Categories
ดูหนังออนไลน์ฟรี

รีวิวหนัง มหา’ลัยเหมืองแร่ หลักสูตรชีวิตนอกรั้วมหาวิทยาลัย หนังดีของคนไทย

รีวิวหนัง มหา’ลัยเหมืองแร่ หลักสูตรชีวิตนอกรั้วมหาวิทยาลัย หนังดีของคนไทย

หนังมหา’ลัยเหมืองแร่: โลกกรรมกรสุดโรแมนติกของชนชั้นกลาง

รีวิวหนัง  เรื่องราวในภาพยนตร์นั้นถ่ายทอดชีวิตของคนในเหมืองมาเรื่อยๆ และเรียบง่ายมาก แต่ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าน่าเบื่อแต่อย่างใด เพราะมีจุดที่ทำให้รู้สึกสนุกขบขันสอดแทรกเข้ามาได้อย่างลงตัว ซึ่งชีวิตคนเหมืองก็ออกแนวไปทางสำมะเลเทเมาค่อนข้างเยอะ ไม่ว่าจะเป็นระดับกรรมกร หรือระดับเจ้านาย เพราะด้วยวิถีชีวิตที่ทำงานหนัก เจอแต่สิ่งเดิมๆ ซ้ำซาก ขาดความบันเทิงใจ การดื่มเมามายกับเพื่อนฝูงจึงเป็นอะไรที่น่าจะปลอบประโลมใจที่แสนเหว่ว้าให้ยังอยากมีชีวิตอยู่ได้ดีที่สุดแล้ว

แต่มีพบก็ต้องมีจาก…แม้ตอนจบดูเหมือนว่าจะต้องพบเจอกับความล้มเหลวอีกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับเป็นความน่าภาคภูมิใจที่เหมือนว่า เป็นการจบการศึกษาของเขาจริงๆ ใน 3 ปี 11 เดือน ที่สอนอะไรมากมายให้กับชีวิตเขา ทั้งความรู้ ความอดทนกับทุกอย่างที่ทำมา ไม่มีคำว่าสูญเปล่าเลยสักนิด เป็นความทรงจำที่แสนจะมีค่า แม้ว่าตอนแรกตั้งใจว่าจะมาทำงานเก็บเงิน แต่ท้ายที่สุดก็ยังทำไม่สำเร็จอยู่ดีก็ตาม เขาเติบโตขึ้นเยอะมาก ในเมื่อเขาผ่านการทดสอบสุดหินจากมหาวิทยาลัยแห่งนี้ไปได้แล้ว ก็คงไม่มีอะไรที่ยากลำบากในชีวิตที่เขาจะข้ามผ่านมันไปไม่ได้อีกแล้วล่ะนะ

ในวันที่ผู้เขียนจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัย กลับรู้สึกโหวงๆ ไม่มั่นใจกับการที่จะออกไปเผชิญกับการทำงานในโลกจริงๆ เลย รู้สึกว่าตัวเองยังไม่พร้อม มีความรู้ไม่พอด้วยซ้ำ ลองเทียบกับชีวิตของคุณดูสิ มีสถานที่ไหนที่เป็นเสมือนมหาวิทยาลัยที่สอนคุณ และให้ความรู้กับคุณได้ยิ่งกว่าการเรียนในมหาวิทยาลัยบ้าง แล้วคุณจะยิ่งเข้าใจแก่นแท้ของหนังเรื่องนี้ที่จะสอนใจคุณได้เป็นอย่างดี เป็นหนังที่สร้างแรงบันดาลใจควรค่าแก่จดจำไปอีกนานเท่านานเลย

“ผมเอาชีวิตไปหั่นไว้ในเหมืองแร่ถึง 4 ปีเต็ม เป็น 4 ปีที่คนธรรมดาจะเรียนจบมหาวิทยาลัยได้สบายๆ แต่ที่เหมืองแร่สำหรับผมแล้ว มันไม่มีใบคู่มือรับรองใดๆ เลย นอกจากแผลคู่มือ ที่คนอื่นไม่มีทางรู้เลยว่ามันเกิดจากอะไร”

ย้อนกลับไปในวันที่ 26 พฤษภาคม 2548 หรือวันนี้เมื่อ 14 ปีที่แล้ว คือวันที่ภาพยนตร์มหา’ลัย เหมืองแร่ (The Tin mine) ภาพยนตร์แนวดราม่ากรุ่นกลิ่น ‘คัมมิง ออฟ เอจ’ ผ่านฝีมือการกำกับและเขียนบทโดย เก้ง-จิระ มะลิกุล เข้าฉายเป็นวันแรก

มหา’ลัย เหมืองแร่ ดัดแปลงมาจากหนังสือรวมเรื่องสั้นชุด เหมืองแร่ ชื่อ ตะลุยเหมืองแร่ ของ อาจินต์ ปัญจพรรค์ ซึ่งถูกยกย่องให้เป็นหนึ่งในหนังสือ 100 เล่มที่คนไทยควรอ่าน

เนื้อหาว่าด้วยช่วงชีวิตสุดพลิกผันของ อาจินต์ ปัญจพรรค์ หลังถูกรีไทร์จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ ปี 2 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อนั้นเองที่อาจินต์ต้องนำพาชีวิตเดินทางไกลจากเมืองหลวง แล้วไปสิ้นสุดลงที่ ‘เหมืองกระโสม ทิน เดรดยิง’ อำเภอตะกั่วทุ่ง ตำบลกระโสม จังหวัดพังงา เหมืองแร่ดีบุกในยุคที่กิจการเหมืองแร่ในไทยยังเฟื่องฟู เพื่อเริ่มต้นลงทะเบียนเรียนรู้ ณ สถานศึกษาแห่งใหม่ มหาวิทยาลัยแห่งชีวิตที่อาจินต์ต้องเรียนรู้ด้วยตัวเองผ่านการทำงาน

ทุกวัน ทุกเดือน ทุกปีที่ข้ามผ่าน คือวิชาที่ไม่เคยมีตำราเล่มไหนบอกสอน แบบฝึกหัดที่ต้องใช้แรงกาย ลมหายใจ และหัวใจเข้าแลก สำคัญที่สุดคือการได้เรียนรู้คุณค่าของชีวิตและมิตรภาพจากเจ้านายและเพื่อนร่วมงาน ‘เหมืองกระโสม ทิน เดรดยิง’ ไม่มีใบปริญญามอบให้ มีเพียงเกียรติยศและความภาคภูมิใจส่วนตัว มอบไว้ให้เมื่อหันหลังจากมา…

ปี 2496 อาจินต์เดินทางกลับกรุงเทพฯ หลังจากใช้ชีวิตอยู่ที่เหมืองกระโสมนาน 3 ปี 11 เดือน ต่อมาในปี 2497 เขากลั่นประสบการณ์เกือบ 4 ปี ถ่ายทอดเป็นตัวหนังสือผ่านเรื่องสั้นชุด ‘เหมืองแร่’ พิมพ์ในนิตยสาร ‘ชาวกรุง’ ตลอด 30 ปี อาจินต์เขียนเรื่องสั้นเหมืองแร่อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งสิ้น 142 ตอน ก่อนที่ในเวลาต่อมา เก้ง-จิระ มะลิกุล ซึ่งเป็นแฟนหนังสือ จะนำเรื่องราวชีวิตของอาจินต์มาถ่ายทอดอีกครั้งในรูปแบบภาพยนตร์

ในปีที่หนังเข้าฉาย อาจินต์ ปัญจพรรค์ ในวัย 77 ปี บอกเล่าเหตุผลที่เขายอมให้งานเขียนสุดรักซึ่งกลั่นออกมาจากความทรงจำวัยหนุ่ม ถูกนำมาถ่ายทอดเป็นภาพยนตร์ไว้อย่างน่าสนใจว่า

: อาจินต์ ปัญจพรรค์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ปี 2534 ผู้เขียนเรื่องสั้นชุด เหมืองแร่ ชื่อ ตะลุยเหมืองแร่ ถ่ายรูปคู่กับ พิชญะ วัชจิตพันธ์ นักแสดงหน้าใหม่ผู้เข้ามารับบทบาทเป็นตัวเขาเองในภาพยนตร์

‘เหมืองแร่’ เป็นหนังสืออีโมชัน มันเกิดจากมันสมอง และความโฮมซิกของผม ไม่มีแอ็กชันทางการแสดง แต่นายเก้งเขาบอกว่ามี ผมถามเขาว่าแอ็กชันคืออะไร เขาบอกผมว่า ฝนตกเจ็ดวันเจ็ดคืน แอ็กชันของมันคือถนนขาด สะพานพังต้องทำใหม่ และเรือขุดจมนั่นคือสุดยอดแอ็กชัน ทันทีที่ผมได้ฟังก็รู้สึกว่าเขาเล็งลึก ไอ้ผมมันเล็งแต่ตัวหนังสือ เขาเล็งการกระทำ เขามองอย่างนัยน์ตานักสร้างหนัง”

“ผมเชื่อมือเขา และตั้งแต่เขาเริ่มทำงานผมไม่ไปเกี่ยวข้องกับเขา เพราะตัวหนังสือของผมเดินด้วย ก.ไก่ ข.ไข่ แต่นายเก้ง งานเขาเดินด้วยฟิล์ม มันคนละอาชีพ ผมจะไม่พูดถึงงานของเขา ผมจะคอยดูในจอเท่านั้น หน้าที่ของผมหมดแล้วตั้งแต่ตกลงขาย (ลิขสิทธิ์บทประพันธ์) ทีนี้ดีหรือไม่ดี ตัวใครตัวมัน”

หลังจากถ่ายทำนานกว่า 3 เดือน โดยใช้งบประมาณการสร้างสูงถึง 70 ล้านบาท ในที่สุดภาพยนตร์ มหา’ลัย เหมืองแร่ ก็เสร็จสมบูรณ์และออกฉายในเดือนพฤษภาคม 2548

ผลงานที่ปรากฏบนจอภาพยนตร์ คืองานโปรดักชันที่ละเอียด ละเมียด สมจริง ผ่านทีมนักแสดงที่ถูกคัดเลือกมาอย่างดี โดยได้ พิชญะ วัชจิตพันธ์ นักแสดงหน้าใหม่เข้ามาสวมบทบาท อาจินต์ ปัญจพรรค์ และได้นักแสดงสมทบชั้นดีอย่าง สนธยา ชิตมณี, ดลยา หมัดชา, แอนโทนี โฮวาร์ด กูลด์, นิรันต์ ซัตตาร์ ฯลฯ

ในแง่ผลตอบรับด้านรายได้ แม้ว่า มหา’ลัย เหมืองแร่ จะเป็นหนังที่ล้มเหลว โดยเมื่อจบโปรแกรมฉาย หนังทำรายได้เพียง 30 ล้านบาท แต่ถึงอย่างนั้น หนังกลับได้รับเสียงวิจารณ์ที่ดีเยี่ยม ในปีนั้น มหา’ลัย เหมืองแร่ กวาดรางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ ครั้งที่ 15 ไปได้ถึง 6 รางวัล โดยเฉพาะสาขาหลักอย่าง ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และผู้กำกับยอดเยี่ยม มากไปกว่านั้นแม้เวลาจะผ่านมาถึง 14 ปี แต่หนังยังคงถูกจดจำและยกย่องในฐานะภาพยนตร์ไทยชั้นดีที่หยิบขึ้นมาดูกี่ครั้งก็ยังลึกซึ้งกินใจอยู่เสมอ ดูหนังออนไลน์ 

Categories
ดูหนังออนไลน์ฟรี

รีวิวภาพยนตร์ Top Secret วัยรุ่นพันล้าน หนังสร้างแรงบันดาลใจ

รีวิวภาพยนตร์ Top Secret วัยรุ่นพันล้าน หนังสร้างแรงบันดาลใจ

รีวิวภาพยนตร์ Top Secret วัยรุ่นพันล้าน

รีวิวภาพยนตร์ ย้อนกลับไปปี พ.ศ.2543 ต๊อบก็เหมือนเด็ก ม.ปลาย ติดเกมออนไลน์ทั่วไป วันหนึ่ง มีคนมาขอซื้อไอเทมภายในเกมจากเขาด้วยเงินจริง ต๊อบจึงขอใช้บัญชีเงินฝากของลุงเทือง พ่อบ้านผู้จงรักภักดี ในการหาเงินจากเกมออนไลน์อย่างเป็นล่ำเป็นสันถึงขั้นถอยรถป้ายแดงจนเป็นร่ำลือไปทั่วโรงเรียนในพริบตา ต๊อบมัวหาเงินจากเกมจนสอบเข้ามหาวิทยาลัยรัฐไม่ได้ ครั้นจะส่งตัวเองเข้ามหาวิทยาลัยเอกชน ตัวละครในเกมก็โดนผู้ให้บริการแบนพอดี เนื่องจากการซื้อขายไอเทมด้วยเงินจริงนั้นผิดกฎระเบียบของเกมดังกล่าว ครั้นจะขายเครื่องเล่นดีวีดีก็ถูกพิษของเครื่องจีนแดงเล่นงานหมดตูด

ต๊อบที่พึ่งบอกปัดเงินช่วยเหลือจากพ่อด้วยทิฐิ จำต้องแอบขโมยพระเครื่องไปปล่อยเพื่อหาเงินค่าลงทะเบียนได้เงินมา 1 แสนบาท แต่เอาเข้าจริงๆ ต๊อบก็ไม่ค่อยได้เรียนเท่าไร เพราะมัวแต่คิดวิธีหาเงินเพื่อไปไถ่พระเครื่องของพ่อกลับคืนมา
ต๊อบเสียค่าโง่ตั้งแต่ก้าวแรกเมื่อไปซื้อเครื่องคั่วเกาลัดอัตโนมัติราคา 3 หมื่นบาทมาในราคา 1 แสนบาท เอาล่ะ ก้าวแรกพลาดไปแล้ว ก้าวที่สองคือการตะลุยเยาวราช เพื่อขโมยเคล็ดวิชาคั่วเกาลัดจากแผงลอยต่างๆ แบบครูพักลักจำ จนต๊อบสำเร็จวิชาคั่วเกาลัดได้อร่อยเหาะ ก้าวที่สามคือการหาที่วางขายสินค้าในห้างซูเปอร์สโตร์ ซึ่งต๊อบก็โดนหลอกขายที่ตั้งบูธในทำเลไม่ดี
ก้าวที่สี่จึงต้องหากลยุทธ์ดึงดูดความสนใจจน “เกาลัดเถ้าแก่น้อย” มียอดขายพุ่งพรวด ต๊อบรีบขยายสาขาโดยไม่ฟังคำทักท้วงของลุงเทืองจนเกิดปัญหาขึ้นจริงๆ และก็ไม่สามารถหาทางแก้ไขที่เหมาะสมได้ ห้างจึงยกเลิกสัญญาเช่าพื้นที่ขายของต๊อบทุกสาขา เคราะห์ซ้ำกรรมซัดต่อเนื่อง เมื่อทางบ้านติดหนี้ 40 ล้านบาท พ่อแม่ของเขาตัดสินใจหนีหนี้ไปอยู่เมืองจีน

แต่ต๊อบปฏิเสธ โดยครั้งนี้เขายอมที่จะเป็น “ลูกจ้าง” ของพ่อเพื่อเรียนหนังสือต่อแต่โดยดี
แต่สายเลือดพ่อค้าอย่างเขามีหรือจะเลิกราง่ายๆ สาหร่ายแผ่นที่แฟนสาวซื้อมาให้ลองชิมจุดประกายให้ต๊อบเปลี่ยนมาประกอบอาชีพรับสาหร่ายทอดมาขาย แต่สินค้าดังกล่าวเก็บได้ไม่กี่วันก็เหม็นหืน บอกให้ผู้ผลิตแก้ไขก็ไม่ได้รับความสนใจ ต๊อบจึงลงมือทอดสาหร่ายขายเสียเอง แต่กว่าจะประสบความสำเร็จก็แทบรากเลือด ขายของใช้ส่วนตัวประทังชีวิตจนเกือบหมด แม้สาหร่ายทอดจะขายดิบขายดี แต่ยังไม่มากพอที่จะปลดหนี้และไถ่ถอนบ้านที่ถูกยึดไปได้ ต๊อบตัดสินใจนำเสนอสินค้าเพื่อจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น แต่ก็ถูกผู้จัดการตีตกรอบแรกอย่างอนาถไม่ว่าเรื่องของราคา

แพคเกจ และแนวความคิดที่นำเสนอแบบท่องจำ ถ้าเป็นเด็กที่ถูกเลี้ยงดูมาแบบไม่เคยเจอความยากลำบากอาจกระโดดตึกตายไปแล้ว แต่ไม่ใช่ต๊อบที่ยังฮึดสู้กลับไปปรับปรุงผลิตภัณฑ์ใหม่อีกครั้งจนผ่านการคัดเลือกในรอบแรกสำเร็จ
ถ้าเป็นการ์ตูนก็คงจบ Happy Ending แต่โลกแห่งความเป็นจริงไม่ง่ายเช่นนั้น ต๊อบต้องมีโรงงานที่ผ่านมาตรฐาน GMP

สามารถผลิตสินค้าได้ตามจำนวนที่กำหนดและขนส่งได้ตามเวลา แล้วเรื่องราวก็ย้อนกลับไปยังวรรคแรก คุณในฐานะเจ้าหน้าที่อนุมัติสินเชื่อรู้สึกนับถือหมอนี่จริงๆ แต่ปัญหาคือต๊อบพึ่งอายุ 19 ยังไม่ถึงเกณฑ์ปล่อยกู้แถมหลักทรัพย์ที่เอามาค้ำประกันก็เป็นโฉนดติดจำนองอีกต่างหาก ให้ตายอย่างไรคุณก็ปล่อยเงินกู้ไม่ได้ เส้นตายก่อนเซเว่นอีเลฟเว่นจะเดินทางมาตรวจสอบโรงงานที่ยังไม่มีตัวตนของต๊อบก็ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว…

ไม่บ่อยนักที่เราจะได้เห็นหนังไทยที่พูดถึงชีวประวัติของคน ๆ หนึ่ง หรือดัดแปลงมาจากเรื่องจริง อาจเพราะด้วยความเสี่ยงในหลาย ๆ ด้านทำให้ทั้งทางค่ายหลีกเลี่ยงที่จะหยิบนำวัตถุดิบเหล่านี้มาสร้าง แต่หากจะให้พูดถึงหนึ่งในหนังแนวชีวประวัติของไทยที่โด่งดังในยุคนี้ ทุกคนคงต้องนึกถึง “Top Secret วัยรุ่นพันล้าน” ขึ้นมาเป็นชื่อแรก ๆ อย่างแน่นอน เพราะหนังเรื่องนี้ไม่เพียงแต่เป็นหนังที่ยากที่จะหาหนังไทยแนวนี้ให้ดูบ่อย ๆ แล้ว แต่ข้อคิด และแรงบันดาลใจที่ได้จากหนังเรื่องนี้ก็ยังเป็นที่ตราตรึงใจผู้ชมหลาย ๆ คนมาจนถึงทุกวันนี้

Top Secret ดัดแปลงมาจากเรื่องราวชีวิตจริงของ ท็อป อิทธิพัทธ์ หนึ่งในเศรษฐีไทยที่อายุน้อยที่สุด เจ้าของแบรนด์สาหร่ายอันดับต้น ๆ ของไทยอย่าง “เถ้าแก่น้อย” โดยหนังจะพาเราไปพบกับช่วงชีวิตตั้งแต่ที่ ท็อป ยังเป็นเด็กมัธยม ที่หารายได้หลักแสนจากการเล่นเกมออนไลน์ ก่อนที่นั่นจะเป็นจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ในการเติบโตเป็นนักธุรกิจของเขา จนกระทั่งวันหนึ่ง ท็อปก็ได้รู้ว่าครอบครัวของเขาได้เป็นหนี้ก้อนใหญ่ จนทำให้พ่อและแม่ต้องเดินทางไปใช้ชีวิตที่ต่างประเทศ ในขณะที่ ท็อปที่ในตอนนั้นยังเรียนไม่จบ เพราะต้องดร็อปมาทำงานเพื่อชดใช้หนี้ การลองผิดลองถูกของ ท็อปเพื่อสร้างแบรนด์สาหร่ายของตัวเองก็ได้เริ่มขึ้น

หนังเป็นผลงานการกำกับของ ย้ง ทรงยศ สุขมากอนันต์ ผู้กำกับจาก เด็กหอ และซีรีส์ Hormones วัยว้าวุ่น season 1 พร้อมได้ เต๋อ นวพล ธำรงค์รัตนฤทธิ์ มารับหน้าที่เขียนบท ด้วยการร่วมมือของมือกำกับที่ประณีต มีผีมือ และมือเขียนบทที่เต็มไปด้วยความสร้างสรรค์ ทำให้หนังเรื่องนี้ เต็มไปด้วยสีสัน ความสนุก ที่ถือว่าใหม่ สำหรับหนังไทยในตอนนั้น

ก่อนอื่นต้องขอพูดถึงบทหนังของเรื่องนี้ โดยด้านบทนั้น ได้มีการดัดแปลงชีวิตจริงของ ท็อป เถ้าแก่น้อย ด้วยการยังคงเหตุการณ์จริงที่สำคัญ ๆ บางส่วนเอาไว้ และเพิ่มเติมความขัดแย้ง ปมปัญหาบางส่วนในแบบภาพยนตร์เข้าไปให้หนังดูมีสีสันมากยิ่งขึ้น ทั้งการพยายามพิสูจน์ตัวเองในวงการธุรกิจของท็อป การฝ่าฟันอุปสรรค และความล้มเหลวมากมาย นอกจากนี้หนังยังสามารถหยิบเรื่องราวที่ดูเฉพาะกลุ่มอย่างการค้าขาย การทำธุรกิจมานำเสนอให้ออกมาเข้าใจง่าย น่าติดตามตลอดทั้งเรื่อง

จุดเด่นจุดแข็งของหนังเรื่องนี้คือการนำเสนอเรื่องราวผ่านมุมมองของตัวละครที่เป็นเด็กวัยรุ่น ท่ามกลางโลกของผู้ใหญ่ ซึ่งนั่นทำให้หนังมีความเป็น Coming-of-Age ที่ดีมากเรื่องหนึ่ง เพราะส่วนใหญ่ของหนังแนวนี้ มักจะพูดถึงเรื่องราวความรัก มิตรภาพ หรือการสูญเสีย แต่สำหรับ วัยรุ่นพันล้าน หนังพาเราไปพบกับการเดินตามความฝัน การสู้ชีวิตของเด็กวัยรุ่นที่ถูกนำเสนอออกมาได้อย่างครบรส หนังมีดราม่าครอบครัวที่ทำออกมาได้ชวนซาบซึ้ง มิตรภาพของคนต่างวัยระหว่างท็อป และลุงเทือง(รับบทโดย เปี๊ยก โปสเตอร์) ที่ทำให้คนดูต่างหลงรัก และวิธีการฝ่าฟันปัญหา อุปสรรคในแบบของวัยรุ่น ทำให้หนังสามารถเข้าถึงคนดูส่วนใหญ่ได้ ไม่ว่าจะไม่วัยรุ่น หรือผู้ใหญ่ก็ตาม

19377595565

รีวิวภาพยนตร์ ด้านการแสดงของทีมนักแสดงนำในเรื่องนี้ต่างก็สามารถถ่ายทอดบทบาทออกมาได้น่าชื่นชมทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น พีช พชร ที่รับบทเป็น ท็อปก็สามารถแบกรับหนังทั้งเรื่องออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยความที่ตัวละครท็อป และชีวิตจริงของพีช ที่มีความเป็นคนไทยเชื้อสายจีนอยู่แล้ว ทำให้ในการถ่ายทอดบทบาทลูกคนจีนของ พีช ในเรื่องนี้ออกมาดูเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้บท ท็อปในเรื่องนี้ก็มีดราม่าที่หนักหน่วงพอ ๆ กับบท วินจาก Hormones วัยว้าวุ่น ซึ่งในเรื่องนี้พีช ก็ถ่ายทอดบทสู้ชีวิตออกมาได้ทรงพลัง หนักแน่น จนบทท็อปได้กลายเป็นอีกหนึ่งบทบาทการแสดงที่ยอดเยี่ยมที่สุดของ พีช พชร มาจนถึงทุกวันนี้

อีกหนึ่งบทบาทการแสดงที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้ ก็คงไม่พ้นบท ลุงเทือง ที่เป็นการกลับมาแสดงภาพยนตร์หลังเว้นช่วงไปนานกว่า 40 ปี ซึ่งบทลุงเทือง ได้กลายเป็นตัวละครที่คนดูหลายคนล้วนหลงรัก ประทับใจ ในการถ่ายทอดบทบาทที่เป็นธรรมชาติ และเป็นตัวละครสำคัญที่ช่วยผลักดันเรื่องราวกรสู้ชีวิตในครั้งนี้ให้ออกมามีสีสันมากยิ่งขึ้น

หนังอาจยังคงคอนเซปต์ของหนังจาก GTH ที่มีความฟีลกู้ด สูตรสำเร็จที่ใครที่ดูหนังค่ายนี้บ่อย ๆ ก็คงเดาทิศทางได้ไม่ยาก แต่อย่างไรก็ตาม Top Secret ถือว่าเป็นหนังไทยที่นานทีปีหนจะมีมาให้ชม สำหรับใครที่อยากลองหาหนังสร้างแรงบันดาลใจดี ๆ สักเรื่อง ที่ให้ทั้งความสนุก บันเทิง และให้แง่คิด ให้เราหันกลับมาสู้ชีวิตทำตามความฝันอีกครั้ง หนังไทยเรื่องนี้ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง หากใครยังไม่ได้ดูละก็ อย่ารอช้า

โดยปกติแล้วหนังฟอร์มหลักของ GTH ที่มักจะเน้นการเขียนบทและสร้างเรื่องด้วยตัวเอง (Original Score) แต่กับ “วัยรุ่นพันล้าน” หนังชีวประวัติของ ต๊อบ อิทธิพัฒน์ เจ้าของธุรกิจสาหร่ายเถ้าแก่น้อย เป็นหนังที่ต้องเล่นไปตามเนื้อเรื่องที่มีตัวตนอยู่แล้ว

เพียงแต่ขึ้นอยู่กับการแปลงบทหนังว่าจะให้มันมีอารมณ์ร่วม หรือแทรกแง่มุมได้น่าสนใจแค่ไหน คล้ายกับกรณี The Social Network

หนังเข้าในจังหวะที่ต้องบอกว่า “โคตรซวย” เพราะน้ำท่วมกรุงเทพฯ แบบพี๊กมาก ทุกคนตื่นเต้นแต่กับน้ำท่วม เขตไหนประกาศอพยพ ฯลฯ จนไม่มีอารมณ์มาดูหนังกัน
เห็นชื่อน้องพีช พชร แสดงเป็นพระเอกแล้วแปลกใจนิดหน่อย เพราะเพิ่งเปิดตัวมาจาก Suck Seed ได้ไม่นาน จากฝีมือในเรื่องนี้ก็ต้องบอกว่าทำได้พอผ่าน
นางเอกน้องมุกไหม (วลันลักษณ์ คุ้มสุวรรณ) ที่น่ารักโฮก แต่ออกมาบทน้อยยยยยย จนแทบไม่มีบทบาทในหนังอะไรเลย
เนื้อเรื่องน่าติดตามอยู่แล้ว เพราะชีวิตของต๊อบมันก็ค่อนข้างเหลือเชื่อจริงๆ
แทรกโฆษณาได้น่าเกลียดพอสมควร ถึงเราจะรู้กันอยู่แล้วว่าเถ้าแก่น้อยโตได้เพราะเซเว่นอีเลฟเว่นก็ตามเถอะ

ชอบจังหวะสร้างอุปสรรคต่อการไปต่อข้างหน้า มันดูมืดมนและไม่รู้ทางออกจริงๆ (ทั้งที่เรารู้ว่าสุดท้ายตอนจบพระเอกรวย)
การใช้สัญลักษณ์อย่างเจ้าแม่กวนอิม หรือความเชื่อในการไม่ต้องคิดอะไรมาก แม้ไม่เด่นมาก แต่ก็ออกมาดูดีมีจังหวะ
บทหนังแน่นเกินไป หลายจังหวะดูจะรีบยัดๆ เข้ามา ข้อเสียคือมันหาจุดไคลแม๊กส์ไม่เจอเสียที ออกมาจากโรงจะหาไม่เจอว่าเราจำอะไรเด่นๆ จากหนังได้บ้าง
โดยรวมแล้วชอบเรื่องวัยรุ่นพันล้านนะครับ เป็นหนังดีและแนะนำให้ดูได้ทุกเพศทุกวัย อย่างน้อยก็ทำให้เราได้แรงบรรดาลใจ ว่าการสร้างตัวเองจนกว่าจะมีทุกวันนี้ได้นั้น ไม่มีหรอกที่ได้มาด้วยโชคหรือความบังเอิญ
พรุ่งนี้รวย … ไม่มีจริงหรอกครับ แต่เราคงต้องเริ่มจากวันนี้ตะหาก ดูหนังออนไลน์ 

Categories
ขนม ของหวาน

คัพเค้กครีมบลูเบอร์รี สูตรโฮมเมดที่ใช้น้ำมันรำข้าวจนได้เป็นเนื้อสปันจ์

คัพเค้กครีมบลูเบอร์รี สูตรโฮมเมดที่ใช้น้ำมันรำข้าวจนได้เป็นเนื้อสปันจ์

เค้กมินิมอล

ทั้งทรงกลมแบบเดิม เป็น 3 มิติโดดเด่น หรือจะตัดแบ่งเป็นชิ้นพอดีคำ ไปจนถึงแบบเรียบ ๆ แต่ดูดีในสไตล์มินิมอล เน้นความอร่อยที่เนื้อเค้กและท็อปปิ้งสำหรับตกแต่ง แถมวิธีทำก็ง่ายดาย ไม่ยุ่งยาก จะทำให้เป็นเค้กวันเกิดกินในครอบครัว ของฝากสำหรับญาติเพื่อนฝูง หรือจะทำขายเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้ก็เข้าท่า วันนี้เราจึงได้รวบรวมสูตรเค้กมินิมอลสุดคิวต์อร่อย ๆ ที่แสนง่ายมาฝากกัน

ส่วนผสม คัพเค้ก

  • ไข่ไก่ (เบอร์ 2) 4 ฟอง
  • น้ำตาลทราย 100 กรัม
  • เกลือ 1/4 ช้อนชา
  • กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
  • นมจืด 70 มิลลิลิตร
  • แป้งเค้ก 135 กรัม
  • ผงฟู 1+1/2 ช้อนชา
  • สารเสริม SP หรือ โอวาเล็ต 12 กรัม
  • น้ำมันรำข้าว 80 มิลลิลิตร

ส่วนผสม สำหรับแต่งหน้า

  • วิปปิ้งครีม 250 กรัม
  • สีผสมอาหารสีตามชอบ
  • ฟิลลิ่งบลูเบอร์รี

วิธีทำ คัพเค้กครีมบลูเบอร์รี

  1.  ตีไข่ไก่ น้ำตาลทราย เกลือป่น นมจืด และกลิ่นวานิลลา ร่อนแป้งกับผงฟูลงไป ตามด้วยสารเสริม SP ตีจนขึ้นฟู และค่อย ๆ เทน้ำมันรำข้าวลงไป ตีต่ออีก 5 นาที
  2. นำส่วนผสมหยอดใส่พิมพ์ และอบที่อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส ใช้ไฟบน-ล่าง ปิดพัดลม เป็นเวลา 25-30 นาที เมื่อครบเวลา นำออกจากพิมพ์ พักไว้จนเย็นสนิท
  3. ทำวิปปิ้งครีม เริ่มจากตีวิปปิ้งครีม (ชนิดหวาน) บนน้ำผสมน้ำแข็งหรือน้ำเย็นจัด ตีจนตั้งยอดแข็ง ผสมสีตามชอบ และเทใส่ถุงบีบ
  4. บีบวิปปิ้งครีม และฟิลลิ่งบลูเบอร์รีหรือรสต่าง ๆ ตามชอบลงบนตัวคัพเค้ก
Categories
ขนม ของหวาน

เค้กเผือก เพิ่มสัมผัสด้วยชั้นเผือกกวนและครีมสด ใครได้กิน เป็นต้องติดใจทุกราย

เค้กเผือก เพิ่มสัมผัสด้วยชั้นเผือกกวนและครีมสด ใครได้กิน เป็นต้องติดใจทุกราย

เค้กมินิมอล

ทั้งทรงกลมแบบเดิม เป็น 3 มิติโดดเด่น หรือจะตัดแบ่งเป็นชิ้นพอดีคำ ไปจนถึงแบบเรียบ ๆ แต่ดูดีในสไตล์มินิมอล เน้นความอร่อยที่เนื้อเค้กและท็อปปิ้งสำหรับตกแต่ง แถมวิธีทำก็ง่ายดาย ไม่ยุ่งยาก จะทำให้เป็นเค้กวันเกิดกินในครอบครัว ของฝากสำหรับญาติเพื่อนฝูง หรือจะทำขายเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้ก็เข้าท่า วันนี้เราจึงได้รวบรวมสูตรเค้กมินิมอลสุดคิวต์อร่อย ๆ ที่แสนง่ายมาฝากกัน

ส่วนผสม เนื้อเค้กสปันจ์

  • ไข่ไก่ (เบอร์ 0) 2 ฟอง
  • น้ำตาลทราย 50-60 กรัม
  • สารเสริมคุณภาพสำหรับทำขนมเอสพี (SP) หรือโอวาเล็ต (Ovalet) 10 กรัม
  • น้ำ 25 กรัม
  • นมสด หรือนมจืด 25 กรัม
  • กลิ่นเผือก 1/2 ช้อนชา
  • แป้งเค้ก 80 กรัม
  • ผงฟู 1 ช้อนชา
  •  สีผสมอาหารสีม่วง
  • เนยเค็มละลาย 80 กรัม

ส่วนผสม เผือกกวน

  • เผือกนึ่ง 400 กรัม
  • น้ำตาลทราย 80 กรัม
  • เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
  • น้ำมันพืช 100 กรัม
  • สีผสมอาหารสีม่วง

ส่วนผสม ครีมสด

  • วิปปิ้งครีม 300 กรัม
  • น้ำตาลไอซิ่ง 30 กรัม

วิธีทำ เค้กเผือก

  1. ตีไข่ไก่ น้ำตาลทราย และสารเสริมคุณภาพเอสพีหรือโอวาเล็ตจนขึ้นฟูหรือสีไข่ดูอ่อนลง
  2. ใส่น้ำ นม และกลิ่นเผือกลงไป ตีต่อประมาณ 5-10 นาที หรือจนส่วนผสมฟูขึ้น 2-3 เท่า
  3. ใส่แป้งที่ร่อนกับผงฟูลงไป เอาตะกร้อตะล่อมเบา ๆ และตีด้วยความเร็วต่ำ จากนั้นใส่สีผสมอาหารสีม่วงลงไป ตีประมาณ 3 นาที หรือจนเข้ากัน และค่อย ๆ ใส่เนยละลายลงไป ตีต่ออีก 3-5 นาที
  4. เทส่วนผสมใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้ อบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 35-40 นาที อบเสร็จแล้วพักไว้ให้เย็นสนิท และนำไปแช่ตู้เย็นเพื่อให้เค้กเซตตัว

วิธีทำเผือกกวน

  1. นึ่งเผือกให้สุกแล้วนำมาบดให้ละเอียด กวนจนได้ส่วนผสมที่ไม่แห้งมากจนเกินไป
  2. เติมน้ำตาลทราย เกลือป่น และน้ำมันพืช กวนทุกอย่างให้ละลายเข้ากัน พอกวนได้ที่แล้วก็ใส่สีผสมอาหารสีม่วง คนให้ทั่วแล้วทำมากรองด้วยตะแกรงอีกที แล้วพักให้เย็น

วิธีทำครีมสดและประกอบตัวเค้ก

  1. ตีวิปปิ้งครีมกับไอซิ่งจนตั้งยอดแข็ง เตรียมไว้
  2. แบ่งเค้กเป็น 2 ชั้น โดยปาดครีมลงไปที่ชั้นแรกก่อน แล้วปาดด้วยเผือกกวนทับลงไปอีกชั้น นำเค้กอีกแผ่นมาวางประกบ ปาดด้วยวิปครีมให้ทั่วทั้งก้อนเค้ก
  3. แต่งหน้าด้วยวิปครีม และเผือกกวนตามใจชอบ หลังจากนั้นแช่ตู้เย็นให้เค้กเซตตัวประมาณ 2 ชั่วโมงก่อนนำมาตัดเสิร์ฟ
Categories
ออกแบบบ้าน

การตกแต่งห้องรับแขก ที่มีขนาดเล็กๆ กฎการออกแบบของห้องนั่งเล่นขนาดเล็ก

การตกแต่งห้องรับแขก ที่มีขนาดเล็กๆ กฎการออกแบบของห้องนั่งเล่นขนาดเล็ก

การตกแต่งห้องรับแขก คุณมีห้องนั่งเล่นในสไตล์ทันสมัยหรือไม่? ใช้เคล็ดลับในการเลือกเฟอร์นิเจอร์และสิ่งที่คุณควรใส่ใจเมื่อซื้อโซฟา? ดูแรงบันดาลใจที่เตรียมไว้สำหรับแนวคิดภาพถ่ายเพื่อช่วยสร้างห้องนั่งเล่นที่สมบูรณ์แบบ

เฟอร์นิเจอร์ห้องนั่งเล่นในสไตล์ที่ทันสมัย ​​- กฎหลักของการเลือก
สไตล์โมเดิร์นในการตกแต่งภายในช่วยให้คุณสามารถจัดระเบียบพื้นที่และมุ่งเน้นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุด วันนี้ผู้คนให้ความสนใจกับเฟอร์นิเจอร์ที่ทันสมัยสำหรับห้องนั่งเล่นที่เต็มไปด้วยความเรียบง่ายและอุปกรณ์เสริมที่หรูหราซึ่งถูก จำกัด ด้วยจำนวนขั้นต่ำที่จำเป็น สไตล์โมเดิร์นมักจะเกี่ยวข้องกับความเรียบง่าย อย่างไรก็ตามบางครั้งมันก็คุ้มค่าที่จะละเมิดข้อตกลงนี้เล็กน้อย การเบี่ยงเบนเล็ก ๆ น้อย ๆ จากกฎนั่นคือการแนะนำขององค์ประกอบหนึ่งตัวอย่างเช่นชิ้นส่วนของเฟอร์นิเจอร์ในสไตล์ที่แตกต่างจะทำให้มีชีวิตชีวาการตกแต่งและให้มันมีเสน่ห์ผสมผสาน

กฎที่ใช้เมื่อเลือกเฟอร์นิเจอร์ห้องรับแขกที่ทันสมัยยิ่งมีขนาดเล็กก็ยิ่งดีซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการออกแบบความสวยงามของห้อง คุณควรปฏิบัติตามหลักการนี้เมื่อเลือกอาหารเสริม เมื่อพูดถึงเก้าอี้หรือเก้าอี้เท้าแขนมันจะดีที่สุดถ้าพวกเขาไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของชุดสันทนาการ – ความหลากหลายบางอย่างจะมีประโยชน์ การผสมผสานที่คัดสรรอย่างพิถีพิถันในเฟอร์นิเจอร์ต่างๆจะไม่ละเมิดการออกแบบที่เรียบง่ายของห้องนั่งเล่น

เฟอร์นิเจอร์ ตกแต่ง สำหรับ ห้องนั่งเล่น ในสไตล์ ทันสมัย: โซฟาครอง
ห้องนั่งเล่น เป็นสถานที่ ที่ผู้คน มักจะรับแขก และ ผ่อนคลาย หลังเลิกงาน การตกแต่ง มันควร จะตรงกับ รสนิยม ของคุณ และเหนือสิ่งอื่นใดฟังก์ชั่น เมื่อตัดสินใจ ที่จะตกแต่ง ห้องนั่งเล่น ในสไตล์ ที่ทัน สมัยควรคำนึงถึง ความจริง ที่ว่ามันถูก กำหนด โดยความเรียบง่าย นั่นควรเป็นเฟอร์นิเจอร์ ตกแต่ง ซึ่งจำเป็น สำหรับ ห้องนั่งเล่น ทุกห้อง ในบ้านสมัยใหม่ พวกเขาส่วนใหญ่ มักจะเลือกโซฟาคู่ และ สามโซฟาดีไซน์เรียบง่าย:

สีเบจ;
สีเทา;
สีขาว;
สีดำ
พวกเขา ยังสามารถ ตกแต่ง ด้วยหมอนตกแต่ง ที่จะตกแต่ง ห้องนั่งเล่น มุมกลับสู่รายการ โปรดเนื่อง จากใช้งานได้จริง พร้อมคุณสมบัติมากมาย รวมถึง ตัวเลือก การนอนหลับ สะดวก เป็นพิเศษหากคุณ ไม่มีห้องพักแยกต่างหาก ในอพาร์ทเมนท์

เฟอร์นิเจอร์ ตู้สำหรับห้องนั่งเล่น ในสไตล์ทันสมัย
เฟอร์นิเจอร์ ตู้สำหรับ ห้องนั่งเล่น ในสไตล์ ทันสมัย แสงออพติก ดังนั้นจึงแตกต่างอย่างมากจากบล็อกผนังเก่า โมดูลจะถูก จำกัด ด้วยขั้นต่ำที่จำเป็น เฟอร์นิเจอร์ห้องนั่งเล่นที่ได้รับ ความนิยม มากที่สุด นั้นมีรูปทรงคล้ายกับรูปสี่เหลี่ยม และสี่เหลี่ยม รวมถึงลิ้นชัก ที่มีทั้งฟังก์ชั่น การใช้งาน และ การตกแต่ง

เฟอร์นิเจอร์ตู้ ที่ทันสมัย สำหรับ ห้องนั่งเล่น ไม่ได้ตกแต่ง มันมีเสน่ห์อยู่ในความเรียบง่าย การตกแต่ง เพียงอย่างเดียว คือ ความเงางาม ไม่มีสถานที่ สำหรับการตกแต่ง ที่จับใจ เครือเถาปูนปั้น ของเก่า พรมนุ่ม หรือลูกไม้ เฟอร์นิเจอร์ ห้องนั่งเล่น ที่ทันสมัย สร้างความประทับใจให้กับรูปร่าง และ สัดส่วน ที่นี่ลำดับปรากฏชัดเจน – ความเรียบง่ายสามารถมองเห็นได้ในทุกองค์ประกอบ

เฟอร์นิเจอร์ห้องรับแขกในสไตล์โมเดิร์น
เฟอร์นิเจอร์ แบบแยกส่วน สำหรับห้องนั่งเล่น มีรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์ และไม่ซ้ำใคร ในสไตล์ทันสมัย เวทมนตร์ ของเธอคืออะไร? เราสามารถรวบรวมเฟอร์นิเจอร์แบบแยกส่วนในรูปแบบที่คุณเลือก สะดวก ในการใช้งานผลิต โดยใช้เทคโนโลยี ล่าสุด และวัสดุที่ทันสมัย

เฟอร์นิเจอร์แบบแยกส่วนสำหรับห้องนั่งเล่นลงตัวในการตกแต่งภายในในสไตล์ทันสมัย ต้องขอบคุณโมดูลที่มีขนาดความลึกและสีที่แตกต่างกันทำให้มีความเป็นไปได้หลายอย่างสำหรับการจัดเรียงเฟอร์นิเจอร์แบบแยกส่วนเป็นทางเลือกของสไตล์ที่ทันสมัยสร้างขึ้นโดยใช้เทคโนโลยีล่าสุด แต่จากวัสดุที่มีคุณภาพ พวกเขาสามารถเคลือบเงาตามคำสั่งซื้อของลูกค้าแต่ละคนขึ้นอยู่กับจานสี RAL ที่มีอยู่ทั่วโลก

ตอนนี้คุณสามารถออกแบบได้ด้วยตัวคุณเอง: ชั้นวางหนังสือชั้นวางทีวีหรือเดี่ยวเลือกจากโมดูลที่มีอยู่มากมายที่เติมเต็มซึ่งกันและกันในรูปทรงและสี แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดที่นี่คืออิสระในการเลือกขนาดขององค์ประกอบ ไม่เพียงแค่นั้นหากด้วยเหตุผลบางอย่างที่คุณพบว่ารูปแบบที่เลือกไม่เป็นไปตามความคาดหวังของคุณคุณควรขยายหรือเปลี่ยนแปลงได้อย่างง่ายดายโดยจัดเรียงองค์ประกอบแต่ละส่วนของอุปกรณ์ใหม่โดยให้ฟังก์ชั่นใหม่ โครงสร้างเฟรมแบบแยกส่วนจะรวมห้องครัวกับห้องนั่งเล่นในหนึ่งห้อง

เฟอร์นิเจอร์แบบแยกส่วนประกอบด้วยองค์ประกอบแบบเปิดและปิด ทางเลือกและสัดส่วนของพวกเขานั้นขึ้นอยู่กับคุณ ด้วยโอกาสเช่นนี้คุณสามารถทำให้ชีวิตง่ายขึ้นมาก ในโมดูลเปิดให้ติดตั้งเฉพาะสิ่งที่คุณต้องการเห็นทุกวันและในโมดูลที่ปิด – ทุกสิ่งที่จะต้องซ่อน ด้วยเหตุนี้องค์ประกอบจึงมีน้ำหนักเบาเนื่องจากโมดูลปิดที่ผสานเข้ากับการเปิด ปรากฎว่าเฟอร์นิเจอร์แบบแยกส่วนที่ทันสมัยคือความสวยงามและการยศาสตร์ในหนึ่งเดียว

มุมห้องรับแขกเฟอร์นิเจอร์ในสไตล์ทันสมัย
ห้องนั่งเล่นถูกใช้อย่างหนักเพื่อการพักผ่อนและผ่อนคลาย แม้ว่าห้องหลักในห้องนี้จะเป็นโซฟาโต๊ะกาแฟขาตั้งทีวีหรือลิ้นชัก แต่ขนาดของอพาร์ทเมนท์มักจะบังคับให้คุณเข้าสู่โครงสร้างที่กว้างขวางมากขึ้นเช่นตู้มุม ตู้เสื้อผ้าดังกล่าวจะกลายเป็นสถานที่เพิ่มเติมสำหรับเสื้อผ้าเตียงหรือเครื่องใช้ในครัวเรือนขนาดใหญ่เช่นเครื่องดูดฝุ่น

หากห้องนั่งเล่นของคุณมีขนาดเล็กตู้เสื้อผ้าพร้อมประตูบานเลื่อนจะดีที่สุด ตู้มุมไม่ควรเกินห้องดังนั้นถ้าเป็นไปได้ให้เลือกมันด้วยสีที่นุ่มนวล โทนสีโอ๊คโซโนมาสีขาวจะช่วยส่องสว่างพื้นที่ อย่าวางตู้เสื้อผ้าไว้ใกล้หน้าต่างเพราะประตูอาจบดบังแสงที่เข้ามา ตู้เสื้อผ้ามุมที่เลือกอย่างถูกต้องจะกลายเป็นผู้ช่วยของคุณช่วยให้คุณรักษาความสามัคคีและความสงบเรียบร้อยในห้อง สิ่งนี้ไม่รบกวนการพักผ่อนหลังจากวันที่ยากลำบาก มันยอดเยี่ยมเมื่อมีมุมฟรีและคุณต้องการใช้

เฟอร์นิเจอร์ ห้องรับแขก สีดำ และ สีขาวในสไตล์ ทันสมัย
เฟอร์นิเจอร์ห้องนั่งเล่นที่ทันสมัยผสมผสานอย่างลงตัวกับเหล็ก, แก้ว, หิน, คอนกรีต, อิฐหรือไม้ที่แปลกใหม่ วัสดุเหล่านี้สามารถเน้นทั้งความรุนแรงและสร้างการแสดงออกที่รุนแรง เฟอร์นิเจอร์ห้องรับแขกสีดำกลมกลืนไปกับ อุปกรณ์สีขาว ในทางกลับกัน เฟอร์นิเจอร์ สีขาว ดูดีด้วยองค์ประกอบตกแต่งสีดำ พวกเขาร่วมกันแสดงออกถึงการออกแบบที่ทันสมัย

สีหลักของสไตล์ทันสมัยคือสีขาวและดำนิรันดร์ เฟอร์นิเจอร์ห้องนั่งเล่นสีขาวและดำเหมาะสำหรับทุกสี: จากสีเทาสีเบจสีเขียวฉ่ำหรือสีแดงสดใส

โชคดีที่เฟอร์นิเจอร์ห้องนั่งเล่นที่ทันสมัยเป็นที่พอใจและสะดวกสบาย ห้องพักมีลักษณะคล้ายกับหน้าปกของนิตยสารออกแบบตกแต่งภายในที่มีชื่อเสียงตรงตามกฎของสไตล์เรียบง่าย ห้องนั่งเล่นที่ทันสมัยควรมีพื้นที่กว้างขวางมีพื้นที่แสงเสรีภาพซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมคนมักปฏิเสธเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่สำหรับห้องนั่งเล่นในทิศทางของการออกแบบแบบแยกส่วน คุณสามารถซื้อแต่ละรายการที่รวมอยู่ในชุดหรือรวมกันของพวกเขา ออกแบบภายใน

Categories
ดูหนังออนไลน์ฟรี

รีวิว รถไฟฟ้ามาหานะเธอ Bangkok Traffic (Love) Story

รีวิว รถไฟฟ้ามาหานะเธอ Bangkok Traffic (Love) Story

รวมรูปภาพของ รถไฟฟ้า มาหานะเธอ รูปที่ 11 จาก 21

รีวิว ในโอกาสที่ครบรอบ 10 ปี BTS ทาง GTH จึงปั้นเรื่องของรถไฟฟ้าของคนเมืองมาผสมกับความรักของสาวเมือง ที่นับวันยิ่งแต่งงานกันน้อยลง ไม่ก็แต่งกันในวัยที่มากขึ้นทุกที อาจด้วยเพราะผู้ชายเมืองหายากขึ้นทุกทีจนต้องแย่งกันคว้า แม้ว่าเหมยลี่จะเจอคนนั้น แต่ความสัมพันธ์ของทั้งสองก็ต้องสะดุดด้วยอุปสรรคหลากรูปแบบ ที่มีพลังพอจะแยกคนสองคนให้เลิกลาจากกันได้

ทั้งเวลาเอย ระยะทางเอย ความผันแปรของจิตใจเอย ทุกอย่างคือสิ่งที่เกิดขึ้นได้จริงกับทุกคน มิน่ามันถึงโดนใจยิ่งนัก

นอกจากดาราแขกรับเชิญหลายคนที่มาช่วยสร้างความฮา (นอกจาก แจ็ค แฟนฉัน ที่เห็นกันในหนังตัวอย่างไปแล้ว) ไปดูเอาเองแล้วกันว่ามีใครบ้าง หนังมีเวลาให้เราสนุกความรักที่แสนฮาไปค่อนเรื่อง ก่อนปิดท้ายด้วยอารมณ์อีกด้านของความรัก แม้จะเตรียมใจมาแค่ไหน ผมก็ไม่วายเสียน้ำตาให้กับมัน ตั้งแต่คำพูดนั้นของเหมยลี่ มาจนถึงตอนจบ น้ำตาไม่เคยเหือดแห้งจางไป ทำให้ผมนึกถึง “Marley & Me” หนังหมาๆ ที่ตั้งใจเล่าเรื่องคนที่ผมเพิ่งได้ดูไป ฮาตลอดเรื่องแล้วมาร้องไห้กันตอนท้าย แต่ “Marley & Me” ก็ไม่ได้ทำให้เราเศร้านานขนาดนี้

นางเอกหมวยๆ…ไม่เอานะเธอ

หลายคนคิดว่าความแข็งแรงของความหมวยในหนังเรื่องนี้จะต้องเป็นแกนหลักในการหานางเอกแน่ๆ แต่จริงๆ แล้วไอเดียการหานักแสดงเรื่องนี้คือสาวตาโตแบบการ์ตูนตาหวาน นักแสดงที่ได้รับการเรียกมาแคสติ้งในรอบแรกจึงเป็นสาวตาโตล้วนๆ กลมดิ๊ก คือถ้าตาใครมีประกายน้ำแบบในการ์ตูนจะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ แต่สุดท้ายไทป์นี้ก็ตกรอบไป เพราะความหมวยยังคงครอบงำหนังเรื่องนี้จนทางโปรดิวเซอร์ไม่สามารถสลัดออกไปได้ ตัวเลือกนักแสดงหมวยจึงทยอยกลับมาอีกครั้ง

ชื่อของ คริส หอวัง ที่ป๊อปอัพมาเป็นชื่อแรกๆ สมัยทีมแคสติ้งเพิ่งได้อ่านบทใหม่จึงกลับมาอีกครั้งในตารางการแคสติ้ง และสุดท้ายชื่อของเธอก็ถูกพิมพ์ลงโปสเตอร์หนังเรื่องนี้ และประทับลงในจิตใจของสาววัย 30 ชาวไทยที่ยังไม่มีแฟนทั่วประเทศ เรียกได้ว่าเป็นไอดอลเลยก็ว่าได้

รถด่วน…ขบวนบางรัก

ผมคุยกับพี่ปิ๊งเล่นๆ ว่า เออ ตอนนั้นที่ผมดูหนัง ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมบ้านคุณลุง (เคน-ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์) มันจะต้องเป็นเกสต์เฮาส์ริมแม่น้ำ พี่เน้นเอาสวยเหรอ พี่ปิ๊งบอกว่า มึงจำไม่ได้เหรอว่าบทร่างแรกๆ ชื่อหนังมันคือ Last Train To Bangrak …อ๋อ ใช่ว่ะ

ชื่อหนังแรกๆ คือ Last Train To Bangrak ตั้งโดย พี่เก้ง-จิระ มะลิกุล แน่นอนว่าฟังง่ายและตรงไปตรงมา นึกถึงเพลงดังที่ร้องว่า เสียงรถด่วนขบวนสุดท้าย และขบวนสุดท้ายนั้นกำลังจะวิ่งไปที่บางรัก คือถ้ามึงไม่ขึ้นขบวนนี้ มึงอาจจะไม่มีความรักแล้วนะ ถ้าเจอคนที่ใช่แล้ว มึงต้องขึ้นแล้วล่ะ เลิกเก๊กได้แล้ว อะไรประมาณนี้

ดังนั้นพี่ปิ๊งเลยเริ่มไปเดินเล่นแถวบางรักจริงๆ ว่ามันมีอะไรแถวๆ นั้นบ้าง บ้านของนางเอกจึงเป็นตึกแถวเหมือนบ้านในย่านนั้น รวมถึงบ้านคุณลุงที่เขียนไว้ว่าจะต้องอยู่ใกล้บ้านเหมยลี่ ก็เลยไปอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา และสุดท้ายสถานีรถไฟฟ้าที่เหมยลี่และคุณลุงขึ้นเป็นประจำจึงเป็นสถานีสะพานตากสิน  ดูหนัง ไทย

เมโลดราม่า…ไม่ได้นะเธอ

พี่ปิ๊งเล่าว่า มึงรู้ไหมว่าตอนนั้นกูมีความพยายามจะทำให้หนังเรื่องนี้ไม่มีฉากน้ำตาร่วงเมโลดราม่าสุดจี๊ด เพราะฉากแบบนี้หนัง GTH ในยุคนั้นมีบ่อยมาก พี่ปิ๊งเลยต้องการ Disrupt

ฟังเสร็จ ผมนั่งคิดว่าในหนัง รถไฟฟ้า มาหานะเธอ มันไม่มีฉากเมโลดราม่ายังไง ฉากคริส หอวังร้องไห้เละเทะตอนได้รับของเก่าๆ คืนจากคุณลุงนั่นสุดจะ Dramatic

พี่ปิ๊งเลยบอกว่า ก็กูพยายามแล้วไง แค่สุดท้ายมันไม่สำเร็จ (ฮา) เขาเล่าให้ฟังต่อว่า ฉากนั้นจริงๆ แล้วพี่ปิ๊งบรีฟคริสว่า อย่าร้องเละเทะนะ เอาแบบคลอๆ น้ำตาเกาะขอบตาพอ เธอต้องพยายามกลั้นให้ได้ เพราะอารมณ์ตัวละครมันเป็นแบบนั้น

เทกแรก แอ็กชัน: น้ำตาท่วม

พี่ปิ๊งขอใหม่อีกรอบ บรีฟใหม่ อย่าร้องๆ เอานิดเดียวพอ

เทกสอง แอ็กชัน: ร้องเละ

พี่ปิ๊งคิดในใจ เอาวะ มึงร้องไปสองเทกแล้ว น้ำตาหมดแล้วแน่นอน เทกสามเดี๋ยวแม่งได้แล้วล่ะ

เทกสาม แอ็กชัน: ร้องเละเทะที่สุด / จบ.

พี่ปิ๊งหันกลับไปถามพี่เก้ง จิระที่ไปออกกองด้วยว่าเอาไงดีครับพี่ พี่เก้งบอกว่า เลยตามเลย

สุดท้ายเราก็ได้ฉากเมโลดราม่าสุดจี๊ดกลับมาอยู่ในหนัง แม้จะไม่เป็นไปตามความตั้งใจของพี่ปิ๊ง แต่มันก็จี๊ดจริงๆ นะพี่

เคนธีรเดช…ไม่มีใครจำได้นะเธอ

ความดังของพี่เคนในช่วงปีนั้นเรียกได้ว่า กงยู เมืองไทย
ความเหนื่อยลำบากของกองถ่ายคือ การถ่ายทำพี่เคนในตอนกลางวัน เพราะจะมีคนมารุมล้อมพี่เคนตลอดเวลา ตอนถ่ายฉากงานสงกรานต์ตรงถนนใหญ่ก็จะมีมอเตอร์ไซค์บิดมาขนาบข้างตลอด
แต่โชคดีว่าตัวละครของพี่เคนเป็นพระเอกแห่งรัตติกาล เน้นอยู่กลางคืน เวลาถ่ายพี่เคนตอนกลางคืนจะไม่ค่อยมีปัญหามาก เพราะคนทั่วไปเหมือนจะไม่แน่ใจว่านี่ใช่เคน ธีรเดชหรือเปล่า มาเดินเล่นอะไรดึกดื่นแถวย่านชุมชนแบบนี้ จึงช่วยให้เกิดความสบายในการถ่ายทำมากขึ้น บางทีไปขึ้นรถไฟฟ้าคนก็ไม่ค่อยตกใจมาก

คนสร้างราง…ไม่ใช่นะเธอ

บทร่างแรกๆ ของหนังเรื่องนี้จริงๆ ว่าด้วยการที่พี่เคนของเราเป็นคนสร้างรางรถไฟฟ้าแล้วส่วนต่อขยายนั้นมันมาพาดผ่านหน้าบ้านและดาดฟ้าของตึกแถวบ้านเหมยลี่ ทั้งสองเลยมีโอกาสได้คุยกันผ่านรางรถไฟฟ้าและดาดฟ้าบ้าน โดยที่ตอนนั้นผมมีโอกาสได้ไปรีเสิร์ชบ้านเพื่อนที่ขายมอเตอร์ไซค์แล้วสถานีรถไฟฟ้าอยู่ติดกับดาดฟ้าบ้านจริงๆ คือใกล้กับชานชาลาชนิดที่ว่าสามารถกระโดดข้ามไปได้เลย พวกเราคิดว่าพล็อตนี้น่าสนใจจริงๆ คือถ้าเหมยลี่ไม่ยอมทำอะไรสักทีกับคุณลุง รางที่ลุงสร้างก็จะค่อยๆ เสร็จและเลยผ่านหน้าบ้านตัวเองไป

เมื่อเขียนเสร็จ ทางโปรดิวเซอร์เอาบทไปเสนอทาง BTS เพื่อจะขออนุญาตสถานที่ถ่ายทำ และทันทีที่ BTS อ่านจบ เขาบอกว่าชอบมากครับ แต่ว่าตัวละครคนสร้างรางไม่ได้เกี่ยวอะไรกับพวกเรานะครับ เพราะ BTS ไม่ใช่บริษัทรับก่อสร้างรางรถไฟ ได้ยินแบบนี้ก็เหวอกันไปแป๊บหนึ่ง สุดท้ายเราก็กลับมาแก้ไขบทพี่เคนให้กลายวิศวกรซ่อมบำรุงรางประจำวันแทน ซึ่งคนเหล่านี้จะต้องทำงานตอนดึกหลังรถไฟฟ้าปิด ก็คือเที่ยงคืนเป็นต้นไป ซึ่งก็ยังรักษาคอนเซปต์การเป็นคนกลางคืนได้เหมือนเดิม

(แถม) บทร่างแรกๆ หนังจบที่คุณลุงและเหมยลี่ร่ำลากันที่สะพานตากสิน ก่อนที่คุณลุงจะลาไปเมืองนอกและทั้งสองคนไม่ได้เจอกันอีกเลย ซึ่งแน่นอนว่าพี่คนอื่นๆ ก็มาช่วยทำให้ตอนจบอันแสนหดหู่นี้กลายเป็นฉากจบที่ดีกว่าเดิมอย่างที่เห็นในหนัง

Categories
ดูหนังออนไลน์ฟรี

รีวิวหนัง เด็กหอ ภาพยนตร์ไทยแนวหนังสยองขวัญ ที่ไม่ควรพลาด

รีวิวหนัง เด็กหอ ภาพยนตร์ไทยแนวหนังสยองขวัญ ที่ไม่ควรพลาด

ตัวอย่าง เด็กหอ (Official Trailer) - YouTube

รีวิวหนัง ภาพยนตร์เรื่องนี้เคยถูกวิจารณ์ในเว็ปพันทิปว่าเป็นหนังที่มีเค้าโครงคล้ายกับภาพยนต์สเปนเรื่อง EI Espinoza del diablo(The Devil’s backbone) แต่ผู้กำกับอย่างทรงยศได้ออกมากล่าปฏิเสธแล้วบอกไปว่าเรื่องรวามของภาพยนต์เรื่องวเด็กหอนี้ตนเองได้รับแรงบรรดานใจมาจากเรื่องเล่าที่เคยได้ยินมาขณะที่เรียนอยู่ที่โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชาเท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเกี่ยวข้องกับหนังสเปนเรื่องนี้แต่อย่างไร

ชาตรี เด็กชาย อายุ 12 เรียน ม.1 เป็นเด็กไร้ความหมาย ที่พ่อของเขาส่งไปเรียนที่สายชลวิทยา ที่จังหวัดชลบุรี อย่างฉุกละหุก ก็เพื่อที่ชาตรีจะได้พ้นไปจากบ้านไกลไปเสียจากพ่อ เพราะชาตรีรู้ความลับของพ่อทั้งหมด เพื่อนของชาตรีได้พูดคุยเรื่องผีในโรงเรียนและเรื่องครู ในตอนกลางคืนชาตรีรู้สึกปวดฉี่ขึ้นมา พอฉี่เสร็จชาตรีได้ยินเสียงอะไรบางอย่างเหมือนมันเคลื่อนที่ได้ แต่พอเข้าไปแล้วประตูก็เลยล็อก ชาตรีตกใจมากเลยอยากออกไป จนสักพักประตูก็เปิดได้ ชาตรีวิ่งหนีไปหอพักจนเขารู้สึกกลัวมาก

แล้วชาตรี ก็ได้พบกับ วิเชียร เพื่อนร่วมห้องที่ดูเหมือนจะรู้อะไร ๆ ในโรงเรียนไปเสียทุกอย่าง และแล้วมิตรภาพระหว่างเพื่อนทั้ง 2 ก็ก่อตัวขึ้น ก่อนที่พบว่าแท้ที่จริงแล้ว วิเชียร ไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา ๆ แต่พอเวลาผ่านไป ดูเหมือนว่าชาตรีก็เริ่มผูกมิตรกับวิเชียรได้ เพราะว่าทั้งสองคนเหมือนกันอยู่อย่างหนึ่ง นั่นก็คือ “ไม่มีใครเห็นว่ามีตัวตน” อย่างตอนที่ชาตรีคิดจะทำอะไรแผลง ๆ เพื่อถอดวิญญาณมาช่วยวิเชียร วิเชียรก็พูดว่า “สัญญากับฉันสิ ว่าจะไม่ทำอะไรบ้า ๆ เพื่อช่วยฉัน ชาตรี สัญญากับฉันสิ” ชาตรีไม่ตอบ กลับยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นจนถึงเวลา 6 โมงเย็น มันคือ

เวลาตายของวิเชียร แต่วิเชียรต้องกลับไปที่สระว่ายน้ำนั้น เพื่อลิ้มรสความทรมานจากการจมน้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่าทุกวัน ชาตรีเจ็บปวดมากที่ได้เห็นวิเชียรทรมานแบบนั้น แต่ตัวเขากลับได้แต่ยืนมอง แตะต้องอะไรวิเชียรไม่ได้ จนในที่สุด ชาตรีก็ไปดมสารอีเทอร์ มากเกินขนาด จนในที่สุดวิญญาณก็หลุดออกจากร่าง แล้วชาตรีก็ไม่คิดจะเหลียวมองดูร่างของตนเองเลยแม้แต่น้อย

เขาวิ่งไปทางสระว่ายน้ำนั้นโดยไม่สนใจอะไรอีกแล้ว และชาตรีก็ช่วยวิเชียรขึ้นมาจากสระจนได้ และต่อจากนั้นเอง ที่วิเชียรลาชาตรีไปเกิด แค่ลากันสั้น ๆ แต่สายตาสื่อความหมายว่าทั้งสองคนผูกพันกันมากมายเพียงใด

ตรงข้ามกับ วิเชียร ที่ความโดดเดี่ยวของเขาเกิดขึ้นจริง เขาถูกรังเกียจหวาดกลัวจากคนอื่น เพราะ สถานภาพ ผี ที่เขาเป็นอยู่ เขาไม่สามารถหลุดพ้นกับการวนเวียนอยู่ในชาติภพนี้โดยไม่อาจหลุดพ้นไปไหน ความเป็นผี ของวิเชียร ก็เปรียบได้เหมือนปมด้อยของเด็กๆหลายคนทุกวันนี้ มันทำให้ผมนึกถึงเพื่อนสมัยเรียนที่ถูกแกล้ง ถูกล้อไม่มีเพื่อนคบ เพราะตัวเองตัวเตี้ย มีความพิกลพิการ ฯลฯ น่าเสียดายที่ภาพลักษณ์ภายนอกเหล่านี้ถูกนำขึ้นมาเป็นตัวขัดขวางมิตรภาพ เพราะหากต่างฝ่ายต่างเปิดใจเข้าหากัน ก็จะพบว่า โลกนี้จะเลวร้ายอ้างว้างเพียงใด ขอเพียงมีเพื่อนสักคนที่เข้าใจ เราก็สามารถอยู่ในโลกใบนี้ได้อย่างมีความสุข

…วิเชียร บอกประโยคหนึ่งที่น่าคิดว่า ผี ก็เหมือนกับ คนที่โดดเดี่ยว ตรงที่ ทั้งคู่เป็นการมีชีวิตอยู่อย่างเหมือนไม่มีตัวตน คนในสังคมเราทุกวันนี้ต่างมีชีวิตกันเบียดเสียดเดินชนกันทุกวี่วัน แต่สำหรับบางคนมันก็ยังทำให้เหมือนอยู่เพียงลำพัง ไม่มีใครสนใจใครจนไม่ต่างอะไรกับชีวิตที่ไร้ตัวตน

ความเป็นผีของวิเชียร ทำให้เขาถูกตัดขาดจากโลกมนุษย์ ถ้าจะมีใครมองเห็นก็กลัวหรือหนีหาย เขาจึงมีชีวิตอยู่อย่างโดดเดี่ยว หากย้อนกลับไปตอนมีชีวิต ความเป็นคนของวิเชียรก็ไม่ได้รับความสนใจเช่นเดียวกัน เมื่อถูกทิ้งไว้ให้ตายกลางสระว่ายน้ำ ผลจากเหตุการณ์นั้นทำให้ทุกหกโมงเย็นเขาต้องกลับจมน้ำตายในสระครั้งแล้วครั้งเล่าทุกวัน

เพื่อน คือ สิ่งที่ทำให้ การอยู่อย่างไม่มีตัวตนของ ชาตรี และ วิเชียร มี ตัวตน

สิ่งที่ช่วยปลดปล่อยวิเชียรจากความโดดเดี่ยวและเวียนวนในความตายคือ มิตรภาพที่ได้รับจากชาตรี และ สิ่งที่เปิดประตูชาตรีจากการกักขังตัวเอง คือ มิตรภาพที่เขาได้รับจากวิเชียร

… ผลดีที่ส่งต่อตามมาคือการสามารถปลดครูปราณีออกจากความเข้าใจผิดที่ติดอยู่กับแผ่นเสียงตกร่องและความรู้สึกผิดมาหลายปี และ ปลดปล่อยตัวเองจากความโกรธที่ขวางกั้นของชาตรีกับพ่อไว้ด้วยกัน

…พล็อตที่มีอยู่ในมือทำให้ เด็กหอ ถีบตัวเองออกจากหนังผีทั่วๆไป เป็นหนังดราม่าที่มีผีอยู่ในเรื่อง ต้องชมคนที่คิดพล็อตเรื่องนี้ขึ้นมา การผูกโยง ความมีตัวตน + มิตรภาพ +ผี +ความผิดในใจ และ การก้าวข้ามผ่านวัย(coming of age) เข้าไว้ด้วยกันโดยไม่ทิ้งน้ำหนักไว้ที่ไหนจนมากเกิน หนังฉีกตัวเองออกไปจากแนวหนังซ้ำๆที่มีมาในช่วงหลังๆนี้ อารมณ์ของหนังทำออกมาได้อย่างนุ่มนวลแฝงอารมณ์ขันที่ใส่อยู่เป็นระยะๆ

…พล็อตหรือโครงเรื่องที่แข็งแรงนี้พอพล็อตถูกขยายออกมาเป็นบทหนัง หลายจุดที่ทำให้ผมยังรู้สึกว่ามันอธิบายได้ไม่ดีพอ ตัวอย่างพล็อตรองในส่วนความสัมพันธ์พ่อ – ลูก เป็นส่วนที่ผมชอบมาก เสียดายที่การคลี่คลายความสัมพันธ์ของพ่อกับชาตรีที่ให้ทั้งสองคนกลับมาดีกันได้อย่างด่วนสรุปง่ายๆเกินไป และ ไร้คำอธิบายเหมือนด่วนสรุปเพื่อจะจบเรื่องราว ประเด็นอื่นๆ เช่น หลังกระต่ายตายแล้วฟื้นเสร็จจู่ๆชาตรีก็วิ่งไปที่สระว่ายน้ำ หรือ จะเป็นตอนท้ายที่เพื่อนๆอยู่ๆก็รู้วิธีช่วยชาตรีกันขึ้นมาเองเฉยๆ ฯลฯทั้งหลายทั้งหมดนี้มันเกิดจากตัวละครคิดขึ้นมาได้เอง ซึ่งดูขาดความน่าเชื่อถือไปพอสมควร หนังขาดจุดเชื่อมโยงที่ดีในการอธิบายเหตุและผลของการกระทำ

…การเล่าเรื่องของหนังทำได้ไม่คงเส้นคงวา หากเหมือนรถก็เหมือนรถที่บางช่วงขับเคลื่อนเดินไปข้างหน้า แต่บางช่วงรถก็จอดอยู่กับที่เฉยๆชวนให้ง่วง บางช่วงขับช้า(ช่วงแรกๆ ช่วงหนังที่ฉายบนจอในเฉลิมกว้าง)บางช่วงขับเร็ว(ช่วงท้ายที่อยู่พระเอกคิดได้วิ่งไปช่วยเพื่อนที่สระ ช่วงคลี่คลายตอนท้ายในหลายๆเหตุการณ์) บางช่วงที่หนังเหมือนจับเอาฉากสวยๆหลายฉากมาต่อกันแต่ดูแล้วมันไม่ต่อเนื่อง ซึ่งมีผลกับอารมณ์ของหนังด้วยที่ผมเองรู้สึกว่าหลายฉากที่ซาบซึ้งกินใจแต่มันไม่ปะติดปะต่อกันตลอดเรื่อง

…อย่างไรก็ดี เด็กหอ เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่า หากผู้สร้างใส่ใจในรายละเอียดทุกด้าน จุดอ่อนหลายจุดก็สามารถถูกลืมๆไปได้ ยิ่งถ้าคนดูสามารถอินไปกับอารมณ์ของหนัง สิ่งที่ดึงคนดูไปได้จนจบคืออารมณ์ของหนังนั่นเอง

ผู้กำกับ ทรงยศ สุขมากอนันต์ (ศิษย์เก่าโรงเรียนในหนัง ผมเองก็ได้แต่สงสัยจังว่าเป็นรุ่นพี่หรือรุ่นน้องของตัวเอง) หนึ่งในทีมผู้กำกับ ‘แฟนฉัน’ แยกมากำกับเดี่ยวเป็นเรื่องแรก ยังคงสืบทอดเอกลักษณ์นี้ต่อเนื่องมาได้ไม่แพ้ เพื่อนสนิท ที่เป็นงานกำกับเดี่ยวของทีมเดียวกัน นั่นคือ หนังแสดงให้เห็นได้ชัดเจนถึงการเอาใจใส่ในรายละเอียด ประณีตในตัวงาน เช่น การถ่ายภาพและบันทึกเสียงที่โดดเด่นมาก การคัดตัวนักแสดงเล่นกันได้ดี น้องแน็คจากแฟนฉันยังคงมือไม่ตก เช่นเดียวกับ จินตหรา สุขพัฒน์ ที่มารับบทคุณครูผู้มีความหลังลึกลับ ที่เด่นเป็นพิเศษคือเด็กหนุ่มที่มารับบท วิเชียร ซึ่งสีหน้าแววตาเล่นออกมาได้มีมิติกว่าน้องแน็คเสียด้วยซ้ำ รวมถึงบทพ่อของชาตรีที่ออกมาไม่มากก็เล่นได้ดี

ตัวหนังที่ออกมาในแนวดราม่า + การก้าวข้ามผ่านวัย เป็น อีกหนึ่งหนังไทยแนวนี้ที่หายไปนาน และ การมาของเด็กหอ ถือว่าให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจแถมมีความคิดสร้างสรรค์ด้วยการผนวกความเป็นหนังผีเข้าไปด้วย เพียงแต่ว่า จากหนังตัวอย่างที่เสนอตัวเองเป็นหนังผีเต็มตัว อาจทำให้คนดูที่คาดหวังประมาณอารมณ์สยองขวัญสั่นประสาทต้องผิดหวัง ฉากชวนตกใจจากผีหลอกออกเท่าที่เห็นในหนังตัวอย่างไม่มากไม่น้อยไปกว่านั้น

ส่วนดราม่าของหนังทำออกมาได้ดีมากในหลายฉากหากมองเป็นฉากๆไป โดยเฉพาะคนดูยิ่งถ้าเคยมีประสบการณ์ร่วมเหมือนในหนังแล้วจะพบว่าหนังถ่ายทอดอารมณ์ชวนให้ถวิลหาอดีตได้ดีเหลือเกิน แค่ฉากนั่งบนแท้งค์น้ำตอนท้ายกับเพื่อนๆมันก็ทำให้ผมเหมือนตัวเองเด็กลงไปเป็นช่วงเวลานั้นอย่างไม่รู้ตัว ส่วนบรรยากาศผีออกหลอกหลอนที่มีอยู่น้อยในหนังนั้นก็น่ากลัวมิใช่เล่น แต่หากผู้กำกับคิดจะไปกำกับหนังผีเต็มตัว คงจะดีหากหนังลดความจงใจใส่พิรุธ หรือ ลดการใส่ความน่าสงสัยเกินเหตุเข้าไปในหนัง แล้วให้หนังเล่าไปข้างหน้าอย่างเนิบช้าด้วยตัวมันเอง ตัวอย่างที่หนังจงใจเช่น สีหน้าสาวใช้ตอนเอาของขึ้นท้ายรถ สีหน้าของน้องแน็คที่ดูลึกลับตลอดเวลา สีหน้าวิเชียรที่ตกใจตอนมองไม่เห็นใคร (ไม่รู้จะตกใจเพื่ออะไรเพราะตัวเองก็รู้ตัวอยู่แล้วว่าเป็นผี) ฯลฯ มันทำให้เดาได้ง่ายเกินไปและดูไม่เป็นธรรมชาติ ดูหนัง ไทย

Categories
เครื่องดื่ม

น้ำเขียวมะนาวโซดา น้ำเขียวมะนาวโซดา สีสวยแค่เห็นก็สบายตาแล้ว

น้ำเขียวมะนาวโซดา น้ำเขียวมะนาวโซดา สีสวยแค่เห็นก็สบายตาแล้ว

สูตรน้ำชง

ใครอยากเปิดร้านขายน้ำชง เครื่องดื่มยอดนิยมสำหรับทุกวัย แต่ไม่รู้ว่าจะหาสูตรมาจากไหน สามารถดูได้ที่นี่เลย
สามารถทำเป็น เมนูสร้างอาชีพได้เลย ต้นทุนราคาเบาๆ แถมอร่อยถูกปากตัวเองอีกด้วย เพิ่ม-ลดความหวานได้ตามใจชอบ มาฝึกซ้อมฝีมือก่อนเปิดร้านจริง ๆ กันได้เลย

ส่วนผสม น้ำเขียวมะนาวโซดา

  • น้ำเขียวเฮลซ์บลูบอย 4-5 ช้อนโต๊ะ
  • โซดา 1 ขวด
  • น้ำมะนาว 1/2 ลูก
  • น้ำแข็ง

วิธีทำ น้ำเขียวมะนาวโซดา

  • ใส่น้ำหวาน ตามด้วยโซดา บีบมะนาว คนให้เข้ากัน เติมน้ำแข็ง
Categories
เครื่องดื่ม

ชาดำเย็น ลองมาทำชาดำเย็นกันเถอะ จับน้ำชาผสมกับน้ำตาลทราย เติมน้ำแข็ง

ชาดำเย็น ลองมาทำชาดำเย็นกันเถอะ จับน้ำชาผสมกับน้ำตาลทราย เติมน้ำแข็ง

สูตรน้ำชง

ใครอยากเปิดร้านขายน้ำชง เครื่องดื่มยอดนิยมสำหรับทุกวัย แต่ไม่รู้ว่าจะหาสูตรมาจากไหน สามารถดูได้ที่นี่เลย
สามารถทำเป็น เมนูสร้างอาชีพได้เลย ต้นทุนราคาเบาๆ แถมอร่อยถูกปากตัวเองอีกด้วย เพิ่ม-ลดความหวานได้ตามใจชอบ มาฝึกซ้อมฝีมือก่อนเปิดร้านจริง ๆ กันได้เลย

ส่วนผสม ชาดำเย็น

  • น้ำชาที่ชงแล้ว (จากสูตรที่ 5) 3/4 แก้ว
  • น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำแข็ง

วิธีทำ ชาดำเย็น

     1. ใส่น้ำตาลทรายลงในแก้ว เทน้ำชาลงไปคนให้ละลายเข้ากัน

2. เทใส่แก้วที่มีน้ำแข็ง พร้อมเสิร์ฟ

Categories
ออกแบบบ้าน

การเลือกสีของผนัง และ เฟอร์นิเจอร์ สำหรับห้องนอนที่มีขนาดเล็ก ดูได้ที่นี่เลย

การเลือกสีของผนัง และ เฟอร์นิเจอร์ สำหรับห้องนอนที่มีขนาดเล็ก ดูได้ที่นี่เลย

21

การเลือกสีของผนัง และ เฟอร์นิเจอร์ ในห้องนอน ที่เหมาะสม จะทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย ในขณะที่ เพลิดเพลิน กับวันหยุดพักผ่อน ที่แท้จริง วิธีการออกแบบห้องนอน เพื่อให้เหมาะ ที่สุด สำหรับงานอดิเรก ที่สะดวกสบาย? คุณจำเป็น ต้องรู้ถึง ความแตกต่าง บางอย่าง เพื่อทาสีผนัง ในพาเลตต์ ด้านขวา รวมกับ สีของเฟอร์นิเจอร์ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุด คือการติดตาม ความชอบ และ ความรู้สึกของคุณ

วิธีการเลือกสีของผนัง ห้องนอน?
สิ่งแรก ที่คุณควรใส่ใจ คือ ขนาดของห้องนอน ถ้านี่ เป็นห้องเล็ก ๆ มันอาจคุ้มค่า ที่จะขยาย ด้วยเฉดสี ที่สว่าง สามารถ ขยายเอฟเฟกต์ เพิ่มเติมได้ด้วยสีมันวาว ในศูนย์รวมนี้ สามารถ เลือกเฟอร์นิเจอร์ ได้ทั้งสีอ่อน และ สีเข้ม

ในทางกลับกัน สีของผนัง ที่มืด และน่าเบื่อ จะทำให้ ห้องเล็ก ๆ มีความสนิทสนม และ เงียบสงบ ยิ่งขึ้น หากคุณ ชอบสี ที่ลึกกว่านั้น ในห้องเล็ก ๆ คุณสามารถ ทาสีผนังด้านเดียว ได้โดยเน้น มัน หากคุณเลือกเฟอร์นิเจอร์ แบบ แสง ให้สร้างความ เปรียบต่าง และ รายการตู้เสื้อผ้า สีเข้ม ในจานสีเดียว จะ สร้างขาวดำ เพื่อให้ สนุก กับ การตกแต่ง ภายใน คุณสามารถ เลือกผนัง ด้านหนึ่ง และ ทาสีด้วย สีที่เข้มกว่าหรือ ตกแต่ง ด้วยวอลล์เปเปอร์ ที่มี ลวดลาย พื้นผิวด้านหลัง ศีรษะนั้นยอดเยี่ยม สำหรับสิ่งนี้

19

ปรับแสง ให้เหมาะสม กับสีของผนัง และ เฟอร์นิเจอร์
การเลือกสี คุณควรคิดถึง ว่าแสงแดด เข้ามาในห้องมาก แค่ไหน หากหน้าต่าง มาจากทางทิศเหนือ หรือ ทางตะวัน ออกคุณสามารถ เลือกสีที่จะทำให้ ห้อง ดูอบอุ่น หากด้านข้าง มีแสงแดด คุณควรเลือกสี ที่เย็นสบา ยและ เพิ่มพลังงาน อย่างสมบูรณ์ หากคุณใช้ โทน สีอบอุ่นที่ให้ความสว่าง แก่การตกแต่งภายใน จากนั้น ในตอนเช้า จะเป็นการดี ที่จะตื่นขึ้นมา

เฟอร์นิเจอร์ และ สไตล์ ของห้องนอน ควรตรงกับ สีของผนัง
เมื่อ เลือกสีสำหรับ การตกแต่ง ภายใน คุณควรใส่ใจ กับ เฟอร์นิเจอร์และ อุปกรณ์เสริม สีมีผลต่อความรู้สึก ของ อุณหภูมิ การรับรู้ ของพื้นที่และ อารมณ์ ของบุคคลในห้อง คุณควรพยายาม ทาสีผนัง เพื่อไม่ให้มีสีมากกว่าสี่สีเข้ามาในห้องนอน รูปแบบของการตกแต่งภายในก็มีความสำคัญเช่นกัน – หากคุณมีเฟอร์นิเจอร์สไตล์คลาสสิคในห้องของคุณลองเลือกสีที่หรูหราและหรูหราเนื่องจากสีชมพูนีออนจะไม่ทำงานในพื้นที่นี้ ดังนั้นสไตล์โมเดิร์นมินิมอลสแกนดิเนเวียหรือคลาสสิคจึงมีตัวเลือกพื้นฐานที่ละเอียดอ่อน

หากคุณสนใจเรื่องการกระตุ้นทันทีหลังจากตื่นนอนให้เลือกสีอิ่มตัว:
สีเหลืองหรือสีส้ม สีที่เข้มข้นจะสร้างแรงบันดาลใจ
ในทางกลับกันสีแดงช่วยเพิ่มความคล่องตัวของลูกตาเพิ่มระดับอะดรีนาลินกระตุ้นสมองและเพิ่มความต้องการทางเพศ
สีที่เหมาะสำหรับห้องนอนนั้นเป็นสีฟ้าเพราะมันช่วยให้ผ่อนคลายและลดความดันโลหิตและทำให้นอนหลับ
ห้องนอนตกแต่งภายในอย่างใกล้ชิดที่สุดในบ้าน ควรจัดห้องเพื่อให้ห้องนั้นเหมาะสำหรับการพักผ่อนและสอดคล้องกับรสนิยมส่วนตัว สีปิดเสียงในห้องนอนสร้างบรรยากาศแห่งการผ่อนคลายสีที่เข้มขึ้นจะกระตุ้นให้เกิดอารมณ์ดีในตอนเช้า

สิ่งที่ควรจำเมื่อเลือกสีของผนังและเฟอร์นิเจอร์สำหรับห้องนอนขนาดเล็ก
หากคุณต้องการตกแต่งห้องนอนให้สอดคล้องกันโปรดจำไว้ว่าสีของผนังควรตรงกับสีของเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์เครื่องนอนพรม

เมื่อเร็ว ๆ นี้หนึ่งในสีที่ทันสมัยที่สุดสำหรับห้องนอนคือสีม่วง สีนี้เข้ากันได้ดีกับเฟอร์นิเจอร์สีน้ำตาลเข้มและของตกแต่งภายในสีขาว หากคุณต้องการมีผนังสีม่วงให้เลือกเฉดสีเดียวเท่านั้นเพื่อให้ห้องไม่มืดเกินไปและน่าหดหู่ผนังสีม่วงจะทำให้ห้องนอนหรูหราและเป็นผู้หญิง

14

เคล็ดลับ! หากคุณต้องการห้องนอนในสไตล์โรแมนติกให้เลือกสีผนังสีม่วงอ่อนและรวมเข้ากับอุปกรณ์เสริมสีชมพู

การจับคู่สีผนังด้วยเฟอร์นิเจอร์
การรวมสีของผนังเข้ากับเฟอร์นิเจอร์นั้นไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก่อนที่จะทาสีห้องคุณต้องศึกษาทางเลือกของจานสีและเลือกใช้หลักการพื้นฐานข้อใดข้อหนึ่ง

หลักการแรก
ก่อนที่คุณจะเริ่มตกแต่งห้องให้ดูที่เฟอร์นิเจอร์ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับการแก้ไขจานสี มันอาจเป็นตู้หนังสือหรือโซฟา หากสีของผนังและเฟอร์นิเจอร์เหมือนกันคุณจะสร้างการตกแต่งภายในที่น่าเบื่อซึ่งเป็นสิ่งที่ทันสมัยมากในปัจจุบัน

หลักการที่สอง
การตกแต่งภายในของห้องและองค์กรสามารถเป็นศิลปะแห่งการเปลี่ยนจากแสงเป็นเงาดำ (หรือกลับกัน) จากจานสีเดียว เลือกสีผนังสีเข้มสำหรับเฟอร์นิเจอร์ที่มีน้ำหนักเบาและในทางกลับกัน

หลักการที่สาม
อีกหลักการที่พิสูจน์แล้วคือสำหรับการออกแบบห้องขนาดเล็กคุณควรเลือกสีอ่อน มันเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องพิจารณาว่าการตกแต่งภายในมีการแรเงาหรือเต็มไปด้วยแสงแดด

95

เลือกจานสีที่เหมาะสม
ใช้จานเดียวคุณสามารถซื้อรูปแบบที่แตกต่างกันบนด้านหน้าของเฟอร์นิเจอร์เบาะหรือวอลล์เปเปอร์ ความหลากหลายของพวกเขารวมกับจานสีเดียวมักจะให้ผลที่กลมกลืนกัน ตรงกันข้ามกับรูปลักษณ์ช่วงของสีที่เกี่ยวข้องนั้นค่อนข้างกว้าง ตัวอย่างเช่นหากคุณต้องการใช้สีเบจคุณควรเลือกเฉดสีอบอุ่นซึ่งค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีชมพูอ่อนและผักโขมอิ่มตัว ในการรวมกันนี้ความเสี่ยงของการไม่ตรงกันของสีของผนังและเฟอร์นิเจอร์มีขนาดเล็ก

โปรดจำไว้ว่าสีที่เย็นเช่นสีเขียวหรือสีน้ำเงินมักจะผ่อนคลายขณะที่สีเหลืองอบอุ่นสีแดงและส้มเปิดใช้งาน สีชั้นนำในการตกแต่งภายในสามารถเสริมด้วยสองสีรอง ตัวอย่างเช่นโซฟาสีน้ำเงินเข้มกลมกลืนกับผนังสีฟ้าอ่อนอย่างสมบูรณ์แบบ ชุดเหล่านี้สอดคล้องกับพื้นเช่นเดียวกับชั้นวางหรือตู้ในสีธรรมชาติทั้งจากแสงและไม้สีเข้ม การใช้จานสีเดียวถูกกระตุ้นโดยอุปกรณ์เสริม แม้แต่ห้องที่ตกแต่งและตกแต่งด้วยสีขาวก็ไม่น่าเบื่อ

สีที่เป็นกลางของผนังไม่จำเป็นต้องน่าเบื่อ คุณสามารถใช้สีกับอนุภาคริบหรี่พลาสเตอร์เนื้อหรือวอลล์เปเปอร์ที่มีรูปแบบรุ้ง นอกจากนี้ยังเกิดขึ้นที่สีที่เป็นกลางทาสีผนังไม่ใช่เฟอร์นิเจอร์ มันอาจเป็นป่าสีขาวหรือสีอ่อน

หลักการความเปรียบต่างจะใช้งานได้หากคุณ จำกัด จานสีพื้นฐานเป็นสามหรือสี่สี แม้ว่าคุณวางแผนที่จะทาสีห้องในโทนสีตรงข้ามจากเฟอร์นิเจอร์คุณควรหาสีเดียวที่ประสานทุกอย่าง สีขาว, สีเทาและสีดำทำงานได้ดีเป็นสีที่เป็นกลาง ออกแบบบ้าน