รีวิวภาพยนตร์ที่อยู่ในใจ ใครหลายๆคน หนังสิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รัก

รีวิวภาพยนตร์ที่อยู่ในใจ ใครหลายๆคน หนังสิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รัก

สิ่งเล็กๆที่เรียกว่ารัก (FIRST LOVE) (DVD) ดีวีดี | Lazada.co.th

รีวิวภาพยนตร์ที่อยู่ในใจ ข้อคิดดี ๆ จากหนังสิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รัก
หนังสิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รักทำให้เราได้เรียนรู้ถึงมิตรภาพความรักของการเป็นเพื่อนที่ดี ช่วยเหลือ และอยู่เคียงข้างกันและกัน แม้ว่าเราจะทำตัวอย่างไรสายใยระหว่างเพื่อนก็ไม่สามารถตัดได้ขาด และในมุมมองของความรัก สุดท้ายแล้วไม่ว่าเราจะเปลี่ยนแปลงตัวตนจนบรรลุเป้าหมายให้อยู่ในสายตาเขามากแค่ไหน แต่เขาก็รักที่คุณเป็นตัวของคุณที่นิสัยด้วยนะ

หากอยากให้เขาอยู่ในสายตา วิธีที่สุดคือ เราอาจจะเข้าหาเขา คอยช่วยเหลือ ให้เขารู้จักเรามากขึ้นและเมื่อเริ่มสนิทแล้วจึงค่อยบอกความในใจไป แม้จะเร็วแต่ก็ดีกว่าเราบอกช้าจนถูกคนอื่นแซงหน้านะ

เนื่องจากไปดูเรื่องนี้หลังจากดู “กวน มึน โฮ” มาแล้ว แน่นอนว่ายังสลัดภาพไม่ออกนัก แต่โชคดีที่เป็นหนังรักคนละวัย มาดูรักใสๆ ของเด็กๆ ก็ทำให้ย้อนนึกถึงสมัยหนุ่มๆ ได้ดีเหมือนกันนะ

-ยอมรับว่าโชน (มาริโอ้) โคตรหล่อจริงๆ สมกับที่สาวกรี๊ดทั้งโรงเรียน
-แต่ท๊อปเพื่อนโชนนี่หน้ากระเหรี่ยงมาก แถมจีบดะ หล่อตรงไหนฟะ
-URL ของเว็บแปลกที่สุดในโลก เพราะเป็นภาษาไทย (พิมพ์แบบนี้เลยนะ) -> http://www.สิ่งเล็กเล็ก.com
-น้ำเป็นเด็กผู้หญิง ที่มีประสบการณ์เดียวกับเด็กผู้หญิง 99.99% ในประเทศนี้เคยประสบมา .. คือ “แอบรักรุ่นพี่”
-ชอบอารมณ์แอบรักในหนังมาก มันดูสดใส มีแรงใจ ทำให้เรากล้าทำในสิ่งดีๆ มากมายออกมา เหมือนอย่างที่หนังบอก .. เธอคือแรงบันดาลใจให้กับฉัน (Inspiration)
-น้ำได้เปลี่ยนแปลงตัวเอง ขยันเรียน, แสดงละคร, เป็นดรัมเมเยอร์
-สามารถเปลี่ยนสาวหน้าใสอย่างน้องใบเฟิร์นให้หน้าปลวกขนาดนั้นได้ เก่งจริงๆ 55
-มีฉากน่ารักๆ มากมายเต็มไปหมด ที่หลายคนแถวนี้น่าจะเคยทำกันครบถ้วน .. แอบทำตามหนังสือรัก, แอบเก็บของเค้าไว้ตลอด, แกล้งเดินผ่านหน้าห้องขอแค่ได้มอง, เพื่อนจอมยุ
-ว่าแต่วิธีบอกรักตรงๆ ตอนวันเรียนจบนี่ ออกแนวสู้ตายถวายชีวีไปหน่อยนะ โอกาสตกน้ำตามชื่อนางเอกมีสูงลิบ
-ตอนจบออกแนวงงๆ เล็กน้อย ปรับสภาพไม่ทัน แต่ก็น่ารักดี
-ประโยคโดนๆ ก็เยอะเช่นกัน ..
“พี่เป็นแรงบันดาลใจให้น้ำนะคะ”
“พี่โชนเค้าจำชื่อเราได้ด้วยๆๆๆๆๆๆๆๆ”
“วันนี้พี่เค้าถือกระเป๋าให้เราด้วยล่ะ” [แต่อยู่บนหลังอีกคนนึงอยู่]
“อยากบอกว่าทำสำเร็จตั้งแต่ต้นแล้ว…”

หนังเล่าเรื่องผ่านมุมมองของน้ำ (พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์) หญิงสาวหน้าปลวก (คำที่ใช้ในหนัง) เธอแอบชอบหนุ่มฮ็อตของโรงเรียนอย่างพี่โชน (มาริโอ เมาเร่อ) โดยตลอดทั้ง 3 ปีที่พี่โชนและน้ำเรียนอยู่ที่เดียวกัน เธอทำทุกอย่างเพื่อให้พี่โชนหันมาสนใจเธอ เธอเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้นทั้งหน้าตาและการเรียน การยอมรับตำแหน่งสุดหินอย่างดรัมเมเยอร์ และทำอะไรหลายอย่างเพื่อเขาแม้ว่าเขาจะไม่รู้ตัว และสุดท้าย เธอก็ได้บทเรียนเกี่ยวกับมิตรภาพระหว่างเพื่อน ชีวิต ความรัก ครอบครัว และการไล่ตามความฝันของตัวเอง….

อ่านเรื่องย่อของหนัง ตรงย่อหน้าข้างบนแล้ว ชมรมคนต่อต้านหนังฟีลกู้ดฟีลเลี่ยนทั้งหลายอย่าเพิ่งเบือนหน้าหนี เพราะตัวหนังจริงๆ ทำได้ลงตัวและสนุกกว่าที่ผมเล่าให้ฟังในบรรทัดที่แล้วซะอีก การที่ผมซึ่งไม่ชอบหนังสไตล์ฟีลกู้ดแต่สนุกไปกับหนังเรื่องนี้นั้น ตอนแรกผมคิดว่า เป็นเพราะความ Pure และความสมจริงของหนัง แต่พอผมดูหนังเรื่องนี้รอบที่สอง ผมก็ได้ฉุกคิดว่า หนังเรื่องนี้ไม่ได้เพียวหรือสมจริงขนาดนั้น แต่หนังมันมีจุดเด่นตรงที่หนังสามารถกลบความ fantasy เอาไว้ได้อย่างพอเหมาะ จนคนดูหลับตาให้กับความ fantasy และความไม่สมจริงในหนังเรื่องนี้ได้อย่างสะดวกใจ หรืออีกนัยหนึ่งคือ หนังสามารถทรงตัวอยู่บนเส้นด้ายบางๆ ที่คั่นระหว่าง reality และ fantasy ได้อย่างน่าชื่นชม

หากพูดแบบหยาบๆ ก็คือ หนังเรื่อง สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่ารัก ก็คือ “ซินเดอเรลล่า” ที่ถูก ดัดแปลงให้อยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงนั่นเอง ซึ่งถ้าจะยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัด คงต้องยกตัวอย่างหนังเรื่อง Ever After (1998, แอนดี้ เทนแนนท์) ซึ่งเป็นหนัง ”ซินเดอเรลล่า” ที่ลดโทนเทพนิยาย (นางฟ้า, แม่มดใจร้าย, รถฟักทอง) ลงไป เหลือแต่ฉากหลังในโลกแห่งความเป็นจริง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า แนวความคิดที่แฝงอยู่ใน Ever After ยังคงเป็น fantasy อยู่ดี ทั้งการที่นางเอกได้เลื่อนชนชั้นไปเป็นคู่รักของเจ้าชายได้อย่างรวดเร็วหรือ อุปสรรคในเรื่องถูกแก้ไขได้อย่างง่ายดาย จนถึงแม้องค์ประกอบหนังจะถูกทำให้เป็น reality โคตรๆ ขนาดไหนก็ไม่ทำให้หนังดู real ขึ้นมาในภาพรวมได้ ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าเป็นขั้วตรงข้ามกับ Memories of Matsuko (2006, เท็ตซึยะ นาคาชิมะ) ซึ่งถึงแม้ภาพในหนังจะโอเว่อร์เหนือจริงขนาดไหน แต่ด้วยโทนเรื่องหลักก็ได้ทำให้ Memories of Matsuko กลายเป็นหนังสะท้อนชีวิตจริงได้อย่างน่าขนลุก!

หนังที่สร้างชื่อเสียงให้กับ ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ซึ่งรับบทเป็น ” น้ำ ” กับ มาริโอ้ เมาเร่อ รับบทเป็น ” พี่โชน ” ทั้งสองคนมีผลงานการแสดงก่อนหน้าภาพยนตร์เรื่องนี้มาแล้วมากมาย แต่การรับบทบาทในหนังเรื่องนี้กลายเป็นที่พูดถึงและจดจำทั้งสองคนไม่เพียงแค่ในประเทศไทยเท่านั้น ยังโด่งดังไปไกลถึงเมืองนอกกันเลยทีเดียว โดยเฉพาะในประเทศจีนถึงขั้นคลั่งไคล้พี่โชนอย่างเอาเป็นเอาตาย ชนิดที่ว่าต้องรู้จักพี่โชนกันแทบทุกคน และเมื่อปี 2562 ประเทศจีนก็ได้ทำภาพยนตร์ซึ่งมีเค้าโครงมาจากหนังเรื่องนี้โดยให้ชื่อว่า ” A Little Thing Called First Love ” มาริโอ้จึงกลายเป็นผู้ชายในฝันของสาว ๆ ตราบจนทุกวันนี้ และใบเฟิร์นเองก็ยังแสดงได้น่ารักและสมบทบาทในภาพยนตร์อีกด้วย  ดูหนังออนไลน์ฟรี

รีวิวหนังเรื่อง Where We Belong ที่ตรงนั้น มีฉันหรือเปล่า มาดูกันเลย

รีวิวหนังเรื่อง Where We Belong ที่ตรงนั้น มีฉันหรือเปล่า มาดูกันเลย

เรื่องย่อ ที่ตรงนั้น มีฉันหรือเปล่า Where We Belong

รีวิวหนังเรื่อง Where We Belong สำหรับเรื่องนี้เชื่อว่าใครได้ดู คงต่างเห็นชัดว่า ประเด็นที่ถูกนำมาอภิปรายนั้นชัดเจนว่าคือวาทกรรมเรื่องเมืองไทยและเมืองนอกที่ถูกยกระดับมาสู่วงถกเถียงในสื่อออนไลน์ตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้ กำเนิดทั้งคำไล่ที่ผลิตซ้ำอย่าง พวกชังชาติ หรือวลี ไม่พอใจก็ไปอยู่ที่อื่น หรือในมุมกลับกันก็คือวลีอย่าง อยากขอลี้ภัยไปอยู่เมืองนอก หรืออยากให้ลูกได้สัญชาติประเทศที่เขาเจริญทางความคิดแล้วมากกว่า เป็นต้น

ต้องใช้คำว่า ถูกยกมาอภิปราย เพราะหนังไม่ได้เพียงชูประเด็นว่าจงคิดตรองหัวข้อนี้กัน แต่ค่อย ๆ ป้อนเหตุและผลสนับสนุนความเชื่อของแต่ละฝั่ง ซึ่งต้องยอมรับว่าฟังขึ้น และไม่ได้เป็นเรื่องของอารมณ์ล้วนจนไร้สาระ มันเชื้อเชิญให้เราเข้าใจฟากฝั่งต่าง ๆ และดีไม่ดีอาจเป็นจุดเริ่มให้คนต่างวัยต่างความคิดลองมองกันอย่างเข้าใจหาวิธีอยู่ร่วมกันได้ด้วย หนังอินดี้หลายเรื่องเลือกจะซ่อนสารสังคมการเมืองอย่างซับซ้อนจนดูไม่รู้เรื่อง แต่กับเรื่องนี้คงเดชฉลาดพอที่จะไม่ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ ปกปิด แต่ก็ไม่ไร้มารยาท ไม่ไร้กาลเทศะในการนำเสนอ และลีลาการเสนอประเด็นในสไตล์คงเดชที่เคยทำคน 3 แขนมาแล้วย่อมไม่ธรรมดา บางมุกเราต้องกราบว่าพี่แกคิดได้ไง อย่างเรื่องราวของย่าเบล หรือเรื่องราวของครูภาษาชาวเยอรมันที่บอกว่า ผมไม่อยากกลับไปบ้าน และอีกมากมายที่สนุกมาก ๆ

แต่ขึ้นชื่อว่าหนังคงเดชมันไม่ได้ง่าย ย่อยสบายอย่างนั้นแน่นอน หนังได้สร้างฉากไคลแม็กซ์ที่ตัวละครซูต้องตัดสินใจเรื่องไปเมืองนอกหรืออยู่เมืองไทยได้อย่างอัศจรรย์ ประหลาด และก็ทรงพลังมาก ๆ แบบที่ไม่คิดมาก่อน และเมื่อคิดว่าหนังน่าจะคลี่คลายลงจบแล้ว หนังกลับเราพาเดินไปอีกหน่อยและทำให้เราตระหนักว่าบางที ประเด็นแท้จริงอาจเพิ่งเริ่มต้นเสียด้วยซ้ำ และนับตั้งแต่ที่เสียงหัวเราะค่อย ๆ น้อยลงนี่ล่ะ หนังก็ป้อนคำถามสุดท้ายมาอย่างต่อเนื่อง ใครไม่ชินก็คงคิดว่าหนังดูยากในฉับพลัน เป็นยารสขมสำหรับคนที่ไม่ได้ตั้งใจมาคิด แต่คือยาที่ทำให้วุฒิภาวะในฐานะคนไทยเติบโตขึ้นด้วย จัดว่าขมแต่ดี

โดยสุดท้ายด้วยการผสมผสาน อาหารตา ผ่านน้อง ๆ BNK48 ที่อัปเลเวลศิลปินจนท่วมท้น กับอาหารสมองผ่านสัญญะและนัยยะต่าง ๆ แบบคงเดช นี่จึงกลายเป็นหนังที่ส่วนตัว ชอบมากที่สุดของทั้งฝั่งหนัง BNK48 และหนังของคงเดช ไปโดยปริยาย ชื่นชมมาก ๆ

จุดเด่น

ดีกว่าตัวอย่างหนังไปเยอะ เกินคาดมาก ๆ
แสดงกันได้สุดยอดมาก น่าจดจำทุกคน
มุกตลก และตลกร้าย ทำงานดีมาก สนุกทั้งเรื่อง

จุดสังเกต

จังหวะการเล่าแบบหนังอินดี้อาจหนืดไปสำหรับบางคน
สาระทางสังคมที่ซ่อนไว้ ทำให้ฉากหลัง ๆ ดูยากขึ้น คิดเยอะขึ้น
มีฉายเฉพาะเครือ SF Cinema นะ แถมถูกขนาบด้วยหนังใหญ่หน้าหลัง ต้องไปอุดหนุนกันเยอะ ๆ หน่อย ดูหนังออนไลน์ฟรี

ไอศกรีมแอปเปิลเขียวซอร์เบต สูตรนี้ใส่น้ำตาลทรายเพิ่มความกลมกล่อม

ไอศกรีมแอปเปิลเขียวซอร์เบต สูตรนี้ใส่น้ำตาลทรายเพิ่มความกลมกล่อม

ไอศกรีมแอปเปิลเขียวซอร์เบท

ไอศกรีม เป็นธุรกิจสร้างเงินสร้างอาชีพที่มั่นคงได้อย่างน่าทึ่งทีเดียว รักหุ่นสวย ลองเปลี่ยนมาทำไอศกรีมผลไม้ แคลอรีต่ำกันดีไหม ทำง่าย แล้วแต่ผลไม้ตามฤดูกาล แถมสุขภาพดีอีกด้วย เราขอนำเสนอวิธีทำไอศกรีมซอร์เบตผลไม้ เช่น ราสป์เบอร์รีซอร์เบต ใบบัวบกซอร์เบต สับปะรดซอร์เบต ไปหาซื้อผลไม้ให้พร้อมลุยเลยดีกว่าค่ะ

ส่วนผสม ไอศกรีมแอปเปิลเขียวซอร์เบต
• แอปเปิลเขียว หั่นเป็นชิ้น 750 กรัม
• น้ำมะนาวคั้น 2 ช้อนโต๊ะ
• น้ำ 250 มิลลิลิตร
• น้ำตาลทราย 375 กรัม
• เหล้าบรั่นดีกลิ่นแอปเปิล 3 ช้อนชา
• สีผสมอาหารสีเขียวแอปเปิล ปริมาณเล็กน้อย (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)

 

วิธีทำ ไอศกรีมแอปเปิลเขียวซอร์เบต
1. ใส่แอปเปิลเขียว น้ำมะนาว น้ำ และน้ำตาลทราย ลงในกระทะ นำขึ้นตั้งไฟเคี่ยวจนเดือด นานประมาณ 25-30 นาที จนแอปเปิลเริ่มนิ่ม ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้จนเย็นสนิท
2. ใส่ส่วนผสมแอปเปิลที่เย็นสนิทแล้วลงในเครื่องปั่น ปั่นผสมจนเข้ากันและเนื้อเนียนดี เทใส่อ่างผสม เติมเหล้าบรั่นดีและสีผสมอาหารเล็กน้อย คนผสมให้เข้ากัน นำเข้าแช่แข็งจนส่วนผสมแข็งตัว
3. นำส่วนผสมออกจากตู้เย็น เทใส่เครื่องทำไอศกรีม (จากนั้นทำตามคู่มือ) ปั่นจนได้ไอศกรีมเนื้อเนียน ตักไอศกรีมใส่พิมพ์ นำเข้าแช่เย็นจนแข็งตัว หรืออย่างน้อยประมาณ 4 ชั่วโมง ก่อนรับประทาน

เทคนิค : หากไม่มีเครื่องทำไอศกรีม ให้เทส่วนผสมที่ปั่นละเอียดแล้วใส่พิมพ์ นำเข้าแช่เย็นประมาณ 1-2 ชั่วโมง จากนั้นนำออกมาปั่นอีกครั้ง เทกลับใส่พิมพ์แล้วนำกลับเข้าแช่เย็น ทำซ้ำแบบเดิม 2-3 ครั้ง จนได้ไอศกรีมเนื้อเนียนตามต้องการ เทใส่พิมพ์ แล้วนำเข้าแช่เย็นจนถึงเวลารับประทาน

 

ช็อกโกแลตบอล ส่วนผสมมีแค่ 2 อย่าง ได้แก่ ผงโกโก้กับนมข้นหวาน

ช็อกโกแลตบอล ส่วนผสมมีแค่ 2 อย่าง ได้แก่ ผงโกโก้กับนมข้นหวาน

ช็อกโกแลตบอล

ช่วงนี้ถ้าออกจากหอพักหรือคอนโดไปซื้อขนมก็แอบหวั่น ๆ COVID-19 ครั้นจะทำขนมด้วยเตาอบก็อุปกรณ์ไม่พร้อม แต่ถ้าใครมีไมโครเวฟหายห่วงเลยค่ะ มาทำเมนูไมโครเวฟกันเถอะ เราขอนำเสนอวิธีทำขนมจากไมโครเวฟ

ส่วนผสม ช็อกโกแลตบอล

  • นมข้นหวาน 200 กรัม
  • ผงโกโก้ 100 กรัม

หมายเหตุ อัตราส่วน 2 : 1

วิธีทำ ช็อกโกแลตบอล

     1. นำนมข้นหวานเข้าไมโครเวฟ กำลังไฟ 800 วัตต์ ประมาณ 30 วินาที เพื่อที่ผงช็อกโกแลตจะได้ละลายง่าย ๆ
2. ร่อนผงช็อกโกแลตลงในนมข้นหวาน ใช้วิธีค่อย ๆ ร่อน และแบ่งการร่อนสลับกับการคนให้เข้ากัน ประมาณ 3-4 รอบ เพราะจะหนืดมาก หลังจากที่ช็อกโกแลตเริ่มหนืดให้สวมถุงมือ และคลุกเคล้าทุกอย่างให้เข้ากันเพราะใบพายเริ่มคนไม่ไปแล้ว
เคล็ดไม่ลับคือ พยายามใช้อุ้งมือกับหลังมือนวด ไม่เช่นนั้นช็อกโกแลตจะติดนิ้วหนึบ ๆ ได้อีก
3. ปั้นเป็นทรงสี่เหลี่ยมเพื่อรอตัดภายหลัง และใช้พลาสติกรองและคลุมทับ ไปแช่ตู้เย็นให้เซตตัวประมาณ 1 ชั่วโมง
4. พอครบเวลาเอาช็อกโกแลตมาวางบนผงโกโก้ที่เตรียมไว้ และโรยด้านบนจะได้ไม่ติดมือ ตัดแบ่งเป็นชิ้น ขนาดตามชอบ เสร็จแล้วมาปั้นเป็นรูปทรงตามต้องการ จากนั้นก็ไปคลุกกับผงโกโก้ต่อ น้ำหนักต่อลูกอยู่ที่ 19 กรัมต่อชิ้น ได้ทั้งหมด 16 ชิ้น ถ้าทำขายแนะนำให้อยู่ที่ประมาณ 15 กรัม กำลังดี เก็บไว้ในตู้เย็นประมาณ 1 อาทิตย์ ในภาชนะมิดชิด

รีวิวหนัง ตุ๊ดซี่ส์ & เดอะเฟค – อรรถรสครั้งใหม่ของเหล่าตุ๊ดซี่ส์

รีวิวหนัง ตุ๊ดซี่ส์ & เดอะเฟค – อรรถรสครั้งใหม่ของเหล่าตุ๊ดซี่ส์

ดูหนัง Tootsies And The Fake (2019) ตุ๊ดซี่ส์ แอนด์ เดอะเฟค i-MovieHD.com

รีวิวหนัง งานเข้าเหล่าแก๊งตุ๊ดทันทีเมื่อ เคที่ (อารยา เอ ฮาร์เก็ตต์) ซุปตาร์เบอร์ต้นของเมืองไทยดันประสบอุบัติเหตุจากเหงื่อเจ้ากรรมของ อีกอล์ฟ (ปิงปอง ธงชัย) จนโคม่า งานนี้นางเลยแท็กทีม 2 เพื่อนตุ๊ดทั้ง กัส (เพชร เผ่าเพชร) ที่ต้องตัดสินใจเลือกระหว่าง วิน (กรรณ สวัสดิวัตน์) แฟนใหม่แสนดี กับ ท็อป (เจ กฤษณภูมิ) แฟนเก่าชวนใจสั่น, คิม (เต๋อ รัฐนันท์) ศจีสาวตกสวรรค์แถมจมูกพังกลางอากาศ และอีก 1 เพื่อนดี้อย่าง แน็ตตี้ (พีค ภัทรศยา) ที่แม่ขู่จะยกมรดกให้แมวหากนางไม่ยอมมีลูก ทั้งสี่ต้องร่วมภารกิจแปลง เจ๊น้ำ (อารยา เอ ฮาร์เก็ต) แม่ค้ากะหรี่ที่มีเพียงใบหน้าที่ไปศัลย์ ฯ จนเหมือนคุณเคที่ มา “เฟค” เป็นซุปตาร์เบอร์หนึ่งของเมืองไทยในงานถ่ายโฆษณาชิ้นสำคัญก่อนจะถูกฟ้องจนหมดตัว

นับจากเรื่องราวสนุก ๆ ของกะเทยชื่อ ช่า บนเพจเฟซบุ๊ค บันทึกของตุ๊ด ได้โลดแล่นบนหน้าไทม์ไลน์สร้างความสนุก เสียงหัวเราะ ให้ข้อคิด และบ่อยครั้งก็มีคราบน้ำตามาเป็นของแถมผู้อ่าน จนกระแสความนิยมได้ไปเตะตาทาง GDH 559 แล้วมอบหน้าที่กุมบังเหียนให้กับ
เติ้ล กิตติภัค ทองอ่วม อดีตแคสติงไดเรกเตอร์ตัวกลั่นมาเป็นผู้กำกับแบบเปิดซิงครั้งแรกในชีวิต แล้วหลังจากซีรีส์ออนแอร์ และ สตรีมมิงออนไลน์ จนได้รับความนิยมไปจนครบ 2 ซีซัน ปีนี้ก็ได้ฤกษ์ที่เหล่าแก๊งตุ๊ดซี่ส์จะได้มาโลดแล่นบนจอใหญ่ และในเมื่อสูตรของซีรีส์มันทำแล้ว “สำเร็จ”

ก็เลยยกโครงสร้างการเล่าเรื่องของซีรีส์มาใช้เสียเลย แต่เพื่อให้เหมาะกับหนังความยาว 108 นาทีของหนังแทนที่เรื่องราวจะเจาะไปที่แต่ละตัวละครแบบในซีรีส์แต่ละตอน หนังเลยปรับโครงสร้างให้มีพลอตหลักเป็นภารกิจกู้หน้าความ “พังพิ” ที่กอล์ฟและคิมก่อไว้กับซุปตาร์อย่าง แคร์ธรี่…

(ออกเสียงเลียนแบบตัวละครป๋อมแป๋ม) แล้วเสริมพลอตรองด้วยประเด็นของกัส อย่างประเด็นที่นางเกลียดเด็กเข้าไส้ แต่วินดันต้องเอาหลานกำพร้ามาเลี้ยงในบ้านเป็นพลอตรองที่เกือบสำคัญเท่าพลอตหลัก แล้วมีพลอตย่อยอย่างเรื่องของแนตตี้ที่น้อยใจแม่ไม่ยอมเซ็นยกมรดกแถมยังไปเอาแมวมาเลี้ยงเป็นลูกแถมยังบังคับให้เธอมีลูกให้ได้อีกพลอตนึง

ซึ่งสิ่งที่กิตติภัคจะต้องยอมแลกคือความสมเหตุสมผลของเรื่องราวแล้วไปเน้นเสิร์ฟความสนุกจากมุกแซ่บ ๆ ที่แฟนซีรีส์ต่างคุ้นเคย ซึ่งผลลัพธ์นับว่าน่าพึงพอใจทีเดียว

อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าตัวหนังก็คือร่างอวตารของซีรีส์ ดังนั้น “อรรถรส” แบบคุ้นตาคุ้นลิ้นก็ยังถูกนำมาใช้ตั้งแต่ซีนเปิดเรื่องที่ยังเน้นเรื่องขี้ของแนตตี้เพื่อกระตุ้นให้แฟนซีรีส์รำลึกได้ว่านางเคยขี้ในรถนะ มีฉากคิมที่ดั้งหักเพื่อเน้นย้ำพฤติกรรมติดศัลยกรรมของนาง แถมลงมาจากเครื่องยังให้กัสไปเจอกับท็อปผัวเก่าของนางอี๊ก ส่วนกอล์ฟมีแค่เกริ่นตอนเปิดเรื่องว่า พี่วิศิษย์ ผัวขิงแก่แต่แซ่บของนางบวชพระจนนางอกหักเพียงเพื่อเชื่อมเรื่องราวมาสู้ฉบับหนังใหญ่เฉย ๆ

ซึ่งข้อดีของการเปิดเรื่องด้วยคาแรกเตอร์ที่คนดูคุ้นเคย พร้อมเสียงบรรยายของช่า ก็ยังเป็นประโยชน์สำหรับคนที่ไม่ใช่แฟนซีรีส์ที่สามารถจดจำได้เลยว่า ตัวละครนี้เห็นหน้าปุ๊บรู้เลยว่าเป็นคนยังไงโดยไม่ต้องทำการบ้านดูซีรีส์ไปก่อนแต่อย่างใด แต่หากคิดว่า งี้..เราก็ดูซีรีส์ซ้ำไปอีกรอบไม่ดีกว่าเหรอ ? ก็อยากจะบอกว่า กิตติภัค ฉลาดพอและเข้าใจสื่ออย่างภาพยนตร์มากพอที่จะเลือกหยิบสิ่งที่ใช่มานำเสนอและที่สำคัญคือการเพิ่มตัวละครของ ชมภู่ อารยา

ก็เป็นทางเลือกอันชาญฉลาดที่จะจับนางเอกระดับตัวแม่ของเหล่ากะเทยไทยมาเล่นบทที่แตกต่างจากที่เคยแสดงมาเสริมด้วยเมกอัปเอฟเฟกต์ทั้งเขี้ยวและหูปลอม พ่วงด้วยการฝึกฝนเป็นเจ๊น้ำเพื่อรับบทตัวเฟค ก็ช่วยพิสูจน์ฝีมือทางการแสดงของเธอไปอีกขั้น แม้ดูเหมือนว่าโดยภาพรวมแล้วมันจะทำให้หนังเรื่องนี้มีศูนย์กลางที่เจ๊น้ำมากกว่าเรื่องเล่าของเหล่าตุ๊ดซี่ส์เหมือนในซีรีส์ก็เถอะ แต่หนังก็ยังมีธีม “เฟค” ที่นอกจากการต้องทำตามภารกิจหาคนหน้าเหมือนมาเฟคแล้ว

ตุ๊ดซี่ส์ แอนด์ เดอะ เฟค เมื่อเห็นหนังตัวอย่างครั้งแรก ผมคาดการณ์ว่าหนังน่าจะทำรายได้ถึง 100 ล้านบาทอย่างไม่ยาก

รีวิวหนัง ชีวิตแต่ละคนยังต้องดีลกับความเฟคที่ต่างกันไป ทั้งเฟครักเด็กเพื่อผัว, เฟคอยากมีลูกเพื่อมรดก, หรืออย่างจมูกใหม่ของคิมก็ทำให้เห็นว่านางก็ติดความเฟคไม่แพ้คนอื่น แม้แต่กอล์ฟเองก็เคยเสพย์ติดความเฟคในความสัมพันธ์กับพี่วิศิษย์ที่ท้ายสุดก็มีอันต้องแยกจากกัน อันช่วยเกาะเกี่ยวยึดโยงเรื่องราวให้เป็นเนื้อเดียวกัน และยังเอื้อให้เกิดมุกใหม่ ๆ บนจอใหญ่สร้างความครื้นเครงได้แบบเป๊ะปังกะละมังหม้อเลยล่ะเธอว์…

จากสองย่อหน้าที่ผ่านมาก็คงพอจะบอกได้แล้วว่าเกณฑ์ที่เราจะให้คะแนนหาใช่เรื่องความสมเหตุสมผลของเนื้อเรื่องหรือข้อคิดอะไรที่จะได้จากหนัง แต่เป็นบรรดามุกที่หนังเอามาเสิร์ฟเสียมากกว่า ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าลำพังแค่คาแรกเตอร์ของ กัส คิม กอล์ฟ และแน็ตตี้ จากซีรีส์ก็เป็นส่วนผสมที่ลงตัวและคนดูก็รักพวกเขาจนพร้อมเอาใจช่วยจากซีรีส์มา 2 ซีซันแล้วแต่สำหรับคนที่ไม่ใช่แฟนจากซีรีส์ก็ยังจะได้ฮาจากความจัดจ้านของคาแรกเตอร์ที่ชัดและมีสีสันอยู่ดี อย่างกัส ก็จะเป็นเสียงเล่าเรื่องหลักและพาร์ตโรแมนติกที่นางจะต้องเลือกระหว่างผู้ 2 คนทั้งผัวเก่าและผัวใหม่ ซึ่งการแสดงของ เพชร เผ่าเพชร เจริญสุข ยังคงให้น้ำหนักที่พอดีระหว่างคอเมดีกับดราม่าได้ดี อาจไม่มีซีนฮามากนักแต่ช่วยให้เรื่องราวมีน้ำหนักจากข้อคิดความสัมพันธ์ที่เติบโตขึ้นและความรับผิดชอบในอนาคตที่ผูกมากับความสัมพันธ์ที่นางเลือกเอง

ส่วน เต๋อ รัฐนันท์ จรรยาจิรวงศ์ หนุ่มหล่อที่มาแอ็บตุ๊ดจนได้ดีไม่แพ้เพชร ก็ทำให้ตัวละครคิม ศจีสาว (สจ๊วร์ตที่ออกสาว) เสพย์ติดศัลยกรรมมีชีวิตขึ้นมา และบุญบาปของนางหรือทีมงานก็ไม่ทราบ นางดันไปทำจมูกใหม่มาพอดี ซึ่งทีมเขียนบทก็ไม่รอช้าเล่นกับมุกซีลีโคนทะลุ จมูกหัก กันเต็มที่ เพื่อส่งให้ตัวละครคิมได้มีโอกาสร้องวี๊ดว้ายกระตู้วู้กันให้เต็มที่ ด้าน พีค ภัทรศยา เครือสุวรรณ ที่แม้ในหนังใหญ่จะไม่มีโอกาสสร้างความฮาจากรสนิยมชอบผัวทอมหน้าตาประหลาด ๆ แต่คราวนี้ความเฟคที่ตัวละครของนางต้องเผชิญในเรื่องก็ให้โอกาสนางได้แสดงอาการหื่น แล้วหื่นกับใครไม่หื่นดันหื่นกับเพื่อนตัวเอง…พังพิ! สิคะ จนฉากห้องซาวน่ากลายเป็นอีกหนึ่งฉากฮาที่พลาดไม่ได้

และที่ไม่พูดถึงไม่ได้แถมเป็นนักแสดงที่ไม่อาจแทนที่ได้เลยคือ ปิงปอง ธงชัย ทองกันทม จากแม่ค้าเสื้อผ้าที่ดังในโลกออนไลน์ นางได้ทำให้ตัวละครกอล์ฟกลายเป็นที่รักของคนดูได้จริง ๆ แถมยังมีโมเมนต์ดี ๆ หลายฉากโดยเฉพาะฉากที่นางได้รับคำชมเรื่องการแต่งหน้าจากแม่ แคร์ธรี่…. ทั้งสายตาและสีหน้าได้แสดงออกชัดเจนว่านางปลื้มปริ่มมาก แถมตัวละคร กอล์ฟ ของนางยังเป็นคนเดียวที่กล้าเผชิญหน้ากับความจริง แม้ความจริงที่ว่าจะแลกมาด้วยการต้องเฟคเพื่อเอาตัวรอดก็ตาม

นอกจากนี้หนังยังอุดมไปด้วยนักแสดงรับเชิญมากมายทั้ง คุณแพร วทานิกา ที่มาในบทดีไซน์เนอร์กับมุกทิ่มเข็มเก็บชายกระโปรงที่ฮาหลายดอกอยู่, การปรากฎตัวของเชฟป้อมในฐานะฮีโรของตัวละครเจ๊น้ำ, เผือก พงศธร จงวิลาส ในบทผู้กำกับที่แทบจะลอกบุคลิกของ “ผู้กำกับโฆษณาระดับโลก” มาล้อเลียน หรือจะเป็น ไอซ์ พาริส อินทรโกมาลย์สุต ที่เพิ่งดังจากเพลง รักติดไซเรน ก็มาโชว์ลีลาโยกบั้นเอวให้สาว ๆ ได้กลืนน้ำลายกันเอื๊อก ๆ แน่นวล.. เอาล่ะ พารากราฟ หรือ ย่อหน้าต่อไปขออุทิศให้ อารยา เอ ฮาร์เก็ต ตัวแม่และสุดยอดนักแสดงที่ทำคนดูกรามค้างแบบไม่แคร์พรมแดงเมืองกาญจน์ เอ้ย! เมืองคานส์ ที่นางไปเดินสวย ๆ มาแม้แต่น้อย

บทความเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของภาพยนตร์

น่าจะนับเป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ของอุตสาหกรรมหนังไทยในรอบปี 2019 เลยก็ว่าได้เมื่อ ตุ๊ดซี่ส์ แอนด์ เดอะเฟค ทำรายได้เปิดตัวที่ 55 ล้านบาท (นับเฉพาะในกรุงเทพฯ และเขตปริมณฑล) และมีแนวโน้มว่ากว่าจะหมดรอบฉาย หนังอาจกวาดรายได้ไปทั้งสิ้นเกินกว่าร้อยล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขสูงลิ่วโดยเฉพาะเมื่อมองจากความซบเซาในระยะหลังๆ ของวงการหนังไทย

มีอยู่หลายเหตุผลว่าทำไมหนัง ‘ตุ๊ดซี่ส์’ จึงระเบิดฟอร์มได้สวยงามนับตั้งแต่วันแรกที่ลงโรงฉาย ข้อแรก มันสร้างมาจากเพจบนเฟสบุ๊คที่มีกลุ่มผู้ติดตามกว่าล้านคนอย่าง ‘บันทึกของตุ๊ด’ ของธีร์ธวิต เศรฐไชยหรือ คุณช่า ที่เล่าสิ่งละพันอันละน้อยที่เธอประสบพบเจอรายวัน —และมักเป็นเหตุการณ์ที่ใกล้ตัวจนคนอ่านเชื่อมโยงตัวเองด้วยได้— เป็นบทความสั้นๆ ลงเพจ ก่อนจะได้รับการดัดแปลงเป็นซีรีส์ในชื่อ ไดอารีตุ๊ดซีส์ เดอะซีรีส์ ในปี 2016 และได้รับความนิยมถล่มทลายจนสร้างซีซั่นที่สองในปีถัดมา เรื่องราวของคุณช่าและเพื่อนๆ จึงมีฐานแฟนที่แน่นหนาอยู่ก่อนที่มันจะถูกนำมาสร้างเป็นหนังเสียอีก

ข้อสอง สืบเนื่องจากข้อแรก เพราะหนังเอานักแสดงนำจากซีรีส์มารับบทเป็นตัวละครเดิมที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันครบถ้วน ทั้ง เพชร—เผ่าเพชร เจริญสุข, ปิงปอง—ธงชัย ทองกันทม, พีค—ภัทรศยา เครือสุวรรณศิริ, เต๋อ—รัฐนันท์ จรรยาจิรวงศ์ และผู้กำกับ กิตติภัค ทองอ่วม ที่รับหน้าที่ดัดแปลงและรังสรรค์เรื่องราวของผู้คนในเรื่อง

ข้อสาม มันเต็มไปด้วยนักแสดงระดับแม่เหล็กที่ทั้งมาในฐานะแสดงนำอย่าง ชมพู่—อารยา เอ ฮาร์เก็ต สองหนุ่มอย่าง เจเจ—กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม, กรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา หรือในฐานะรับเชิญที่สร้างสีสันของเรื่องอย่าง, โอปอล์—ปาณิสรา อารยะสกุล, พอลล่า เทเลอร์, ไอซ์—พาริส อินทรโกมาลย์สุต ฯลฯ

และข้อสี่ มันคือหนังตลกอารมณ์ดีย่อยง่าย ที่น่าจะถูกปากถูกใจคนดูเป็นกลุ่มใหญ่ จึงไม่ผิดคาดนักที่มันจะเปิดตัวด้วยรายได้สูงลิ่วระดับทำสถิติ ซึ่งก็เป็นเรื่องน่ายินดีที่หนังไทยสักเรื่องไปได้ถึงจุดนั้น หากแต่ ตุ๊ดซี่ส์ แอนด์ เดอะเฟค ก็มีแง่มุมที่ชวนให้ตั้งคำถามว่า ภายใต้ฉากหน้าที่เป็นหนังดูง่ายสบายอารมณ์นั้น มันกำลังนำเราไปสู่อะไร และมีสิ่งไหนที่อาจจะซุกซ่อนอยู่ใต้ม่านของความตลกนั้น ดูหนังพากไทย

กอล์ฟ (ปิงปอง ธงชัย) กะเทยผู้เป็นช่างแต่งหน้ามีโอกาสได้ใกล้ชิดกับ แคธี่ (ชมพู่ อารยา) นักแสดงสาวเบอร์ใหญ่ของวงการหนังไทยที่มาในลุคสูงสง่าเพียบพร้อม แต่ยังไม่ทันได้ร่วมงานกันอย่างจริงจัง กอล์ฟกับคิม (เต๋อ รัฐนันท์) —เกย์หนุ่มเพื่อนรักที่ถูกลากให้มาช่วยงานด้วย— ก็ดันเป็นต้นเหตุสำคัญให้แคธี่เกิดอุบัติเหตุจนสลบเหมือด ต้องไปนอนเข้าเฝือกคอในโรงพยาบาลทั้งที่รับงานเป็นพรีเซนเตอร์ให้แบรนด์สินค้าใหญ่แบรนด์หนึ่งไปแล้ว ซึ่งหากเรื่องที่แคธี่ไม่มีศักยภาพในการไปทำงานได้ตามสัญญาหลุดรั่วออกไปให้บริษัทลูกค้าได้ยินเข้า ทั้งกอล์ฟและคิมคงไม่แคล้วจ่ายค่าเสียหายกันตกห้าสิบล้าน และเพื่อไม่ให้ความหายนะระดับโลกถล่มเกิดขึ้นกับชีวิต (ซึ่งก็พินาศมากพออยู่แล้ว) ทั้งสองจึงต้องควานหาคนหน้าเหมือนมารับบทเป็นแคธี่ไปทำงานให้บริษัทลูกค้าไปก่อน

แสงกระสือ: เกินความคาดหวัง นี่คือหนังไทยแห่งปี ที่สนุกเนื้อหาดี

แสงกระสือ: เกินความคาดหวัง นี่คือหนังไทยแห่งปี ที่สนุกเนื้อหาดี

รอมคอมแอดมิน on Twitter: "#แสงกระสือ ว้าวมาก ... เป็นโศกนาฏกรรมรักสามเศร้าที่สวยงาม เป็นการเล่าแง่มุมอมนุษย์อย่างกระสือแบบใหม่ บทดี สเปเชี่ยลเอฟเอฟก็งามไม่ขัดตา และ มินนี่ เกรท โอบ เด็กๆ นักแสดงเซ็ทนี้ในเรื่องนึ้เล่นดีมากค่ะ ไปดูกันเถิด #movietwit ...

จากที่ตอนแรกคิดว่า หนังกระสือมันน่าจะเชยหรือล้าสมัยไปเสียแล้วสำหรับปี 2019 กลับกลายเป็นว่า นี่เป็นหนังกระสือที่มีระดับ เป็นหนังไทยที่ดูทันสมัย ดูอินเตอร์ บทก็มีการตีความใหม่ให้ดูร่วมสมัยมากขึ้นพร้อมกับการผสมผสานกับความเชื่อเกี่ยวกับกระสือดั้งเดิมอย่างลงตัว ในส่วนของซีจีและงานโปรดักชั่นด้านต่าง ๆ เขาก็ทำได้ดีมาก ยกระดับมาตรฐานหนังไทยไปอีกขั้น เป็นหนังผีไทยที่ส่งออกสู่สากลได้อย่างไม่อายใคร

ถ้าไม่นับที่ต้องทนเห็นตับไตไส้พุงและเลือดสด ๆ หนังไม่ได้หลอน ไม่ได้น่ากลัว คือมันไม่ใช่หนังผี (ในหนังก็จะบอกแหละว่า กระสือเองก็ไม่ใช่ผี แต่เราแค่เคยได้ยินคนเรียกรวม ๆ ว่า ผีกระสือ) หรือต่อให้เรียกว่ากระสือเป็นผี…เป็นสัตว์ประหลาด… กระสือก็ไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในเรื่องนี้อยู่ดี เพราะกระสือสายเป็นเด็กหญิงจิตใจดี ในทางกลับกัน จิตใจของมนุษย์… ความกลัวและความอาฆาตแค้นต่างหาก… ที่น่ากลัวที่สุด เพราะนำไปสู่ความขัดแย้งและความรุนแรงในสังคมไม่รู้จบ

นอกจากนี้หนังไม่ได้มุ่งเน้นไปที่ความเชื่อโบราณของชาวบ้านหรือขบวนการล่าแม่มดเป็นหลักเหมือนอย่างเรื่องนาคีด้วย แต่หนังเน้นฟีลลิ่งการเป็นคนนอกของกระสือ และเรื่องรักสามเส้าของหนุ่มสาวสามคน ซึ่งเป็นการเน้นย้ำว่า สัตว์ประหลาดก็มีหัวใจ… เอาจริง มันก็คือหนังรักโรแมนติกเรื่องหนึ่ง อารมณ์เหมือน The Shape of Water

ในช่วงองก์แรก ตอนที่สายยังไม่รู้ตัวว่าเป็นกระสือ (เลือดเปรอะที่นอน ก็คิดว่าตัวเองเมนส์มา อมยิ้มลัลล้า เหมือนดีใจที่หนูเป็นสาวแล้ว) หนังพาเราไปรู้จักเด็กหนุ่มและเด็กสาว ที่เป็นชาวบ้านตาดำ ๆ จิตใจดี และมีความฝันเหมือนเด็กธรรมดาทั่วไป เช่น สาย (มินนี่-ภัณฑิรา) อยากเป็นพยาบาล, น้อย (โอบ-โอบนิธิ) อยากเป็นหมอ และเจิด (เกรท-สพล) อยากเป็นทหาร/ตำรวจ (ตรงนี้แอบสะท้อนเรื่องเพศในสังคมไทยสมัยก่อนบาง ๆ ด้วย กล่าวคือ สายมีความคิดอยากรักษาคน แต่กลับฝันแค่อยากเป็นพยาบาล ไม่ได้ฝันจะเป็นหมอ) ชีวิตของพวกเขาดูปกติดี จนกระทั่งเกิดสงครามที่พระนครและหมู่บ้านก็มีกระสือออกมาหากิน ฆ่าเป็ด ไก่ วัว ควายของชาวบ้านตายทุกคืน ๆ

ในช่วงองก์สอง หนังเริ่มมีความโรแมนติกขึ้น เมื่อน้อยบังเอิญได้รู้ความจริงว่าสายเป็นกระสือ จากที่ตอนแรกไม่เชื่อเรื่องภูติผีปิศาจ (ด้วยความหัวสายวิทย์ เรียนหมงเรียนหมอ) ต้องมาเป็นคนเดียวที่ล่วงรู้และช่วยปกปิดความลับของสาย พร้อมกับช่วยคิดหาทางรักษา ซึ่งตรงนี้ เราได้เห็นว่า จริง ๆ แล้วกระสือไม่ได้ร้าย เขาแค่ต้องหากินเพื่อความอยู่รอดเฉกเช่นมนุษย์ปุถุชน และสามารถอยู่ร่วมกับมนุษย์ในสังคมได้ ในขณะเดียวกัน เจิด ซึ่งไปร่วมกับกระบวนการล่ากระสือ ก็ค่อย ๆ กลายเป็นคนไกลออกไป ความเฟรนด์โซนของเจิด เราก็อินและสงสารเสียยิ่งกว่าความเฟรนด์โซนของปาล์มกับกิ๊งในหนังเรื่อง Friend Zone ดูหนังพากไทย

องก์สุดท้ายนี่คือตัวพีค นอกจากหนังจะนำเสนอตำนานของกระสือ-กระหังให้เรารู้จักมากขึ้นแล้ว หนังยังกล้าฉีก ทะเยอทะยาน และเล่นใหญ่ไปเลย มีครบรสทั้งบู๊ทั้งซึ้ง สนุกแบบกราฟขึ้นปรู๊ดปร๊าด ถ้าใครเคยดู นาคี 2 คงพอนึกฟีลลิ่งออก แต่อย่างไรก็ตาม แสงกระสือ ทำได้ดีกว่า พีคกว่า และทรงพลังกว่านั้นเยอะ คือช่วงท้ายนี่ เราแอบปรบมือให้ในโรงอยู่หลายซีน แต่พูดมากไม่ได้ เพราะเสี่ยงต่อการหลุดสปอยล์

ผัดเปรี้ยวหวานปลาทอด จับปลาคลุกแป้งแล้วทอดจนสุก ใส่เครื่องเคราลงไป

ผัดเปรี้ยวหวานปลาทอด จับปลาคลุกแป้งแล้วทอดจนสุก ใส่เครื่องเคราลงไป

เมนูปลาผัด

ประโยชน์ของการทานปลาเป็นประจำ

ปลา นับว่าเป็นอาหารที่มีความเหมาะสมต่อร่างกายของคนเรา เพราะมีโปรตีน และแร่ธาตุในปริมาณสูง เราจึงใช้ปลาเป็นแหล่งอาหารโปรตีน เพราะโปรตีนที่ได้จากปลา จะมีกรดอะมิโนที่จำเป็นครบถ้วน และมีประสิทธิภาพการใช้ของโปรตีน และการใช้ให้เป็นประโยชน์ในร่างกายได้ผลดีรองจากไข่ และนม ปลานั้นมีคุณค่าทางโภชนาการอย่างดียิ่ง ดังนี้

การทานปลาเป็นประจำ จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ เพราะในปลาอุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า3 (Omega-3 Fatty Acids) ที่จะลดระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดที่เป็นต้นเหตุของโรคหัวใจ เพราะโอเมก้า3 จะมีหน้าที่ควบคุมการแข็งตัว และการหดตัวของหัวใจ และหลอดเลือด นอกจากนี้ ยังมีส่วนช่วยลดอาการซึมเศร้าในผู้สูงอายุอีกด้วย
การทานปลา เหมาะสำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนัก เพราะปลามีไขมันน้อย และเต็มไปด้วยโปรตีน, วิตามิน และแร่ธาตุ ซึ่งเป็นสิ่งที่ร่างกายของเราต้องการ ไม่ว่าจะเป็นวิตามินดี และวิตามินบี2 ที่มีส่วนช่วยให้การดูดซึมแคลเซียม และช่วยให้ร่างกายเผาผลาญน้ำตาลได้ดีขึ้น นอกจากนี้ ยังเป็นวิตามินที่มีประโยชน์สำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์อีกด้วย อีกทั้งการทานปลาเป็นประจำ จะช่วยความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเกี่ยวกับหลอดเลือด, ความเครียด, อัลไซเมอร์ และภาวะเรื้อรังอื่น ๆ
แร่ธาตุ และคอลลาเจนในปลา จะช่วยให้ผิวของคุณดูสุขภาพดี และช่วยลดริ้วรอยบนใบหน้าได้อีกด้วย
ปลาเป็นแหล่งโปรตีน ที่สำคัญรองลงมาจากเนื้อสัตว์ และไข่
ปลาทะเลทุกชนิด มีแร่ธาตุไอโอดีน ซึ่งเป็นแร่ธาตุ ที่สำคัญต่อการดำรงชีวิต
ปลามีแร่ธาตุแคลเซียมต่ำ ยกเว้นในกรณีที่เราสามารถกินได้ทั้งตัว
ปลามีปริมาณพิวรีน สูงเหมือนในเนื้อต่างๆ ที่มีสีแดง ดังนั้น คนที่เป็นโรคเกาต์ ควรหลีกเลี่ยงเช่นเดียวกัน
ปลาน้ำจืดเป็นแหล่งสะสมพยาธิ ดังนั้น ถ้าจะกินควรกินสุก ไม่ใช่สุกดิบ ๆ หรือกินปลาดิบ ๆ ทั้งนี้เพราะปลามีตัวอ่อนของพยาธิใบไม้ตับ เมื่อเรากนปลาที่สุกๆ ดิบๆ เราก็จได้ตัวอ่อนของพยาธิตัวนี้ ซึ่งก่อให้เกิดโรคได้

ส่วนผสม ผัดเปรี้ยวหวานปลาทอด

• เนื้อปลา (ตามชอบ) 10 ออนซ์ (ประมาณ 284 กรัม)
• แป้งเทมปุระ (หรือแป้งสาลีอเนกประสงค์)
• น้ำมันพืช 1 ถ้วย
• กระเทียมสับ 2 กลีบ
• หอมใหญ่ 1/3 ถ้วย (หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ)
• แครอท ประมาณ 30 กรัม (หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ)
• มะเขือเทศ 1/3 ถ้วย (หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ)
• แตงกวา 1/3 ถ้วย
• พริกหยวกหวาน 1/3 ถ้วย
• สับปะรด 1/3 ถ้วย
• ซอสผัดอเนกประสงค์ 2 ช้อนโต๊ะ
• น้ำซอสเปรี้ยวหวาน 1/3 ถ้วย
• ต้นหอม (หั่นเป็นท่อน) 1 ออนซ์ (ประมาณ 28.4 กรัม)

ส่วนผสม น้ำซอสผัดเปรี้ยวหวาน

• น้ำตาลทราย 1+3/4 ถ้วย
• น้ำส้มสายชู 2/3 ถ้วย
• เกลือ 2 ช้อนชา
• มะเขือเทศแบบเข้มข้น 3 ช้อนโต๊ะ
• สับปะรด หั่นเป็นชิ้น 1/2 ถ้วย

วิธีทำ ผัดเปรี้ยวหวานปลาทอด

1. วิธีทำซอสผัดเปรี้ยวหวาน โดยใส่น้ำตาลทราย น้ำส้มสายชู และเกลือลงในหม้อ คนผสมให้ละลายเข้ากัน จากนั้นนำขึ้นตั้งไฟกลางต้มจนเดือด ปิดไฟ ใส่เนื้อมะเขือเทศเข้มข้น คนผสมจนเข้ากัน ตามด้วยสับปะรด ใช้เครื่องปั่นมือปั่นจนส่วนผสมเนียนละเอียด หรือเอาไปปั่นจนส่วนผสมเนียนละเอียดก็ได้ พักไว้จนเย็นสนิท เก็บใส่ขวดโหล สามารถเก็บไว้ได้นาน 1 เดือน
2. วิธีทำปลาทอด คลุกเนื้อปลากับแป้งทอดกรอบให้ทั่ว นำไปทอดจนสุกเหลืองทองทั้ง 2 ด้าน ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน เตรียมไว้
3. ใส่น้ำมันพืชลงในกระทะประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ นำขึ้นตั้งไฟกลาง พอร้อนใส่กระเทียมสับลงไปผัดจนหอม ใส่หอมใหญ่ แครอท มะเขือเทศ แตงกวา พริกหยวกหวาน และสับปะรดลงผัด ปรุงรสด้วยซอสผัดอเนกประสงค์ และน้ำซอสเปรี้ยวหวานลงไป ผัดส่วนผสมให้เข้ากัน (สามารถใส่น้ำลงไปเพื่อเจือจางได้)
4. ใส่เนื้อปลาทอดที่เตรียมไว้ลงไป เคล้าผสมให้เข้ากันเบา ๆ ปิดไฟ ใส่ต้นหอมลงไป ผัดให้เข้ากันอีกครั้ง ตักใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

แกงป่าเนื้อสับ ใส่หน่อไม้ ฟักทอง มะเขือเปราะ ข้าวโพดอ่อน และกระชาย

แกงป่าเนื้อสับ ใส่หน่อไม้ ฟักทอง มะเขือเปราะ ข้าวโพดอ่อน และกระชาย

เมนูกระชาย

สรรพคุณของกระชาย
1. กระชายมีสรรพคุณช่วยบำรุงร่างกาย เป็นยาอายุวัฒนะ
2. ช่วยบำรุงธาตุในร่างกาย (ใบ)
3. กระชายเหลืองมีสรรพคุณช่วยแก้ลมวิงเวียน แน่นหน้าอก
4. ช่วยบำรุงกำลัง เสริมสมรรถภาพทางเพศ บำบัดโรคนกเขาไม่ขันหรือโรคอีดี (Erectile Dysfunctional หรือ ED) (เหง้าใต้ดิน)
5. ช่วยบำรุงหัวใจ ด้วยการใช้เหง้าและรากของกระชายนำมาปอกเปลือก ล้างน้ำให้สะอาด นำมาหั่นตากแห้งแล้วบดจนเป็นผง และให้ใช้ผงแห้งที่เตรียมไว้ประมาณ 1 ช้อนชา นำมาชงกับน้ำร้อนครึ่ง ถ้วยชา แล้วรับประทานเพียงครั้งเดียว (เหง้า, ราก)
6. ช่วยแก้อาการท้องร่วง ท้องเดิน ด้วยการใช้เหง้าสด 1-2 เหง้า ใช้เหง้าที่ปิ้งไฟแล้วนำมาฝนหรือตำผสมกับน้ำปูนใส หรือจะคั้นให้ข้น ๆ แล้วนำมารับประทานครั้งละ 1-2 ช้อนชาก็ได้ (เหง้า, ราก)
7. ช่วยบำรุงกระดูก ช่วยทำให้กระดูกไม่เปราะบาง
8. ช่วยปรับสมดุลของฮอร์โมนต่าง ๆ ในร่างกาย
9. ช่วยบำรุงกำหนัด แก้อาการกามตายด้าน (เหง้าใต้ดิน)
10. ช่วยบำรุงสมอง เพราะช่วยทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองส่วนกลางได้ดีมากขึ้น
11. ช่วยปรับสมดุลของความดันโลหิตในร่างกาย ช่วยลดความดันโลหิตเมื่อความดันโลหิตสูง แต่เมื่อความดันโลหิตต่ำก็จะช่วยทำให้ความดันเพิ่มขึ้นจนเป็นปกติ
12. สรรพคุณกระชายช่วยแก้โลหิตเป็นพิษ (ใบ)
13. กระชายมีสรรพคุณทางยาช่วยแก้โรคในปากและคอ เช่น ปากเปื่อย ปากแห้ง ปากเป็นแผล (ใบ, เหง้า)
14. ช่วยแก้ฝ้าขาวในปาก ด้วยการใช้กระชายที่ล้างสะอาดนำมาบดแบบไม่ต้องปอกเปลือก แล้วใส่ในโถปั่นพอหยาบ แล้วนำมาใส่ขวดปิดฝาแช่ไว้ในตู้เย็น แล้วนำมากินก่อนอาหารครั้งละ 1 ช้อนชาเล็ก 15. กินวันละ 3 มื้อก่อนอาหารประมาณ 15 นาที ประมาณ 1 อาทิตย์ (ราก)
16. เหง้าใต้ดินมีรสเผ็ดร้อนและขม มีสรรพคุณช่วยแก้อาการปวดท้อง มวนในท้อง อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ด้วยการใช้เหง้าและรากประมาณครึ่งกำมือ ถ้าสดให้ใช้ประมาณ 5-10 กรัม แต่ถ้าเป็นแห้งให้ใช้ประมาณ 3-5 กรัม แล้วนำมาต้มเอาน้ำดื่มแก้อาการ หรือจะนำมาใช้ปรุงเป็นอาหารไว้รับประทานก็ได้เช่นกัน (เหง้าใต้ดิน)
17. ช่วยแก้บิด โดยใช้เหง้าสดประมาณ 2 เหง้า นำมาบดจนละเอียดแล้วเติมน้ำปูนใส คั้นเอาแต่น้ำมาดื่ม (เหง้าสด)
18. ช่วยรักษาอาการท้องเดินในเด็ก (เหง้า, ราก)
19. รากกระชายมีสรรพคุณช่วยแก้โรคกระเพาะ (ราก)
20. ช่วยแก้อาการบิดมูกเลือด (เหง้า, ราก)
ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ แก้อาการปัสสาวะพิการ (เหง้า, ราก)

ส่วนผสม แกงป่าเนื้อสับ

  • น้ำพริกแกงป่า 1/2 ถ้วย
  • น้ำซุปไก่ 3 ถ้วย
  • น้ำเปล่า 1/2 ถ้วย
  • เนื้อสับ 300 กรัม
  • ฟักทอง 200 กรัม
  • มะเขือเปราะ 2 ลูก
  • หน่อไม้ลวก 1/2 ถ้วย
  • ข้าวโพดอ่อน 1/2 ถ้วย
  • ถั่วฝักยาว 1/2 ถ้วย
  • กระชายหั่นฝอย 1/2 ถ้วย
  • น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
  • ใบมะกรูด 1/4 ถ้วย
  • พริกชี้ฟ้าสีแดงกับพริกอ่อน 1/2 ถ้วย
  • ใบโหระพา 1 ถ้วย
  • ข้าวคั่ว 3 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสม น้ำพริกแกงป่า

  • พริกแห้งแช่น้ำ 1/2 ถ้วย
  • กระเทียม 10 กลีบ
  • หอมแดง 10 กลีบ
  • ตะไคร้ 3 ต้น
  • ผิวมะกรูด 2 ช้อนโต๊ะ
  • ข่าหั่นฝอย 3 ช้อนโต๊ะ
  • กระชาย 1/2 ถ้วย
  • รากผักชี 3 ช้อนโต๊ะ
  • กะปิ 1 ช้อนชา

วิธีทำ แกงป่าเนื้อสับ

     1. นำส่วนผสมเครื่องแกงป่าตำรวมกันให้ละเอียด เตรียมไว้

2. นำหม้อใส่น้ำซุปไก่ผสมน้ำเปล่า หรือใช้น้ำเปล่า แต่ขอแนะนำใส่น้ำซุปด้วยจะได้รสชาติดีกว่า เปิดเตา ตั้งน้ำซุปให้เดือด เอาน้ำพริกแกงป่าใส่ผสมกับน้ำซุป

3. พอเครื่องแกงเดือดใส่เนื้อสับลงไปต้ม ถ้าไม่กินเนื้อก็ใส่ไก่ หมู หรือลูกชิ้นปลา คนให้เนื้อแตกตัวและเดือดพอสุก

4. ใส่ฟักทอง ตามด้วยมะเขือเปราะ พอให้ฟักทองนิ่ม ใส่หน่อไม้ลวก ข้าวโพดอ่อน ถั่วฝักยาวหั่นท่อน และกระชายหั่นฝอย

5. ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลทราย ใส่ใบมะกรูดลงไปเพื่อความหอมยิ่งขึ้น ใส่พริกชี้ฟ้าแดงกับพริกอ่อนตามไป ใส่ใบโหระพา สุดท้ายต้องใส่ข้าวคั่ว พอทุกอย่างสุกเข้ากันดีแล้วปิดเตา

รีวิวหนัง Suck Seed ห่วยขั้นเทพ (2011) ที่คุณต้องร้องซี้ด

รีวิวหนัง Suck Seed ห่วยขั้นเทพ (2011) ที่คุณต้องร้องซี้ด

Teaser Poster *Suck seed* หนังใหม่จากค่าย GTH *+2 PICS | บันเทิง | 2036548

รีวิวหนัง Suck Seed ห่วยขั้นเทพ ภาพยนตร์ของกลุ่มวัยรุ่นที่คุณต้องร้องซี้ด
Suck Seed ห่วยขั้นเทพ เป็นภาพยนตร์จากค่ายหนังไทยที่ทุกคนรู้จักกันดีอย่าง GTH ภาพยนตร์ได้ผู้กำกับอย่าง ชยนพ บุญประกอบ หรือพี่หมู มากับกับหนังเรื่องนี้ ซึ่งพี่หมูนั้นได้กำกับหนังดังหลายๆ เรื่องที่เรารู้จักกันดีอย่าง เมย์ไหน..ไฟแรงเฟร่อ, พรจากฟ้า, friend zone ระวังสิ้นสุดทางเพื่อน และอื่นๆ อีกมากมาย

Suck Seed ภาพยนตร์ไทยแจ้งเกิดนักแสดงอย่าง เก้า จิรายุ(เป็ด) พีช พชร(คุ้ง) แนท ณัฐชา(เอิญ) เอิร์ธ ธวัช(เอ็ก) ท้อป ณภัทร(ตวง) รับบทหลักของเรื่อง เรียกได้ว่าเป็นภาพยนตร์แจ้งเกิดของนักแสดงวัยรุ่นที่ตอนนี้ไม่มีใครไม่รู้จักพวกเขา ซักซี้ด ได้ฉายไปเมื่อวันที่ 17มีนาคม 2554 ซึ่งใช้ทุนสร้าง 20ล้านบาทแล้วได้กวาดรายได้ไปถึง 78.32ล้านบาท อีกทั้งได้ไปฉายที่งานเทศกาลหนังไทเป ฟิล์ม เฟสติวัล ที่ประเทศไต้หวันอีกด้วย

ซักซี้ด ห่วยขั้นเทพ มันคือภาพยนตร์วัยรุ่นแนวดนตรีที่เป็นเรื่องราวของกลุ่มวัยรุ่นสุดห่วย อย่างคุ้งผู้ที่มีแฝดชื่อเค ซึ่งคุ้งและเคนั้นถึงหน้าจะเหมือนกันมากแต่นิสัยและการกระทำนั้นต่างกันมาก เคนั้นเป็นหนุ่มฮอตแสนเท่ที่เป็นนักกีต้าของวงชื่อดังของโรงรียน ส่วนคุ้งนั้นเป็นแฝดอีกคนที่ไม่เอาอ่าว ใช้ชีวิตไปเรื่อยเปื่อยและเปลี่ยนงานอดิเรกหรือสิ่งที่ทำไปตามใจตัวเอง ซึ่งเขาจะมีเป็ดเป็นเพื่อนสมัยเด็กๆ ที่คอยติดสอยห้อยตามไปทุกที่

เป็ด ตัวเอกของเรื่อง รับบทโดย เก้า จิรายุ ชีวิตเขานั้นห่วยมากในด้านการตัดสินใจขี้ขาดและเป็นคนขี้อาย แค่จะบอกชอบผู้หญิงที่ตัวเองรักยังไม่กล้าที่จะบอก ซึ่งผู้หญิงคนนั้น ก็คือ เอิญ สุดท้ายเป็ดก็ไม่ได้บอกความรู้สึกให้เอิญรู้ อีกทั้งยังมีข่าวลือว่า คุ้งโทรไปสารภาพรักกับเอิญ ซึ่งทำให้เอิญเสียใจมาก ทำให้เป็ดไม่กล้าจะบอกความจริงว่าคนที่โทรไปนั้นคือ เขานั่นเอง

จนเวลาผ่านเลยไป คุ้งและเป็ด ได้เติบโตกันจนอยู่มัธยม ปีที่ 6 เอิญก็ได้ย้ายกลับเข้ามาเรียนที่เดียวกันกับคุ้งและเป็ดแล้วเรื่องราววุ่นๆ จึงเกิดขึ้น เมื่อคุ้งได้เกิดหลงรักเอิญขึ้นมา เพราะความสวยของเอิญ บวกกับความทรงจำในสมัยก่อน ซึ่งเป็นตอนที่เอิญเสียใจมันทำให้คุ้งกลับรู้สึกชอบเอิญ ส่วนเป็ดที่รู้ว่าเอิญกลับมาเรียนด้วยกันความรู้สึกต่างๆ ก็หวนคืนกลับมา

คุ้งรู้ว่าเอิญเล่นดนตรีเป็น คุ้งเลยชวนเอิญมาตั้งวงด้วย แล้วได้ชวนเป็ดมาด้วย ซึ่งเป็ดได้รับเลือกให้เล่นเบส คุ้งเป็นนักร้องนำและกีต้าร์ เอิญได้เล่นกีต้าร์ จากนั้นเขาจึงชวน เอ็กหนุ่มนักกีฬา ที่ได้มาเป็นมือกลองของวง ที่บ้านทำร้านเบเกอรี่ โดยมีคุณพ่อสนับสนุนยกห้องเก็บอุปกรณ์ทำขนมปังเป็นห้องซ้อมให้พวกเพื่อนๆ ซึ่งเอ็กนั้นก็มีความห่วยเหมือนกัน เขานั้นได้ชอบหญิงสาวสวยคนหนึ่งแต่ก็ถูกทอมแย่งไป หลังจากตั้งวงดนตรี พวกเขาก็จะไปประกวดฮอตเวฟ ซึ่งกติกาก็คือการแต่งเพลงรักที่ห้ามมีคำว่ารัก แต่แล้วก็มีเรื่องที่ทำให้เอิญนั้นต้องออกจากวงไปทำให้พวกเขาทั้ง 3คนต้องมาตั้งวงและทำเพลงเข้าประกวด ซึ่งการรวมตัวของพวกห่วยที่หวังจะชนะฮอตเวฟจึงทำให้หนังเรื่องนี้มีความน่าดึงดูด

สิ่งที่หน้าสนใจของหนังเรื่องนี้ คงเป็นการที่แทรกเพลงต่างๆ ให้เข้ากับเนื้อเรื่องที่ทำให้คนอินกันสุดๆ แต่ถ้าพูดแบบนี้ผู้อ่านคงคิดว่าเรื่องอื่นๆ เขาก็ทำกันเป็นธรรมดา แต่สิ่งที่หนังเรื่องแตกต่างและทำให้ผู้เขียนรู้สึกชื่นชอบเป็นอย่างมากคือการที่มีการถ่ายทำเอ็มวีของเพลงต่างเข้ามาผสมกับเนื้อเรื่องและได้นักร้องของเพลงมาร่วมแสดง ได้แก่เพลง ก่อน ที่ได้พี่ป๊อดโมเดิร์นด็อก เพลงมีแต่เธอที่ได้ต้าพาราด็อก เพลงน้ำตาที่ ได้แด๊กซ์บิ๊กแอส ยิ่งโตยิ่งสวยที่ได้ ปูแบล็คเฮด ความเชื่อ วงบอดี้แสลม และเลี้ยงส่ง ที่ได้โจ๊กโซคูลมาร่วมแสดงและสร้างสรสันให้กับภาพยต์เรื่องนี้อีกด้วย

แต่สิ่งที่หนังเรื่องนี้ทำให้คนดูรู้สึกแปลกใจและยังคงเป็นสิ่งใหม่ที่วงการภาพยนต์คงเป็นเรื่องของการเล่าเรื่องโดยมีภาพอนิเมชั่นประกอบเข้ากับตัวหนัง ซึ่งทำให้หนังนั้นมีมิติที่แตกต่างจากหนังวัยรุ่นที่ผ่านๆ มา ส่วนในด้านการแสดงต้องบอกเลยว่าเก้าจิรายุทำได้ดีมาก แต่นักแสดงนำคนอื่นก็ไม่น้อยหน้า ซึ่งถ้าในตอนนั้นแต่ละคนยังคงเป็นนักแสดงหน้าใหม่ของวงการเลยก็ว่าได้ แต่ที่ต้อง ตบมือให้คงเป็นการแสดงของพีช พชร ที่เล่นเป็นแฝดที่มีลักษณะนิสัยที่แตกต่างกันสุดขั้วและเขายังทำได้ดีมากอีกด้วย เรียกได้ว่าการแสดงของพวกเขานั้นเป็นตัวส่งให้หนังมีชีวิตชาวามากยิ่งขึ้น

การที่หนังเรื่องนี้ดูน่าสนใจอีกอย่างคงเป็นเรื่องราวความรักในหลายๆ แง่มุม ของตัวละคร และเรื่องราวมิตรภาพของเพื่อน ที่แม้กาลเวลาจะเปลี่ยนไปก็ไม่อาจทำให้มิตรภาพของเราจางหายไปได้ ซึ่งตัวหนังทำได้ดีมากในการให้แง่คิดและยังสร้างแรงบันดาลใจให้กับวัยรุ่นที่สนใจในการเล่นดนตรีอีกด้วย
“หนังวัยรุ่น” จัดเป็นหนึ่งในประเภทของหนังปราบเซียน คือไม่ใช่ว่ามันไม่ทำเงิน กำกับยากหรืออะไร แต่เพราะเป็นหนังประเภทที่คนทำมาเยอะ(มาก)แล้ว และยากที่จะฉีกแนวจากหนังวัยรุ่นทั่วไป คือถ้าเราหลับตาดูก็จะนึกภาพตั้งแต่ต้นเรื่องจนจบได้เลย

เริ่มต้นด้วยพระเอกหล่อ นางเอกสวยใส -> ฝันอยากจะตั้งวงดนตรี/ประกวดเต้น/แข่งกีฬา -> เจออุปสรรค ที่บ้านไม่เห็นด้วย เล่นไม่เก่ง อุปกรณ์ไม่ดี -> ปิ๊งสาว -> จบที่งานประกวด พลิกชนะเลิศ ได้รางวัล สาวชอบ ที่บ้านยอมรับ Happy Ending จบ .. แค่นี้ก็รู้สึกถึงความเอียน~~~~ ดูหนังออนไลน์ฟรี

 

วิจารณ์หนัง รักสามเศร้า การแอบรักใครซักคน มักจะเจ็บปวดเสมอ

วิจารณ์หนัง รักสามเศร้า การแอบรักใครซักคน มักจะเจ็บปวดเสมอ

PANTIP.COM : A7046816 +++ ใครที่ซื้อ รัก สาม เศร้า DVD box set อยากทราบลาดระเอียด เกี่ยวกับ uncut version +++ [ภาพยนตร์]

วิจารณ์ภาพยนตร์ ” การแอบรักใครซักคน มักจะเจ็บปวดเสมอ
( 7.5/10 )
* รีวิว * ( หนังเก่าไปหน่อยไหม 555 )
– แอดมิน ชอบหนังเรื่องนี้ พอสมควร ครับ คือ ผู้กำกับอย่างคุณต้อม ยุทธเลิศ ได้นำเสนอเรื่องราวของความรักในแง่มุมของเขามาถ่ายทอดในหนังเรื่องนี้ ซึ่งโอเคอยู่ในระดับนึงครับ หนังทำออกมาได้แบบโอเคระดับนึง แต่สิ่งที่แอดมินชอบมากที่สุดคือ การแสดงของคุณก้อย รัชวิน ครับ คือเธอแสดงออกทางแววตาได้เป็นอย่างดี แววตาของเธอในเรื่องสื่อถึงอารมณ์ในแต่ละเหตุการณ์ ทั้งแอบรัก ทั้งดีใจ ทั้งสงสารเพื่อน ลูกเพจลองสังเกตุดูนะครับ ว่าคุณก้อยแสดงได้อย่างสุดยอดครับ

– ส่วนดารานำอีกสองท่าน อย่างคุณเป้ อารักษ์ และ คุณพีค ภัทรศยา ก็ถือว่าแสดงได้โอเคในระดับนึงครับ แต่เสียดายที่บทบาทของคุณพีค นั้นน่าจะมีอะไรให้เล่นได้เยอะกว่านี้อีกครับ

– อย่างที่แอดมินได้เกริ่น มาข้างต้น คือ การที่เราได้แอบรักใครซักคนมักจะเจ็บปวดเสมอ ซึ่งแน่นอนหนังเรื่องนี้ก็ได้นำเสนอในมุมมองแบบนั้นครับ คือ การที่เรารักใครคนนึงมาก ๆ แล้ว แล้วเขาไม่สนใจหรือไม่รักเราด้วย หรือแม้แต่ไม่กล้าที่จะบอกรักเขาคนนั้น มันเป็นความรู้สึกในแบบที่ทรมานครับ แล้วยิ่งเป็นความสัมพันธ์ในแบบที่เริ่มต้นจากการเป็นเพื่อนกันมาก่อน จะยิ่งทรมานมากกว่าเดิมครับ คือ เราจะรู้ว่าตัวเรารักเขา

แต่จะกลัวเมื่อได้บอกรักแล้วจะเสียความสัมพันธ์ในแบบเพื่อนไป ซึ่งแอดมินเข้าใจในจุดนี้ครับ เลยชอบในหนังเรื่องนี้เป็นอย่างดี แล้วอีกอย่างที่แอดมินชอบตรงที่หนังได้เล่นถึงชื่อของตัวละครเอกแต่ละคนอย่าง ฟ้า,น้ำ และ พายุ ซึ่งถ้าสังเกตดีๆ

จะรู้ว่าคนเขียนบทและกำกับด้วยอย่างคุณต้อม ยุทธเลิศ ตั้งใจตั้งชื่อของตัวละครเอกนี้อยู่แล้ว เพราะความเป็นจริงสามสิ่งนี้จะเกี่ยวข้องกันในหลักธรรมชาติครับ และที่สำคัญจะบ่งบอกถึงอารมณ์ของตัวละครตามชื่อได้เป็นอย่างดี อย่างน้ำ ( ก้อย รัชวิน )

ก็จะดูนิ่งๆ เก็บความรู้สึกได้ดีสมชื่อ แต่ตามหลักความเป็นจริง น้ำต้องมีคลื่น มีกระแสน้ำไหลเชี่ยวบ้าง ซึ่งก็เหมือนอารมณ์ของตัวละครอย่างน้ำ ที่ต้องหวั่นไหวบ้างที่ได้รู้กับความเป็นจริง ถึงแม้จะเก็บความรู้สึกได้ดีแค่ไหนก็ตาม ส่วนฟ้า ( พีค ภัทรสยา ) ก็เหมือนฟ้าที่สวยงาม เธอทั้งสวยทั้งงาม

เป็นที่หมายปองของหนุ่มๆ สมกับชื่อของเธอ แต่แน่นอนท้องฟ้าย่อมมีเปลี่ยนสี จากท้องฟ้าที่สดใส ก็อาจจะมืดครึ้ม เหมือนกับสภาพจิตใจของตัวละครอย่างฟ้าเช่นกัน เธอเลือกตัดสินใจรักคนที่เธอรัก แต่สุดท้ายเธอก็ตัดสินใจผิด และคนรักของเธอได้ทรยศต่อตัวเธอเอง เลยทำให้สภาพจิตใจของเธอนั้นไม่เต็มร้อยเลย ซึ่งตัวละครของเธอนั้นคือตัวละครที่น่าสงสารมากที่สุดแล้วครับ ส่วนพายุ ( เป้ อารักษ์ ) ก็สมชื่ออีกเหมือนกัน คือ อาจจะมีบุคลิกที่ดุดันเหมือนกับชื่อ แต่ก็เป็นคนตรงไปตรงมา  ดูหนังออนไลน์ฟรี

รักใครรักจริง และก็ยึดมั้นในเรื่องของความรักของตนเองได้เป็นอย่างดี
– อย่าคาดหวังว่านี้ คือ หนังรักโรแมนติก นี่คือหนังดราม่าในแบบเพื่อนแอบรักเพื่อน ซึ่งแน่นอนทำออกมาได้ดี และตอนจบที่แม้จะเจ็บปวดแต่คนดูอย่างเราๆ ก็ยอมรับได้ในจุดนั้น
– เพลงประกอบหนังเรื่องนี้เพราะทุกเพลงครับ และนำมาเล่าได้เข้ากับเหตุการณ์ของหนังในแต่ละช่วงเวลาได้อย่างลงตัว
– การแสดงของสามดารานำ ทำให้คนดูเชื่อว่าเป็นเพื่อนสนิทกันมากๆ เพราะนี้คือจุดเด่นที่สุดเลยในหนังเรื่องนี้ จากเริ่มต้นในแบบเพื่อน แล้วสุดท้ายจบลงด้วยการแอบรัก ทำให้คนดูอย่างเราๆ รู้เลยว่า การแอบรักมันทรมานมากแค่ไหนครับ
– สุดท้ายแล้ว เพื่อนๆและลูกเพจของแอดมินเด็กน้อยทุกท่าน เคยรับประทานฉี่ของตนเองไหมครับ ถ้าอยากรู้คำตอบต้องหาหนังเรื่องนี้มาดูนะครับผม ^^
( ขออนุญาตไม่เล่าเรื่องราวย่อในหนังนะครับ เพราะแอดมิน อยากให้ทุกท่านได้หามาดูกันเองมากกว่าครับ )