A Dog's Purpose
รีวิวหนังดี A Dog’s Purpose ยิ้มร่าน้ำตาริน ดัดแปลงมาจากนิยาย

รีวิวหนังดี A Dog’s Purpose ยิ้มร่าน้ำตาริน ดัดแปลงมาจากนิยาย

A Dog's Purpose
A Dog’s Purpose

รีวิวหนังดี “…ผมไม่ค่อยเข้าใจเลย ทำไมมนุษย์ชอบทิ้งกัน…”

เรื่องราว เริ่มขึ้นเมื่อวิญญาณ ของ หมา ตัว หนึ่งตาย ความรู้สึก ขึ้น แล้วก็ ศึกษาและทำการค้นพบ ว่า เมื่อ ความรู้ยจากร่าง หนึ่ง
มัน จะกำเนิด ใหม่ ใน ร่าง ใหม่ แต่ว่า ความรู้สึก และก็ ความจำ ยัง ดังเดิม มัน เริ่ม ตั้งข้อซักถาม เกี่ยวกับ วัตถุประสงค์ ของ ชีวิต
การเกิด กรอยู่รวมทั้งการผลิต ความเกี่ยวข้อง กับมนุษย์ จนกว่ามัน ไป กำเนิด ในร่าง ของ สุนัข ชนิด โกลเด้น ชื่อว่า เบลีย์
สัตว์เลี้ยง คู่ใจ ของ เด็กผู้ชาย ชื่อว่า อี ธาน ทั้งคู่ เติบโต แล้วก็ ผ่าน ปัญหา มาด้ว ยกัน จนตราบเท่า วาระสุดท้าย ใน ชีวิต สุนัข
ของ เบลีย์ ภายหลังความรู้ย มัน กำเนิด ใหม่ อีกรอบ แม้กระนั้น ไม่มี คราวไหน เลย ที่ มัน จะลืม อี ธาน แล้วก็ จุดมุ่งหมาย ของ มัน

เป็น การกลับ มา ได้เจอ กับ อี ธา นอี กครั้ง

แม้พล๊อตเรื่องของ A Dog’s Purpose จะดูดราม่า แต่หนังกลับเล่าออกมาได้อย่างฟีลกู๊ดไม่ฟูมฟายเรียกน้ำตาจนเกินไป พาเราไปรู้จักกับตัวละครที่หมาตัวนี้มีความสัมพันธ์ด้วย เหมือนว่าในช่วงเวลา สองชั่วโมงนั้นเราะได้เติบโตไปกับพวกเขา ได้ยิ้ม หัวเราะ และ รับรู้ความทุกข์ยากที่พบเจอ

ส่วนหนึ่งที่ค่อนข้างชอบในการเล่าเรื่องของ A Dog’s Purpose คือการมองชีวิตผ่านแง่มุมของหมา การเดินเรื่องไม่ใช่แค่ชีวิตของหมาตัวหนึ่งแต่ยังเพิ่มอารมณ์ให้คนดูด้วยมุมกล้องแทนสายตา การนึกคิดของพวกมันอีกด้วย

นักแสดงหมาของเรื่องนี้ต่างทำหน้าที่ได้ดีผ่านสัญชาตญาณของตัวมันเอง สายตาอยากรู้อยากเห็น ไปจนถึงอารมณ์ต่างๆของมัน ทำให้เราหวนนึกถึงอากัปกิริยาของเจ้าตูบที่บ้าน รวมถึงฉุกคิดเรื่องการจากลาที่เป็นสัจธรรมของชีวิต ซึ่ง A Dog’s Purpose ทำให้เราได้ตระหนักในเรื่องนี้และให้คำตอบของชีวิตให้เราได้ไปขบคิดกันต่อ
สำหรับคนดูที่บ้านเลี้ยงหมาอยู่แล้ว เราจะเข้าใจความรู้สึกและอารมณ์ของหนังเรื่องนี้ได้อย่างไม่ยาก ในบางตอนที่ไม่มีบทพูดอะไรแค่หมากระดิกหางในเรื่องคุณก็จะมีความสุขแล้ว ส่วนคนที่บ้านไม่ได้เลี้ยงหมา นอกจากการได้เห็นตัวละครน่ารักๆแล้ว สิ่งหนึ่งที่คุณจะได้รับหลังจากชม A Dog’s Purpose คือบทเรียนของชีวิตว่า แท้จริงแล้วเราเกิดมาบนโลกนี้เพื่ออะไร??

เรื่องนี้มีชื่อว่า A DOG’S PURPOSE(หมาเป้าหมาย และเด็กชายของผม) นั่นเอง

โดยเนื้อหาของหนังจะเป็นเรื่องของหมาที่กลับชาติมาเกิดเป็นหมาซ้ำๆ โดยแต่ละชาติที่เกิดเป็นหมานั้น จะมีความทรงจำเก่าๆติดมาด้วย โดยในหนังได้เล่าเรื่องว่าหมาตัวหนึ่งเกิดมาในชาตินี้ได้ไปอยู่กับพระเอกของเรื่องซึ่งตอนนั้นเป็นเด็กน้อยชื่อ อีธาน และ เจ้าหมาได้ชื่อเบนลี่ย์ เป็นหมาพันธุ์ โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ ที่ไม่มีใครรับเลี้ยง จนได้มาอยู่กับพระเอก โดยเนื้อหาของหนังจะดำเนินเรื่องโดยการเล่าความคิดของเจ้าหมาเบนลี่ย์ ให้คนดูเห็นถึงความรักที่คนมีให้หมา และหมามีให้คน ให้เห็นถึงมิตรภาพของคนกับหมา เรื่องดำเนินในชาตินี้ตั้งแต่อีธานเป็นเด็กจนโต จนในที่สุดเจ้าเบนลี่ย์ก็แก่และจากไปในที่สุด ดูหนังออนไลน์

แต่ความสนุกไม่จบลงแค่นั้น เบนลี่ย์ได้เกิดใหม่เป็นหมาอีก แต่ในชาตินี้มันได้เกิดเป็นหมา K-9 พันธุ์เยอรมันเชพเพิร์ดตัวเมีย ชื่อ เอลลี่ ซึ่งแม้ไม่ได้อยู่กับอีธานแล้ว แต่เจ้าหมาก็ยังนึกถึงชาติที่เกิดเป็นหมาของอีธานซึ่งมันก็จะพูดกับตัวเองว่าว่า “เกิดเป็นหมาอีกแล้ว และเราเกิดมาทำไม” แต่เมื่อเกิดมาแม้ไม่อยู่กับอีธาน เจ้าหมาก็แสดงถึงความซื่อสัตย์กับเจ้าของของมันทุกครั้งไปจนมันจากไปในที่สุด

หลังจากที่เจ้าหมาได้มาเกิดในชาติที่แล้วชื่อเอลลี่เป็นหมาตำรวจ ในชาตินี้เจ้าหมาเกิดเป็นหมาพันธุ์คอร์กี้ ชื่อทีโน่ ซึ่งเจ้าของในชาตินี้ก็รักทีโน่มากเหมือนกัน แตเมื่อเจ้าของแต่งงานความรักของเจ้าของก็ลดน้อยลงไปและทีโน่ก็จากไปในชาตินี้พร้อมบรรลุเป้าหมายกับคำถามที่เฝ้าถามตัวเองว่า เราเกิดมาทำไม

และเหมือนเคยหากแม้เจ้า หมาใน ชาติที่ผ่านมา เป็น หมา จำพวก คอร์กี้ ชื่อครั้ง โน่ เมื่อ จาก โลก นี้ ไป แล้ว ก็ได้ กลับมาเกิด

ใหม่ เป็น สุนัข จำพวก ยักษ์ ประเภท เซนต์เบอร์ ที่นา ร์ด แม้กระนั้น เกิดขึ้นมาตอนนี้ ไม่ ราวกับ เกิดขึ้นมา ใน ชาติที่แล้วๆ เพราะ

เหตุว่าเจ้าของที่ ดูแล ไม่กเจ้าสุนัข ราวกับ ผู้ครอบครองคน ก่อน ๆ และ เหมือนเคย เจ้า สุนัข มีความจำ เก่าๆ ตั้งแต่ ยุค เป็น เบลี่

ย์เนื่องจาก เจ้าสุนัข จำอีธานได้ เรื่องราว จะ เดินเรื่อง ให้มองเห็น ถึง การเดินทางเสี่ยงอันตราย ของเจ้าสุนัข ตัวนี้ จากการ

เดินทาง คราวนี้ ทำให้เจ้า สุนัข ได้ เจอ กับ ผู้ครอบครอง ที่รัก ของ มัน ก็คือ อี ธา นอี กครั้ง แม้กระนั้น เพราะเจ้า สุนัข ได้ไป เกิด

ขึ้นมาหลาย โลกหลาย ชาติ การกลับ มา ใน คราวนี้ ธาน ชรา ลง ไปๆมาๆ ก แล้ว พบว่า อี ธาน ยัง มิได้ สมรส เจ้า หมาใน ชาตินี้ ก็

เลย ได้ เป็น พ่อสื่อ ให้อี ธาน แล้วก็ แฟนสาว หมายถึง แฟนสาว ใน สมัยก่อน ซึ่ง เคย เป็น คู่รักกัน ใน ตอน ที่ เจ้า หมายัง เป็น เจ้า เบ

ลี่ย์ อยู่ แล้วก็เจ้าหมาก็ได้ กลับมาอยู่ กับนายจ้าง ของ มัน อย่างสุขสบาย อีกรอบ

การดำเนินเรื่องของหนังเรื่องนี้ทำให้เราเห็นว่ามิตรภาพระหว่างคนกับสุนัขนั้นเป็นมิตรภาพที่ยั่งยืนแม้สุนัขจะไม่ได้อยู่กับเราแต่หากมันเจอเจ้าของที่มันรักมันก็ยังจำเจ้าของของมันได้หนังเรื่องนี้มีมุมมองที่น่าสนใจหลายๆอย่างอยากให้เพื่อนๆได้รับชมกันในครอบครัว ซึ่งเชื่อแน่นอนว่าหากได้รับชมแล้วท่านจะมีความสุขอย่างแน่นอน

รีวิวหนัง The thieves
รีวิวหนัง The thieves (2012) 10 ดาวโจรปล้นโคตรเพชร จากแดนกิมจิ

รีวิวหนัง The thieves (2012) 10 ดาวโจรปล้นโคตรเพชร จากแดนกิมจิ

รีวิวหนัง The thieves
รีวิวหนัง The thieves
รีวิวหนัง The thieves (2012) 10 ดาว โจร ชิงทรัพย์ โคตรเพชร ถ้า คุณต้องใจ หนัง จารกรรม ที่ มีการ คิดแผน อย่าง คมคาย รวม
ทั้งใน ระหว่างทาง มีกร หัก กัน ไป หักกัน มา แถม ให้ตอนสุดท้ยยังเซอร์ไพรส์ ด้วย การหักมุม อีก 1 รอบ อย่างหนังเชื้อ
สาย Ocean’s ที่สร้างมา แล้ว ถึง 4 เรื่อง วันนี้ ผมขอ ชี้แนะ หนัง ลัก ชนชาติ ประเทศเกาหลี ที่ มี ท่าทาง การเล่าเรื่องที่
คล้ายคลึงกัน แต่ว่าความดีเลิศ นั้น จะดีมากยิ่งกว่าหรือด้อยกว่า ยังไง เชิญชวน ติดตาม รับ ดู ได้เลย

ภาพยนตร์ ขโมย หักเหลี่ยม หัวข้อนี้เกิดเรื่องราว ของ กลุ่ม ชิงทรัพย์ มือโปร ชาว ประเทศเกาหลี ที่ ได้ ลักขโมย ข้าวของ อะไร
บางอย่าง จาก มหาเศรษฐี คน หนึ่ง แม้ว่าจะ เสร็จ แต่ว่า ตำรวจ กลับ ทราบเค้าเงื่อน ทำ ไล่ ล่า ก็เลย จะต้อง หลบซ่อน จาก
ประเทศเกาหลี ชั่วครั้งชั่วคราว แต่ว่า บังเอิญ ว่า มี คนรู้จักกัน อยู่ ที่ ประเทศฮ่องกง ซึ่งเป็น กลุ่ม ชิงทรัพย์ระดับ ตำนาน ซักชวน
ให้กลุ่ม ประเทศเกาหลี ไป ร่วม ลัก เพื่อ ฉก เพชร ราคา 20 ล้าน เหรียญดอลลาร์สหรัฐ จาก ห้องนิรภัย ใน คาสิโน ที่ มีคุ้มครอง
ป้องกัน อย่าง แน่นหนา ใน มา เก๋า เพื่อนำ ไป ขายต่อ กับ ผู้ ทรงพลัง คน นึงด้วยเหตุนั้น กลุ่ม ขโมย ชาว ประเทศเกาหลี กับ กลุ่ม
ลัก คนประเทศฮ่องกง ก็เลย จำต้อง ร่วมมือ กัน เฉพากิจ พวกเขา จำต้องคิดแผน อย่างคมคาย เพื่อ การขโมย คราวนี้ บรรลุผล
สำเร็จ ให้ได้

รีวิวหนัง The thieves
รีวิวหนัง The thieves
การวางเป้าหมาย ก็เลย เริ่ม ขึ้น ไป พร้อมทั้งความสั่สนวุ่นวาย ที่พยายาม ทรยศ กัน ไปๆมาๆ ระหว่าง 2 กลุ่ม ซึ่งเรื่องราว จะ
เดินต่อไป เช่นไร จะสามารถ ปล่น เพชร ค่ มากมาย ได้ หรือเปล่า รวมทั้ง ที่ สำคัญ 2กลุ่ม 2 เชื้อชาติ จะร่วมมือ กันได้ไหม

ตอนแรก เลย จำต้อง ขอบ อกว่าถ้ากิดผู้ใดกันแน่ ได้ ดู ภาพยนตร์ ชุด Ocean’s ศูนย์รวม ดารา ดัง ระดับ แถวหน้า ของ ฮอลลี
วูดมา แล้ว น่าจะจำต้อง ชื่นชอบ ในวิธีการการวางเป้าหมาย อัน ดี และก็ การหักมุมไปๆมาๆ อย่างสุด เซอร์ไพรส์ แล้วก็ เมื่อ
ได้รับรู้ว่า ทาง ทวีปเอเย ได้ สร้างภาพยนตร์ แนว นี้ มาด้วยเหมือนกัน ก็จะต้องมุ่งมาด เป็นปกติ ว่า มัน จะ ไม่ แย่ มากเกินความ
จำเป็น นัก สำหรับ ผม แล้ว The thieves 10 ดาว มิจฉาชีพ ชิงทรัพย์ โคตรเพชร มัน ก็ ไม่ได้ ห่วยแตกเกิน ความหวัง แต่ว่า มัน
ก็มิได้ดีอย่าง ที่ตั้งเป้า ไว้ เพราะ

แม้ว่าจะ ปูเรื่อง ว่า ชาว กลุ่ม ประเทศเกาหลี กับ ประเทศฮ่องกง มีกร คิดแผ่น ได้ อย่าง คมคาย แต่ว่า ความ แยบยล ของแผน นั้น
มัน ก็ยังเป็นปกติ เหลือเกิน ถ้า พวกเรา มองออก ความเหมือนจริง แล้ว มัน ออกจะมี ช่องโหว่ อยู่ มากมาย แล้วก็ ส่วนมากมัน ก็
พึ่ง โชค และก็ดวง มากยิ่งกว่าความรู้ความเข้าใจ ซะอีก ด้วยเหตุนี้ เรื่อง หลักสำคัญ ความ คมคาย ก็เลย เอาออกไป ได้เลย

กว่าจะเข้าปล้นครั้งใหญ่ได้ก็กินเวลาไปนานมาก หนังเปิดเรื่องมาด้วยความสนุกมีการจราจรที่ค่อนข้างตื่นเต้นและลุ้น แต่พอช่วงหลังจากนั้นไปจนถึงเกือบครึ่งชั่วโมงสุดท้าย หนังก็ไปเน้นที่ความสัมพันธ์ของตัวละคร อดีตภูมิหลัง ความรัก และก็ความสัมพันธ์ในระหว่างการปฏิบัติการ และมันค่อนข้างจะมีสัดส่วนที่มากกว่าการโจรกรรมซะอีก มันเลยออกจะน่าเบื่อไปสักนิด

หนังจะมาสนุกแล้วก็ต่อเมื่อมีการปล้นสำเร็จ แล้วก็เกิดการไล่ล่าจากเจ้าพ่อ โดยเฉพาะฉากที่ไล่ล่ากันอยู่ในตึกแห่งหนึ่งในเกาหลี ที่มีการปีนป่ายโหนสลิงไปมา ไล่ยิงกันไปมา ตรงนี้ทำออกมาใช้ได้ อารมณ์ก็เหมือนกับดูหนังฮ่องกงยุค 90 ที่มีการต่อสู้กันแบบนั้น

เรื่องการหักมุม การหักหลังกัน และการเฉลยตัวตนของตัวละครสำคัญ ก็เป็นธรรมดาที่หนังแนวโจรกรรมต้องมี ซึ่งก็ไม่ได้มีความแปลกประหลาดใจอะไรมากนัก เพราะในระหว่างการจราจรเพชรนั้นเราก็เหมือนจะรู้ในใจอยู่แล้วว่ายังไงก็โจรกรรมไม่สำเร็จ หรือแม้จะสำเร็จ สิ่งที่ขโมยมาได้นั้นมันก็ไม่ใช่ของจริง หรือแม้จะเป็นของจริงก็มีการหักหลังกันอยู่แล้ว มีการวางแผนซ้อนแผนกันอยู่แล้ว ซึ่งใน The thieves มีสิ่งเหล่านี้อยู่ครบถ้วนกระบวนความ แต่เสียดายว่า บทมันไม่ค่อยจะกลมมากนะ มันไม่เล่าต่อถึงชะตากรรมของตัวละครหลาย ๆ ตัว หลายตัวเมื่อถูกตำรวจจับไปก็ตัดหายไปเลย ต่างจากนามสกุล Ocean’s ที่เขาเก็บรายละเอียดส่วนนี้ได้อย่างเนียนกริบ

ส่วน ศิลปิน ดารา ที่ ประยุกต์ใช้งาน นั้น ถ้าหาก ผู้ใดกันแน่ เป็น แฟน หนัง ประเทศฮ่องกง ก็ ชอบ คุ้นตา คุ้นหน้า กับ ดาราหนัง พวก
นี้อยู่ไม่น้อย แต่ว่าส่วนตัว แล้ว ผม กลับ ถูกใจ ผู้แสดง ชาว ประเทศเกาหลี มากยิ่งกว่า ในเวลานี้ บางที่อาจจะ เป็น เพราะว่า มอง
เห็น ศิลปิน ประเทศฮ่องกง พวกนั้น จนกระทั่ง เบื่อ แล้ว ที่ ถูกใจ มากมาย เป็น จอนจี ฮย็อน หรือ ที่ พวกเรา ชินหูเป็น จวนจี ฮุน
จาก My sassy gir ยัยตัวร้ายกับนายเจี๋ยมเจี้ยม แล้ว I Mare ลิต รัก ผ่านเวลา คราวนี้เล่นบท เป็นสาว นัก โหน สลิง นัก
ปืน ประเด็นนี้คุณ งามรวมทั้งน่ารักน่าเอ็นดู มากมาย ถึงแม้ว่า ท่าทางของ นักแสดง ค่อนจะ ขัดหู ขัดใจ พี่ มัน ไม่ค่อยนิ่งนะ
ก็ตาม แม้กระนั้นด้วยความสวยสดงดงาม ความน่ารักน่าเอ็นดู ของ เธอ ปล่อย ผ่าน เรื่อง พวกนั้น ได้ เลย บอกตามจริง เพียงแค่
ผม มองเห็น ชื่อ คุณ เป็น ดาราหนัง ใน หนัง หัวข้อนี้ ดูแล้ว ดูหนังออนไลน์

ถ้าใครชอบดูหนังฮ่องกงชอบดูหนังเกาหลี ที่เน้นดาราดัง ๆ จำนวนมาก ชอบดูหนังแนวโจรกรรมวางแผน หักเหลี่ยมเฉือนคมกันไปมา The thieves ก็พอจะตอบโจทย์เหล่านี้ได้บ้าง แล้วก็ถือว่าไม่ได้เสียเวลาในการชมเกินไปนัก

เรื่องย่อ THE X-FILES FIGHT THE FUTURE ฝ่าวิกฤตสู้กับอนาคต

เรื่องย่อ THE X-FILES FIGHT THE FUTURE ฝ่าวิกฤตสู้กับอนาคต

WIRED Binge-Watching Guide: The X-Files | WIRED

เรื่องย่อ

เรื่องราวหลังจากที่แฟ้มคดีเอกซ์ เหมือนจะถูกปิดลงไปแล้ว แต่ก็ดันมีเรื่องราวเกิดขึ้น โดยมีการขู่วางระเบิดจากผู้ก่อการร้าย ที่ทำการรัฐบาลในเท็กซัส ทำให้สองคู่หูนักสืบ FBI ฟ็อกซื มัลเดอร์ และ ดาน่า สกัลลี่ย์ ต้องเข้าไปหยุดเหตุการณ์นี้ให้ได้ แต่การเข้าไปสืบในครั้งนี้ กลับทำให้ทั้งสองต้องเจอไม่คาดคิดอีกครั้ง เมื่อสองคู่หูต้องไปพบกับไวรัสที่ถูกปิดบังมากว่า 10 ปี แถมไวรัสนี้มีมาตั้งแต่เมื่อ 3000 กว่าปีก่อนจากนอกโลกแล้ว การวิจัยของรัฐที่ปิดบัง เพื่อนำไวรัสนี้ไปหาผลประโยชน์ ทั้งสองจึงต้องเสี่ยงชีวิต เพื่อจบเรื่องราวเหล่านี้ให้ได้ ดูหนัง

The X-Files ดิเอ็กซ์ไฟล์ส มูฟวี่: ฝ่าวิกฤตสู้กับอนาคต

เนื้อเรื่องของหนังตอน Fight the Future เหมือนกับเป็นเหตุการณ์ที่แฟ้มคดี X ถูกปิดลงแล้วได้เกิดเหตุการณ์ขู่วางระเบิดในตึกหน่วยงานราชการ แล้วนักสืบ Fox Mulder ซึ่งรับบทโดย David Duchovny กับนักสืบคู่หูอย่าง Dana Scully รับโดย Gillian Anderson ก็ได้ค้นพบระเบิด แต่เหตุการณ์ไม่คลาดคิดคือเหตุการณ์ระเบิดนั้นทำให้ทั้ง 2 ได้กลับไปเจอเรื่องลึกลับอีกครั้ง เรื่องที่คนในระดับสูงของรัฐบาลพยายามปิดบังเอาไว้มาเป็นเวลานานหลายสิบปี ทั้ง 2 คนจึงได้ออกสืบหาข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่พบเจอ

จนกระทั่งไปพบเหตุการณ์ไม่นึกถึง การแพร่ระบาดของไวรัสจากนอกโลกที่อยู่บนโลกมานานแสนนาน แล้วหน่วยงานของรัฐระดับสูงพยายามที่จะวิจัยและหาประโยชน์จากมันทั้งที่ไม่สามารถควบคุมมันได้ เหตุการณ์ได้นำพานักสือทั้งสองให้อยู่ในอันตรายเสี่ยงชีวิตมากมาย เนื้อเรื่องจึงมีความสนุกเหมือนกับเอาหนังซีรียส์เรื่องนี้มาบีบรวมกันให้กลายเป็นหนัง the movie ในภาคที่ชื่อว่า The X-Files: Fight the Future (ฝ่าวิกฤตสู้กับอนาคต)

The X-Files: I Want to Believe ดิเอ็กซ์ไฟล์ส มูฟวี่: ความจริงที่ต้องเชื่อ

เมื่อ สถานะการณ์ ลี้ลับ ปรากฏขึ้น แล้วก็ความลับดำมิดหมี ถูก เผยความเกี่ยวข้อง ระหว่าง ฟ็ อกซ์ โมลเดอร์ (เดวิด มองคอ

ฟนีย์) และก็ ดาน่า สกัลลี่ (จิ ลมัน แอนเดอร์สัน) ได้ดำเนิน ไป ใน แนวทาง อัน เหนือ คาด ในเวลาที่ โมลเดอร์ ยังคงจริงจัง

ค้นหาเรื่องจริง ที่ เหนือธรรมชาติ สกัลลี่ ผู้ยืดหลัก เหตุผล ทางด้านวิทยาศาสตร์ ก็ ติดตาม ล่า แบบ เอาเรื่อง ของ โมลเดอร์

อย่าง ไม่ ลดละ เช่นเดียวกัน

The X-Files (แฟ้มลับคดีพิศวง) ซีรีส์สุดฮิตของยุค 90 ที่นำเรื่องราวจากข่าวแปลกๆ ที่เกิดขึ้นตามหน้าข่าวต่างๆ ทั่วโลก หรือจากเอกสารลับที่ว่ากันว่าเป็นข้อมูลที่ทางรัฐบาลสหรัฐปกปิดเอาไว้ เช่น เรื่องของการพบเห็นจานบิน, การทดสอบอาวุธยุทโธปกรณ์ที่พัฒนาจากเทคโนโลยีของมนุษย์ต่างดาว, เรื่องของบุคคลที่คาดกันว่าเป็นผู้เดินทางข้ามเวลา, เรื่องวิญญาณ หรือสัตว์ประหลาดต่างๆ เป็นต้น มาผสมผสานกันได้อย่างลงตัว โดยดำเนินเรื่องผ่านเจ้าหน้าพิเศษ FBI ที่เป็นตัวละครหลัก 2 ตัวคือ Agent Fox Mulder (รับบทโดย David Duchovny) ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยา และ Agent Dana Scully (รับบทโดย Gillian Anderson) ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์และฟิสิกส์

ผลงานการสรา้งสรรค์โดย Chris Carter
The X-Files: แฟ้มลับคดีพิศวง [1993-2002]
เรื่องย่อ/เนื้อเรื่อง
ในวัยเด็ก โมลเดอร์ ได้พบกับการสูญเสียครั้งใหญ่ในชีวิตไปต่อหน้าต่อตา นั่นคือ น้องสาวของเขา ซาแมนธ่า ได้ถูกลักพาตัวไปอย่างลึกลับ ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นเอง ที่ทำให้เขาเชื่อมาตลอดว่า น้องสาวของเขาถูกลักพาตัวไปโดยมนุษย์ต่างดาว จึงทำให้เขามีความเชื่อในเรื่องของสิ่งมีชีวิตจากนอกโลกและหมกมุ่นอยู่กับการตามหาปริศนาในครั้งนี้

และจากความหมกมุ่นนั่นเอง ทำให้เขาได้เข้ามาทำงานเป็น FBI ในแผนกที่เกี่ยวกับคดีแปลกๆ ที่ยังไม่สามารถปิดคดีลงได้ หรือคดีปิดลงแบบไม่ชัดเจน และจากบุคลิกนิสัยที่ชอบขุดคุ้ยเรื่องราวในคดีต่างๆ ทำให้เบื้องบน ได้ส่งเจ้าหน้าพิเศษ เดน่า สกัลลี่ มาคอยจับตาดูและรายงายการทำงานของ โมลเดอร์

คร่าวๆ ก็ประมาณนี้ ซึ่ง “ธีม” ของเรื่อง จะแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ

เส้นเรื่องหลัก ที่จะเกี่ยวกับการสืบสวนถึงกลุ่มองค์กรลับที่มีส่วนพัวพันกับการสบคบคิดกับมนุษย์ต่างดาว ในการตั้งอานานิคมบนโลก
แบบจบในตอน ที่มีเนื้อหาหลากหลายเกี่ยวกับเเหตุการณ์แปลกๆ ที่ดัดแปลงจากเนื้อหาตามหน้าข่าว หรือตามความเชื่อของชาวพื้นถิ่นของเมืองต่างๆ
ส่วน “โทน” ของเรื่อง ก็จะมีทั้งตลก ดราม่า และแอ็คชั่น ผสมผสานกันไปในแต่ละตอน โดยเฉพาะในส่วนที่เป็นเนื้อเรื่องหลัก ดำเนินเรื่องได้เข้มข้นและน่าติดตามอย่างมาก

The X-Files: แฟ้มลับคดีพิศวง [1993-2002] – Fox Mulder (รับบทโดย David Duchovny), Dana Scully (รับบทโดย Gillian Anderson)
ความคิดเห็นหลังจากดูจบ
สนุกมากฮะ มีหลากหลายอารมณ์ ทั้งดราม่า ตลก และซีเรียสจริงจัง ซึ่ง คริส คาร์เตอร์ สามารถบาลานซ์มันออกมาได้อย่างกลมกล่อมมากๆ รวมถึงการถ่ายทอดเนื้อหาต่างๆ ออกมาได้อย่างสมจริง จนบางตอนเรายังอดคิดไม่ได้เลยว่าเรื่องนี้ต้องเอามาจากเรื่องจริงแน่ๆ

เสน่ห์ของซีรีส์ชุดนี้ คือการที่เอาคน 2 คนที่มีความคิด ความเชื่อ การศึกษาและประสบการณ์ชีวิตที่ไม่เหมือนกัน ให้มาทำงานร่วมกัน เพื่อไขคดีต่างๆ โดยที่ โมลเดอร์ นั้น จะเป็นคนที่เชื่อในเรื่องของการมีอยู่ของมนุษย์ต่างดาว และเชื่อในทุกความเป็นไปได้ต่างๆ ที่เกิดขึ้น แม้ว่าจะขัดกับหลักการทางวิทยาศาสตร์ก็ตาม แต่กลับเป็นคนที่ไม่มีศรัทธาในพระเจ้า ไม่เชื่อในเรื่องปาฏิหารย์ที่เกี่ยวกับศาสนา

ในขณะที่ สกัลลี่ เป็นคนที่ยึดถือในสิ่งที่สามารถพิสูจน์ทางหลักวิทยาศาสตร์ได้ เนื่องจากเป็นคนที่มีพื้นฐานมาจากการเป็นนักวิทยาศาสตร์และแพทย์ จึงมักจะต้องหาทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ หลักการและเหตุผล มาถกเถียงหักล้างความเชื่อของ โมลเดอร์

และด้วยความโด่งดังอย่างมากของซีรีส์ จึงได้มีการสร้างเป็นฉบับภาพยนตร์ขึ้นมาอีก 2 ภาค คือ

Fight The Future ออกฉายในปี 1998 เป็นเรื่องราวที่เป็นรอยต่อระหว่าง Season 5 กับ 6
I Want To Believe ออกฉายในปี 2008 เป็นเรื่องราวที่พูดถึงหลังจากจบ Season 9 แต่เป็นลักษณะจบในตอน ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่องหลัก

รีวิว Princess Mononoke อนิเมะสุดตื่นเต้น อ่านได้ที่นี่เลย

รีวิว Princess Mononoke อนิเมะสุดตื่นเต้น อ่านได้ที่นี่เลย

The Art of Princess Mononoke: Amazon.co.uk: Hayao Miyazaki: 9781421565972:  Books

รีวิว ในตอนนี้ตอน วัว วิด-19 นั้นกำลังระบาดอยู่ นี้ อาจจะ ไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้ เลย ว่า อนิ เมะ เป็น สิ่ง ยอดนิยม ที่ คน จำนวน
มากดู กัน ระหว่างที่ทำ งาน ที่ บ้าน (WFH) หลายขึ้น ด้วย เสน่ห์ลายเส้น ที่ สื่อ อารมณ์ นำไปสู่ การเคลื่อนที่ ต่างๆ ซึ่ง ให้ความรู้

ความเข้าใจ สึก ที่ต่างจาก ภาพยนตร์ ที่ ใช้คน มา แสดง อย่างสั้นเชิง แล้วก็ เป็น ภาพยนตร์ อนิเมชั่น ที่ มีลักษณะเฉพาะบุคคล ที่

มีความมากมาย ทางด้านไอเดีย ใส่ไว้ด้านในรายละเอียด ทำให้ ผู้ชม กำเนิด ความ จินตนาการไป นาๆประการ แล้ว ใน วันนี้ ทาง

คนเขียน ต้องการจะ มา เสนอ อีกอนิเม:เรื่อง หนึ่ง ที่ มีความรู้สึกว่า น่าดึงดูด แล้วก็ ซ่อนเร้น ไป ด้วย ไอเดีย แง่คิด ลง ไป ใน อนิ

เมะ นี้ ได้อย่าง แนบเนียน เป็นอนิ เมะ เรื่อง Princess Mononoke หรือ โมโน โน เกะ เจ้าฟ้าหญิง จิตวิญญาณ ที่ พนา ของ

ค่าย Studio Ghibli นั่นเอง ซึ่งได้ผลสำเร็จ งาน ของ ผู้กำกับ ไม่ ยา ซากิ ผู้ครอบครอง รางวัล อนิ เมะ ผุดผ่อง ส การ์ อย่าง

Spirited Away แล้วก็ HowI’s Moving Castle โดยจะเอ่ยถึงกรขัดกัน ระหว่าง ธรมชาติ กับ มนุษย์ ตอน สมัยมุ โระ มะ จิ

บทความที่ 1

โดย เรื่อง จะ เริ่ม จะ พูดถึง ฉาก พระราชโอรส อะ ชิ ตะ กะ พระราชโอรส องค์ ในที่สุด ที่ เอะ ไม่ ชิ ได้ ต่อสู้กับ ภูติผีหมูป่า ยักษ์ ที่ รุก

เข้ามา เขาจำต้อง ยิง ธนู ใส่ ภูติผีปีศาจ หมูปา เพื่อ คุ้มครองป้องกัน หมู่บ้าน เอาไว้ กระทั่ง แขน ได้รับบาดเจ็บ กลับมา ไม่ โกะ

แก่ประจำ กลุ่ม ได้ พยากรณ์ ไว้ว่า แขนด้านขวา ของ พระราชโอรส ที่ ได้รับ บาด นั้น เป็นแผล จำต้องคำแช่ง ทำให้เขาตกลงใจ

เดินทางไป ยัง ป่า ที่ หมูป่า อาศัย พร้อม หา มูลเหตุ ว่า เพราะอะไร เทวดา หมูปา ถึงได้เปลี่ยนเป็น ภูติผี ดีมากยิ่งกว่า คอย วัน ตาย

ไปเฉยฯ เผื่อหาทาง แก้คำแช่ง ได้ เขา เดินทาง จนกระทั่ง พบ เมือง โลหะ นคร คนภายใน เมือง ตัดไม้จาก ป่า โดยตลอด ทำให้

สัตว์ป่า ไม่มี ที่อยู่ที่อาศัย และก็ ออกมา คุ้มครองป้องกัน กราก ของ ต้น จนถึง เป็น สงคราม ระหว่าง ธรรมชาติ กับ มนุษย์ ขึ้นมา

โดย การรบ นั้น ฝั่ง ธรรม ขาติเตียน ใน เรื่อง จะมี สุนัขปา 3 ตัว นำ โดย เทวดา สุนัขป่ โมะ โระรวมทั้ง ซัง เต็กสาว ที่ โมะโระ

เลี้ยงไว้ติดตาม ด้านหลังติดตาม มาด้วย พร้อม เหล่า กลุ่ม ปา รอ ช่วย สู้ ศึก คราวนี้ ทาง ฝั่งมนุษย์ จะมี ท่าน เอะ โบะ ชิ หัวหน้า

ของ เมืองนี้ กับ เหล่า ผู้คน ใน เมือง ร่วม ทำสงคราม ใน ศึกคราวนี้ ไม่รู้เรื่อง ว่า ศึก คราวนี้ จะจบ อย่างไร จะต้อง ทดลอง ติดตาม

ที่ อนิ เมะ ฉบับ เต็ม ของ หัวข้อนี้ กันได้เลย ค่า ดูหนังออนไลน์

โดยสำหรับเรื่องนี้ทางผู้เขียนให้เลย 9 เต็ม 10 ค่า ผู้เขียนชอบการเล่าเรื่องของอนิเมะเรื่องนี้มาก เพราะสอดแทรกแนวคิดเกี่ยวกับธรรมชาติและปรัชญาได้อย่างลงตัวเลย พอผู้เขียนดูทำให้คิดถึงอีกเรื่องหนึ่งที่พล็อตคล้าย ๆ กันเลย อย่างเรื่องมหาสงครามหุบเขาแห่งสาย ของทาง Studio Ghibli ซึ่งเรื่อง Princess Mononoke จะมีความแตกต่างกันออกไป มีภาพการต่อสู้ที่ดูรุนแรงและการดำเนินเรื่องค่อนข้างเร็วต่างจากเรื่องอื่น ๆ ที่มีการดำเนินเรื่องที่ค่อนข้างเรียบง่ายและจบอย่างสงบ แต่ลึกซึ้ง โดยรวมแล้ว เป็นเรื่องที่ผู้เขียนอยากแนะนำให้ทุกคนได้มาลองดูสักครั้ง รับรองว่าจะติดใจเหมือนผู้เขียนอย่างแน่นอน

เป็นยังไงบ้างกับบทความของเราในวันนี้ เป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อยเลยใช่ไหมคะทุกคน โดยทุกคนสามารถดูได้แล้วผ่านทาง Netflix ผ่านกล่อง TrueID ได้แล้ววันนี้ สำหรับวันนี้ขอตัวลาไปก่อน บายค่า

สุดยอดหนังในดวงใจใครหลายคน สำหรับสาวกหนังจากค่าย Ghibli ที่ต่างก็ยอมรับหนังเรื่องนี้ว่าทำออกมาได้ดีมากๆ ทั้งภาพ และเนื้อเรื่อง เลยกลายมาเป็นหนังน่าดู Netflix อีกเรื่อง โดยหนังเรื่องนี้ก็เคยทำรายได้สูงสุดในญี่ปุ่นมาแล้วด้วย เนื้อเรื่องได้พูดถึงเจ้าชายคนหนึ่ง ที่มีชื่อว่าเจ้าชายอะชิตะกะ ซึ่งเป็นเจ้าชายองค์สุดท้าย และได้ถูกหมูป่าเข้าโจมตี และได้ต่อสู้กันจนถึงขั้นที่เจ้าชายได้รับบาดเจ็บที่แขน ซึ่งบาดแผลนั้นไม่ใช่แผลที่ธรรมดา เพราะมีการทำนายว่าจะต้องคำสาป จนทำให้เจ้าชายต้องออกเดินทาง ไปยังแหล่งต้นที่มาของหมูป่าเหล่านั้น จนได้พบความจริงบางอย่าง ที่ทำให้ธรรมชาตินั้น ต้องลุกขึ้นมาสู้กับมนุษย์ จนได้พบกับเทพเจ้าหมาป่า ที่เป็นตัวคอยนำทัพจากธรรมชาติ ศึกนี้จะจบลงแบบไหน ก็ต้องไปติดตามดูกันได้เลย ขอบอกเลยว่าหนังเรื่องนี้ดีจริงๆ ไม่ใช่แค่เป็นการ์ตูนธรรมดา แต่หลายๆ คนบอกว่าเนื้อเรื่องนั้นได้สะท้อนอะไรหลายอย่าง เกี่ยวกับตัวเราและธรรมชาติได้เป็นอย่างดี

ขณะที่คนส่วนใหญ่บนโลก ชื่นชอบและมีความสุขกับอนิเมชั่นจากฝั่งอเมริกา และอีกหลายคนหาความแปลกใหม่จากอนิเมชั่นฝั่งยุโรป แต่ก็คงไม่มีใครจะกล้าปฏิเสธความไม่เหมือนใคร ของอนิเมชั่นจากแดนอาทิตย์อุทัย ที่ถูกเรียกจนติดปากว่า “อะนิเมะ” ภาพยนตร์อนิเมชั่นที่มีลักษณะเฉพาะตัว ที่มีความหลากหลายและบรรเจิดในไอเดียเป็นอย่างยิ่ง

วันนี้ เห็นทีผมต้องหาทางเริ่มเรื่องได้แล้ว กับอะนิเมะสักเรื่องที่น่าสนใจ และน่าจะหยิบมาเล่าสู่กันฟังกันบ้าง ผมขอเริ่มที่เรื่องนี้ก่อนแล้วกัน ภาพยนตร์อะนิเมะจาก Studio Ghibli ที่ผมค่อนข้างชื่นชอบในผลงาน ด้วยความโดดเด่นด้านภาพและการนำเสนอ หนึ่งในนั้นคือ อะนิเมะเรื่องนี้

เทพหมูป่านาโกะ ยังกลายเป็นเทพอสูรทาทาริได้เมื่อความโกรธเกลียดเข้าครอบงำจนมืดมิด หากธรรมชาติจะเลิกปรานีต่อเราบ้าง เราจะอยู่กันอย่างไร

นี่ไม่ใช่อะนิเมะเพื่อความบันเทิงอย่างเดียว แต่เป็นอะนิเมะที่ต้องใช้ปัญญาเสพพอตัว อะนิเมะจาก Miyazaki จะแทรกแนวคิดเกี่ยวกับธรรมชาติและปรัชญาเข้าไว้ด้วยเสมอ หลายเรื่อง เน้นเนื้อเรื่องของการมองโลกในแง่ดี มีการดำเนินเรื่องที่อบอุ่นพร้อมๆ กับภาพที่งดงาม แต่เรื่องนี้กลับแปลกออกไป มีภาพการต่อสู้ที่ดูรุนแรง การดำเนินเรื่องที่ค่อนข้างฉับไว แต่ฉากที่วาดด้วยมืออันเป็นเอกลักษณ์ของ Ghibli ก็ยังคงมีอยู่อย่างครบถ้วน เป็นอีกเรื่องที่คออะนิเมะควรได้มีโอกาสเสพแม้เพียงสักครั้ง

Princess Mononoke ได้รับรางวัลมากมาย โดยเฉพาะรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจาก Japan Academy Awards ครั้งที่ 21 ทำรายได้สูงสุดบนหมู่เกาะญี่ปุ่นเมื่อปี 1997 ก่อนจะถูก Titanic ถล่มสถิติในเวลาต่อมา ได้รับการใส่เสียงพากย์จากนักแสดงฝั่งฮอลลีวู้ดชื่อดังอย่าง Claire Danes และ Minnie Driver และทาง Miramax ได้สิทธิ์ในการจัดจำหน่ายในสหรัฐอเมริกา

รีวิวหนังไทย 999-9999 ต่อ-ติด-ตาย หนังเขย่าขวัญในตำนาน

รีวิวหนังไทย 999-9999 ต่อ-ติด-ตาย หนังเขย่าขวัญในตำนาน

999-9999ต่อติดตาย เมื่อก่อนดังมากไหม? - Pantip

รีวิวหนังไทย สำหรับใครที่ชอบหนังไทยแนวทริลเลอร์ ปีนี้มีอีก เรื่องให้ได้ติดตามกัน The Pool นรก 6 เมตร หนังว่าด้วยเรื่องราวของชายหนุ่มและแฟนสาวที่ต้องติดอยู่ในสระว่ายน้ำลึกหกเมตรและมีจระเข้ยักษ์เข้ามาด้วย เขาทั้งสองจะเอาชีวิตรอดได้ยังไง และจะปีนสระน้ำขึ้นมา หรือมีใครเข้ามาช่วยเหลือ นี่เป็นอีกหนังทริลเลอร์ไทย พล๊อตแหวกแนวที่อยากให้มาชมกัน

“ความอยากรู้อยากเห็น” คือ “ประตูสู่ความหายนะ”

เคยมีคำกล่าวว่า “มนุษย์” มีนิสัยเสียอยู่อย่างหนึ่งคือ ไม่ชอบให้ “ชีวิต” ตกอยู่ใน “ความคลุมเครือ” เมื่อใดที่ความคลุมเครือเข้าครอบงำชีวิต พวกเขาก็จะขจัดมันโดยไม่ค่อยคิดว่าผลที่ตามมาจะเป็นอย่างไร แม้บางทีมันอาจต้องแลกด้วย “ชีวิต”

“สหมงคลฟิล์ม” ภูมิใจเสนอ ภาพยนตร์ระทึกขวัญเหนือธรรมชาติที่สะท้อนด้านแห่งความต้องการที่ไม่เคยพอของมนุษย์ และผลลัพธ์ที่ตามมาที่สยดสยองอย่างคาดไม่ถึง “999-9999 ต่อ-ติด-ตาย”

เรื่องราวทั้งหมดของ “999-9999 ต่อ-ติด-ตาย” เริ่มต้นขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวที่โรงเรียนนานาชาติแห่งหนึ่งของ “เรนโบว์” หญิงสาวผู้กุมความลับบางอย่างจากโรงเรียนเก่าที่เธอเพิ่งย้ายจากมา

เรื่องราวลึกลับและบุคลิกที่ไม่เหมือนใครของเธอสร้างความสนใจให้กับกลุ่มนักเรียนเกรดสิบสองสุดเฮี้ยว 5 คนซึ่งตั้งชื่อกลุ่มของตัวเองว่า “Dare Devil Club” เป็นอย่างมาก พวกเขาซึ่งประกอบด้วย “ซัน” หัวหน้ากลุ่มผู้นิ่งสงบ, “อาฉี” หนุ่มสำอางที่อยากเด่นดัง, “มีนา” สาวเซ็กซี่ประจำกลุ่ม, “วาวา” ผู้คลั่งเทคโนโลยี และ “ราจิต” จอมวิตกจริตประจำกลุ่ม พยายามทุกวิถีทางเพื่อเข้าถึงตัวเรนโบว์

และไม่นานนักความจริงที่น่ากลัวก็ถูกเปิดออก มันเกี่ยวพันกับหมายเลขโทรศัพท์มรณะ “999-9999” ที่ใครก็สามารถโทรไปขอสิ่งที่ตนปรารถนาได้ตามใจอยาก และเมื่อเขาโทรไปแล้วก็ได้รับสิ่งที่ใจต้องการ แต่ไม่นานเขาก็ต้องตายอย่างปริศนา

อย่างไรก็ตาม แทนที่ทุกคนฟังแล้วจะเกิดความกลัวไม่อยากเข้าไปยุ่งกับมัน พวกเขากลับให้ความสนใจ อยากรู้และอยากทดลองว่ามันเป็นจริงหรือเปล่าในทันที

และแล้วปฐมบทแห่งความน่ากลัวภายใต้หมายเลขมรณะ “999-9999” ก็เริ่มต้นขึ้น…

“999-9999 ต่อ-ติด-ตาย” เป็นผลงานการกำกับของ “ปีเตอร์ มนัส” ผู้กำกับภาพยนตร์โฆษณาที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ จากบทภาพยนตร์ที่เขียนขึ้นโดย “ณัฐิยา ศิรกรวิไล” ภาพยนตร์เรื่องนี้ควบคุมการสร้างโดย “ปรัชญา ปิ่นแก้ว” ( รองต๊ะแล่บแปล๊บ, เกิดอีกทีต้องมีเธอ) ภายใต้การอำนวยการสร้างของ “สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ”

ในด้านของนักแสดง “999-9999 ต่อ-ติด-ตาย” ระดมทีมนักแสดงวัยรุ่นที่มากด้วยฝีมือหลายคน นำโดย “จุลจักร จักรพงษ์” (รับบท ซัน), “ศรีริต้า เจนเซ่น” (เรนโบว์), “พอลล่า เทเลอร์ (มีนา), “รวิช พงษ์วานิช” ( หมูเปรี้ยว), “เทพฤทธิ์ ไรวินท์” (อาฉี), “ฐิตินันท์ เกียรติธนกร” (ราจิต) และ “วรจรรย์ แสงเงิน” (วาวา) ดูหนังออนไลน์

รีวิวหนังสยองขวัญ เป็นชู้กับผี ที่จะทำให้คุณหลอนไปอีกนาน

รีวิวหนังสยองขวัญ เป็นชู้กับผี ที่จะทำให้คุณหลอนไปอีกนาน

รวมรูปภาพของ เปนชู้กับผี รูปที่ 36 จาก 55

รีวิวหนังสยองขวัญ  ในหนังทั่วไปหากมีการดำเนินเรื่องที่ดี ชวนให้น่าติดตามอย่างมีเหตุผล และมี “อะไร” ที่เป็นเสมือนกับจิ๊กซอว์ของ “ลูกกุญแจ” ที่เป็นส่วนสำคัญในการ “ไขปริศนา” ของ “ความลับ” หรือ “คำเฉลย” แห่งบทสรุปในตอนท้ายออกมาอย่างแนบเนียน แน่นอนว่าโอกาสที่วิธีการเช่นนี้จะสัมฤทธิ์ผลด้วยการทำให้คนดูมีอารมณ์เชื่อ คล้อยตาม และมีอาการอึ้งนั้นก็มีอยู่สูงทีเดียว

ขณะเดียวกันก็ต้องไม่ลืมด้วยว่าผลร้ายของการจบด้วยวิธีการเช่นนี้บางทีบางครั้งนอกจากจะไม่ใช่คะแนนที่เป็นศูนย์แล้ว หนังเรื่องที่ว่าอาจจะถึงกับติดลบทางด้านความรู้สึกไปเลยทีเดียวหากขาดการเล่าเรื่องที่ชวนให้น่าน่าเชื่อถือ และไม่เคยมีอะไรที่เป็นการบ่งบอกถึง “รหัส” (ที่มีเหตุผล) แห่งบทสรุปในตอนท้ายออกมา หรือถ้ามีก็ยกคำอธิบายให้กับเหตุผลของความต้องการ “อารมณ์น่ากลัว” อย่างเดียวเหมือนกับที่หนังผีไทยหลายเรื่องในปัจจุบันกำลังทำอยู่

โชคยังดีที่ “เปนชู้กับผี” ยังไม่ไปถึงขั้นนั้น

เปนชู้กับผี จึงกลายเปนภาพยนตร์ที่สะท้อนห้วงอารมณ์ ความรู้สึกของปวงชนชาวไทย (ในมุมมองผู้กำกับ วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง) ต่อเหตุการณ์รัฐประหาร พ.ศ. ๒๕๔๙ การไม่ยินยอมรับอดีตของตนเอง คอรัปชั่นฝั่งรากหยั่งลึก มันหวนย้อนกลับมาหลอกหลอน เขย่าขวัญ สั่นประสาท นี่เราต้องพบเจออะไรๆแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีกไปจนชั่วกัปกัลป์เลยหรือ!

วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง (เกิดปี พ.ศ. ๒๕๐๗) ผู้กำกับ/นักเขียน ภาพยนตร์ชาวไทย เกิดที่กรุงเทพมหานคร สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร, เริ่มทำงานโฆษณากับ บริษัท ลินตาส (ประเทศไทย) จำกัด ในตำแหน่งครีเอทีฟ, เข้าสู่วงการภาพยนตร์ด้วยการเขียนบท ๒๔๙๙ อันธพาลครองเมือง (พ.ศ. ๒๕๔๐), นางนาก (พ.ศ. ๒๕๔๒), ก้าวขึ้นมากำกับ ฟ้าทะลายโจร (พ.ศ. ๒๕๔๓), หมานคร (พ.ศ. ๒๕๔๗)

“จุดเริ่มต้นคือคุณเชน ไฟว์สตาร์อยากให้ทำหนังผีซักเรื่อง เราก็สนใจ หลังจากรับปากแล้วเราก็กลับไปค้นคว้าเรื่องผีของไทยโบราณ ก็ไปนึกถึงนิยายผีของครูเหม เวชกร ซึ่งเราอ่านตั้งแต่เด็กๆ และเปนภาพที่ฝังใจเรามาตลอด”

– วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง

เมื่อพูดถึงผีไทยในอดีต มักมีลักษณะ ‘ผีอาละวาด’ ว่ากันว่าน่าจะเปนประเทศเดียวในโลกที่แหกอก ควักไส้ ตาหลุด ลิ้นยาว หน้าเละๆ เอกลักษณ์ประจำชาติเลยก็มั้งนะ แต่การมาถึงของ New Asian Horror ผีญี่ปุ่นเริ่มจาก The Ring (1998), Ju-on: The Grudge (2002) หน้าขาวๆ ผมยาวๆ ดำๆ พอเห็นมันประสบความสำเร็จ สร้างความหลอกหลอน ตราตรึง ผู้สร้างหนังไทยก็เลยคัทลอกเลียนแบบตาม ทอดทิ้งวิถีทางเดิมๆไทยแท้แทบหมดสิ้น

“ผมชอบหนังผี เรื่องผีของครูเหม เวชกร นี่ชอบมาก อ่านมาตั้งแต่เด็กๆ สมัยนั้นร่ำลือกันว่าเรื่องผีของแกสยองขวัญมาก มาอ่านสมัยนี้อาจจะเฉยๆแล้ว … รูปประกอบของครูเหมก็น่ากลัว เขาไม่ได้เขียนแค่ภาพประกอบง่ายๆ แต่เขาเขียนเปนแสงเงา เหมือนกับจัดแสงให้เราเสร็จเลย”

เหม เวชกร ชื่อจริง หม่อมหลวงเหมเวชกร ทินกร (พ.ศ. ๒๔๔๖ – ๒๕๑๒) ศิลปินจิตรกรชาวไทย เกิดที่ตำบลพระราชวัง อำเภอและจังหวัดพระนคร บุตรของหม่อมราชวงศ์หุ่น ทินกร กับหม่อมหลวงสำริด พึ่งบุญ ครั้นพ่อแม่แยกทางเลยไปอยู่กับหม่อมราชวงศ์แดง ทินกร ทำให้มีโอกาสพบและเปนผู้ช่วย Carlo Rigoli จิตรกรชาวอิตาเลียน ที่เขียนภาพบนเพดานโดมในพระที่นั่งอนันตสมาคม สอนให้หัดวาดเส้น ลวดลายต่างๆ รู้สึกชอบพอในอัธยาศัยและฝีมือของเหมมาก แต่โชคชะตาพลันแปรให้ร่อนเร่พเนจร (พ่อแม่ ต่างปลัดกันแย่งยื้อตัวเขาไว้ แต่กลับไม่มีใครเลี้ยงดูแลอย่างจริงจัง) เคยทำงานนายท้ายเรือโยงขึ้นล่องแม่น้ำเจ้าพระยา ช่างเครื่องจักรไอน้ำ สร้างเขื่อนพระรามหก กลับเข้ากรุงเทพฯ เปนช่างเขียนในกรมตำราทหารบก นักดนตรีฉายหนังเงียบ เขียนปกนวนิยาย กระทั่ง พ.ศ. ๒๔๗๘ ร่วมกับเพื่อนเปิดสำนักพิมพ์ เพลินจิตต์ ขายนิยายราคาถูก ปกภาพเขียนฝีมือของเหม สอดสีสวยงาม ราคา ๑๐ สตางค์ ดูหนังออนไลน์

เหม เวชรกร ได้รับฉายา ‘จิตรกรเทวดา’ มีผลงานวาดภาพประกอบกว่า ๔๐,๐๐๐ ชิ้น หลายภาพพบในหนังสือเรียนประวัติศาสตร์ไทย จิตรกรรมพุทธประวัติ ประกอบชาดก วรรณคดี นวนิยายอีกนับไม่ถ้วน แต่ที่โดดเด่นดังคือผลงานเขียนเรื่องผีกว่าร้อยเรื่อง จนได้รับอีกฉายา ‘บิดาแห่งผีไทย’ ขึ้นชื่อเรื่องการสร้างบรรยากาศเฉพาะตัว ลักษณะนิ่งเงียบ เย็นยะเยือก มีความโบราณเล่นกับวิถีความเชื่อ ความกลัวของคนไทย อาทิ เสียงบันไดเอี๊ยดอ๊าด นกแสกร้อง น้ำหยด ลมหายใจรดต้นคอ ฯ ปัจจุบันที่หลงเหลืออยู่เพียง ๕ เล่ม คือ วิญญาณที่เร่ร่อน, ปีศาจของไทย, ผู้มาจากเมืองมืด, ผู้ไม่มีร่างกาย และใครอยู่ในอากาศ เห็นว่าช่อง ITV เคยเอามาทำเปนละครชุด ผี!!…วิญญาณและความผูกพัน (พ.ศ. ๒๕๔๖) จำนวน ๑๘ ตอน

รีวิวหนังดี ม.3 ปี4 เรารักนาย ที่คุณไม่ควรพลาด ภาพยนตร์เนื้อหาดีๆ

รีวิวหนังดี ม.3 ปี4 เรารักนาย ที่คุณไม่ควรพลาด ภาพยนตร์เนื้อหาดีๆ

เว็บดูภาพยนตร์ไทย มาสเตอร์ HD: ม 3 ปี 4 เรารักนาย

รีวิวหนังดี  ชายหนุ่มยืนอยู่ข้างหลังหญิงสาว เขาไม่ได้บินกลับกรุงเทพไปหรอก คนที่พิมพ์ตอบมาก็คือนัทนั่นเอง ซึ่งธีร์ก็บอกจูนว่า อย่าไปโกรธนัทเลย นัทพูดแทนความรู้สึกของธีร์ทั้งหมดแหละ….

และเรื่องราวปัญหาความรักของทั้งคู่ก็จบลงอย่างสวยงาม

เหมือนจะดีเนอะ แต่ขอวิจารณ์หน่อยล่ะกัน

อย่างแรกที่ทำให้รู้สึกอยากไปดู เหตุผลสั้น ๆ ง่าย ๆ จนน่าแปลกใจ “โปสเตอร์ครับ” คือนั่งรถผ่านแล้วมองไปที่โปสเตอร์เรื่องนี้แล้วเห็นภาพนางเอกมุมนึง…ช่างเหมือนกับคน ๆ นึงที่เรารู้สึกดี ๆ ด้วยมากเหลือเกิน โอเคคน ๆ นั้นอาจจะไม่สวยใสเท่านางเอก แต่มุมนั้นพอมองแล้วให้ความรู้สึกว่า…เหมือนจริง ๆ เห็นแล้วคิดถึงเลย เหตุผลมีแค่นี้จริง ๆ เพราะเรื่องรักผ่านเน็ทอะไรเนี่ยไม่มีเรื่องไหนสู้เรื่อง You’ve got mail. ที่ทอม แฮงค์ เล่นคู่กับเมก ไรอัน เมื่อ 10 ปีก่อนไม่ได้หรอก เรื่องนั้นเป็นเรื่องแรกของโลกที่จับประเด็นเรื่องรักผ่านเน็ทเลยทีเดียว และเป็นภาพยนตร์ที่ถือว่าขึ้นหิ้งไปแล้ว

แต่เมื่อดูจบ ความรู้สึกก็คือ…

ข้อดี

1. ภาพสวย ไม่ได้หมายถึงมุมกล้องหรือองค์ประกอบภาพนะ อันนั้นเราว่าไม่เวิร์ก แต่ภาพสวยในที่นี้คือ เป็นหนังไทยเรื่องแรก (ที่เราเคยดู) ที่เน้นการเล่นโทนสีเพื่อบรรยายอารมณ์ในแต่ละฉาก อย่างช่วงที่แจนยังอยู่โทนสีก็จะออกสดใส พอแจนเสียชีวิตไปโทนสีก็จะกลับเป็นโทนสีขาวดำ ให้ความรู้สึกเศร้าสร้อย หม่นหมอง อึมครึม แต่ตอนท้ายเรื่องจะเน้นโทนสีอุ่น เพื่อให้ผู้ชมได้รับรู้ถึงอารมณ์จากความอบอุ่นในใจของตัวละคร

2. นักแสดงน่ารักดีทั้งบัว (จูน) และแจม (แจน) ก็อย่างที่บอกไปแล้วว่ารูปบัวนั้นแหละที่ทำให้เราไปดูเรื่องนี้ แต่พอดูแล้วบอกเลยว่าแจมข่มบัวได้เยอะกว่ามาก ด้วยภาพลักษณ์ใส ๆ ร่าเริง แล้วมีความรู้สึกว่าเล่นได้เป็นธรรมชาติมากกว่าบัวเยอะเลย อันนี้ความรู้สึกของเรานะ แต่ทั้งคู่ก็ดูแล้วน่ารักจริง ๆ นอกจากนี้ยังมีนักแสดงอีก 2 ท่านที่เล่นได้ดีมาก ๆ เลยคือป้าจุ๊ (ป้าแหม่ม) และคุณต่าย เพ็ญพักตร์ (แม่ของจูนกับแจน) ป้าจุ๊เรียกเสียงฮาได้ทุกครั้งที่ออกมา เสียดายบทน้อยไปนิด น่าจะมีบทในเรื่องไปนาน ๆ ส่วนคุณต่ายเล่นได้เยี่ยมมาก ดูแล้วเชื่อเลยว่าเป็นแม่ที่ใจดีมาก ๆ (ทั้ง ๆ ที่เราว่าหน้าดุนะ) แล้วบทเศร้าที่เราว่าเศร้าที่สุด ก็อยู่ที่คำพูดที่แม่ของจูนพูดเรื่องความเศร้าของแม่นั่นแหละ ช๊อตนั้นอ่ะเด็ดที่สุดในเรื่องแล้ว ดูแล้วเศร้ามากจริง ๆ

ข้อเสีย

1. ทำไมหนังไทยชอบใส่ความ “บังเอิญ” เข้าไปเยอะเหลือเกิน อะไร ๆ ก็บังเอิญ บังเอิญธีร์เจอจูนแล้วปิ๊งกัน แล้วบังเอิญที่นัทกับแจนซึ่งเป็นน้องของทั้งคู่กลับเป็นคนที่คุยกันอยู่แล้วผ่าน msn บังเอิญที่ธีร์มาเห็นจูนโดนบอยกอดจนถอดใจหนีกลับกรุงเทพ บังเอิญที่พอกลับกรุงเทพแล้วป้าแหม่มก็เสียชีวิตในช่วงเวลาที่ธีร์กำลังต้องการคำปรึกษาจากใครซักคน บังเอิญที่ธีร์ลงจากรถมาแล้วเจอจูนถือรูปแห่งานศพแจนผ่านหน้าบ้านพอดีเด๊ะ…เฮ้ย นี่มันไม่บังเอิญมากไปหน่อยเหรอ ในการแต่งนิยาย ความบังเอิญสามารถใส่เป็นปมประเด็นของเรื่องได้ว่าปัญหาที่เกิดมาจากความบังเอิญ…แต่ไม่ควรจะบ่อย ชีวิตจริงเราไม่มีใครบังเอิญได้ขนาดนั้นหรอก อย่างเรื่อง You’ve got mail. ความบังเอิญของเรื่องมีแค่อย่างเดียวคือพระเอกกับนางเอกสนิทกันจากการส่งเมล์หากัน แต่ในชีวิตจริงทั้งคู่เป็นคู่กัดทางธุรกิจกัน แค่นั้นเอง ที่เหลือไม่มีความบังเอิญ มันเป็นไปตามสิ่งที่มันดำเนินไป ก็เท่านั้น…

นิยายที่เราเขียน (จนบัดนี้ยังเขียนไม่เสร็จ) ใส่ความบังเอิญลงไปเป็นเมนหลักของเรื่องอยู่ปม – 2 ปม เรายังไม่ค่อยชอบเลย แล้วอันนี้ใส่ไปเกือบทุกช่วงของเรื่อง แล้วมันจะได้เรื่องรึ

2. รู้สึกว่าคนเขียนบทมันโหดเกินไป หนังโทนนี้ตัดคนตาย 1 คนก็ถือว่ามากพอแล้ว นี่ล่อตัดทิ้ง 2 คนนี่ออกจะโหดไปหน่อย แถมตัดแจนที่เป็นสีสันของเรื่องออกไปด้วยเนี่ย….แบบว่าเซ็งเลย มาดูหนังรักนะ ไม่ได้มาดูหนังปัญหาชีวิต แล้วปกติคนเราน้อยคนนะที่จะเจอคนรู้จักตายติด ๆ กัน 2 คน แล้วจริง ๆ ไม่ต้องให้แจนตายหรอก แค่บอกว่าเป็นเจ้าหญิงนิทราไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะฟื้น แค่นี้จูนก็สามารถโทษตัวเองได้พอ ๆ กับแจนตายแล้ว ไม่เห็นต้องตัดให้ตายไปเลย (แอบเสียดายนะ เพราะน้องแจมเล่นได้น่ารักสดใสมากทีเดียว)

3. ไม่เนียน…รายละเอียดเก็บได้ยอดแย่ ไม่เคยดูหนังเรื่องไหนแล้วจับผิดได้มากเท่านี้มาก่อนเลยในชีวิต เอาเป็นฉาก ๆ เลยนะ

3.1 เปิดมาฉากแรก ร้านเน็ทแถวอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย คือ คนเล่นเน็ทในร้านนั้นเนี่ยเป็นเด็กนักเรียน แล้วตามเนื้อเรื่องมีเวลาเข้าเรียน 8 โมงแล้วเด็กรีบเก็บของไปเรียน แถวนั้นน่ะ โรงเรียนที่มีใกล้ ๆ เลยนะคือสตรีวิทยากับวัดบวรนิเวศน์ซึ่งเป็นโรงเรียนรัฐ แต่เครื่องแต่งกายแบบในเรื่องน่ะมันโรงเรียนเอกชนชัด ๆ แล้วโรงเรียนเอกชนที่ใกล้ที่สุดในย่านนั้นคือเซนต์คาเบรียลกับเซนต์ฟรังซิสซาเวียร์ ซึ่งใกล้ที่สุดก็อยู่ไปทางซังฮี้แล้วนะ จะมาเล่นเน็ทอะไรแถวนั้น แถวหน้าโรงเรียนมันก็มีตั้งเยอะตั้งแยะ ไม่ไปเล่นล่ะวะ ดูหนังออนไลน์

3.2 หน้าจอ msn ข้าพเจ้าไม่ได้อยากจับผิดนะ แต่ด้วยความที่เล่นคอมมาเป็น 10 ปี มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าหน้าจอวินโดวส์แบบนี้ใช้โปรแกรมอะไร (ไม่เอาแบบหนังฝรั่งนะ ที่แบบว่ามาเป็นหน้าจอแฮกเกอร์ อันนี้มิสามารถ) ที่เราเห็นในเรื่องคือหน้าจอ msn ปกติ แต่ที่ไม่ปกติคือ taskbar พี่แกลอยอยู่กลางจอ พอมองลงมาที่ขอบจอ เฮ้ย Windows media player นี่หว่า จะเปิดวิดีโอโชว์เหมือนว่ากำลังคุย msn อยู่ก็ให้มันเนียน ๆ กว่านี้หน่อยก็ได้ เปิดโหมดเต็มจอซะแค่นี้ก็ไม่เห็นแล้วว่าเป็นการ capture ภาพวีดีโอบนหน้าจอเอามาฉายแทนที่จะให้กดเล่นจริง ๆ

3.3 เวลาในเรื่องตอนที่ธีร์ตามไปง้อจูนที่ภูเก็ตทุกเช้า…คือเครื่องบินจากกรุงเทพไปภูเก็ตวันนึงมันมีหลายเที่ยวมาก และก็รู้ว่าบ้านธีร์มันรวย แต่ว่าการที่ไปขึ้นเครื่องบินไปตั้งแต่เช้า (ไม่มืดด้วย) ไปถึงภูเก็ตแล้วก็เช่ารถมอเตอร์ไซค์ขับเข้าเมืองไปหาจูน (ตอนนั้นสว่างแล้วด้วย) แล้วก็ขับรถบุโรที่ไม่รู้จะเสียเมื่อไหร่ทั่งไปส่งติ่มซำ (เออนึกขึ้นได้อย่างนึง…รถคันนี้จูนขับแล้วเสียประจำ แต่ธีร์ขับไม่เห็นเสียเลย) แล้วก็กลับมานั่งเครื่องบินกลับมาถึงโรงพยาบาลกลางตอน 9 โมงครึ่ง…9 โมงครึ่งจริง ๆ ตอนนั้นเหลือบไปเห็นนาฬิกาในหนังพอดี คือ…จากสุวรรณภูมินั่งรถกลับมาโรงพยาบาลกลางในชั่วโมงเร่งด่วนเนี่ย ออก 7 โมงก็ยังไม่แน่เลยว่าจะถึงโรงพยาบาลกลาง 9 โมงครึ่งรึเปล่า แล้วนี่บินมาจากภูเก็ต โอ้ว…พระเจ้ามันทำไปได้ยังไงเนี่ย ใครช่วยบอกที

3.4 อีกอันที่รู้สึกว่าไม่น่าเป็นไปได้คือ…บอย เพื่อนช่างซ่อมรถที่แอบชอบจูน ในเรื่องหน้าตาโหดมาก มีรอยสักด้วย ท่าทางหาเรื่องมาก แต่กลับมาสารภาพรักกับจูนด้วยการดึงไปกอดแล้วบอกรักจูน…เอ่อคือ หน้าตายังงี๊เนี่ยในชีวิตจริงมันคงไม่ฉุดมากอดสารภาพรักหรอกครับ โน่นฉุดลงไปปล้ำพุ่มไม้ข้างทางเลยง่ายกว่า…เท่ไม่เท่ไม่เกี่ยวอาศัยทางเปลี่ยวและพละกำลัง หรือไม่งั้นนะ ถ้าบอกรักแล้วนางเอกไม่เอา มันคงตามพวกมาอัดพระเอกจนปางตายแล้วแน่ ๆ ไม่ปล่อยให้รอดไปได้หรอก

3.5 อันสุดท้ายที่รู้สึกว่าเวรมากคือ…งานศพแจน งานศพจัดพิธีแบบจีน โลงศพแบบจีน หน้าบ้านแขวนโคมด้วย…แต่ที่หลุมศพมีไม้กางเขนเว๊ยเฮ้ย…ตกลงคุณน้องเธอจะเป็นคนจีนหรือคนคริสต์กันแน่วุ๊ย

เท่าที่มอง ข้อเสียก็มีประมาณเท่านี้ จริงๆ มันมีเยอะกว่านี้แหละ แต่นึกไม่ออก ไอ้ครั้นจะลงทุนไปดูอีกรอบเพื่อที่จะเอามาเขียนจับผิดมันก็คงเป็นการกระทำที่ไม่สมควรจะทำซักเท่าไหร่

หมดแล้ว ข้อดีข้อเสีย

ถ้าถามเราว่า สรุปแล้วควรไปดูมั๊ย คำแนะนำของเราก็คือ ถ้าอยากดูอยู่แล้วก็ดูไปเถอะเพราะมันก็ไม่ถึงขนาดว่าดูแล้วรู้สึกเสียดายตังค์ (อันนั้นยกให้เดอะกิ๊กทั้ง 2 ภาค หนังหลอกแดกตังค์ชัด ๆ ดูแล้วแทบอยากร้องว่าเอาเงินกูคืนมา) แต่ถ้าว่าง ไม่มีอะไรดู แล้วอยากจะดูหนังสนุก ๆ ดี ๆ ซักเรื่อง ก็เก็บเงินไปดูเรื่องอื่นเหอะ หรือไม่ก็เก็บเงินไปอีกเดือนนึงแล้วไปรอดูคนเหล็ก 4 จะดีกว่า

วิจารณ์หนัง Happy Birthday ภาพยนตร์ซึ้ง ว่าเป็นอย่างไรบ้าง?

วิจารณ์หนัง Happy Birthday ภาพยนตร์ซึ้ง ว่าเป็นอย่างไรบ้าง?

แฮปปี้เบิร์ธเดย์ Happy Birthday (2008) - ดูหนังออนไลน์ หนังใหม่ชนโรง ดูหนังออนไลน์ฟรี ดูหนังฟรี YumMovie.com

วิจารณ์หนัง สรุปแล้วถ้าคุณชอบหนังรักโรแมนติคแบบไม่ซ้ำซากจำเจ สื่ออารมณ์แบบซึ้งๆ แม้ตัวหนังจะสะดุดอยู่หลายฉากก็ตาม แต่ถ้าเราไม่สังเกต และปล่อยให้คล้อยไปตามอารมณ์ของหนัง Happy Birthday ก็ถือว่าเป็นหนังที่น่ารักและน่าดูอีกเรื่องหนึ่ง จนบางครั้งอาจจะมีคำถามในใจขึ้นมาว่า จะมีใครสักคนไหมที่คอยดูแลเราเหมือนอย่างในหนังเรื่องนี้…

อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม นักแสดงหนุ่มที่ถือว่าเป็น “ดาราคิวทอง” ของปีนี้ไปแล้วนั้น เคยตั้งข้อสังเกตให้ผมฟังเมื่อครั้งที่ผมไปสัมภาษณ์เขาเมื่อไม่นานมานี้ว่า เขาค่อนข้างชอบหนังในสไตล์ของคุณอ๊อฟ-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง มากเป็นพิเศษ เพราะเหตุผลหลักๆ คือ ผลงานของผู้กำกับคนนี้ดูมีความลงตัว ในแง่ของการผสมผสานระหว่างความเป็นงานศิลปะที่พอเหมาะพอดี (มีรสนิยมที่ดีในเรื่องศิลปะ แต่ก็ไม่ดูอาร์ตจ๋าจนน่ามึนหัว) รวมเข้ากับเนื้อหาดีๆ และเรียบง่ายที่สามารถสื่อสารกับคนทั่วๆ ไปได้โดยไม่จำเป็นต้องผ่านการตีความอะไรให้ยุ่งยากมากความ

แน่นอนที่สุด ผมเห็นด้วยกับเขาเกิน 90 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งหากลองมองย้อนไปที่ผลงานชิ้นก่อนซึ่งเป็นหนังเรื่องแรกของคุณอ๊อฟ-พงษ์พัฒน์ อย่าง Me…Myself เราจะเห็นว่า นอกเหนือไปจากแง่มุมของเนื้อหาเรื่องราวที่เขาหยิบมาบอกเล่าและมีประเด็นที่จับใจคนดูแล้ว ในด้านของเทคนิควิธีการต่างๆ (อย่างน้อยๆ ก็การผูกพล็อตวางโครงเรื่องและการเล่าเรื่อง) อ๊อฟ-พงษ์พัฒน์ ก็สามารถทำมันออกมาได้อย่างชนิดที่เรียกว่าเป็นงานศิลปะดีๆ ชิ้นหนึ่ง

นั่นจึงไม่น่าแปลกใจแต่อย่างใด หากผลงานชิ้นต่อมาของผู้กำกับที่กระโดดมาจากฟากของนักทำละครฟรีทีวีคนนี้อย่างเรื่อง “แฮปปี้เบิร์ธเดย์” (Happy Birthday) จะมีคนดูเฝ้ารออย่างเหนียวแน่นอยู่จำนวนหนึ่ง ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อได้ดูผลงานชิ้นนี้แล้ว ผมก็ทำนายได้ล่วงหน้าเลยว่า นี่คือหนังอีกเรื่องของคุณพงษ์พัฒน์ที่จะฮิตไม่น้อยไปกว่า Me…Myself

ด้วยบทภาพยนตร์โดยฝีมือของคุณคงเดช จาตุรันรัศมี (ผู้กำกับ “กอด” หนังรักดีๆ อีกเรื่องของปีนี้ และเป็นคนเดียวกันกับที่เขียนบทให้ Me…Myself) แฮปปี้เบิร์ธเดย์ยังคงเดินมาในทิศทางของหนังรักเต็มรูปแบบ แต่สิ่งหนึ่งซึ่งแตกต่างออกไปอย่างเห็นได้ชัดก็คือ ในขณะที่ Me…Myself ดูจะประนีประนอมสูงมากกับเนื้อเรื่องในทำนอง ดูหนังออนไลน์ฟรี

รีวิวหนัง คน-โลก-จิต Distortion โลกมันจิต หรือใจมันบิดเบี้ยว

รีวิวหนัง คน-โลก-จิต Distortion โลกมันจิต หรือใจมันบิดเบี้ยว

ปัญหา' ของคน-โลก-จิต/อภินันท์

รีวิวหนัง จากบทภาพยนตร์ชนะเลิศโครงการ Thailand Script Project 2010
สู่ภาพยนตร์เขย่าจิตสุดระทึก
ที่จะทำให้คุณไม่กล้าไว้ใจใคร…แม้แต่ใจตัวเอง

คน-โลก-จิต
เล่าเรื่องราวผ่านการสืบสวนคดีฆาตกรรมต่อเนื่องสุดสะเทือนขวัญ
ที่ได้นำพานักจิตวิทยา, สาวนิติวิทยาศาสตร์, หนุ่มไฮโซ และนักศึกษาสาว
เข้ามาพัวพันและถลำลึกถึงความบิดเพี้ยนทางจิตใจ…อย่างคาดไม่ถึง

ผลงานกำกับเรื่องที่ 7 ของผู้กำกับฝีมือดี
นนทรีย์ นิมิบุตร
ครบรอบ 15 ปี ในการนั่งแท่นผู้กำกับภาพยนตร์ไทยคุณภาพระดับนานาชาติ

พร้อมแจ้งเกิดทีมนักแสดงหน้าใหม่กับบทบาทสุดเข้มข้น
แบงค์ – อาทิตย์ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์ (พระเอก MV และโฆษณา)
ป๊อปปี้ – บุญยิสา จันทราราชัย (รองอันดับ 1 มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2012)
แม็กกี้ – อาภา ภาวิไล (นักแสดงสาวดาวรุ่ง)
และ บีม – ศรัณยู ประชากริช (นักแสดง, พิธีกร, ดีเจ)
พร้อมด้วยนักแสดงรุ่นใหญ่มากฝีมือ สุเชาว์ พงษ์วิไล และ ชนานา นุตาคม

กำหนดฉาย : 17 พฤษภาคม 2555
แนว : เขย่าจิต (ไซโค-ทริลเลอร์)
นักแสดง : อาทิตย์ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์, ศรัณยู ประชากริช, อาภา ภาวิไล, บุญยิสา จันทราราชัย, สุเชาว์ พงษ์วิไล, ชนานา นุตาคม
กำกับ : นนทรีย์ นิมิบุตร
บทภาพยนตร์ : นนทรีย์ นิมิบุตร, ภัทรา พิทักษานนท์กุล  ดูหนังออนไลน์

เปิดปม…

จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อความผิดพลาดของใครบางคนในอดีต
คือชนวนเหตุที่ดึงอีกหลายชีวิตเข้ามาพัวพันกันถึง…ตาย!!!

คนที่คุณคิดว่าเป็นเหยื่อ อาจจะเป็นผู้ล่า
คนที่คุณคิดว่าเป็นผู้ล่า อาจตกเป็นเหยื่อ…ไม่รู้ตัว
คนที่คุณคิดว่าเป็นผู้ช่วยเหลือ อาจกลับกลายเป็นผู้ฆ่า…เสียเอง

เรื่องราวของ “คน” เดินดิน บน “โลก” บิดเบือน กับ “จิต” ที่บิดเพี้ยน
ที่จะทำให้คุณค้นพบตัวตนที่แท้จริง

เพิ่งจะออกจากโรงหนังมาได้ไม่นาน ในท้องยั่งปั่นป่วนอยู่ไม่หาย หนึ่งด้วยอาจเพราะเพิ่งผ่านจากประสบการณ์หนัง “คน-โลก-จิต” ที่ปั่นซะจนจิตป่วน อีกส่วนหนึ่ง คงเพราะนั่งทวีตอยู่ในแท็กซี่ทำเอาประสาทล้าทำท่าจะพะอึดพะอม

นี่คือหนังทริลเลอร์เรื่องใหม่ของผู้กำกับฯ ชื่อดังอย่าง “นนทรีย์ นิมิบุตร” กับเนื้อหาที่มีฉากการฆ่าที่เสริมดนตรีประกอบแบบหวานๆ เพื่อลดทอนความรุนแรง ขณะที่เนื้อเรื่องและแนวทางนั้นนับว่าแตกต่างจากหนังอื่นๆ ในตลาดหนังไทยค่อนข้างมาก

จากบทภาพยนตร์ชนะเลิศโครงการ Thailand Script Project 2010 สู่หนังใหญ่ฟอร์มย่อมๆ เขย่าขวัญสไตล์จิตๆ ที่บอกเล่าชีวิตในอีกมุมที่เราอาจมองไม่เห็น ชีวิตของคนปัจจุบันที่ไม่อาจไว้ใจใครได้เต็มๆ แม้แต่ตัวเราเอง

ฆาตกรรมที่เกิดขึ้นอย่างมีเงื่อนงำน่าสงสัย มีด็อกเตอร์นาม เขื่อน (แบงค์ อาทิตย์ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์) นักจิตวิทยาหนุ่มเข้ามาร่วมคลี่คลายคดี เขาคือผู้เชี่ยวชาญในการมองสภาพแวดล้อมแล้วตีออกมาเป็นเหตุการณ์ได้อย่างแจ่มแจ้ง มีสาวนิติวิทยาศาสตร์นาม เทียน (ป๊อปปี้ บุญยิสา จันทราราชัย – รองอันดับ 1 มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2012) มาร่วมพิสูจน์และไขคดี ที่เมื่อยิ่งสืบก็ยิ่งเข้าไปพบปมบางอย่างที่เกี่ยวข้องเรื่องราวในอดีต

เหตุการณ์มันเริ่มบานปลายจนเริ่มสั่นสะเทือนความเชื่อมั่นในจิตตนเอง…มากขึ้นเรื่อยๆ

หนังเรื่องนี้มีทั้งนักแสดงหน้าใหม่อย่าง แม็กกี้ (อาภา ภาวิไล) นักแสดงที่หลายคนคุ้นเคยหน้าตาอย่าง บีม (ศรัณยู ประชากริช), สุเชาว์ พงษ์วิไล และ ชนานา นุตาคม มาร่วมเสริมทัพสร้างเรื่องราวจิตๆ ให้คุณได้เสพ

เมื่อความเชื่อมั่นในการพิสูจน์จิตใจคนอื่นกำลังถูกทดสอบ คุณเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า ตกลงใครคือคนที่มีปัญหาทางจิตตัวจริงๆ กันแน่ อาจเป็นคนอื่น หรืออาจจะเป็นที่ตัวคุณเอง ผมชอบพล็อตของ คน-โลก-จิต นะ ผมว่ามันมีความน่าสนใจที่ปมของมัน แต่หลายหนของการดำเนินเรื่อง เขากลับใส่ไดอะล็อกที่ล้นเกินเข้ามาซึ่งส่งผลต่อความน่าเชื่อของหนัง อีกทั้งพล็อตย่อยบางส่วนก็ยังไม่มีคำอธิบายที่เพียงพอ กระนั้น ต้องชมงานภาพที่สวยงามเข้าขั้น ประกอบไปกับดนตรีประกอบที่เข้าที แต่ยอมรับว่าระหว่างดูผมเครียดมากเอาการ

การเลือกใช้นักแสดงใหม่ในหนังของนนทรีย์เรื่องนี้ เท่าที่ดูยังสวมบทบาทได้ไม่สม่ำเสมอทั้งเรื่อง คือ เดี๋ยวดีเดี๋ยวแข็ง ซึ่งเอาเข้าจริงก็เป็นเรื่องที่มีทั้งได้และเสีย ได้ คือ จะเป็นคนที่แสดงแล้วคนเชื่อว่าเป็นคนๆ นั้น ต่างจากการใช้นักแสดงที่คนรู้จักอยู่แล้ว แต่ที่เสีย คือ ประสบการณ์การเล่นหนังที่น้อยจนทำให้ไม่สามารถควบคุมบทบาทการแสดงให้เหมาะเหม็งตลอดรอดฝั่งนั่นเอง ขณะคนที่แสดงดีที่กลับเป็นบีม ศรัณยู ประชากริช คนที่เก๋าสุดในบรรดาคนหนุ่มสาวในเรื่อง ขณะที่รุ่นใหญ่คงไม่ต้องพูดถึง

ผมเพิ่งมารู้ภายหลังว่า ป๊อปปี้ เป็นรองอันดับ 1 มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2012 เมื่อเธอปรากฏตัวในหนังแบบไม่ค่อยแต่งหน้า เราอาจไม่ค่อยเห็นออร่าของเธอมากนัก ผิดกับ แม็กกี้ ที่ขานี้ได้เล่นบทที่ยั่วยวนกว่า ทั้งยังมีโครงหน้าที่หวานกว่า แถมยังได้มีช็อตเซ็กซี่ๆ อีกด้วย กลายเป็นเสน่ห์อีกส่วนของหนังไปเลย

หนังอาจไม่ได้มุ่งเน้นไปที่ฉากการฆ่า แต่มุ่งไปที่การให้เราดูหนังเพื่อมองย้อนกลับมาว่าในสภาวะที่ทุกอย่างหมุนเร็ว เรามีภาวะความเครียดมากขึ้น เราอาจมีสภาวะจิตแบบตัวละครบ้างโดยเราไม่ทันรู้ “คน-โลก-จิต” มีชื่ออังกฤษว่า “Distortion” ซึ่งหมายความถึง “ความบิดเบี้ยว” อะไรที่บิดเบี้ยวไปให้ลองติดตามในหนัง โดยรวมแม้ผมจะออกเครียดๆ ช่วงที่ดูหนัง แต่ผมชอบในทางของหนังที่แตกต่างจากตลาดหนังไทยตอนนี้ มีแต่หนังรัก ไม่ก็หนังตลก

คน-โลก-จิต กำกับโดยนนทรีย์ นิมิบุตร สร้างขึ้นจากบทภาพยนตร์ที่ชนะเลิศโครงการ Thailand Script Project 2010?จากเหตุการณ์ชายคนหนึ่งถูกสังหารและคาดว่าจะเป็นคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง เขื่อน (อาทิตย์ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์) นักจิตวิทยา อาจารย์พิเศษและนักเขียนชื่อดัง จึงได้เข้ามาช่วยสืบคดีนี้ร่วมกับ เทียน (บุญยิสา จันทราราชัย) สาวนักนิติวิทยาศาสตร์ จนวันหนึ่งเขื่อนได้พบกับ กวาง (อาภา ภาวิไล)?นัก ศึกษาสาวที่เขาเคยช่วยเหลือเธอจากเหตุฆาตกรรมในครอบครัวเมื่อ 10 ปีก่อน ที่ทำให้ความทรงจำในอดีตของทั้งสองกลับมาหลอกหลอน ขณะที่การสืบสวนดำเนินไป คีย์ (ศรัณยู ประชากริช) เพื่อนเก่าของเขื่อนก็ได้ปรากฎตัวขึ้นอีกครั้งหลังจากหายตัวไปนาน ซึ่งเขาอาจมีส่วนของเหตุการณ์ฆาตกรรมต่อเนื่องที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้

รีวิวหนัง คน-โลก-จิต Distortion โลกมันจิต หรือใจมันบิดเบี้ยว

รีวิวภาพยนตร์เกาหลี The Call ไม่แปลกใหม่ แต่ได้ใจทุกอย่าง

The Call: La Voz Detrás Del Teléfono Te Puede Engañar | Cine, Streaming & Espectáculo | Esto También Es...

รีวิวภาพยนตร์เกาหลี พล็อตฮิตในปี 2020 นี้เถียงไม่ได้เลยว่าพล็อตข้ามเวลาหรือพล็อตโลกคู่ขนานนั้น มาแรงมากแบบฉุดไม่อยู่ ในฝั่งของซีรีส์มีพล็อตแนวนี้ออกมานับไม่ถ้วนทั้งเรื่อง Alice , The King: Eternal Monarch , Train , 365: Repeat The Year หรือ Kairos ที่กำลังออนแอร์อยู่ในขณะนี้ ในฝั่งของภาพยนตร์ก็ไม่ยอมน้อยหน้าส่ง The call ภาพยนตร์แนวทริลเลอร์ ระทึกขวัญที่ผสมผสานความเป็นแฟนตาซีข้ามเวลาเข้ามาทวีความลุ้นระทึกจนคนดูต้องลุ้นตามกันจนเหนื่อย โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ได้น้องผักหรือ พัคชินฮเย นางเอกแนวหน้าของวงการ มาประชันฝีมือกับนักแสดงสาวดาวรุ่งแห่งวงการภาพยนตร์ จอนจงซอ ที่แจ้งเกิดจากภาพยนตร์เรื่อง Burning เมื่อปี 2018 ที่ผ่านมา พร้อมด้วยนักแสดงสมทบมากความสามารถอย่าง คิมซองรยอง และ อีเอล ที่ต่างก็ปล่อยของใส่กันสุด ๆ ในภาพยนตร์เรื่องนี้

นอกจากนักแสดงนำและตัวเนื้อหาที่น่าสนใจแล้ว สิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้น่าสนใจและน่าจับตามองมากขึ้นไปอีก ก็คงจะเป็นฝีมือการกำกับของผู้กำกับหนุ่มหน้าใหม่ อีชุงฮยอน ที่หลายๆคนต่างก็รอดูกันว่าผู้กำกับหนุ่มคนนี้จะถ่ายทอดหนังเรื่องนี้ออกมาในรูปแบบไหนเพราะภาพยนตร์ The call เป็นผลงานภาพยนตร์ยาวเรื่องแรกของเขา

The call เป็นเรื่องราวของซอยอน (รับบทโดย พัคชินฮเย) หญิงสาวที่อาศัยอยู่ในยุคปัจจุบัน ที่วันนึงเธอได้รับสายปริศนาจากโทรศัพท์บ้านในบ้านใหม่ที่เธอเพิ่งจะย้ายเข้ามาอยู่ได้ไม่นานหลังจากที่บ้านเก่าของเธอไฟไหม้จนต้องสูญเสียพ่ออันเป็นที่รักไป เธอจึงได้แต่โทษว่าเป็นความผิดของแม่ (รับบทโดย คิมซองรยอน) มาตลอดชีวิต สายปริศนาที่เธอได้รับถูกโทรมาจากอดีตในปี 1999 จากหญิงสาวที่ชื่อว่าโอยองซุก (รับบทโดย จอนจงซอ) ที่อาศัยอยู่กับแม่เลี้ยงที่เป็นหมอผีร่างทรง (รับบทโดย อีเอล) ที่มักจะทารุณกรรมเธออยู่เสมอ โดยอ้างว่าจะขับไล่วิญญาณชั่วร้ายที่สิ่งอยู่ในตัวยองซุกให้ออกไป โดยวันหนึ่งยองซุกได้ยื่นข้อเสนอว่าเธอสามารถช่วยไม่ให้พ่อของซอยอนตายได้ และเธอก็สามารถทำได้จริง ๆ ทำให้ปัจจุบันที่ซอยอนอยู่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จึงยิ่งแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น จนวันนึงซอยอนได้ช่วยชีวิตยองซุกจากเงื้อมมือแม่เลี้ยง ซึ่งนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของฆาตกรต่อเนื่อง ปีศาจที่จะมาเปลี่ยนชีวิตของซอยอนไปตลอดกาล

เรื่องย่อ ซอยอน (พักชินฮเย) หญิงสาวผู้พบว่าโทรศัพท์ในบ้านของเธอสามารถโทรไปยังบ้านหลังนี้ในอดีตเมื่อ 20 ปีก่อนได้ และทำให้เธอได้คุยกับลูกสาวเจ้าของบ้านคนก่อนหน้าอย่าง ยองซุก (จอนจงซอ) การพบพานของ 2 สาวทำให้เกิดการช่วยเหลือกันแก้ไขอดีต แต่สุดท้ายแล้วซอยอนก็จะได้พบว่ายองซุกอาจไม่ใช้หญิงสาวอ่อนแอน่าสงสารอย่างที่เธอเข้าใจ

เดิมหนังเรื่องนี้มีกำหนดฉายในเกาหลีในช่วงปีนี้หลังจากถ่ายทำเสร็จสิ้นไปตั้งแต่เมื่อปีก่อน ทว่าด้วยสถานการณ์โควิด-19 ในเกาหลีที่ค่อนข้างรุนแรง ทำให้ในที่สุดชาวเน็ตฟลิกซ์ทั่วโลกจึงโชคดีที่จะได้รับชมพร้อมกันแบบเวิลด์พรีเมียร์แทนไปเลย ทั้งนี้ที่ว่าเป็นความโชคดีโดยส่วนตัวแล้วนั่นก็เพราะว่า ตัวหนังมีข้อเด่นสำคัญถึง 3 ประการที่ทำให้ส่วนตัวผู้รีวิวนั้นอยากดูมากกกก

1 หนังเป็นการมารับแสดงหนังเรื่องที่ 2 ของดาราสาวหน้าใหม่อย่าง จอนจงซอ ที่ถ้าใครจำได้ เธอคือหญิงสาวอาร์ตตัวแม่ที่เป็นตัวแปรของทุกอย่างในหนังโชว์เมืองคานส์ของผู้กำกับชั้นครูอย่าง อีชางดง ในหนังดัดแปลงจากเรื่องสั้นของ ฮารูกิ มูราคามิ อย่าง Burning (2018) คือใครได้ดูเรื่องนั้นมาคงต้องติดตรึงใจกับการแสดงครั้งแรกของเธอ ที่สมจริงมีอินเนอร์และเสน่ห์อย่างประหลาด

และอาจเพราะดราม่าที่เธอทำท่าทีรังเกียจและหนีนักข่าวในปีเดียวกัน ทำให้ข่าวคราวของเธอแทบหายไปจากวงการเลย ทั้งที่เธอเป็นดาราหน้าใหม่ที่น่าจับตามองมากที่สุดในวงการหนังคุณภาพเกาหลีในตอนนั้นทีเดียว การกลับมาในหนัง The Call จึงเป็นความสาแก่ใจส่วนหนึ่ง ยิ่งบทบาทของเธอเป็นสาวที่จิตผิดปกติ มีทั้งด้านอ่อนแอราวกับแก้วที่พร้อมแตกสลาย และด้านที่ขมุกขมัวราวกับควันไฟสีดำที่แผดเผาได้ทุกสิ่งอย่างยากเดาทิศทาง มันจึงเป็นบทบาทที่เปิดพื้นที่ปล่อยของให้เธอโชว์นาฏกรรมการแสดงได้มันสุดติ่ง และต้องบอกว่าใบหน้าหลอน ๆ ของเธอจะสะกดเราไปได้อีกนานเลย

2 บทร้ายที่น่ายำเกรงย่อมมาพร้อมกับตัวเอกที่น่าเอาใจช่วย ทว่าหนังแนวธริลเลอร์เขย่าขวัญหลาย ๆ เรื่องมักตายน้ำตื้นโดยการสร้างตัวละครนำที่ไม่น่าสนใจ ส่วนใหญ่ก็มักมาพร้อมความสติแตก อ่อนแอ ทำตัวโง่ ๆ จนเราไม่อยากเอาสายตาตัวเองลงไปแทนตัวละครในสถานการณ์นั้น ๆ เลย ทว่าสำหรับการแสดงของ พักชินฮเย ที่เราคุ้นหน้าจากซีรีส์ดังอย่าง Stairway to Heaven หรือ Memories of the Alhambra จนมาถึงหนังเน็ตฟลิกซ์เรื่องล่าสุดอย่าง #Alive ก็ตามที ต้องยอมรับว่าบทก็ส่วนหนึ่ง แต่การถ่ายทอดของเธอก็เสริมให้มิติเชิงลึกของบทนางเอกนั้นน่าติดตามมากขึ้น

เพราะ ซอยอน เป็นตัวละครที่มีทั้งแข็งและอ่อนในตัว เธอเข้มแข็ง ตอบโต้สถานการณ์ต่าง ๆ อย่างมีสติในแบบมนุษย์ปุถุชนทั่วไปที่เชื่อได้ เธอไม่ใช่เหยื่อที่อาละวาดโวยวายและปล่อยบทบังเอิญเข้าช่วยเหลือให้จบแฮปปี้เอนดิ้ง ในขณะเดียวกันพักชินฮเยก็มอบด้านอ่อนแอให้เธอได้อย่างน่าสนใจ ด้วยภาษากายที่สะท้อนความบอบบางของตัวละครที่มักโอบกอดตัวเอง เดินอย่างไร้ความมั่นใจ และดวงตาที่สั่นไหวราวกับร้องไห้อยู่ภายในด้วยแผลในอดีตที่เราไม่เคยรับรู้ แต่กระนั้นก็มีดวงตาที่ทรงพลังพอให้เห็นว่าเธอพร้อมสู้เอาชีวิตเข้าแลกได้ยามเมื่อจวนตัว และเมื่อนุ่มนอกแข็งในเช่นนี้ จึงไม่แปลกเลยที่เธอจะเป็นตัวละครที่เราเอาใจช่วย และยืนเคียงข้างได้ตลอดเรื่องแบบยินดีมอบกายถวายใจ เรียกว่าสมน้ำสมเนื้อกันมากทั้งตัวเอก-ตัวร้าย

3 แม้จะเป็นหนังยาวเรื่องแรกของผู้กำกับ อีชุงฮยอน แต่มันก็มีคุณภาพในแบบที่น่าจับตามมอง ด้วยเรื่องราวที่ดัดแปลงมาจากหนังประเทศอังกฤษเรื่อง The Caller (2011) ของ แมธธิว พาร์กฮิลล์ และบทของ เซอร์จิโอ แคสซี ที่มีจุดเด่นของพล็อตเรื่องของเวลา และการแก้ไขไทม์ไลน์ ซึ่งเป็นคอนเซ็ปต์แบบไซไฟ มาผสมกับหนังแนวธริลเลอร์จิตวิทยา เมื่อฆาตกรในอดีตมีชีวิตของตัวเอกในห้วงเวลานั้นเป็นตัวประกัน และบังคับควบคุมให้ตัวเอกในปัจจุบันทำตามมัน แน่นอนแค่นี้ก็โคตรมันแล้วเพราะ ตัวเอกในปัจจุบันแทบไม่มีอำนาจต่อรองอะไรเลย เพราะไปจับต้องอดีตไม่ได้ แล้วจะสู้กับฆาตกรอย่างไร นั่นล่ะไฮไลต์เลย

Reseña: The Call - 10mo Círculo | Reseñas de Cine de Horror

รีวิวภาพยนตร์เกาหลี สำหรับ The Call (콜) เองก็เอาจุดเด่นตรงนี้มาเสริมความแข็งแรง ด้วยวิธีการด้านดรามาติกที่ทรงพลังตามแนวถนัดของเกาหลี ซึ่งปั้นเสริมเรื่องของตัวละครให้มีมิติรอบตัวน่าสนใจขึ้น การขู่เข็ญโดยเอาชีวิตคนรอบตัวนางเอกมาต่อรองเพื่อให้เห็นบันไดของการทรมานที่ไต่ระดับจนบีบอัดตัวละครถอยติดมุมจนต้องขดตัวลงกับซอกแบบลุ้นระทึก

และยิ่งต้องชมคุณภาพงานสร้างที่ไปไกลกว่าหนังต้นฉบับเอาหลายขุม เพราะโลเกชันหลักอย่างตัวบ้านที่นางเอกอยู่เพียงที่เดียวก็ต้องตกแต่งออกแบบกันถึง 3-4 เวอร์ชันทีเดียว เพราะมีการแก้ไขอดีตกันหลายครั้ง โดยแต่ละครั้งต้องนำเสนอให้เห็นผลกระทบการเปลี่ยนแปลงผ่านฉากและพร็อพทั้งหลายด้วย เรียกว่าละเอียดกันทุกซอกมุม ยังไม่นับการนำซีจีมาช่วยนำเสนอการเปลี่ยนแปลงที่ทำได้ลงตัวดี ไม่ดูหลอกจนตลก ถ้าจะพิจารณาเทียบเคียงแล้วคงต้องยอมรับว่าวงการหนังเกาหลีไปไกลเทียบเคียงตะวันตกแล้วจริง ๆ

จุดติง อย่างว่าคงไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบไปได้ทั้งหมด หนังก็มีจุดติงอยู่บ้าง ยิ่งเมื่อจับเล่นกับเรื่องเวลาแล้วก็จะเห็นจุดโหว่น่าสงสัยอยู่นิดหน่อย เช่นว่าการคู่ขนานของเวลาในอดีตกับปัจจุบันนั้นทำงานแบบไม่เป็นไปตามกฏเดียวกันตลอดเรื่อง ยิ่งหนังมีการหักมุมกลับไปมาก็ยิ่งทำให้สงสัยเข้าไปอีก ยกตัวอย่างเป็นกรณีสมมติเช่นว่า ในอดีตนาย A ถูกแก้ไขว่าโดนฆ่าแทนที่จะมีชีวิตรอด นาย A ในอนาคตก็จะสลายหายไป ทว่าในเวลาต่อมาหักมุมว่าจริงแล้วนาย A ในอดีตรอดตายเพราะฆาตกรเข้าใจผิดว่าฆ่าไปแล้ว ในปัจจุบันนาย A จึงกลับมาอีกครั้ง ข้อสงสัยคือในเมื่อความเป็นจริงในอดีตนาย A ไม่เคยตายจริง ๆ แล้วปัจจุบันที่นาย A หายไปนั้นเกิดขึ้นได้ยังไง แน่นอนว่าหนังย่อมทำไปเพื่อหลอกล่อคนดู แต่มันก็เกิดความเพี้ยนของกฏเวลาที่ตัวหนังสร้างขึ้นมาเองเช่นกัน

อีกประการก็คงเป็นจุดที่น่าเสริมให้สมบูรณ์ขึ้น ในขณะที่ตัวนางเอกคุยสายไปมาแบบไม่เคยเอะใจอะไร แต่ในตอนที่ต้องใช้ประโยชน์จากความแม่นยำของความต่างเวลากลับสามารถวางแผนออกมาได้เหมาะเจาะเสียอย่างนั้น คือถ้าเป็นหนังญี่ปุ่นหรือฝรั่งที่คิดละเอียด ๆ เยอะ ๆ มันจะมีฉากที่เหลือข้อมูลให้ตัวเอกคำนวณได้ว่าเวลาของอดีตกับปัจจุบันต่างกันเท่าไหร่/หรือไม่ต่างกันเลยในหลักชั่วโมงหลักนาที เพราะจุดนี้ต้องถูกเอามาใช้เป็นไคลแม็กซ์สำคัญในช่วงท้าย ทว่าในหนังเกาหลีเรื่องนี้ข้ามอะไรแบบนี้ไปเลย และให้อนุมานเอาว่าเวลาที่ตัวละครโทรไปหรือรับสายคือเวลาที่พอดีกับที่ตัวละครต้องการ ทำให้ลดความสมจริงลงไปสักหน่อย  ดูหนังออนไลน์

โดยสรุป นี่เป็นหนังเกาหลีที่คุณภาพดีเรื่องหนึ่ง มีรสดราม่า รสระทึกขวัญ มีการแสดงที่ลึกและเข้มข้น มีโปรดักชันที่มาตรฐานสูง และแน่นอนพัฒนามาจากพล็อตที่ดีมาก่อนแล้ว ดังนั้นแล้วใครชอบอะไรประมาณนี้ก็ไม่ควรพลาดเลย ส่วนใครหาหนังผลาญเวลานี่เป็นอีกเรื่องที่ดีพอควรเลยล่ะ

จุดเด่น

ส่วนผสมของแนวไซไฟทริลเลอร์แบบเอเชีย ที่ทำได้ถึงในทุกองค์ประกอบของเรื่อง
นางเอกพัคชินฮเยกับบทสองลุคผมยาวผมสั้นที่น่ารักมากทั้งคู่
นักแสดงจุนจงซอในบทคู่ปรับนางเอกที่เล่นได้จิตสุดๆ
ประเด็นปัญหาครอบครัวที่มีความลึกถึงปมทางจิตที่มีผลกระทบต่อเด็ก
ฉากวิชวลไซไฟที่ครีเอทออกมาได้ล้ำมาก
มีฉากโหด และความรุนแรงสูง (แต่ไม่แหวะ)
มีเสียงพากย์ไทย

จุดด้อย

ขาดที่มาที่ไปของเรื่องการโทรศัพท์ข้ามห้วงเวลา
ทฤษฎีการเปลี่ยนแปลงอนาคตบางจุดยังดูหลวมๆ ขาดเหตุผล

The Call สายตรงต่ออดีต หนังเกาหลี Original Netflix แนวไซไฟทริลเลอร์ เมื่อหญิงสาวเข้าไปอยู่ในบ้านใหม่ และได้รับสายโทรศัพท์จากคนในอดีตที่อยู่ในบ้านหลังเดียวกัน ก่อเกิดเป็นมิตรภาพเพื่อนต่างห้วงเวลา ที่ชักนำไปสู่คดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่มีเธอเป็นจุดเริ่มต้นเรื่องทั้งหมด

รีวิว The Call สายตรงต่ออดีต — สนุกมากกกกกกกกกกกกกกกกกก โคตรลุ้นนนน แถมตอนจบเกียมตัวหน้าเหวอกันเลย ถถถถถถถถถ
ของจริงว่ะ ตรงปก ไม่จกตา สนุกสัสสส เล่นประเด็นห้วงเวลาได้เจ๋งสุด หากอดีตเปลี่ยนอนาคตก็จะเปลี่ยนทันที ทุกอย่างสามารถเปลี่ยนได้ตลอดเวลา การแสดงของ น้องผัก กับ จุนจงซอ นี่ดาเบสมากกก โดยเฉพาะ จงซอที่เล่นเป็นตัวฆาตกร นี่เสียงหัวเราะโคตรหลอนประสาท แถมตอนจบนี่ทำหน้าเหวอไปตามๆกัน..
.
.. หนังเล่าถึง ซอยอน หญิงสาวที่เสียพ่อจากเหตุการ์ไฟไหม้ ได้รับโทรศัพท์ลึกลับโดยปลายสายเป็นเสียงขอความช่วยเหลือจาก ยองซุก หญิงสาวที่กำลังถูกแม่โรคจิตทำทารุณกรรม คุยกันไปคุยกันมาก็รู้ว่าทั้งคู่อยู่คนละช่วงเวลากัน ซอยอน อยุ่ในยุคปัจจุบัน ส่วน ยองซุก เป็นเด็ก 90 ฟังเพลงพี่เต๋าพี่มอส ไจแอนท์เจ็บนี้รสปูอัดอยู่ในปี 1999 โดยซอยอนมีปมในอดีตก็คือ เธอไม่ชอบแม่ของตัวเองเพราะเป็นเหตุให้พ่อของเธอต้องเสียชีวิต ยองซุกจึงอาสาแก้ไขอดีตให้เธอ ทำให้เธอได้รับพ่อกลับมา ขณะเดียวกัน ความโรคจิตในตัวของยองซุกก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็นสัตว์ร้ายที่ฆ่าคนไปทั่ว ..
.
.. ผมชอบในความลุ้นระทึกในช่วงท้ายมากๆ คือคาดเดาอะไรไม่ได้เลย อีกทั้งเนื้อหาที่ค่อนข้างแฟนตาซี เวลาอดีตมีเหตุการณ์อะไรเปลี่ยนอนาคตก็จะเปลี่ยนตามไปด้วย เราเลยไม่รู้หนังมันจะพาเราไปจุดไหน และจะจบยังไง จุดหักมุมในเรื่อง เป็นจุดใหญ่พอสมควรคือพอให้เราได้เอามือทาบอกและอุทานเบาๆว่าคุณพระแน่ๆ แต่ไม่บอกไปดูเอง การแสดงของน้องผักนี่ดีมาก ตัดสลับเวอร์ชั่นผมสั้น กับ ผมยาว ทำให้เราได้เห็นทั้งเวอร์ชั่นหน้าน่ารัก และเวอร์ชั่นหน้าเครียดแบบที่อยากจะทะลุจอเข้าไปจับเธอมากอดและปลอบด้วยเสียงหล่อเท่ว่า ไม่เป็นไรแล้วนะครับผมอยู่ตรงนี้กับคุณแล้วนะครับ แต่ที่ขั้นสุดคือ จุนจงซอ ที่เล่นเป็นฆาตกร นี่เสียงหัวเราะหลอนติดหูมาก และเล่นสุดในทุกๆฉากเลย ..
.
.. เป็นอีกหนึ่งของดีเกาหลีใน NETFLIX ที่ดูสนุก ไม่มีช่วงน่าเบื่อเลย หนัง 2 ชั่วโมงแต่เหมือนดูแปปเดียว เปิดดูเลย ไม่เสียดายเวลา ไม่เสียดายค่าเน็ทแน่นอนเรื่องนี้ ..