sequences and feeding audiences new plot information every few minutes, but of course, being a Pixar film,

“Coco” is also building toward emotionally overwhelming moments, so stealthily that you may be surprised to find yourself wiping away a tear even though the studio has been using the sneak-attack playbook for decades.

Image result for coco

The film’s hero, twelve-year old Miguel Riviera (voice by Anthony Gonzalez), lives in the small town of Santa Cecilia.
He’s a goodhearted child who loves to play guitar and idolizes the greatest popular singer-songwriter of the 1920s and ’30s,
Ernesto de la Cruz (Benjamin Bratt),
who was killed when a huge church bell fell on his head.
But Miguel has to busk in secret because his family has banned its members from performing
music ever since Miguel’s great-great-grandfather left, abandoning his loved
ones to selfishly pursue his dreams of stardom.
Family and legacy as expressed through storytelling and song: this is the deeper preoccupation of “Coco.”
One of the most fascinating things about the movie is the way it builds its plot around members of Miguel’s family, living and dead,
as they battle to determine the official narrative of
Miguel’s great-great grandfather and what his disappearance from the narrative
meant for the extended clan.

I’m reluctant to describe the film’s plot in too much detail because,

even though every twist seems obvious in retrospect, Molina and Matthew Aldrich’s script frames each one so that seems delightful and inevitable.

Many of them are conveyed through a stolen family photograph that Miguel brings with him to the Land of the Dead.

The deployment of the photo is a great example of how to tell a story through pictures,

or more accurately, with a picture. Somebody’s face has been torn

เว็บดูหนังฟรี