Categories
ดูหนังออนไลน์ฟรี

รีวิว “ไอฟาย..แต๊งกิ้ว เลิฟยู้” นางซินเดอเรลล่ากับนายช่างซ่อมรองเท้า

รีวิว “ไอฟาย..แต๊งกิ้ว เลิฟยู้” นางซินเดอเรลล่ากับนายช่างซ่อมรองเท้า

รีวิว คาแรกเตอร์แต่ละคนจะเป็นตัวละครที่เอาใจชนชั้นกลางจริงๆ เห็นได้จากพระนางของเรื่อง

นางเอก… เป็นติวเตอร์สวยรวยเก่ง (และชอบแบรนด์เนมแบบสาวๆ ในเมือง) แต่เวรี่รั่ว และบางเวลาก็แรดดี๊ด๊าตามประสาชะนีโสดทั่วไป ซึ่งน่าจะทำให้คนดูรักนางได้ไม่ยาก เพราะดูเข้าถึงง่าย ดูเป็นมนุษย์จริงๆ

มากกว่านางเอกในวรรณกรรมอื่นๆ อีกทั้งยังเป็นไอดอลสาวมั่นของชะนีไทยมั่นหน้าได้อีกว่า “นี่ไง คนสวยไม่จำเป็นต้องเรียบร้อย แรดได้ รั่วได้ ดีไม่ดีเยอะกว่าชะนีไม่สวยซะอีกนะจะบอกให้”

ส่วนพระเอก… เป็นนายช่างดิบๆ ห่ามๆ ปากหมา กวนตีน สาดคำหยาบอย่างน้อยหนึ่งคำในทุกประโยคที่พูด แต่เข้าคอนเซ็ปต์ “ผู้หญิงชอบคนเลว และชอบให้เขาดีกับเราคนเดียว” แถมยังปกป้องเราได้ในชีวิตจริงอีกต่างหาก เท่กว่าเจ้าชายขี่ม้าขาวในเทพนิยายปรัมปราเสียอีกโนะ

แหม น่ารักน่าชัง แถมเคมียังเข้ากันซะขนาดนี้ จะไม่ได้ใจคนดูก็ให้มันรู้ไป ไอฟาย

นอกจากนี้ ในฐานะที่เราเองก็เป็นติวเตอร์ภาษาอังกฤษคนหนึ่ง เราชื่นชมและชอบมุกต่างๆ ที่เกี่ยวกับภาษา ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทางทีมงานทำการรีเซิทจุดอ่อนเรื่องการใช้ภาษาอังกฤษของคนไทยมาแล้ว เพราะมุกภาษามาค่อนข้างครบเลย

แถมมีการให้ความรู้ภาษาอังกฤษกับคนดูพอหอมปากหอมคอ ตั้งแต่การออกเสียงพื้นฐาน (เช่น H, F, Z) คำศัพท์ทั่วไป (เช่น กระดาษทิชชู่ หลอด) และวลีที่เป็นประโยชน์ (เช่น What about you? และ I think so.) จนไปถึงคำสบถที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน (เช่น ฟัก, WTH ฯลฯ)

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ยังคงต้องขอติเรื่องความสมจริงในส่วนสถาบันสอนภาษาของนางเอกนิดนึง อย่างฉากเปิดเรื่องที่เป็นคลาสจำลองสถานการณ์บนเครื่องบินกับเด็กเล็ก ที่เซอร์เรียลไปค่อนข้างมาก (แต่ก็เข้าใจว่าเน้นฮาอะนะ)

และความรู้สึกเสียดายอย่างยิ่ง ที่หนังไม่ใส่ความสำคัญของภาษาอังกฤษ หรือความสำคัญของ AEC ลงไปเลยสักนิด (เห็นมีแต่จุดประสงค์การเรียนภาษาเพื่อไปง้อสาวและไปจีบสาว อ๋อ… มีเพื่อไปสัมภาษณ์งานนิดโหน่ย~)

ทั้งๆ ที่หนังอุตส่าห์มีโอกาสที่จะเป็นสื่อชั้นดีในการกระตุ้นให้คนไทยหันมาสนใจภาษาอังกฤษมากขึ้นแล้วเแท้ๆ พูดเลยว่า ในฐานะติวเตอร์คนนึง เราค่อนข้างเสียดายจุดจุดนี้จริงๆ

ส่วนการ tie-in โฆษณา เราเฉยๆ ดูแล้วก็ไม่รู้สึกโจ่งแจ้งหรือขัดอรรถรสอะไร มิหนำซ้ำ ออกจากโรงแล้วยังอยากกินมาม่า อยากนั่ง Coffee Beans และเซิทหาราคากระเป๋า LV ที่นางเอกใช้อีกต่างหาก จบ.

โดยสรุป เราไม่ได้ชอบมาก เพราะปกติก็ไม่ค่อยชอบหนังตลกแนวตลกซิทคอมหรือตลกคาเฟ่เท่าไหร่อยู่แล้ว เราจึงเฉยๆ กับมุกตลกในหนัง อย่างมุกขี้ มุกนม มุกก้น หรือมุกใต้สะดืออะไรพวกนั้น เราจะไม่ชอบ (ดูกระแดะปะล่ะ 555)

แต่อินในส่วนของภาษาและส่วนที่เป็นโรแมนติก ตามประสาติวเตอร์ภาษาอังกฤษที่ยังสาวและโสดคนหนึ่ง (ดังนั้นความอินนี่ขึ้นอยู่กับพื้นฐานหรือแบ็คกราวนด์ส่วนบุคคลจริงๆ) และชื่นชอบในความเป็นธรรมชาติและความสามารถของนางเอกร้อยล้าน

ไอซ์-ปรีชญา เป็นกรณีพิเศษ (ที่เราหวังเหลือเกินว่านางจะดังเปรี้ยงปร้างตาม หนูนา-หนึ่งธิดา, ใหม่-ดาวิกา, หรือนางเอกคนอื่นๆ ของ GTH ในเร็ววัน)

แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม “ไอฟาย..แต๊งกิ้ว..เลิฟยู้” ก็เป็นหนังที่ให้ความบันเทิงส่งท้ายปีให้กับพี่น้องชาวไทยได้อย่างไม่เสียดายตังค์ และมีสิทธิทะลุ 200 ล้านบาท

ได้อย่างชิลๆ (ถ้าอาทิตย์หน้าไม่ถูกหนังไตรภาคฟอร์มยักษ์อย่าง The Hobbit: The Battle of the Five Armies แย่งกระแสไปมากนัก) เพราะอย่างน้อย เราเชื่อว่ายังคงมีคนอยากไปดู “ตามกระแส” อีกเยอะ เพราะมิฉะนั้น ถ้าไม่ได้ดู ก็คงจะคุยกับเขาไม่รู้เรื่อง… ดูหนังไทย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *