ตกแต่งห้องครัวให้น่าอยู่
ตกแต่งห้องครัวให้น่าอยู่ ด้วยปัจจัยหลายๆอย่าง สำหรับคนรักครอบครัว

 

ตกแต่งห้องครัวให้น่าอยู่ ด้วยปัจจัยหลาย ๆ อย่าง สำหรับคนรักครอบครัว

ห้องครัว ถือว่าเป็นจุดสำคัญของบ้าน ในตอนนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแต่ ห้องที่ใช้ทำอาหาร หรือจัดก็บวัตถุดิบ ชนิดเนื้อสัตว์ แล้วก็ผักอีกต่อไป แต่ว่าห้องครัวยุคใหม่ ได้นำเอาเทรนด์ แฟชั่นมาประดิษฐ์ อุปกรณ์ ตกแต่งต่าง ๆ เป็นต้นว่า สิ่งของปูพื้น เครื่องประดับบ้าน เครื่องเรือน และ ภาชนะทำกับข้าว ให้ดูสวย สะดุดตา อีกทั้งวางแบบ สีสัน รวมทั้งคุณค่า สำหรับการใช้งาน

ห้องครัวในขณะนี้ ไม่ใช่กรอบสี่เหลี่ยม อีกต่อไป ดีไซน์เนอร์ รวมทั้งตกแต่งบ้าน เน้นการผลิต ห้องครัว ให้ออกมางาม ผ่านการแต่งแต้มสีสัน ที่สดใส ไม่เพียงเท่านั้น มุมห้องครัว โดยมากนิยมออกแบบ ให้เกิดความเกี่ยวเนื่อง กับมุม ทานอาหารหรือ มุมต่าง ๆ ข้างในบ้าน อย่างกระปรี้กระเปร่า นอกเหนือจากนั้น ห้องครัวยุคใหม่ ต่างมุ่งสร้าง แล้วก็นำเอาค ความธรรมชาติ มาเป็นส่วนใดส่วนหนึ่ง ของมุมบ้าน ไม่ว่าจะเป็น การตกแต่ง ด้วยต้นไม้ ขนาดจิ๋ว การเลือกใช้โทนสีเขียว หรือเฉดสีเอิร์ธโทน และก็การเจาะ ทำ น้าต่าง เพื่อเปิดรับแสงสว่าง ลม และก็บรรยากาศ จากต้นไม้ ซึ่งทั้งหมด ของการตกแต่ง หัวใจที่สำคัญ ที่จะจำเป็น คือความครบครันของเครื่องครัว ความปลอดภัย ของระบบเตาแก๊ส น้ำประปา ตลอดจน ความสะอาด ที่จะต้อง เอาใจใส่ ภายหลังการประกอบอาหาร

ตกแต่งห้องครัวให้น่าอยู่
ตกแต่งห้องครัวให้น่าอยู่

และในวันนี้เรา ขอนำเสนอไอเดียตกแต่งมุมครัวสุดสร้างสรรค์หลากหลายรูปแบบ เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยได้ลองนำไปปรับและประยุกต์ใช้กับครัวของคุณให้เกิดความสวยงามต่อไป

1.ผลงานศิลปะ

มุมครัวโทนสีขาวหลังนี้ผู้อยู่อาศัยได้เพิ่มสีสันมุมดังกล่าวด้วยการนำเอาผลงานศิลปะจำพวก ภาพวาดติดผนัง โคมไฟดีไซน์สุดทันสมัยรวมทั้งเฉดสีอันสวยงามจากเฟอร์นิเจอร์ เครื่องเรือนอย่างเคาน์เตอร์ครัวมาตกแต่ง ซึ่งการนำเอาสีสันต่างๆมาตกแต่งไม่เพียงแต่เพิ่มความสวยงาม ยังแสดงออกถึงความสร้างสรรค์และสามารถสร้างจินตนาการในการปรุงแต่งอาหารให้กับผู้อยู่อาศัยได้อย่างนุ่มลึก

2.เชื่อมโยงระหว่างกัน

มุมห้องครัว ยุคใหม่ เน้นการออกแบบให้แต่ละห้องมีความเชื่อมโยงกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กับมุมทานอาหาร เพื่อการพักอาศัย เกิดความสบาย รวมทั้ง ความคล่องตัว เช่น ไอเดียบุคภาพนี้ที่นำเอาโต๊ะรับประทานอาหารมาจัดวางอยู่ใกล้กับเคาน์เตอร์ครัว ทำให้ผู้อาศัย สามารถนำ รายการอาหารโปรด หลังจากปรุงเสร็จ มาจัดโต๊ะ เพื่อทานอาหาร ได้ในทันทีทันใด อย่างไรก็ดี จุดเด่น การจัดวางมุมห้องครัว แล้วก็มุมทานอาหารไว้ ร่วมกันนั้น ยังประหยัดพื้นที่ ด้านในภาย เหมาะสมกับบ้าน แล้วก็ที่พักทีอาศัย ที่มีพื้นที่ จำกัดอีกด้วย

เห็นได้ชัดว่าการการออกแบบและจัดการมุมอยู่อาศัยภายในบ้านในลักษณะเชื่อมโยงเสริมความสะดวกสบายสำหรับการอยู่อาศัยได้อย่างเหมาะสม

3.ปลอดโปร่ง

เว้นเสียแต่ ความครบของเฟอร์นิเจอร์ แล้วก็เครื่องครัว นั้น มุมครัว ที่ดี จำเป็นจะเพิ่มเติมอีก รวมถึง เตรียมพร้อม บริเวณฝาผนัง ให้เป็นช่องลมประตู หรือ หน้าต่าง เพื่ออากาศ และจากนั้นก็บรรยากาศ จากภายนอก เข้ามาสร้าง ความส่องสว่างให้ กับพื้นที่ภายใน ได้เกิดความระบาย แล้วก็แจ่มใส อย่างทั่วถึง สามารถ ประหยัดพลังงานกระแสไฟ ในกลางวัน ไม่เพียงเท่านั้น จุดแข็ง ของความร้อน แสงอัลตราไวโอเลต ยังสามารถกำจัด แบคทีเรีย หรือเชื้อโรคต่าง ๆ อีกด้วย ถือว่าเป็น ความส่องสว่าง จากแสงสว่าง ด้านนอก เป็นของจำเป็นอย่างมาก ในการดีไซน์ แล้วก็ตกแต่งมุม ห้องครัว

4.ดีไซน์เคาน์เตอร์ครัว

สำหรับเคาน์เตอร์ครัวหลังนี้เลือกออกแบบและตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ดังกล่าวให้เกิดความหลากหลายในการใช้งานด้วยการเจาะทำพื้นที่ภายในให้เป็นลิ้นชัก ชั้นวาง และมุมเก็บของ ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ซึ่งสามารถเพิ่มพื้นที่การจัดเก็บอุปกรณ์การปรุงแต่งอาหาร จำพวก หม้อ กระทะภาชนะและเครื่องครัวต่างๆได้อย่างครบครันและกว้างขวางมากขึ้น

5.ออกแบบกระเบื้อง ด้วยวัสดุต่าง ๆ ที่มีความหลากหลาย

หนึ่งไอเดียการตกแต่งห้องครัวให้สวยงามที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก คือ การนำเอาวัสดุปูพื้น-ผนัง หลากหลายสีสันโดยเฉพาะสีสดมาตกแต่ง ซึ่งความหลากหลายของโทนสีดังกล่าวสามารถเพิ่มมุมมองที่สดใหม่ให้กับมุมครัว ไม่ให้ดูจืดชืดหรือเก่าจนเกินไป ที่สำคัญสีสันที่สดใสยังเป็นส่วนสนับสนุนในการเพิ่มความส่องสว่างจากแสงภายในได้อย่างเหมาะสม โดยการตกแต่งครัวในลักษณะนี้ทำให้ภาพรวมมุมปรุงอาหารดูทันสมัย มีรสนิยม ตามแบบฉบับสไตล์โมเดิร์น

6.​ใช้โทนสีที่เข้ากัน

อีกหนึ่งความสมดุลที่ไม่ควรมองข้าม คือ การจับคู่ด้านการตกแต่งมุมครัวด้วยเฉดสีที่เข้ากัน ดังเช่นไอเดียบุคภาพนี้ที่นำเอาสีเขียวเข้ม สีขาว และสีเหลืองไม้จากเคาน์เตอร์ครัว ลิ้นชักและผนังมาตกแต่งไว้ด้วยกัน สามารถสร้างอารมณ์และความรู้สึกที่อบอุ่น ดูสดใหม่ ให้กับมุมครัวได้อย่างนุ่มลึก

7.​สร้างความทันสมัย

รสนิยมการตกแต่งเคาน์เตอร์ครัวด้วยเฉดสีฉูดฉาดอย่างเช่นสีแดงดังเช่นไอเดียบุคนี้ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่นักออกแบบรวมทั้งผู้อยู่อาศัยนิยมนำมาปรับใช้ เพราะโทนสีดังกล่าวสร้างความสดใส ส่องสว่าง มีพลัง ที่สำคัญเสริมให้มุมครัวดูทันสมัยและโดดเด่นอย่างน่าสนใจ อย่างไรก็ดีเฉดสีดังกล่าวยังสามารถตกแต่งคู่กับวัสดุก่อสร้างต่างๆ อาทิ หินอ่อน คอนกรีตและอิฐได้อย่างลงตัว

8.สร้างความโดดเด่น

ไม่เพียงแต่สีแดงจากเคาน์เตอร์ครัว เครื่องใช้ไฟฟ้าและเฟอร์นิเจอร์ในปัจจุบันก็มุ่งเน้นการตกแต่งเฉดสีที่สดใสเช่นกัน ดังเช่นตู้เย็นและเก้าอี้รับประทานอาหารหลังนี้ที่นำเอาสีเหลืองสดมาออกแบบ ซึ่งจัดวางอยู่กลางมุมครัวสร้างความโดดเด่นให้กับมุมดังกล่าวได้อย่างมีสไตล์

9.​พื้นที่สีเขียว

นอกจากสีสังเคราะห์หลากหลายเฉดที่กล่าวมาเบื้องต้น การสร้างพื้นที่สีเขียวในมุมครัวด้วยการนำเอาต้นไม้ขนาดกะทัดรัดต่างๆมาตกแต่ง สามารถสร้างบรรยากาศให้มุมดังกล่าวดูสดชื่น สวยงาม โดยข้อดีของต้นไม้ในมุมครัว สามารถดูดซับความร้อนยูวีจากแสงสว่างภายนอก รวมทั้งกลิ่นอาหารทำให้ภาพรวมภายในห้องดูปลอดโปร่ง สะอาด พร้อมปรุงแต่งอาหารในทุกช่วงเวลาด้วยความใกล้ชิดกับธรรมชาติ

10.คลาสลิคด้วยวัสดุธรรมชาติ

มุมครัวที่สวยงามส่วนใหญ่เลือกใช้วัสดุธรรมชาติอย่างเช่นไม้มาเป็นแกนหลักในการตกแต่งผ่านรูปแบบของเฟอร์นิเจอร์และเครื่องเรือนจำพวก เคาน์เตอร์ครัว ชั้นวางของ อุปกรณ์เครื่องครัวต่างๆ รวมทั้งของตกแต่ง สำหรับข้อดีของไม้นั้นมีความยืดหยุ่นสูง มีความสวยงาม ดูแข็งแรงและทนทาน ให้อารมณ์และความรู้สึกที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ ที่สำคัญทำให้ภาพรวมของมุมครัวดูคลาสลิคอย่างมีรสนิยม

11.​แสดงออกความเป็นตัวตน

มุมครัว นอกจากการปรุงอาหารยังเป้นสถานที่ที่ผู้อยู่อาศัยสามารถใส่ความเป็นตัวตนในแง่มุมของการตกแต่งได้อย่างเต้มที่ ดังเช่นไอเดียบุคภาพนี้ที่ออกแบบและตกแต่งอย่างทันสมัยด้วยการนำเอาเฉดสีขาว ดำ มาตกแต่งบริเวณพื้นและผนัง ไม่เพียงเท่านั้นยังนำเอาภาพวาด ชิ้นงานศิลปะ รวมทั้งชั้นวางหนังสือมาตกแต่งควบคู่ไปด้วย ทำให้ภาพรวมของห้องครัวดูร่วมสมัย มีสไตล์ และรู้สึกอบอุ่น

อย่างไรก็ดีผู้อยู่อาศัยหลังนี้ได้นำเอาโต๊ะและบาร์รับประทานอาหารมาจัดวางไว้เคียงคู่กับมุมครัวได้อย่างเหมาะสม เพิ่มความคล่องตัวและสะดวกสบายต่อการจัดโต๊ะอาหารหลังจากการปรุงแต่งอาหารเสร็จ

12.​เคาน์เตอร์บาร์

สำหรับผู้อยู่อาศัยที่มีพื้นที่จำกัดเชิญทางนี้ เพราะมุมครัวหลังนี้ได้ออกแบบอย่างกระชับด้วยการนำเอาเคาน์เตอร์บาร์มาจัดวางและติดตั้งไว้บริเวณผนัง เพื่อให้ผู้อยู่สามารถรับประทานอาหารในมุมดังกล่าวได้อย่างคล่องตัวและเป็นระเบียบ สำหรับเคาน์เตอร์บาร์ในปัจจุบันมีหลากหลายขนาดและดีไซน์ ซึ่งผู้อยู่อาศัยสามารถนำเอามาเป็นส่วนหนึ่งของการตกแต่งมุมครัวเพื่อลดการใช้สอยพื้นที่ภายในบ้านได้อย่างสร้างสรรค์

13.​ตกแต่ง ด้วยอิฐสีแดง

ไม่เพียงแต่ไม้ที่นิยมนำมาตกแต่งห้องครัว วัสดุธรรมชาติอย่างเช่นอิฐมอญเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่คุณไม่ควรมองข้าม เพราะความโดดเด่นของวัสดุดังกล่าวคือเฉดสีและความแข็งแรงทนทาน นิยมนำมาตกแต่งผนังเป็นหลัก สามารถให้อารมณ์และความรู้สึกที่อบอุ่น มีความเป็นธรรมชาติสูง มีอายุการใช้งานที่ยาว ที่สำคัญทำให้ภาพรวมของครัวดูคลาสลิค อย่างไรก็ดีผนังจากอิฐยังสร้างความโดดเด่นให้กับเฟอร์นิเจอร์ที่นำมาตกแต่งได้ดีอีกด้วย

ปัจจุบันอิฐมอญมีราคาไม่สุงสามารถหาได้ง่ายตามท้องตลาด หนึ่งไอเท็มที่ทาง Homify ขอบอกเลยห้ามพลาดในการนำมาตกแต่งห้องครัวด้วยประการทั้งปวง

14.ความสะอาด

ความสวยงาม จากมุมครัวในหลากหลายวิธีที่กล่าวมาเบื้องต้นจะไม่ยืนยาวเลยหากทุกคนมองข้ามในเรื่องความสะอาด เพราะถ้าหากเราละเลยหรือปล่อยความสกปรกทิ้งไว้ มุมครัวจะเป็นที่สะสมของแบคทีเรีย เชื้อโรค ส่งผลให้สุขลักษณะด้านอาหารของผู้อยู่อาศัยเกิดอาการป่วยต่างๆได้ อาทิ ท้องร่วง อาหารเป็นพิษ เป็นต้น ฉะนั้นหลังการปรุงแต่งอาหารเสร็จเราควรที่จะทำความสะอาดครัวในทุกมุมโดยเริ่มตั้งแต่ภาชนะในกาประกอบอาหาร เคาน์เตอร์ครัว เครื่องใช้ไฟฟ้าและพื้น ด้วยน้ำเปล่า แอลกฮอลล์ รวมทั้งน้ำยาทำความสะอาดต่างๆ

15.สมดุล

ปัจจัยที่สำคัญที่สุดสำหรับการตกแต่งห้องครัวคือความครบครัน ทั้งในแง่การใช้สอยและความสวยงาม โดยการใช้สอยนั้นประกอบไปด้วยเฟอร์นิเจอร์ เครื่องครัว และระบบสาธารณูปโภคอย่างไฟฟ้าและประปา ด้านความสวยงามคือวัสดุตกแต่งจำพวก กระเบื้อง วอลเปเปอร์ เฉดสีต่างๆ ซึ่งทั้งสองต้องนำมาออกแบบและตกแต่งเข้าด้วยกันอย่างสอดรับ เพื่อสร้างความสมดุลที่ดีสำหรับการปรุงอาหารในทุกวันต่อไป

หลากหลายไอเดียตกแต่งมุมครัวสุดทันสมัยเป็นทางเลือกที่ดีและเหมาะสมที่ทุกคนสามารถนำไปปรับใช้ในการยกระดับมุมครัวให้มีความสวยงามสะดวกสบาย และสมบูรณ์ ออกแบบบ้าน

สร้างธุรกิจ E-Commerce
สร้างธุรกิจ E-Commerce การตลาดออนไลน์ด้วยตัวเองอย่างไรบ้าง?

สร้างธุรกิจ E-Commerce การตลาดออนไลน์ด้วยตัวเองอย่างไรบ้าง?

สร้างธุรกิจ E-Commerce
สร้างธุรกิจ E-Commerce

1. เลือกตอบโจทย์ลูกค้า กลุ่ม Niche Market

ในความเป็นจริงแล้ว เรื่องกลุ่มเป้าหมาย คุณควรจะทำมัน เป็นสิ่งแรก ตั้งแต่ก่อนที่จะเริ่มธุรกิจแล้ว เพราะว่าคุณ จึงควรตอบ ปัญหากลุ่มเป้าหมาย ของคุณ ให้ถูก แล้วก็ ที่สำคัญ ตามหัวข้อ หมายถึง จะต้องเป็น Niche Market เพียงแค่นั้น เนื่องจากว่า ถ้าหากคุณ เจาะกลุ่มของผู้คน ทั่ว ๆ ไป หรือ Mass คุณจะเกิดได้ยาก เพราะ บิ๊ก ๆ ทั้งหลายเค้าเน้นเจาะกลุ่ม เหล่านั้นไปหมดแล้ว คุณต้องคิดถึงกลุ่มที่เฉพาะเจาะจง ลงลึกไป เพื่อให้เห็นภาพง่าย ๆ อย่างเช่น ในเว็บไซต์อย่าง ลาซาด้า จะมีเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม ล้นหลาม นานาประการ ถ้าเกิดคุณอยาก เจาะ กลุ่ม Niche ที่เกี่ยวกับเสื้อผ้า คุณก็จำต้องเจาะลึกไป อย่างเป็นต้นว่า เสื้อผ้าคนท้อง หรือ ชุด คนเจ้าเนื้อ บิ๊กไซต์ ฯลฯ คุณควรจะทราบ ทุกฝีก้าว ของ กลุ่ม Niche ของคุณ เริ่มจากการผลิต Brand Awareness สร้างการรับทราบ หมายถึง ทำให้ลูกค้า พบคุณเป็นประจำ ให้ได้เสียก่อน ลูกค้าเดี๋ยวนี้ ชอบมีหาข้อมูล ก่อนซื้อรวมทั้งตรวจสอบราคาตาม เว็บไซต์ ต่าง ๆ

กลยุทธ์การตลาดอีคอมเมิร์ซ ยุคนี้ มักจะทำทางเดียว คือ โฆษณาจริงๆ แล้วมีงานวิจัย สรุปสถิติ ว่า ผู้บริโภคยุคนี้ ต้องเห็น Ads หรือ โฆษณา ถึง 7 ครั้ง กว่าจะมีการตัดสินใจซื้อ ดังนั้น ในทุกๆก้าว ทุกหน้าจอ ทุกแอพฯ ลูกค้าควรได้พบเห็นคุณ และเมื่อพวกเค้าค้นหาสินค้า ควรก็ต้อง ให้เค้าเจอก่อน และ ให้รายยละเอียดข้อมูลที่ครบถ้วน น่าสนใจ ดึงดูดให้เกิดการตัดสินใจซื้อ จุดสำคัญสุดท้ายคือ จ่ายเงิน ต้องง่ายสั้นจบเร็ว แต่ก็อาจจะมี โปรโมชั่น อัพเซลล์ ครอสเซลล์ ดาวน์เซลล์ กระตุ้นให้ซื้อมากขึ้นอีก

2. รู้ทัน เทรนด์ความต้องการผู้บริโภคในปัจจุบัน

คุณต้องรู้ให้ได้ ว่าสินค้า หรือ เรื่องราว อะไรที่เป็นเทรนด์ มาแรงในปัจจุบัน เพราะะถ้าคุณไหลไปตามกระแส มันจะง่ายมากขึ้นเยอะที่จะมีลูกค้าสนใจ ซึ่งปัจจุบันนี้คุณสามารถรู้เรื่อง เทรนด์ต่างๆ ว่า สินค้า บริการ หรือ เรื่องราวต่างๆ อะไรที่กำลังมา และเป็นที่พูดถึงอยู่ ล้วนแล้วแต่ใช้ข้อมูลโดยตรงจาก Google Trends ทั้งสิ้น เลยทำให้รู้ได้ว่า โอกาสในการขายสินค้ายอดนิยมมันง่ายกว่าที่คิดจริงๆ ข้อมูล กูเกิลเทรนด์ เหล่านี้จะสามารถช่วยคุณได้ตั้งแต่การกำหนดกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ไปจนถึงการวิเคราะห์พฤติกรรมเชิงลูกค้า เช่น การเจาะกลุ่มลูกค้าตามสถานที่ จังหวด หรือ ภูมิภาค , ระยะหรือช่วงเวลาที่ลูกค้าให้ความสนใจในตัวสินค้า เอาข้อมูลอินไซต์ ต่างๆ แล้วนำเอาข้อมูลพวกนี้ไปต่อยอด ทำแคมเปญจ์การตลาด ออกโปรโมชั่น หรือ ปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้โดนใจลูกค้าได้เลย

3. ใช้ประโยชน์จากช่องทางออนไลน์ แบบฟรีๆ

อย่างที่ได้บอกไปข้างต้น ว่า ปัจจุบันมีแพลตฟอร์ม e-commerce ที่เข้ามาเจาะลูกค้าคนไทยมากมาย ดังนี้ อย่าทวนกระแสเพระาคุณเองก็สามารถนำพาสินค้าอันสุดยอดของคุณ ไปเปิดตลาดในช่องทางต่างๆนั้นได้ด้วยตัวเอง และยิ่งไปกว่านั้น ช่วงนี้ อีคอมเมิร์ซแต่ละเจ้ายินดีต้อนรับพ่อค้าแม่ค้าชาวไทยอย่างยิ่ง โดยไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียมอะไรทั้งนั้น รวมถึง บางเจ้ายังฟรีค่าจัดส่งให้ด้วย รีบเข้าไปลงสินค้าของคุณให้ครบทุกๆช่องทางได้เดี๋ยวนี้เลย ไม่ว่าจะเป็น Lazada, Shopee, 11Street, Kaidee หรือเจ้าใหญ่ ๆ อย่าง Facebook Marketplace และ Google Merchant Center

นอกจาก แพลตฟอร์มการขายของออนไลน์ ที่ได้บอกไป ก็ยังมีช่องทางอื่นๆที่อาจจะไม่ใช่ อีคอมเมิร์ซ โดยตรงแต่คุณสามารถใช้มันในการโปรโมทสินค้าหรือ ขายของได้ และอาจจะขายดีด้วย เช่น Facebook Live , Facebook Group , เฟสส่วนตัวของคุณ , Facebook เพจ , Instagram , Line , Line@ , Twitter , Youtube , Webboard และ เว็บไซต์ ของคุณเอง

4. มีช่องทางหลัก สำหรับการเก็บข้อมูล ของลูกค้า

ข้อนี้เป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มัก มองข้าม สิ่งนี้ก็เพราะว่า การที่ลูกค้าคนหนึ่งจะตัดสินใจซื้อสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ของคุณก็ว่ายากแล้ว ความยากในส่วนนี้ คุณต้องคำนวณออกมาให้เห็นได้ชัด ว่าด้วยงบการตลาดที่คุณลงทุนไปเท่าไหร่กว่าจะได้ลูกค้า 1 คนมาซื้อ (Cost per Customer) อีกใช้งบน้อยเท่าไหร่ กำไรก็จะมีสิทธิ์โตตามไปด้วย และ จุดพีคอยู่ที่ คุณสามารถทำให้ลูกค้าที่ซื้อสินค้าคุณแล้ว ทำ 2 เรื่องต่อไปนี้ได้ ถือว่า คุณทำการตลาดถึงลูกค้าคนนั้นได้สำเร็จ 2 เรื่องนี้ คือ

กลับมา ซื้อซ้ำ
บอกต่อ ชักชวน
เมื่อคุณทำได้ตามนี้ ยอดขายจะขยับขยายได้อย่างรวดเร็ว เพราะคุณไม่ต้องทำการตลาดด้วยตัวคนเดียวอีกแล้ว ลูกค้าของคุณ จะเป็นนักขายให้กับแบรนด์ของคุณไปโดยไม่รู้ตัว แต่การทำให้สำเร็จอย่างที่ว่าได้นั้น ต้องมาจากหลายๆปัจจัย เช่น การเอาใจใส่ลูกค้า คุณภาพของสินค้าและบริการ คุณค่าที่ลูกค้าได้รับ ถ้าทำได้ คำว่าลูกค้าจะเปลี่ยนไปเป็น สาวก อย่างที่ Apple ทำได้มาแล้ว

5. ลงมือทำ

ข้อเสียของคนไทย ด้วยกัน รวมทั้ง ผู้ขียนด้วย คือ วางแผน เยอะไป ไม่ได้ลงมือทำซะที มีคำกล่าวยอดนิยม จากนักชกผู้ยิ่งใหญ่ตลอดกาลอย่าง ไมค์ ไทสัน ว่า ” Everyone has a plan ’till they get punched in the mouth ”

ซึ่งเป็นประโยคที่ไว้เตือนสติ ผู้ประกอบการได้ว่า อย่ามัวให้น้ำหนักกับแผนไปมากกว่าการลงมือทำดูซะบ้าง หลากหลาย นักการตลาด คาดการณ์ ว่า ใน 5 ปีข้างหน้า ตลาด e-Commerce ในประเทศไทยของพวกเรานั้น จะมีโอกาสเพิ่มขึ้น 8% เลย ถ้าเทียบว่า ตอนนี้ มูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซในไทย จากธุรกิจค้าปลีก เป็น 1% เท่ากับ 42,000 ล้านบาท ดังนั้น แปลว่า ในอีก 5 ปีที่จะมาถึง มูลค่าตลาดของอีคอมเมิร์ซ จะสูงถึง 280,000 ล้านบาท เนื่องจาก คนไทย จะเรียนรู้ และ รู้จัก อีคอมเมิร์ซและการขายของออนไลน์กันเข้าเส้นไปแล้ว ทำ marketing online เพราะการระดมทุนมหาศาลเพื่อกระตุ้น การช้อปปิ้งออนไลน์ของคนไทย

สิ่งสำคัญที่ผู้บริโภคให้ความสนใจมากที่สุดคือ เว็บไซต์ เพราะถือเป็นเครื่องมือ ที่จะทำให้ผู้บริโภค หรือนักช้อปออนไลน์ เข้าถึงแบรนด์ ได้ง่ายขึ้น แล้วอะไรคือ สิ่งสำคัญที่ผู้บริโภค มองหาเป็นอันดับแรก จากผลการวิจัยล่าสุดของ Episerver ที่สำรวจข้อมูลของผู้บริโภคจำนวน 1,112 คน ในสหรัฐฯ ในช่วงเดือนตุลาคม 2016 เกี่ยวกับการซื้อสินค้าออนไลน์ พบว่า 43% เมื่อเข้าเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ พวกเขา อยากเห็นข้อมูล เกี่ยวกับการจัดส่งสินค้า ตามมาด้วย 38% ต้องการสินค้า/บริการ และการแนะนำสินค้าที่ตรงกับความต้องการของตัวเอง และ 33% ต้องการข้อมูลของสินค้า / บริการ

ทั้งนี้ การสร้างประสบการณ์ ให้ผู้บริโภค เป็นสิ่งที่แบรนด์มองข้ามไม่ได้ ตั้งแต่วินาทีแรก ที่พวกเขาเข้ามายังเว็บไซต์ และยิ่งหากมีการซื้อขายเกิดขึ้น แบรนด์ต้องทำให้พวกเขากลับเข้ามาอีกครั้ง เปลี่ยนลูกค้าขาจร ให้เป็นลูกค้าประจำ ผลสำรวจระบุว่า 38% ของกลุ่มสำรวจ ต้องการแบรนด์จดจำประวัติการซื้อ และ 25% อยากแบรนด์จำได้ว่าตัวเองสนใจสินค้าประเภทไหน เพื่อแนะนำสินค้าที่ตรงกับความต้องการ

Online Marketing เป็นช่องทางดำเนินธุรกิจอีกทางหนึ่ง ที่ทุกคนสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ เนื่องจาก Internet เป็นทั้งเครื่องมือการค้า ช่องทางการจำหน่าย และ ช่องทางโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้า ได้อย่างกว้างขวาง เพราะฉะนั้น

E-Commerce จึงได้พลิกโฉมรูปแบบการค้า และ เปลี่ยนแปลงวิถีการดำเนินชีวิตของเรา

ดังนั้น เราจึงไม่ควรมองข้ามตลาดออนไลน์ หรือ E-Commerce ดังกล่าวไปได้เลย เพราะสังคมออนไลน์เติบโตขึ้นทุกวัน

การทำงานในรูปแบบ Work at Home ก็มีอัตราการเพิ่มขึ้นสูง ซึ่งกลุ่มคนออนไลน์เหล่านี้ จะนิยมใช้บริการออนไลน์เป็นอย่างมาก เช่น online banking, ซื้อของออนไลน์, chat, หาเพื่อน, หาคู่เดทออนไลน์ เป็นต้น ซึ่งพฤติกรรมของสังคมออนไลน์ดังกล่าว สามารถเพิ่มโอกาสทำรายได้ให้แก่ผู้ทำ E-Commerce ได้อย่างมากเลยทีเดียว

สินค้าที่นิยมนำมาทำธุรกิจ E-Commerce ส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าที่ผู้ซื้อรู้จักอยู่แล้ว ซึ่งลูกค้าเลือกซื้อได้จากทุกที่ เช่น หนังสือ ของเล่น เครื่องใช้ไฟฟ้า ดอกไม้ เครื่องประดับ เพลง video game ซอฟต์แวร์ ข้อมูลจากซีดีรอม เป็นต้น

ข้อดีของการทำ E-Commerce นั้น ช่วยทำให้ผู้ประกอบการ ประหยัดกว่า การทำธุรกิจแบบเดิม ๆ ที่ต้องส่ง catalogue ไปให้ลูกค้าเลือกซื้อ หรือ เสียค่าเช่าเปิดบูธแสดงสินค้าในงาน trade show ต่าง ๆ เพื่อโปรโมทสินค้า

ถ้าสร้างเว็บไซต์ E-Commerce บนอินเตอร์เน็ต เพื่อทำเป็นบูธแสดงสินค้าถาวร ที่ลูกค้าสามารถเข้าชมได้ตลอด 24 ชั่วโมง และ ดำเนินการค้าขายได้อย่างอิสระทั่วโลก ซึ่งนับเป็นข้อดีอีกข้อของ การทำ E-Commerce

หากเราไม่อยากจะสร้างเว็บไซต์ ของตัวเอง ซึ่งค่อนข้างยุ่งยาก เราอาจจะจ้าง บริษัทรับออกแบบเว็บ E-Commerce ช่วยสร้างเว็บไซต์ และ ดูแลเว็บไซต์ ตลอดอายุการใช้งานได้ ซึ่งจะเป็นที่รวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ไว้ และ เป็นการง่ายต่อผู้ซื้อในต่างประเทศ ที่จะเลือกซื้อสินค้าได้

การทำ E-Commerce เป็นการตลาดที่ใช้ต้นทุนต่ำ เพราะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ในการเดินทางไปติดต่อธุรกิจกันเลย ง่ายต่อการโฆษณาประชาสัมพันธ์ สามารถเข้าถึงลูกค้าที่ใช้บริการ Internet ได้ง่ายมาก ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย และ เวลาสำหรับผู้ซื้อกับ

ผู้ขาย และ ไม่จำเป็นต้องเปิดร้านขายสินค้า ที่ต้องมีการจดทะเบียนต่าง ๆ ซึ่งเป็นเรื่องยุ่งยากพอสมควร เพียงแค่มีสินค้า และ บริการให้กับลูกค้าเท่านั้น เราก็สามารถดำเนินธุรกิจ E-Commerce ได้อย่างสะดวกสบายแล้ว

สร้างธุรกิจ E-Commerce
สร้างธุรกิจ E-Commerce

7 ไอเดีย สร้างคอนเทนต์ สำหรับเว็บไซต์ธุรกิจ E-Commerce เพื่อส่งเสริมยอดขายให้กับเว็บไซต์ธุรกิจ E-Commerce ของคุณกันบ้างไปดูกันเลย

1. ผลิตภัณฑ์ที่จะขายควรจะมีการเขียนคำแนะนำที่เป็นประโยชน์ให้กับลูกค้าอย่างชัดเจน

หากคุณ กำลังเริ่มต้นทำธุรกิจ เกี่ยวกับการขายผลิตภัณฑ์ สิ่งที่คุณควรทำ นอกเหนือจากการโปรโมทผลิตภัณฑ์เหล่านั้น ก็คือการเขียนคำแนะนำ ที่เป็นประโยชน์ เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ที่คุณกำลังจะขาย หรือขายอยู่ เพื่อให้ผู้ที่มีความสนใจ เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ที่คล้ายคลึงกัน มีโอกาสที่จะค้นหาเจอเว็บไซต์ ของคุณ เนื่องจาก การเขียนคอนเทนต์ เป็นช่องทางที่ดีในการทำ SEO และเป็นช่องทางที่ดี ในการสอดแทรกคีย์เวิร์ด ได้อย่างแนบเนียน

2. สร้างวิดีโอและคู่มือผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการออกแบบมาอย่างดี

การเขียนแนะนำผลิตภัณฑ์ เป็นสิ่งที่ดี แต่ผู้บริโภคในปัจจุบัน ก็ไม่ได้มีความต้องการที่จะ เรียนรู้ข้อมูล เพียงแค่ช่องทางการอ่านเท่านั้น เพราะผู้บริโภค ยังต้องการเห็นถึงลักษณะการทำงาน วิธีการดูแลรักษา ทั้งรูปแบบของตัวหนังสือ และภาพเคลื่อนไหวที่ถูกออกแบบมาอย่างดี ที่จะแสดงถึงความใส่ใจ ที่คุณมีให้ต่อลูกค้า และสามารถดึงดูด ความสนใจ ของผู้คนได้เป็นอย่างดี

3. เขียนกรณีศึกษาหรือเรื่องราวความสำเร็จที่เกิดขึ้นจากการใช้ผลิตภัณฑ์

ลูกค้าส่วนใหญ่มักตั้งคำถามมากมายก่อนที่จะตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์อย่างใดอย่างหนึ่งผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้สวยงามมาก แต่ด้านการใช้งานผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้จะสามารถตอบสนองความต้องการได้มากน้อยแค่ไหน ผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้ดีจริงหรือไม่ ผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้จะใช้ได้ผลดีแค่ไหน และคำถามอื่นๆ อีกมากมายที่เกิดขึ้นก่อนการตัดสินใจซื้อ

หากเกิดคำถามในรูปแบบนี้บ่อยๆ ธุรกิจอีคอมเมิร์ซของคุณคงจะขาดโอกาสในการสร้างกำไรอีกหลายครั้งแน่นอน ดังนั้นสิ่งที่คุณควรทำเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับกลุ่มลูกค้าก็คือ การเขียนคอนเทนต์ที่มีเนื้อหาถึงกรณีศึกษา หรือเรื่องราวความสำเร็จที่เกิดขึ้นจากการใช้ผลิตภัณฑ์ของคุณขึ้นมา เพื่อเพิ่มความมั่นใจของลูกค้า ที่มีต่อผลิตภัณฑ์ให้มากขึ้น ทำ marketing online

4. สร้างแผนภูมิขนาดของผลิตภัณฑ์

แผนภูมิขนาดของผลิตภัณฑ์ คืออัตราส่วนที่ลูกค้าสามารถทำการเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ ให้มีขนาดใกล้เคียงกับขนาดจริงของผลิตภัณฑ์มากที่สุด แม้ลูกค้าจะไม่ได้เห็น หรือสัมผัสสินค้าจริง คอนเทนต์ในลักษณะนี้เป็นสิ่งสำคัญในการทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซอย่างมาก เพราะแผนภูมิขนาดของผลิตภัณฑ์ เป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้ลูกค้าสามารถจินตนาการถึงขนาดของผลิตภัณฑ์ ที่จะเข้ามาเป็นตัวช่วยที่ดีในการตัดสินใจซื้อของลูกค้า

5. ให้ความหมายของคำศัพท์เฉพาะ

ในการเขียนคอนเทนต์ สำหรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซคุณไม่ควรลืมการทำคอนเทนต์ ที่ให้ความหมายของคำศัพท์เฉพาะที่คุณมักใช้ในการเขียนคอนเทนต์อื่นๆ ภายในเว็บไซต์ หรือศัพท์เฉพาะที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ และผลิตภัณฑ์ของคุณลงไปด้วย เพราะบางครั้งผู้เข้าชมก็ไม่ได้มีความคุ้นเคย หรือทราบความหมายของคำศัพท์เหล่านั้นเลย

หากคุณได้เขียนคอนเทนต์ที่ให้ความหมายของคำศัพท์เฉพาะของธุรกิจ หรือผลิตภัณฑ์ขึ้นมา ผู้เข้าชมเนื้อหาภายในเว็บไซต์ของคุณจะสามารถเข้าใจในเนื้อหาของคุณได้ง่ายขึ้น และในบางครั้งคอนเทนต์รูปแบบนี้ก็มักจะดึงดูดความสนใจของผู้คนได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

6. อ้างอิงที่มาของแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ

การใส่แหล่งอ้างอิงที่มาของแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือลงไปในคอนเทนต์ ก็เหมือนการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับคอนเทนต์ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้หากคุณต้องการใส่อ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูลลงไปในคอนเทนต์ คุณควรทำการสรุปเนื้อหาจากแหล่งที่มาให้ครบถ้วน ชัดเจน และแม่นยำที่สุด เพื่อป้องกันการเปลี่ยนหน้าเว็บไซต์ของผู้เข้าชมที่เกิดขึ้นจากความรู้สึกไม่มั่นใจในเนื้อหาที่คุณได้นำเสนออยู่

7. ให้เคล็ดลับและคำแนะนำสำหรับผู้ใช้ผลิตภัณฑ์

การเขียนคอนเทนต์ที่ให้เคล็ดลับ และคำแนะนำสำหรับผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ เป็นการทำคอนเทนต์ที่ดี ที่สามารถทำให้ผลิตภัณฑ์ของคุณน่าสนใจมากยิ่งขึ้น และในบางครั้งการให้เคล็ดลับหรือคำแนะนำในการใช้งานก็เป็นสิ่งที่เพิ่มแรงกระตุ้นให้ผู้คนเกิดความต้องการซื้อ หรือใช้งานผลิตภัณฑ์ของคุณมากขึ้นอีกด้วย

ทำ marketing online

รวมสูตรอาหารภาคใต้
รวมสูตรอาหารภาคใต้ พร้อมสูตรและวิธีทำ ทำเองได้ไม่ยาก ลองเลย

รวมสูตรอาหารภาคใต้ พร้อมสูตรและวิธีทำ ทำเองได้ไม่ยาก ลองเลย

หลายคน รู้จักอาหารใต้ จาก เมนูอาหาร อาทิ แกงเหลือง ผัดสะตอ ต้มส้ม ต่าง ๆ แต่อยากรู้ใหม่ครับว่า อาหารใต้ที่แท้จริงแล้ว มีความเป็นมาอย่างไร ทำไมจึงได้เกิดเมนูต่าง ๆ ที่พูดมาข้างต้นได้

อาหารใต้พื้นบ้านนั้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเรื่องความจัดจ้านหอมกลิ่นเครื่องเทศ นั่นก็เพราะ สืบเนื่องจากดินแดนของภาคใต้เคยเป็นศูนย์กลางการเดินเรือค้าขายของพ่อค้าจากอินเดีย จีนและชวา ทำให้วัฒนธรรมของชาวต่างชาติโดยเฉพาะอินเดียใต้ ซึ่งเป็นต้นตำรับในการใช้เครื่องเทศปรุงอาหารได้เข้ามามีอิทธิพลเป็นอย่างมากนั่นเองครับ

โดยอาหารพื้นบ้านภาคใต้ทั่วไป มีลักษณะผสมผสานระหว่างอาหารไทยพื้นบ้านกับอาหารอินเดียใต้เช่น น้ำบูดู ซึ่งได้มาจากการหมักปลาทะเลสดผสมกับเม็ดเกลือ และมีความคล้ายคลึงกับอาหารมาเลเซีย อาหารของภาคใต้จึงมีรสเผ็ดมากกว่าภาคอื่นๆ และด้วยสภาพภูมิศาสตร์ที่อยู่ติดทะเลทั้งสองด้านจึงมีอาหารทะเลอุดมสมบูรณ์ แต่สภาพอากาศร้อนชื้น ฝนตกตลอดปี อาหารประเภทแกงและเครื่องจิ้มจึงมีรสจัด ช่วยให้ร่างกายอบอุ่น ป้องกันการเจ็บป่วยได้อีกด้วย

ความหลากหลายในสำรับอาหารปักษ์ใต้ได้รับอิทธิพลจากอินเดียใต้ ทำให้เกิดตำรับอาหารใหม่มากมาย ล้วนผ่านวิธีการดัดแปลง ปรับปรุงเป็นวัฒนธรรมอาหารการกินที่ถ่ายทอดมาสู่รุ่นลูกรุ่นหลานในปัจจุบัน ทำให้มีลักษณะพิเศษแตกต่างจากภาคอื่นอย่างชัดเจนคือ รสชาติจัด เน้นเครื่องเทศและมีผักสารพัดชนิดที่เรียกว่า “ผักเหนาะ” ซึ่งเป็นพืชพื้นบ้านหาได้ในท้องถิ่นภาคใต้ เช่น สะตอ ลูกเหนียง ยอดกระถิน มากินร่วมด้วย เพื่อบรรเทารสเผ็ดของอาหาร ทั้งมีสรรพคุณเป็นยาอีกด้วย เนื้อสัตว์ที่นำมาปรุงเป็นอาหารส่วนมากนิยมสัตว์ทะเล เช่น ปลากระบอก ปลาทู ปูทะเล กุ้งหอย ซึ่งหาได้ในท้องถิ่น

หลากหลายเมนูที่หลายคนทานแล้วรู้ว่าเป็นอาหารใต้แน่นอนก็หนีไม่พ้นเมนูที่ใช้เครื่องแกงกะปิ อาทิ แกงเหลือง ( หรือที่ใต้ เรียกว่าแกงส้ม ) ผัดสะตอกุ้งใส่กะปิ และอีกหลายๆเมนู พูดแล้วก็เริ่มเนือย ( หิว ) ไปหาข้าวกินดีกว่า

น้ำยาปูปักษ์ใต้

น้ำยาปูปักษ์ใต้
น้ำยาปูปักษ์ใต้

ส่วนผสม น้ำยาปูปักษ์ใต้
เนิ้อปูแกะ 1/2 กก
กะทิสด (หัว-หาง) 1/2 กก
น้ำตาลมะพร้าว (น้อยกว่าได้ค่ะ) 1 ชต
พริกแกง 1 ถ้วย
ใบมะกรูดฉีก 7-8 ใบ
ขนมจีน 50 บาท (แล้วแต่ชอบดีกว่าค่ะ) 3 ตะกร้า
ผักเคียงต่างๆ กะหล่ำปลีซอย ใบแมงลัก ผักบุ้งลวก ถั่วพลูสด/ลวก เป็นต้น
น้ำปลา 2-3 ชต
พริกแกงใต้ โขลกละเอียด
พริกแห้ง ลดปริมาณได้ค่ะ ความเผ็ดตามถนัด 20-30 เม็ด
ตะไคร้ 3 ต้น
ผิวมะกรูด 1/2 ผล
ขมิ้น 3-4 แง่ง
เกลือ 1 ชช
หอมแดง กับ กระเทียมอย่างละ 1 ชต
พริกไทยเม็ด ลดเพิ่มได้นะคะ 1 ชต
กะปิ (ไม่ต้องใส่มากนะคะ กลิ่นกะปิจะแรงเกินไป) 1 ชต

ขั้นตอน น้ำยาปูปักษ์ใต้
1.ตั้งหางกะทิ 1 ถ้วย พอเดือดใส่พริกแกงลงผัด พอมีกลิ่นหอม เติมหางกะทิที่เหลือลงไป ตามด้วยเนื้อปู และใบมะกรูด
2.พอเดือดอีกรอบใส่ห้วกะทิลงไปเคี่ยว แล้วปรุงรสด้วยน้ำปลา ตัดรสเค็มด้วยน้ำตาล
3.เคี่ยวต่อ 10 นาที ปิดไฟ รสชาติเค็มนำนะคะ จะได้ความหอมมันจากกะทิ และตัดรสชาติแหลมๆ ด้วยน้ำตาล

ใบเหลียงต้มกะทิกุ้งสด

ใบเหลียงต้มกะทิกุ้งสด
ใบเหลียงต้มกะทิกุ้งสด

ส่วนผสม ใบเหลียงต้มกะทิกุ้งสด
ใบเหลียง
กะทิคั้นสด (แยกหัวกะทิ/หางกะทิ)
กุ้งสด
หอมแดงบุบพอแตก
เกลือ
กะปิ
น้ำตาลปี๊บ (เล็กน้อย)

ขั้นตอน ใบเหลียงต้มกะทิกุ้งสด
1.นำกุ้งมาล้างให้สะอาด ผ่าหลังเอาขี้กุ้งออกให้เรียบร้อย
2.เด็ดใบเหลียง ล้างให้สะอาด จะหั่นหยาบๆ หรือไม่ก็ได้
3.ตั้งหม้อใส่หางกะทิลงไป ใส่หอมแดงบุบ เกลือ กะปิ คนให้ส่วนผสมทั้งหมดละลายเข้ากัน ใส่น้ำตาลปี๊บเล็กน้อย
4.เติมหัวกะทิ พอหัวกะทิที่เติมไปเดือด ตามด้วยกุ้งสด กุ้งเริ่มสุกใส่ใบเหลียง ชิมรสให้กลมกล่อม
5.ตั้งใส่จานพร้อมเสิร์ฟ

ใบเหลียงผัดไข่ใส่กุ้งแห้ง

ใบเหลียงผัดไข่ใส่กุ้งแห้ง
ใบเหลียงผัดไข่ใส่กุ้งแห้ง

ส่วนผสม ใบเหลียงผัดไข่ใส่กุ้งแห้ง
ไข่ 2 ฟอง
ใบเหลียง
กุ้งแห้ง 1 กำมือ
กระเทียมสับ 3 กลีบ
น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ

ขั้นตอน ใบเหลียงผัดไข่ใส่กุ้งแห้ง
1.ตั้งกระทะ ใส่น้ำมัน พอร้อน นำกุ้งแห้งที่แช่สะเด็ดน้ำพองตัว ลงไป คั่วๆให้ ฟูกรอบ ตักพักไว้ ใส่กระเทียมสับลงไปเหลือง ตอกไข่ลงไปยีๆ พอให้เกือบสุกก็เปิดไฟแรง ใบเหลียงลงไปเติมน้ำมันหอย ซอสปรุงรส ตัดน้ำตาลนิดๆ คลุกให้พอ2.ใบยวบ ใส่กุ้งแห้งที่ทอดกรอบลงไปผัดคลุกเคล้าให้เข้ากัน

กุ้งผัดกะปิสะตอ

กุ้งผัดกะปิสะตอ
กุ้งผัดกะปิสะตอ

ส่วนผสม กุ้งผัดกะปิสะตอ
กุ้งแชบ๊วยขนาด 40 ตัวโล นำไปสะดุ้งน้ำร้อน พักไว้ จำนวน 10 ตัว
สะตอข้าวเม็ดใหญ่ 1/2 ถ้วยตวง
กะปิเคยอย่างดี 2 ช้อนโต๊ะ
พริกขี้หนูเล็ก สับละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมใหญ่สับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
หอมแดงสับละเอียด 1 ช้อนโต้ะ
พรีกขี้ฟ้าแดง 5 เม็ด
ต้นหอมหั่นท่อน 2 ช้อนโต๊ะ
ใบมะกรูด 5 ใบ
หอมแดงซอย 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำสต็อก 1/4 ถ้วย
น้ำตาล 1/2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืช สำหรับผัด 2 ช้อนโต๊ะ

**สอนเคล็ดลับ คือ เตรียมวัตถุดิบ สด! ใหม่ !ไร้สารเคมี! กุ้งแชบ๊วยขนาด 40 ตัว/กิโล 5-6ตัว ( สะดุ้งน้ำร้อน พักไว้ )
กะปิเคยอย่างดี 2 ช้อนโต๊ะ

ขั้นตอนการทำ กุ้งผัดกะปิสะตอ
1.โขลกกระเทียมสับ หอมแดงซอย (เกลือเล็กน้อย) ให้เข้ากัน ตามด้วยกะปิ พริกขี้หนู โขลกให้เข้ากัน ตั้งไฟกลางใส่น้ำมัน ตามด้วยเครื่องที่โขลกไว้ เติมน้ำสต็อกเล็กน้อย
2.ผัดจนหอม เร่งไฟแรง ตามด้วย กุ้งแชบ๊วย(ที่สะดุ้งน้ำร้อนแล้ว) สะตอ พริกชี้ฟ้าแดง หอมแดง ใบมะกรูด เครื่องปรุงรส น้ำตาล น้ำปลา
พอหอม!!! นำขึ้น จัดจาน โรยหน้าด้วยใบมะกรูด
พร้อมผักสด ผักใบ ผักเหนาะ
3.นำขึ้นจัดจาน จัดกุ้ง มาไว้ด้านบนจาน
โรยหน้าด้วยใบมะกรูด
พร้อมผักสด ผักใบ ผักเหนาะ

ยูฟ่า

อาหารเหนือที่ทำเองได้ไม่ยาก
อาหารเหนือที่ทำเองได้ไม่ยาก หลากหลายเมนู เลือกทำได้เลย

อาหารเหนือที่ทำเองได้ไม่ยาก หลากหลายเมนู เลือกทำได้เลย

อาหารไทยท้องถิ่นในภาคเหนือ  ที่มีความโดดเด่นและรสชาติอร่อย แม้ว่าจะไม่ได้เป็นที่รู้จักดีของชาวต่างชาติเหมือน ต้มยำกุ้ง หรือมัสมั่น แต่เมนู “อาหารเหนือ” เหล่านี้ก็คุ้มค่าที่จะลิ้มลอง โดยผลสำรวจนี้เป็นของนายออสติน บุช (Austin Bush) ช่างภาพและนักเขียน ที่ได้ไปสัมผัสความอร่อยของอาหารเหนือในประเทศไทยมาแล้ว

1. ข้าวซอย ข้าวซอยเป็นแกงที่มีลักษณะคล้ายแกงเขียวหวาน คือเป็นแกงกะทิชนิดหนึ่ง แต่มาในรูปแบบก๋วยเตี๋ยว นิยมปรุงด้วยเนื้อวัวหรือเนื้อไก่เป็นวัตถุดิบหลัก เสิร์ฟมาพร้อมกับผักดอง เป็นอาหารยอดนิยมของคนภาคเหนือ

2. ขนมจีนนำ้เงี้ยว เป็นขนมจีนที่กินกับน้ำยาที่เรียกว่า น้ำเงี้ยว เป็นแกงอย่างหนึ่งของภาคเหนือ มีส่วนประกอบหลักๆ คือ กระดูกหมู พริกแกงที่ทำจากพริกแห้งทางเหนือ มะเขือเทศ เลือดหมู ปรุงแบบสไตล์บ้านๆ ได้กลิ่นอายความเป็นอาหารท้องถิ่นแท้ๆ ตามสูตรดั้งเดิมของป้าบุญศรี ชาวเมืองลำปาง

3. น้ำพริกหนุ่ม เมนูนี้เป็นอาหารไทยภาคเหนือที่เรียกว่า น้ำพริก (Dip) ที่ทำจากพริก หอมแดง กระเทียม นำทั้งหมดย่างไฟจนสุกหอม ก่อนตำเป็นน้ำพริกท้องถิ่น มักกินคู่กับผักต้มและข้าวเหนียวนึ่ง ซึ่งก็นับเป็นอาหารสุขภาพอย่างดีเลย แต่ถ้าจะให้อร่อยขึ้นไปอีก ต้องกินกับข้อไก่ทอด บอกเลยว่าอร่อยเพลินไม่สนใจแคลอรีกันเลยทีเดียว

4. ข้าวซอยน้ำหน้า เมนูนี้เป็นเมนูข้าวซอยชนิดหนึ่ง ที่มีความแตกต่างกับข้าวซอยทั่วไป คือ ข้าวซอยน้ำหน้าจะไม่ใช่แกงกะทิ ไม่มีพริกแกง แต่จะเป็นก๋วยเตี๋ยวน้ำซุปใสๆ ราดด้วยหมูสับที่นำไปเคี่ยวกับถั่วเหลืองหมักและพริกแห้ง (คนภาคเหนือเรียกว่า จิ๊นคั่ว เป็นเนื้อหมูคั่วกับเครื่องแกงและถั่วเน่า)

5. ข้าวแต๋น เมนูนี้รสชาติน่าสนใจสุดๆ เป็นขนมขบเคี้ยวรูปร่างกลมๆ ทำจากข้าวเหนียวที่นำไปผสมรวมกับน้ำตาล เกลือ งา และน้ำแตงโม จากนั้นนำไปตากแห้ง แล้วนำมาทอดจนกรอบฟู ปิดท้ายด้วยการราดน้ำตาลอ้อยบนหน้าขนม

น้ำพริก​อ่อง​

น้ำพริก​อ่อง​
น้ำพริก​อ่อง​

ส่วนผสม น้ำพริก​อ่อง​
หมูสับ​ 100 กรัม
มะเขือเทศ​สีดา​ 10 ลูก
มะเขือเทศ​ลูกท้อหั่นชิ้น​ 2 ลูก​
ผักชีและต้นหอมซอย​ 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาล​ 1/2 ช้อนชา
น้ำมะขามเปียก​ 1 ช้อนโต๊ะ​
ผงปรุงรส​หมู​ 1 ช้อนชา
น้ำสะอาดล้างครก​ 1 ทัพพี
น้ำมัน​ 1 ช้อนโต๊ะ
เครื่องน้ำพริก
พริกแห้ง​ 12 เม็ด
กระเทียมไทย​ 15 กลีบ
หอมแดง​ 5 หัว
กะปิ​ 1/2 ช้อนโต๊ะ
เกลือ​ 1/2 ช้อนชา​

ขั้นตอนการทำ น้ำพริก​อ่อง​
1.หั่นครึ่งหอมแดง​ และพริกแห้งแช่น้ำไว้​ (เพื่อง่ายต่อการโขลก)​ โขลกส่วนผสมพริกแกงให้เข้ากัน​ จากนั้นตามด้วยมะเขือ​เทศสีดาทั้งหมด​​ โขลกเบามือพอให้มะเขือเทศแหลกเล็กน้อยไม่ต้องให้เละ
2.ตั้งกระทะ​ ใส่น้ำมัน​ นำพริกแกงที่โขลกมาผัดให้มีกลิ่นหอม​
3.ตามด้วยเนื้อหมูบด​ ผัดส่วนผสมให้เข้ากันดี​ ใส่มะเขือเทศลูกท้อหั่นชิ้นลงไป​ แล้วเติมน้ำตาลทราย​ ผงปรุงรส​ น้ำมะขามเปียก​ ​และน้ำล้างครก​ ผัดต่อจนหมูสุก​ ชิมรสตามชอบ
4.โรยหน้าด้วย​ผักชี​ต้นหอมซอย​ รับประทาน​ควบคู่​กับข้าวเหนียว​ร้อน​ๆ​ ผักสด​และผักลวกตามชอบ​

แกงแคไก่​

แกงแคไก่​
แกงแคไก่​

ส่วนผสม แกงแคไก่​
อกไก่​ 1 ชิ้น
ชะอม​ 1 กำ
ผักชีลาว​ 2 ต้น
ใบมะกรูด​ 10 ใบ
ผักกาด​​ 1 ต้น​
ผักชี​ฝรั่ง​ 2​ ต้น
ถั่วพู​ 8 ฝัก
ถั่วฝักยาว​ 4 ฝัก​
มะเขือเปราะ​ 5 ลูก
มะเขือพวง​ 2 พวงใหญ่​
กระเทียม​สับ​ 1 ช้อนโต๊ะ
ผงปรุงรส​ 1 ช้อนชา​
น้ำมัน​ 1 ช้อนโต๊ะ​
น้ำพริก​แกง
พริกแห้ง​ 15 เม็ด
กระเทียม​ไทย​ 15 กลีบ
หอมแดงหั่นหยาบ​ 5 หัว
ตะไคร้​ซอยหยาบ​ 2 ต้น
ข่าหั่นหยาบ​ 1 ช้อนโต๊ะ
กะปิ​ 1 ช้อนชา​
ปลาร้า​ 1 ช้อนโต๊ะ
เกลือ​ 1 ช้อนชา​

ขั้นตอนการทำ แกงแคไก่​
1.เด็ดผักแช่น้ำ​ และหั่นอกไก่ให้เป็นชิ้นพอดีคำ​ เตรียมไว้
2.โขลกส่วนผสมน้ำพริกแกง
3.ตั้งหม้อ​ ใส่น้ำมัน​ เจียวกระเทียมให้กลิ่นออก​ แล้วตามด้วยพริกแกงลงไปผัดต่อให้หอม
ตามด้วยเนื้อไก่​ ผัดให้เนื้อไก่ตึง​ ไม่ต้องทำให้สุก​ จากนั้นเทน้ำล้างครกลงไปและตามด้วยน้ำสะอาด​
4.เมื่อน้ำเดือด​ ใส่ผักสุกยาก​ และสุกง่ายตามลำดับ​ เมื่อผักนิ่มลงแล้วคนแล้วชิมรส​ก่อน​ แล้วปรุงรส​ตามชอบด้วยผงปรุงรสและเกลือ​ ​คนให้เข้ากันอีกที​​
5.พร้อมทานแล้วค่ะ

ตำมะม่วง

ตำมะม่วง
ตำมะม่วง

ส่วนผสม ตำมะม่วง
มะม่วงเปรี้ยว 1 ลูก
กุ้งแห้ง หรือ ปลาย่างป่น (แล้วแต่เลือก)
กระเทียม 2 กลีบ
หอมแดง 1 หัว
พริกป่น 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา (ชิมรส) แล้วแต่ชอบ 1 ช้อนชา
น้ำปลาร้า (ชิมรส) แล้วแต่ชอบ 1 ช้อนชา
ผงชูรส (ชิมรส) แล้วแต่ชอบ 1/2 ช้อนชา

ขั้นตอนการทำ ตำมะม่วง
1.นำมะม่วงมาล้างน้ำ ปอกเปลือก สับมะม่วง ฝานมะม่วงให้เป็นเส้น
2.นำมะม่วงที่สับแล้ว ไปล้างน้ำเกลือประมาณ 1-2 น้ำ แล้วบีบน้ำออก เพื่อให้ความเปรี้ยวลดลง
3.หยิบกระเทียม หอมแดง ใส่ครก ตำให้แหลก ใส่กุ้งแห้ง ตำให้เข้ากัน
4.ใส่มะม่วงที่สับไว้ลงไป ตามด้วยพริกป่น ตำให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยน้ำปลา และน้ำปลาร้า ผงชูรส คนให้เข้ากัน ชิมรส ตักใส่ชาม

น้ำพริกหนุ่ม

น้ำพริกหนุ่ม
น้ำพริกหนุ่ม

ส่วนผสม น้ำพริกหนุ่ม
พริกหนุ่มใหญ่​ 4 เม็ด
กระเทียม 8 กลีบ
หอมแดง 5 หัว
ผงปรุงรส​ 1/2 ช้อนชา
เกลือ​ 1/2​ ช้อนชา​
ผักชีต้นหอมซอยสำหรับโรยหน้า​

ขั้นตอนการทำ น้ำพริกหนุ่ม
1.น้ำพริกหนุ่ม กระเทียมและหอมแดงแกะเปลือก ไปคั่วในกระทะให้เกรียม
2.น้ำพริกหนุ่ม (ภาคเหนือ)
3.เมื่อเกรียมได้ที่แล้ว​ นำมาแกะตรงส่วนที่ไหม้ออก แล้วโขลกรวมกับเกลือและผงปรุงรส​ ชิมรสตามชอบ​ ตักใส่ถ้วยน้ำพริก​ รับประทานคู่กับแคบหมูหรือหมูกระจก​ แกล้มด้วยแตงกวา​

มินิขันโตกชาวเหนือ

มินิขันโตกชาวเหนือ
มินิขันโตกชาวเหนือ

ส่วนผสม มินิขันโตกชาวเหนือ
น้ำพริกน้ำปูไข่ต้ม
ไส้อั่วทอด
ข้าวเหนียวจากแป้งโปรตีนกูลเตน
ผักสดตามชอบ

ขั้นตอนการทำ มินิขันโตกชาวเหนือ
1.ทำข้าวเหนียวจากโปรตีนกลูเตน ทำเสร็จภายใน 5 นาที
2.จัดจานได้เลยค่ะ
3.เสิร์ฟ เพื่อนบอกฉันเบื่องานมโนของหล่อนจริง ๆ แต่ก็บอกน่ากินนะเนี๊ย ข้าวเหนียวของเอี๊ยมเหนียวนุ่ม เหมือนข้าวเหนียวจริงๆ เลย

ufabet login

อาหารปักษ์ใต้
อาหารปักษ์ใต้ พร้อมสูตรและวิธีทำ ทำเองที่บ้านได้ลองเลย

อาหารปักษ์ใต้ พร้อมสูตรและวิธีทำ ทำเองที่บ้านได้ลองเลย

อาหารพื้นบ้านภาคใต้ทั่วไปมีลักษณะผสมผสาน ระหว่างอาหารไทยพื้นบ้านกับอาหารอินเดียใต้ เช่น น้ำบูดู ซึ่งได้มาจากการหมักปลาทะเลสดผสมกับเม็ดเกลือ และมีความคล้ายคลึงกับอาหารมาเลเซีย อาหาร ของภาคใต้จึงมีรสเผ็ดมากกว่าภาคอื่น ๆ และด้วยสภาพภูมิศาสตร์อยู่ติดทะเลทั้ง ๒ ด้าน ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยอาหารทะเล กอปรกับสภาพภูมิอากาศที่ร้อนชื้นและมีฝนตกตลอดทั้งปี อาหารประเภทแกงและเครื่องจิ้ม จึงมีรสจัด ซึ่งช่วยให้ร่างกายอบอุ่นและป้องกันการเจ็บป่วยได้อีกด้วย

ความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเลภาคใต้ ได้ทำให้ประชากรหาเลี้ยงชีพได้อย่างยั่งยืน รวมถึงอาหารการกินก็ล้วนมาจากท้องทะเล โดยผสมผสานเข้ากับภูมิปัญญาท้องถิ่น ก่อเกิดเป็นเอกลักษณ์ประจําภาคอันโดดเด่นเช่น การใช้เครื่องเทศชนิดต่าง ๆ ในการปรุงอาหารเพื่อดับกลิ่นคาวของอาหารทะเล โดยเฉพาะขมิ้นซึ่งเป็นสมุนไพรที่ขาดไม่ได้ในครัวใต้ เพราะช่วยดับกลิ่นคาวได้ดียิ่ง ดังจะเห็นว่าอาหารใต้มีสีเหลืองแทบทุกอย่างเช่นแกงไตปลา แกงส้ม แกงพริก ปลาทอด ไก่ทอด ซึ่งล้วนมีสีเหลืองจากขมิ้นทั้งสิ้น เสน่ห์อาหารใต้อยู่ตรงรสชาติเผ็ดร้อนด้วยคนใต้นิยมปรุงรสจัด ทั้งเผ็ดเค็มเปรี้ยวไม่นิยมรสหวาน อีกทั้งแหล่งรสอันหลากหลายที่เสริมให้อาหารใต้มีเสน่ห์ชวนลิ้มลอง

ใบเหลียงผัดไข่

ใบเหลียงผัดไข่
ใบเหลียงผัดไข่

ส่วนผสม ใบเหลียงผัดไข่
ใบเหลียง 2 กำ (หรือกะโดยใส่พูนจานที่จะใช้เสิร์ฟค่ะ)​
กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
ไข่ 2 ฟอง
น้ำมันรำข้าว หรือน้ำมันสำหรับผัดชนิดอื่น 1 ช้อนโต๊ะ​
น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ​

ขั้นตอน ใบเหลียงผัดไข่
1.ตัดเฉพาะใบเหลียง ล้างให้สะอาด ผึ่งให้แห้ง
2.ใส่น้ำมันตั้งไฟกลาง เจียวกระเทียมพอหอม ตอกไข่ลงไปยีและให้ไข่สุกเกรียมบางส่วน
3.ใส่ใบเหลียงลงไป เติมน้ำปลารอบใบเหลียงที่ขอบกะทะ(เป็นเคล็ดลับให้น้ำปลาหอมค่ะ) ผัดให้ใบเหลียงสุกจึงตักเสิร์ฟ​

ผัดสะตอกะปิสามชั้น

ผัดสะตอกะปิสามชั้น
ผัดสะตอกะปิสามชั้น

ส่วนผสม ผัดสะตอกะปิสามชั้น
หมูสามชั้น
หมูสับ
สะตอ 2-3 ขีด
พริกแดง
กระเทียม
หอมแดง2หัว
ใบมะกรูด
กะปิ 2 ช้อนโต๊ะ
ซอสหอยนางรม
ซีอิ๊วขาว
ผงชูรส
น้ำตาล

ขั้นตอนการทำ ผัดสะตอกะปิสามชั้น
1.ตำกระเทียม 5-6 หัว พริกสด จินดา แล้วแต่ความเผ็ดที่ชอบค่ะ เราแอบใส่หอมแดงไป2 หัว เพิ่มความหอม และหวาน  พอละเอียดท้ายสุดก็ใส่กะปิ ลงไป ชิมความเค็มด้วยนะคะ จะได้ไม่พลาด ตำให้เข้ากัน
2.ตั้งกระทะ ใส่น้ำมัน พอร้อนเราตักเครื่องแกง ที่ตำเมื่อกี้ลงไปผัดค่ะ ให้หอม เราก็ใส่สามชั้นลงไปผัด พอเริ่มจะสุกเราใส่หมูสับลงไป ปรุงรสด้วยเครื่องปรุง
3.พอทุกอย่างเริ่มสุก เราก็ใส่สะตอแกะ ลงไปค่ะ เติมน้ำเปล่านิดนึง ให้มีน้ำงวด พอสุกเราก็แอบใส่ใบมะกรูดฉีกสักนิด ชิมรส โอเค ตักข้าวได้เลย

ขนมจีนแกงพุงปลา

ขนมจีนแกงพุงปลา
ขนมจีนแกงพุงปลา

ส่วนผสม ขนมจีนแกงพุงปลา
ปลาทู (ย่างสุกแกะเอาแต่เนื้อ) 100 กรัม
ไตปลา (สำเร็จรูป) 1 ขวด
พริกแกงไตปลา 1 ช้อนโต๊ะ
กะปิ 1 ช้อนชา
น้ำเปล่า 1 ถ้วย
ฟักทอง(หั่นเป็นชิ้นเล็ก) 50 กรัม
หน่อไม้ต้มสุก(หั่นเป็นชิ้นเล็ก) 50 กรัม
มะเขือเปราะ 30 กรัม
ถั่วฝักยาว 2 ฝัก
มะเขือพวง 20 กรัม
น้ำตาลปี๊บ 1/2 ช้อนชา
ผงปรุงรส 1/2 ช้อนชา
ส้มแขก 50 กรัม
ข่าหั่น(แว่น) 3 กรัม
ตะไคร้(ทุบ) 1 ต้น
ใบมะกรูด 5 ใบ

ขั้นตอนการทำ ขนมจีนแกงพุงปลา
1.วิธีเตรียมปลา!.. นำปลาขอดเกล็ดเอาพุงออกล้างให้สะอาดใส่ตะกร้าให้สะเด็ดน้ำพักไว้ นำไปย่างให้สุก แกะ เอาแต่เนื้อ
2.วิธีเตรียมไตปลา!..นำหม้อตั้งไฟใส่น้ำ ใส่ตะไคร้ ใบมะกรูด และ ข่า รอให้น้ำเดือด แล้วใส่ไตปลา นำไปกรอง เอาแต่น้ำ
3.วิธีเตรียมผัก!.. นำผักทุกชนิดหั่นพอดีคำ
4.วิธีแกง!..นำหม้อตั้งไฟใส่น้ำพุงปลาที่เรากรอง เตรียมไว้ ใส่พริกแกงที่ผสมกะปิ
5.แล้ว รอให้เดือดใส่ ฟักทอง หน่อไม้ต้มสุก มะเขือเปราะ ถั่วฝักยาว มะเขือพวง
6.ใส่เนื้อย่าง ปรุงรส น้ำตาลปี๊บ ผงปรุงรส น้ำมะนาว กินคู่ ข้าวสวยร้อนๆ ผักสดๆ ขนมจีน

แกงเหลืองหน่อไม้ดองซี่โครงหมู

แกงเหลืองหน่อไม้ดองซี่โครงหมู
แกงเหลืองหน่อไม้ดองซี่โครงหมู

ส่วนผสม แกงเหลืองหน่อไม้ดองซี่โครงหมู
หน่อไม้ดอง 1 ถุงเล็ก
ซี่โครงหมู 1/2 กิโล
กระเทียม 4 กลีบ
หอมแดง 8 หัว
พริกจินดา 20 ดอก
กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ
ขมิ้นยาวสัก 4 นิ้ว
น้ำมะขามเปียก 5 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว ครึ่งซีก
น้ำปลาตามชอบ

ขั้นตอนการทำ แกงเหลืองหน่อไม้ดองซี่โครงหมู
1.ต้มน้ำใส่ซี่โครงหมูต้มให้เปิ่อยก่อนเอาน้ำต้มมาใช้ทำน้ำแกงต้องช้อนฟองออกด้วยจะได้น้ำแกงใสแล้วตักเอาหมูออกพักไว้ก่อน
2.เครื่องแกงมี พริก กระเทียมกะปิ ขมิ้น หอมแดง โขลกให้ละเอียดบางท่านใส่เกลือเพื่อช่วยให้โขลกง่ายขึ้นแต่ไม่จำเป็นสามารถคุมรสเค็มได้ในการปรุง
3.เอาน้ำต้มหมูมาตั้งไฟใส่เครื่องแกงให้ละลายก่อนพอเดือดจึงใส่หน่อไม้ดองลงไปให้เดือดตามด้วยหมูแล้วปรุงรสตามชอบแต่ควรมีหวานปลาย ๆ

ไก่ผัดพริกแกงใต้ ใส่สะตอ

ไก่ผัดพริกแกงใต้ ใส่สะตอ
ไก่ผัดพริกแกงใต้ ใส่สะตอ

ส่วนผสม ไก่ผัดพริกแกงใต้ ใส่สะตอ
พริกแกงเผ็ดใต้ ครึ่งช้อนโต๊ะ
กะปิ ครึ่งช้อนโต๊ะ
ไก่ 2 ขีด
สะตอผ่าครึ่ง ปริมาณตามชอบใจ
เกลือ นิดเดียว ปลายช้อนชา
น้ำตาล นิดเดียว ปลายช้อนชา

ขั้นตอนการทำ ไก่ผัดพริกแกงใต้ ใส่สะตอ
1.ผสมกะปิกับพริกแกง บี้ให้เป็นเนื้อเดียวกัน ใส่น้ำนิดหน่อยจะผสมได้สะดวกขึ้น
2.ตั้งหม้อ หรือกระทะก็ได้ ใส่น้ำเปล่าไปนิดหน่อย เปิดไฟกลาง (เราใช้น้ำเปล่าแทนน้ำมันค่ะ ใครชอบแบบน้ำมันก็เปลี่ยนได้).
พอน้ำเริ่มสุก ใส่พริกแกงกับกะปิลงไป คนให้ละลายเข้ากัน
3.พอเครื่องแกงร้อน ก็เอาเนื้อไก่ลง ผัดให้สุก
4.ชิมรสดูว่านัวหรือยัง ถ้ายังไม่นัว ใส่เกลือ กับน้ำตาลแค่ปลายช้อนชาลงไปตัดรส (บางคนใส่รสดี ก็ได้ แล้วแต่ชอบ)
การปรุงรสต้องระวังเค็ม เพราะกะปิเค็มอยู่แล้ว ค่อยๆ เติมนะคะ
5.ชิมรสถูกใจ ใส่สะตอลงไปผัดจนสุก
6.พอสะตอสุกแล้ว ใส่ใบมะกรูดซอยตบท้าย เพิ่มความหอม ผัดสองสามที ยกลง กินได้เลย

ufabet login

ใครกำลังมองหาสูตรอาหารจีนอยู่
ใครกำลังมองหาสูตรอาหารจีนอยู่ เชิญทางนี้ได้เลย ทำเองได้ที่บ้าน

ใครกำลังมองหาสูตรอาหารจีนอยู่ เชิญทางนี้ได้เลย ทำเองได้ที่บ้าน

อาหารจีน
อาหารจีน หมายถึงอาหารที่ประกอบขึ้นตามวัฒนธรรมของชาวจีน ซึ่งรวมทั้งจีนแผ่นดินใหญ่ ไต้หวันและ ฮ่องกง ซึ่งมีหลากหลายชนิดตามแต่ละท้องถิ่น โดยทั่วไปนิยมรับประทานอาหารจานผักและธัญพืชเป็นหลัก นอกจากในราชสำนักที่จะมีอาหารประเภทเนื้อ อาหารที่รู้จักกัน เช่น ก๋วยเตี๋ยว ติ่มซำ หูฉลาม กะเพาะปลา วัฒนธรรมการกินเป็นการกินร่วมกันโดยอุปกรณ์การกินหลัก คือตะเกียบ
อาหารจีนจะมีอุปกรณ์การทำหลักๆเพียงสี่อย่างคือ มีด เขียง กะทะก้นกลม และตะหลิว สมัยชุนชิว-จั้นกั๋ว ได้เริ่มมีการแบ่งอาหารจีนเป็น 2 ตระกูลใหญ่ คือ อาหารเมืองเหนือ และอาหารเมืองใต้ กระทั่งต้นราชวงศ์ชิง ได้มีการแบ่งอาหารเป็น 4 ตระกูลใหญ่ ได้แก่
* อาหารซันตง (鲁菜-หลู่ไช่)
* อาหารเจียงซู (苏菜-ซูไช่)
* อาหารกวางตุ้ง (粤菜-เย่ว์ไช่)
* อาหารเสฉวน (川菜-ชวนไช่)

และปัจจุบันมี 8 ตระกูลใหญ่ โดยเพิ่ม
* อาหารอันฮุย (徽菜-ฮุยไช่)
* อาหารฮกเกี้ยน (闽菜-หมิ่นไช่)
* อาหารหูหนัน (湘菜-เซียงไช่)
* อาหารเจ้อเจียง (浙菜-เจ้อไช่)

และบางแหล่งก็แบ่งเป็นกลุ่มย่อยๆตามมณฑลต่างๆ ได้อีกเช่น
* อาหารเสฉวน เป็นอาหารรสจัดรวมทั้งรสเผ็ดร้อน ใช้เต้าซี่เป็นเครื่องปรุงมีเครื่องเทศมาก
* อาหารกวางตุ้ง มักใช้น้ำมันหอยและผักมาก ปรุงเน้นการปรุงอาหารได้ดูสด รสชาตินุ่มนวล และมีอาหารประเภทติ่มซำที่เป็นรู้จักกันดี
* อาหารฮกเกี้ยน มักใช้ข้าวหมักสีแดงสด โดยที่นำมาหมักเต้าหู้ยี้สีแดงมีน้ำซุปใสที่เก่าที่สุด
* อาหารไหหลำ อาหารส่วนใหญ่มีเต้าเจี้ยวถั่วเหลืองและถั่วดำ เป็นเอกลักษณ์พิเศษ และใช้น้ำส้มปรุงรสได้
* อาหารปักกิ่ง เน้นการทอดที่กรอบและนิ่มนวล แต่อาหารไขมันค่อนข้างสูง ทั้งนี้เพราะภูมิอากาศที่หนาวเย็น
* อาหารซัวเถา เน้นในการตุ๋นและเคี่ยวเปื่อย รสชาติของอาหารที่เปื่อยนุ่มจนแทบละลายเมื่อถูกลิ้น

หมูสามชั้นอบซอสฮอยซิน

หมูสามชั้นอบซอสฮอยซิน
หมูสามชั้นอบซอสฮอยซิน

ส่วนผสม หมูสามชั้นอบซอสฮอยซิน
หมูสามชั้น 240 กรัม
ไส้กรอกแบบเนื้อหยาบ 1 แท่ง
เกลือ 1 ช้อนชา
กระเทียมสับ 2 ช้อนชา
ขิงบดหรือสับละเอียด 2 ช้อนชา
ต้นหอมญี่ปุ่น 2 ต้น
เหล้าจีน 2 ช้อนชา
ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
ซอสทาฮอยซิน
ซอสฮอยซิน 2 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ๊วขาว 0.5 ช้อนโต๊ะ
เหล้าจีน 0.5 ช้อนโต๊ะ
ผงพะโล้ 0.5 ช้อนชา

ขั้นตอน หมูสามชั้นอบซอสฮอยซิน
1.นำหมูสามชั้นมาหั่นเป็นแผ่นประมาณหนาไม่เกิน 1 เซ็นต์ ซับน้ำให้แห้ง โรยเกลือทั้ง 2 ด้าน พักไว้ 15 นาที นำไส้กรอกมาหั่นเป็นแผ่นแล้วพักไว้
2.ต้นหอมญี่ปุ่นทําอาหารเฉียง สับกระเทียมและบดขิงเตรียมไว้
3.ผสมซอสทาฮอยซินลงในชามและคนให้เข้ากัน ซอสฮอยซินที่ผมใช้ตามรูปนะครับ
4.เริ่มที่การทอดหมู ใช้ไฟเบาถึงกลาง ค่อยๆทอดหมูสามชั้นให้เหลืองเกรียมทั้งสองด้าน สะเด็ดน้ำมันเราเอาขึ้นมาพักไว้
5.นำไส้กรอกลงไปทอดต่อ ให้พรเหลืองแล้วนำขึ้นมาพักไว้
6.ก่อนเริ่มผัดผักให้วอร์มเตาอบก่อนที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ใช้ไฟบนล่าง จากนั้นใช้กระทะใบเดิมผัดกระเทียมและขิงจนหอม
7.ใส่ต้นหอมญี่ปุ่น ผัดไปให้ผักสุกซัก 6-70% ใส่เหล้าจีน ใส่ซีอิ้วขาว ใส่น้ำลงไปเล็กน้อยให้มีน้ำขลุกขลิก ผัดจนผักสุกเต็มที่ ปิดไฟ
8.ถ้ากระทะที่ใช้ไม่สามารถนำเข้าเตาอบได้ก็ให้เทผักที่ผัดไว้ลงในถาดที่จะเอาเข้าเตาอบ เรียงหมูสามชั้นและไส้กรอกลงบนหน้าผัก ทาซอสฮอยซินเฉพาะด้านบนของหมูสามชั้นและไส้กรอก
9.นำเข้าเตาอบ 20 นาที
10.เมื่อครบเวลาเอาออกมากลับด้านหมูและไส้กรอก ถ้าซอสฮอยซินด้านบนอีกครั้งหนึ่ง นำกลับเข้าเตาอบ อบอีกประมาณ 15 นาที
11.เมื่อครบเวลา นำออกมาแล้วเอาหมูไส้กรอกวางบนข้าวด้านนึง คีบผักวางอีกด้านหนึ่ง ถ้ามีน้ำซุปเหลือให้ตักมาราดบนข้าวด้วย โรยต้นหอมซอยก็ทานได้เลยครับ
12.ได้เป็นหมูสามชั้นที่ด้านนอกกรอบและเนื้อนิ่ม ไส้กรอกอร่อยมาก แต่ที่อร่อยที่สุดก็คือผักที่อยู่ด้านล่าง พอได้น้ำของหมูและไส้กรอกที่ลงไปผสมกับผัก กินแบบนี้เลยหรือใช้น้ำจิ้มพริกดอง หรือน้ำจิ้มศรีราชาก็ได้

เพนเน่ซอสครีมเห็ดเป็ดย่าง

เพนเน่ซอสครีมเห็ดเป็ดย่าง
เพนเน่ซอสครีมเห็ดเป็ดย่าง

ส่วนผสม เพนเน่ซอสครีมเห็ดเป็ดย่าง
อกเป็ด 1ชิ้น 450กรัม
ครีม 1 กล่อง
เห็ดหอม4ดอก พอดีที่บ้านมีแช่น้ำไว้ก็เลยใส่รวมไปด้วยค่ะ
แซมปิญองปารีส 5ดอกผ่าครึ่ง
รสดี1/2ชช
เกลือ1/2ชช
พาเมซานชีส 3 ชต
ไวน์ขาว1แก้วเป็ก
หอมหัวใหญ่ 1หัวซอยบางๆ แต่ที่บ้านหมดเลยใช้หอมหัวแดงแทนค่ะ
ซอสสำหรับราด
ครีม1แก้ว แก้วน้ำดื่ม
ไวน์ขาว1/2แก้วเป็ก
เห็ดหอมสับละเอียด 5 ดอก
เแชมปิญองปารีส5ดอกสับละเอียด
เกลือ 1/4 ชช
รสดี 1/4 ชช
พริกไทยป่น 1/4 ชช
พาเมซานซีส 3 ชต
หมักเป็ด
เกลือ1/8ชช
พริกไทย1/8ชช

ขั้นตอน เพนเน่ซอสครีมเห็ดเป็ดย่าง
1.นำเป็ดมาล้างทำความสะอาด โดยนำเกลือทาถูๆ ตามอกเป็ด ตามด้วยมะนาวถูๆ ตามอกเป็ด ถูไปสัก 5 นาที แล้วล้างออก น้ำไปเช็ดให้แห้งด้วยทิชชู่ จากนั้น ในเป็ดไปคลุกเคล้ากับเกลือกับพริกไทย
2.จากนั้นปิเด้วยพลาสติกหมักไว้30นาที
3.ต่อมาก็ตั้งกระทะบนเตานะคะ ใช้ไฟค่อนไปทางแรง ใส่น้ำมันลงไปไม่ต้องมากพอน้ำมันร้อน เราก็ใส่เป็ดด้านหนังลงไปทอดก่อน พอเหลืองสวย ดูกรอบ ๆ นิดนึง ก็พลิกกลับอีกด้านลงไปทอดค่ะ พออีกด้านเหลืองดี แต่ข้างในยังดิบๆ อยู่ ก็หยิบขึ้นวางในถาด
4.จากนั้นก็ปิดปากถาดด้วยฟอยล์ แล้วเอาเข้าเตาอบไฟ 180 องศาเซลเซียส เป็นเวลาประมาณ 6 นาทีค่ะ (ถ้าชอบสุกมาก ก็ 8 นาที ถ้าชอบนิ่ม ๆ เนื้อเป็ดยังเป็นสีแดง ๆ ก็ 5 นาที)จากนั้นพอเป็ดสุกตามความต้องการแล้ว นำมาหั่นพอดีคำ ตามต้องการว่าชอบชิ้นใหญ่หรือชิ้นเล็กนะคะ แล้วพักไว้
5.นำหมอใส่น้ำตั้งไฟ ใส่นำมันมะกอกลงไปเพื่อไม่ให้เพนเน่ติดกัน ใช้ไฟแรง พอน่ำเดือดใส่เพนเน่ลงไปต้มให้สุก พอสุกแล้วเทน้ำออกแล้วพักไว้
6.นำกระทะตั้งไฟ ใช้ไฟแรง ใส่เนยลงไปพอเนยละลายใส่หอมซอยลงไป ตาด้วยเห็ด
7.จากนั้นผัดให้เข้ากัน ผัดไปเรื่อยจนมีกลิ่นหอม จากนั้นใส่ครีมลงไป ผัดให้เข้ากันอีกรอบ ใส่เกลือใส่รสดีลงไป
8.ตามด้วยเพนเน่ที่เราต้มสุกแล้ว ตามด้วยพาเมซานซีส ผัดให้เข้ากัน เป็นอันเสร็จ ปิดเตา พักไว้
9.จากนั้นมาทำซอสราด นำหม้อตั้งไฟใส่เนยลงไป จากนั้นตามด้วยเห็ด ผะดจนหอม ใส่ครีมลงไป แล้วตามด้วยส่วนผสมที่เหลือ คนให้เข้าเป็นอันเสร็จ
10.จากนั้นนำไปจัดจานเสิร์ฟได้เลยค่ะ

::ufabet::

อาหารจีนไม่ต้องไปทานถึงร้านแล้ว
อาหารจีนไม่ต้องไปทานถึงร้านแล้ว สามารถทำเองได้ที่บ้านง่ายๆเลย

อาหารจีนไม่ต้องไปทานถึงร้านแล้ว สามารถทำเองได้ที่บ้านง่ายๆเลย

อาหารจีน
อาหารจีน หมายคือ ของกิน ที่ ประกอบ ขึ้น ตาม วัฒธรรม ของคนจีน ซึ่งรวมถึง จีน แผ่นดินใหญ่ ไต้หวัน และก็ ประเทศฮ่องกง ซึ่งมีหลายประเภท ตาแต่ ละ แคว้น โดยธรรมดา นิยม กินอาหาร จานผักรวมทั้ง เมล็ดพืชเป็นหลัก นอกเหนือจาก ในราชสำนัก ที่จะมี ของกิน จำพวก เนื้อของกิน ที่รู้จักกัน อาทิเช่น ก๋วยเตี๋ยว ติ่มซำ หูฉลาม กระเพาะ ปลา วัฒนธรรมการกินเป็นการรับประทาน ด้วยกัน โดย เครื่องใช้ไม้สอย การกิน หลัก เป็น ตะเกียบ
อาหารจีน จะมี เครื่องมือ กระบวนการทำ สำคัญๆ เพียงแค่ อย่างเป็น มีด เขียง กระทะ ตูด กลม รวมทั้งตะหลิว ยุคชุน ชิว-จั้นกั๋ว ได้เริ่มมีการแบ่ง อาหารจีน เป็น 2 ตระกูลใหญ่ คือ อาหารเมืองเหนือ และอาหารเมืองใต้ กระทั่งต้นราชวงศ์ชิง ได้มีการแบ่งอาหารเป็น 4 ตระกูลใหญ่ ได้แก่
* อาหารซันตง (鲁菜-หลู่ไช่)
* อาหารเจียงซู (苏菜-ซูไช่)
* อาหารกวางตุ้ง (粤菜-เย่ว์ไช่)
* อาหารเสฉวน (川菜-ชวนไช่)

และปัจจุบันมี 8 ตระกูลใหญ่ โดยเพิ่ม
* อาหารอันฮุย (徽菜-ฮุยไช่)
* อาหารฮกเกี้ยน (闽菜-หมิ่นไช่)
* อาหารหูหนัน (湘菜-เซียงไช่)
* อาหารเจ้อเจียง (浙菜-เจ้อไช่)

และบางแหล่งก็แบ่งเป็นกลุ่มย่อยๆตามมณฑลต่างๆ ได้อีกเช่น
* อาหารเสฉวน เป็นอาหารรสจัดรวมทั้งรสเผ็ดร้อน ใช้เต้าซี่เป็นเครื่องปรุงมีเครื่องเทศมาก
* อาหารกวางตุ้ง มักใช้น้ำมันหอยและผักมาก ปรุงเน้นการปรุงอาหารได้ดูสด รสชาตินุ่มนวล และมีอาหารประเภทติ่มซำที่เป็นรู้จักกันดี
* อาหารฮกเกี้ยน มักใช้ข้าวหมักสีแดงสด โดยที่นำมาหมักเต้าหู้ยี้สีแดงมีน้ำซุปใสที่เก่าที่สุด
* อาหารไหหลำ อาหารส่วนใหญ่มีเต้าเจี้ยวถั่วเหลืองและถั่วดำ เป็นเอกลักษณ์พิเศษ และใช้น้ำส้มปรุงรสได้
* อาหารปักกิ่ง เน้นการทอดที่กรอบและนิ่มนวล แต่อาหารไขมันค่อนข้างสูง ทั้งนี้เพราะภูมิอากาศที่หนาวเย็น
* อาหารซัวเถา เน้นในการตุ๋นและเคี่ยวเปื่อย รสชาติของอาหารที่เปื่อยนุ่มจนแทบละลายเมื่อถูกลิ้น

ปีกไก่เหล้าแดง

ปีกไก่เหล้าแดง
ปีกไก่เหล้าแดง

วัตถุดิบ ปีกไก่เหล้าแดง
ปีกไก่ 500 กรัม
เกลือ 2 ช้อนชา
พริกไทยป่น 2 ช้อนชา
น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
ซอยหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
รากผักชี 5 ราก
กระเทียม 30 กรัม
แป้งทอดกรอบ 200 กรัม
ซอสพริก 60 มิลลิลิตร
ซอสมะเขือเทศ 50 มิลลิลิตร
ซีอิ๊วดำ ¼ ช้อนชา
น้ำเปล่า 20 กรัม
เหล้าจีน 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันสำหรับผัด 30 มิลลิลิตร
น้ำมันสำหรับทอดไก่
ต้นหอมซอยสำหรับตกแต่ง
งาขาวคั่วสำหรับตกแต่ง

วิธีทำ ปีกไก่เหล้าแดง
หมักปีกไก่ + ทอด
โขลกรากผักชี กระเทียมเข้าด้วยกัน เตรียมไว้
นำ ปีกไก่ มา แต่งรสชาติ ด้วย รากผักชี้ กระเทียม ที่ตำเมื่อสักครู่ และก็ตามด้วยพริกไทย ป้น เกลือ น้ำตาล แล้วก็ซอสหอย
นางรม หมักปีกไก่ราว ๆ 1 ชั่วโมง
เมื่อหมักไก่ได้ที่แล้ว นำปีกไก่มาคลุกกับแป้งทอดกรอบ แล้วนำลงทอดในน้ำมันร้อน ทอดจนกระทั่งสีเหลืองสวย ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน

ปรุงซอส + ผัดปีกไก่เหล้าแดง
นำซอสพริก ซอสมะเขือเทศ ซีอิ๊วดำ น้ำเปล่า และเหล้าจีนมาผสมให้เข้ากัน
ตั้งกระทะให้ร้อน นำซอสลงไปผัดสักครู่ ตามด้วยนำปีกไก่ทอดลงไปคลุกเคล้ากับซอสให้ทั่ว

จัดเสิร์ฟ
นำปีกไก่เหล้าแดงที่ผัดเสร็จแล้วตักใส่จาน โรยต้นหอม และงาขาวคั่วด้านบน เพียงเท่านี้ “ปีกไก่เหล้าแดง” ของเราก็พร้อมรับประทานแล้วจ้ะ! อ่

ผัดโป๊ยเซียน

ผัดโป๊ยเซียน
ผัดโป๊ยเซียน

วัตถุดิบ ผัดโป๊ยเซียน
กุ้งสด 8 ตัว
แครอท ½ หัว
กะหล่ำปลี ½ หัว
ต้นหอม 1 ถ้วย
เห็ดหูหนูดำ 1 ถ้วย
วุ้นเส้น 1 ถ้วย
หอมหัวใหญ่ 1 หัว
ดอกไม้จีน ½ ถ้วย
น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
เหล้าจีน 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ ผัดโป๊ยเซียน
ผัดกุ้ง
นำกระทะขึ้นตั้งไฟปานกลาง เทน้ำมันพืชลงไป ตามด้วยหอมหัวใหญ่ ผัดจนหอม
ใส่เหล้าจีนลงไป ตามด้วยกุ้งสด และผัดจนสุก

ผัดผัก
ใส่แครอท กะหล่ำปลี ดอกไม้จีน เห็ดหูหนู และวุ้นเส้น
ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลทราย และซอสหอยนางรม

จัดเสิร์ฟ
โรยต้นหอม และขึ้นฉ่าย
ตักใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

เป็ดตุ๋นเกาลัด

เป็ดตุ๋นเกาลัด
เป็ดตุ๋นเกาลัด

วัตถุดิบ เป็ดตุ๋นเกาลัด
น่องเป็ดติดสะโพก 2 น่อง
เกาลัดสุก 60 กรัม
เห็ดหอมลวก 40 กรัม
แคร์รอตหั่นแว่น 50 กรัม
เก๋ากี้ 20 กรัม
กระเทียมทุบพอแตก 15 กรัม
ขิงหั่นแว่น 20 กรัม
อบเชย 15 กรัม
โป๊ยกั๊ก 5 ดอก
เกลือ 1 ช้อนชา
ซีอิ๊วขาว 1 ½ ช้อนโต๊ะ
ซีอิ๊วดำ ½ ช้อนชา
น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
ยอดผักคะน้าฮ่องกงลวก 7 ต้น
คนอร์ ซุปรสหมูก้อน 1 ก้อน
น้ำเปล่า 3 ถ้วยตวง
น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
ผักชีสำหรับตกแต่ง

วิธีทำ เป็ดตุ๋นเกาลัด
ผัดเครื่องเทศ + ทำน้ำซุป
เทน้ำมันใส่หม้อรอให้ร้อน นำกระเทียม ขิง อบเชย โป๊ยกั๊ก ลงผัดพอหอม
เทน้ำ ไป ลงไปในหม้อ ที่ผัดเครื่องเทศไว้ แลก็ตามด้วย ใส่ ปรุงรสหมูก้อน แต่งรสด้วยเกลือ ซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ และก็น้ำตาลปีบ คนจนเข้ากัน

ตุ๋นเป็ด
นำ น่อง เป็ดติด สะโพก เห็ดหอมลวก แคร์รอตหั่นแว่น เก๋ากี้ลงไปตุ๋นในหม้อน้ำซุปที่ปรุงไว้ ต้มเป็ด โดยประมาณ 20 นาที ให้ใส่เกาลัดตาม ลง ไป ต้มต่ออีก 30 นาที หรือ จนกระทั่ง เนื้อ เป็ดยุ่ย จากที่ เพื่อนพ้องๆ ปรารถนา จ้ะ

จัดเสิร์ฟ
ตักน่องเป็ดติดสะโพก ตามด้วยเกาลัด แคร์รอต และยอดผักคะน้าฮ่องกงลวกจัดใส่จาน ราดด้วยน้ำซุปที่ตุ๋นเป็ด ตกแต่งด้วยผักชี เพียงเท่านี้เป็ดตุ๋นเกาลัดเป็นอันเสร็จเรียบร้อยค่า

ufabet login