Categories
อาหาร

แกงป่าเนื้อสับ ใส่หน่อไม้ ฟักทอง มะเขือเปราะ ข้าวโพดอ่อน และกระชาย

แกงป่าเนื้อสับ ใส่หน่อไม้ ฟักทอง มะเขือเปราะ ข้าวโพดอ่อน และกระชาย

เมนูกระชาย

สรรพคุณของกระชาย
1. กระชายมีสรรพคุณช่วยบำรุงร่างกาย เป็นยาอายุวัฒนะ
2. ช่วยบำรุงธาตุในร่างกาย (ใบ)
3. กระชายเหลืองมีสรรพคุณช่วยแก้ลมวิงเวียน แน่นหน้าอก
4. ช่วยบำรุงกำลัง เสริมสมรรถภาพทางเพศ บำบัดโรคนกเขาไม่ขันหรือโรคอีดี (Erectile Dysfunctional หรือ ED) (เหง้าใต้ดิน)
5. ช่วยบำรุงหัวใจ ด้วยการใช้เหง้าและรากของกระชายนำมาปอกเปลือก ล้างน้ำให้สะอาด นำมาหั่นตากแห้งแล้วบดจนเป็นผง และให้ใช้ผงแห้งที่เตรียมไว้ประมาณ 1 ช้อนชา นำมาชงกับน้ำร้อนครึ่ง ถ้วยชา แล้วรับประทานเพียงครั้งเดียว (เหง้า, ราก)
6. ช่วยแก้อาการท้องร่วง ท้องเดิน ด้วยการใช้เหง้าสด 1-2 เหง้า ใช้เหง้าที่ปิ้งไฟแล้วนำมาฝนหรือตำผสมกับน้ำปูนใส หรือจะคั้นให้ข้น ๆ แล้วนำมารับประทานครั้งละ 1-2 ช้อนชาก็ได้ (เหง้า, ราก)
7. ช่วยบำรุงกระดูก ช่วยทำให้กระดูกไม่เปราะบาง
8. ช่วยปรับสมดุลของฮอร์โมนต่าง ๆ ในร่างกาย
9. ช่วยบำรุงกำหนัด แก้อาการกามตายด้าน (เหง้าใต้ดิน)
10. ช่วยบำรุงสมอง เพราะช่วยทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองส่วนกลางได้ดีมากขึ้น
11. ช่วยปรับสมดุลของความดันโลหิตในร่างกาย ช่วยลดความดันโลหิตเมื่อความดันโลหิตสูง แต่เมื่อความดันโลหิตต่ำก็จะช่วยทำให้ความดันเพิ่มขึ้นจนเป็นปกติ
12. สรรพคุณกระชายช่วยแก้โลหิตเป็นพิษ (ใบ)
13. กระชายมีสรรพคุณทางยาช่วยแก้โรคในปากและคอ เช่น ปากเปื่อย ปากแห้ง ปากเป็นแผล (ใบ, เหง้า)
14. ช่วยแก้ฝ้าขาวในปาก ด้วยการใช้กระชายที่ล้างสะอาดนำมาบดแบบไม่ต้องปอกเปลือก แล้วใส่ในโถปั่นพอหยาบ แล้วนำมาใส่ขวดปิดฝาแช่ไว้ในตู้เย็น แล้วนำมากินก่อนอาหารครั้งละ 1 ช้อนชาเล็ก 15. กินวันละ 3 มื้อก่อนอาหารประมาณ 15 นาที ประมาณ 1 อาทิตย์ (ราก)
16. เหง้าใต้ดินมีรสเผ็ดร้อนและขม มีสรรพคุณช่วยแก้อาการปวดท้อง มวนในท้อง อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ด้วยการใช้เหง้าและรากประมาณครึ่งกำมือ ถ้าสดให้ใช้ประมาณ 5-10 กรัม แต่ถ้าเป็นแห้งให้ใช้ประมาณ 3-5 กรัม แล้วนำมาต้มเอาน้ำดื่มแก้อาการ หรือจะนำมาใช้ปรุงเป็นอาหารไว้รับประทานก็ได้เช่นกัน (เหง้าใต้ดิน)
17. ช่วยแก้บิด โดยใช้เหง้าสดประมาณ 2 เหง้า นำมาบดจนละเอียดแล้วเติมน้ำปูนใส คั้นเอาแต่น้ำมาดื่ม (เหง้าสด)
18. ช่วยรักษาอาการท้องเดินในเด็ก (เหง้า, ราก)
19. รากกระชายมีสรรพคุณช่วยแก้โรคกระเพาะ (ราก)
20. ช่วยแก้อาการบิดมูกเลือด (เหง้า, ราก)
ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ แก้อาการปัสสาวะพิการ (เหง้า, ราก)

ส่วนผสม แกงป่าเนื้อสับ

  • น้ำพริกแกงป่า 1/2 ถ้วย
  • น้ำซุปไก่ 3 ถ้วย
  • น้ำเปล่า 1/2 ถ้วย
  • เนื้อสับ 300 กรัม
  • ฟักทอง 200 กรัม
  • มะเขือเปราะ 2 ลูก
  • หน่อไม้ลวก 1/2 ถ้วย
  • ข้าวโพดอ่อน 1/2 ถ้วย
  • ถั่วฝักยาว 1/2 ถ้วย
  • กระชายหั่นฝอย 1/2 ถ้วย
  • น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
  • ใบมะกรูด 1/4 ถ้วย
  • พริกชี้ฟ้าสีแดงกับพริกอ่อน 1/2 ถ้วย
  • ใบโหระพา 1 ถ้วย
  • ข้าวคั่ว 3 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสม น้ำพริกแกงป่า

  • พริกแห้งแช่น้ำ 1/2 ถ้วย
  • กระเทียม 10 กลีบ
  • หอมแดง 10 กลีบ
  • ตะไคร้ 3 ต้น
  • ผิวมะกรูด 2 ช้อนโต๊ะ
  • ข่าหั่นฝอย 3 ช้อนโต๊ะ
  • กระชาย 1/2 ถ้วย
  • รากผักชี 3 ช้อนโต๊ะ
  • กะปิ 1 ช้อนชา

วิธีทำ แกงป่าเนื้อสับ

     1. นำส่วนผสมเครื่องแกงป่าตำรวมกันให้ละเอียด เตรียมไว้

2. นำหม้อใส่น้ำซุปไก่ผสมน้ำเปล่า หรือใช้น้ำเปล่า แต่ขอแนะนำใส่น้ำซุปด้วยจะได้รสชาติดีกว่า เปิดเตา ตั้งน้ำซุปให้เดือด เอาน้ำพริกแกงป่าใส่ผสมกับน้ำซุป

3. พอเครื่องแกงเดือดใส่เนื้อสับลงไปต้ม ถ้าไม่กินเนื้อก็ใส่ไก่ หมู หรือลูกชิ้นปลา คนให้เนื้อแตกตัวและเดือดพอสุก

4. ใส่ฟักทอง ตามด้วยมะเขือเปราะ พอให้ฟักทองนิ่ม ใส่หน่อไม้ลวก ข้าวโพดอ่อน ถั่วฝักยาวหั่นท่อน และกระชายหั่นฝอย

5. ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลทราย ใส่ใบมะกรูดลงไปเพื่อความหอมยิ่งขึ้น ใส่พริกชี้ฟ้าแดงกับพริกอ่อนตามไป ใส่ใบโหระพา สุดท้ายต้องใส่ข้าวคั่ว พอทุกอย่างสุกเข้ากันดีแล้วปิดเตา

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *