รีวิวหนัง คน-โลก-จิต Distortion โลกมันจิต หรือใจมันบิดเบี้ยว

รีวิวหนัง คน-โลก-จิต Distortion โลกมันจิต หรือใจมันบิดเบี้ยว

ปัญหา' ของคน-โลก-จิต/อภินันท์

รีวิวหนัง จากบทภาพยนตร์ชนะเลิศโครงการ Thailand Script Project 2010
สู่ภาพยนตร์เขย่าจิตสุดระทึก
ที่จะทำให้คุณไม่กล้าไว้ใจใคร…แม้แต่ใจตัวเอง

คน-โลก-จิต
เล่าเรื่องราวผ่านการสืบสวนคดีฆาตกรรมต่อเนื่องสุดสะเทือนขวัญ
ที่ได้นำพานักจิตวิทยา, สาวนิติวิทยาศาสตร์, หนุ่มไฮโซ และนักศึกษาสาว
เข้ามาพัวพันและถลำลึกถึงความบิดเพี้ยนทางจิตใจ…อย่างคาดไม่ถึง

ผลงานกำกับเรื่องที่ 7 ของผู้กำกับฝีมือดี
นนทรีย์ นิมิบุตร
ครบรอบ 15 ปี ในการนั่งแท่นผู้กำกับภาพยนตร์ไทยคุณภาพระดับนานาชาติ

พร้อมแจ้งเกิดทีมนักแสดงหน้าใหม่กับบทบาทสุดเข้มข้น
แบงค์ – อาทิตย์ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์ (พระเอก MV และโฆษณา)
ป๊อปปี้ – บุญยิสา จันทราราชัย (รองอันดับ 1 มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2012)
แม็กกี้ – อาภา ภาวิไล (นักแสดงสาวดาวรุ่ง)
และ บีม – ศรัณยู ประชากริช (นักแสดง, พิธีกร, ดีเจ)
พร้อมด้วยนักแสดงรุ่นใหญ่มากฝีมือ สุเชาว์ พงษ์วิไล และ ชนานา นุตาคม

กำหนดฉาย : 17 พฤษภาคม 2555
แนว : เขย่าจิต (ไซโค-ทริลเลอร์)
นักแสดง : อาทิตย์ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์, ศรัณยู ประชากริช, อาภา ภาวิไล, บุญยิสา จันทราราชัย, สุเชาว์ พงษ์วิไล, ชนานา นุตาคม
กำกับ : นนทรีย์ นิมิบุตร
บทภาพยนตร์ : นนทรีย์ นิมิบุตร, ภัทรา พิทักษานนท์กุล  ดูหนังออนไลน์

เปิดปม…

จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อความผิดพลาดของใครบางคนในอดีต
คือชนวนเหตุที่ดึงอีกหลายชีวิตเข้ามาพัวพันกันถึง…ตาย!!!

คนที่คุณคิดว่าเป็นเหยื่อ อาจจะเป็นผู้ล่า
คนที่คุณคิดว่าเป็นผู้ล่า อาจตกเป็นเหยื่อ…ไม่รู้ตัว
คนที่คุณคิดว่าเป็นผู้ช่วยเหลือ อาจกลับกลายเป็นผู้ฆ่า…เสียเอง

เรื่องราวของ “คน” เดินดิน บน “โลก” บิดเบือน กับ “จิต” ที่บิดเพี้ยน
ที่จะทำให้คุณค้นพบตัวตนที่แท้จริง

เพิ่งจะออกจากโรงหนังมาได้ไม่นาน ในท้องยั่งปั่นป่วนอยู่ไม่หาย หนึ่งด้วยอาจเพราะเพิ่งผ่านจากประสบการณ์หนัง “คน-โลก-จิต” ที่ปั่นซะจนจิตป่วน อีกส่วนหนึ่ง คงเพราะนั่งทวีตอยู่ในแท็กซี่ทำเอาประสาทล้าทำท่าจะพะอึดพะอม

นี่คือหนังทริลเลอร์เรื่องใหม่ของผู้กำกับฯ ชื่อดังอย่าง “นนทรีย์ นิมิบุตร” กับเนื้อหาที่มีฉากการฆ่าที่เสริมดนตรีประกอบแบบหวานๆ เพื่อลดทอนความรุนแรง ขณะที่เนื้อเรื่องและแนวทางนั้นนับว่าแตกต่างจากหนังอื่นๆ ในตลาดหนังไทยค่อนข้างมาก

จากบทภาพยนตร์ชนะเลิศโครงการ Thailand Script Project 2010 สู่หนังใหญ่ฟอร์มย่อมๆ เขย่าขวัญสไตล์จิตๆ ที่บอกเล่าชีวิตในอีกมุมที่เราอาจมองไม่เห็น ชีวิตของคนปัจจุบันที่ไม่อาจไว้ใจใครได้เต็มๆ แม้แต่ตัวเราเอง

ฆาตกรรมที่เกิดขึ้นอย่างมีเงื่อนงำน่าสงสัย มีด็อกเตอร์นาม เขื่อน (แบงค์ อาทิตย์ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์) นักจิตวิทยาหนุ่มเข้ามาร่วมคลี่คลายคดี เขาคือผู้เชี่ยวชาญในการมองสภาพแวดล้อมแล้วตีออกมาเป็นเหตุการณ์ได้อย่างแจ่มแจ้ง มีสาวนิติวิทยาศาสตร์นาม เทียน (ป๊อปปี้ บุญยิสา จันทราราชัย – รองอันดับ 1 มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2012) มาร่วมพิสูจน์และไขคดี ที่เมื่อยิ่งสืบก็ยิ่งเข้าไปพบปมบางอย่างที่เกี่ยวข้องเรื่องราวในอดีต

เหตุการณ์มันเริ่มบานปลายจนเริ่มสั่นสะเทือนความเชื่อมั่นในจิตตนเอง…มากขึ้นเรื่อยๆ

หนังเรื่องนี้มีทั้งนักแสดงหน้าใหม่อย่าง แม็กกี้ (อาภา ภาวิไล) นักแสดงที่หลายคนคุ้นเคยหน้าตาอย่าง บีม (ศรัณยู ประชากริช), สุเชาว์ พงษ์วิไล และ ชนานา นุตาคม มาร่วมเสริมทัพสร้างเรื่องราวจิตๆ ให้คุณได้เสพ

เมื่อความเชื่อมั่นในการพิสูจน์จิตใจคนอื่นกำลังถูกทดสอบ คุณเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า ตกลงใครคือคนที่มีปัญหาทางจิตตัวจริงๆ กันแน่ อาจเป็นคนอื่น หรืออาจจะเป็นที่ตัวคุณเอง ผมชอบพล็อตของ คน-โลก-จิต นะ ผมว่ามันมีความน่าสนใจที่ปมของมัน แต่หลายหนของการดำเนินเรื่อง เขากลับใส่ไดอะล็อกที่ล้นเกินเข้ามาซึ่งส่งผลต่อความน่าเชื่อของหนัง อีกทั้งพล็อตย่อยบางส่วนก็ยังไม่มีคำอธิบายที่เพียงพอ กระนั้น ต้องชมงานภาพที่สวยงามเข้าขั้น ประกอบไปกับดนตรีประกอบที่เข้าที แต่ยอมรับว่าระหว่างดูผมเครียดมากเอาการ

การเลือกใช้นักแสดงใหม่ในหนังของนนทรีย์เรื่องนี้ เท่าที่ดูยังสวมบทบาทได้ไม่สม่ำเสมอทั้งเรื่อง คือ เดี๋ยวดีเดี๋ยวแข็ง ซึ่งเอาเข้าจริงก็เป็นเรื่องที่มีทั้งได้และเสีย ได้ คือ จะเป็นคนที่แสดงแล้วคนเชื่อว่าเป็นคนๆ นั้น ต่างจากการใช้นักแสดงที่คนรู้จักอยู่แล้ว แต่ที่เสีย คือ ประสบการณ์การเล่นหนังที่น้อยจนทำให้ไม่สามารถควบคุมบทบาทการแสดงให้เหมาะเหม็งตลอดรอดฝั่งนั่นเอง ขณะคนที่แสดงดีที่กลับเป็นบีม ศรัณยู ประชากริช คนที่เก๋าสุดในบรรดาคนหนุ่มสาวในเรื่อง ขณะที่รุ่นใหญ่คงไม่ต้องพูดถึง

ผมเพิ่งมารู้ภายหลังว่า ป๊อปปี้ เป็นรองอันดับ 1 มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2012 เมื่อเธอปรากฏตัวในหนังแบบไม่ค่อยแต่งหน้า เราอาจไม่ค่อยเห็นออร่าของเธอมากนัก ผิดกับ แม็กกี้ ที่ขานี้ได้เล่นบทที่ยั่วยวนกว่า ทั้งยังมีโครงหน้าที่หวานกว่า แถมยังได้มีช็อตเซ็กซี่ๆ อีกด้วย กลายเป็นเสน่ห์อีกส่วนของหนังไปเลย

หนังอาจไม่ได้มุ่งเน้นไปที่ฉากการฆ่า แต่มุ่งไปที่การให้เราดูหนังเพื่อมองย้อนกลับมาว่าในสภาวะที่ทุกอย่างหมุนเร็ว เรามีภาวะความเครียดมากขึ้น เราอาจมีสภาวะจิตแบบตัวละครบ้างโดยเราไม่ทันรู้ “คน-โลก-จิต” มีชื่ออังกฤษว่า “Distortion” ซึ่งหมายความถึง “ความบิดเบี้ยว” อะไรที่บิดเบี้ยวไปให้ลองติดตามในหนัง โดยรวมแม้ผมจะออกเครียดๆ ช่วงที่ดูหนัง แต่ผมชอบในทางของหนังที่แตกต่างจากตลาดหนังไทยตอนนี้ มีแต่หนังรัก ไม่ก็หนังตลก

คน-โลก-จิต กำกับโดยนนทรีย์ นิมิบุตร สร้างขึ้นจากบทภาพยนตร์ที่ชนะเลิศโครงการ Thailand Script Project 2010?จากเหตุการณ์ชายคนหนึ่งถูกสังหารและคาดว่าจะเป็นคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง เขื่อน (อาทิตย์ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์) นักจิตวิทยา อาจารย์พิเศษและนักเขียนชื่อดัง จึงได้เข้ามาช่วยสืบคดีนี้ร่วมกับ เทียน (บุญยิสา จันทราราชัย) สาวนักนิติวิทยาศาสตร์ จนวันหนึ่งเขื่อนได้พบกับ กวาง (อาภา ภาวิไล)?นัก ศึกษาสาวที่เขาเคยช่วยเหลือเธอจากเหตุฆาตกรรมในครอบครัวเมื่อ 10 ปีก่อน ที่ทำให้ความทรงจำในอดีตของทั้งสองกลับมาหลอกหลอน ขณะที่การสืบสวนดำเนินไป คีย์ (ศรัณยู ประชากริช) เพื่อนเก่าของเขื่อนก็ได้ปรากฎตัวขึ้นอีกครั้งหลังจากหายตัวไปนาน ซึ่งเขาอาจมีส่วนของเหตุการณ์ฆาตกรรมต่อเนื่องที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้

รีวิวหนัง คน-โลก-จิต Distortion โลกมันจิต หรือใจมันบิดเบี้ยว

รีวิวภาพยนตร์เกาหลี The Call ไม่แปลกใหม่ แต่ได้ใจทุกอย่าง

The Call: La Voz Detrás Del Teléfono Te Puede Engañar | Cine, Streaming & Espectáculo | Esto También Es...

รีวิวภาพยนตร์เกาหลี พล็อตฮิตในปี 2020 นี้เถียงไม่ได้เลยว่าพล็อตข้ามเวลาหรือพล็อตโลกคู่ขนานนั้น มาแรงมากแบบฉุดไม่อยู่ ในฝั่งของซีรีส์มีพล็อตแนวนี้ออกมานับไม่ถ้วนทั้งเรื่อง Alice , The King: Eternal Monarch , Train , 365: Repeat The Year หรือ Kairos ที่กำลังออนแอร์อยู่ในขณะนี้ ในฝั่งของภาพยนตร์ก็ไม่ยอมน้อยหน้าส่ง The call ภาพยนตร์แนวทริลเลอร์ ระทึกขวัญที่ผสมผสานความเป็นแฟนตาซีข้ามเวลาเข้ามาทวีความลุ้นระทึกจนคนดูต้องลุ้นตามกันจนเหนื่อย โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ได้น้องผักหรือ พัคชินฮเย นางเอกแนวหน้าของวงการ มาประชันฝีมือกับนักแสดงสาวดาวรุ่งแห่งวงการภาพยนตร์ จอนจงซอ ที่แจ้งเกิดจากภาพยนตร์เรื่อง Burning เมื่อปี 2018 ที่ผ่านมา พร้อมด้วยนักแสดงสมทบมากความสามารถอย่าง คิมซองรยอง และ อีเอล ที่ต่างก็ปล่อยของใส่กันสุด ๆ ในภาพยนตร์เรื่องนี้

นอกจากนักแสดงนำและตัวเนื้อหาที่น่าสนใจแล้ว สิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้น่าสนใจและน่าจับตามองมากขึ้นไปอีก ก็คงจะเป็นฝีมือการกำกับของผู้กำกับหนุ่มหน้าใหม่ อีชุงฮยอน ที่หลายๆคนต่างก็รอดูกันว่าผู้กำกับหนุ่มคนนี้จะถ่ายทอดหนังเรื่องนี้ออกมาในรูปแบบไหนเพราะภาพยนตร์ The call เป็นผลงานภาพยนตร์ยาวเรื่องแรกของเขา

The call เป็นเรื่องราวของซอยอน (รับบทโดย พัคชินฮเย) หญิงสาวที่อาศัยอยู่ในยุคปัจจุบัน ที่วันนึงเธอได้รับสายปริศนาจากโทรศัพท์บ้านในบ้านใหม่ที่เธอเพิ่งจะย้ายเข้ามาอยู่ได้ไม่นานหลังจากที่บ้านเก่าของเธอไฟไหม้จนต้องสูญเสียพ่ออันเป็นที่รักไป เธอจึงได้แต่โทษว่าเป็นความผิดของแม่ (รับบทโดย คิมซองรยอน) มาตลอดชีวิต สายปริศนาที่เธอได้รับถูกโทรมาจากอดีตในปี 1999 จากหญิงสาวที่ชื่อว่าโอยองซุก (รับบทโดย จอนจงซอ) ที่อาศัยอยู่กับแม่เลี้ยงที่เป็นหมอผีร่างทรง (รับบทโดย อีเอล) ที่มักจะทารุณกรรมเธออยู่เสมอ โดยอ้างว่าจะขับไล่วิญญาณชั่วร้ายที่สิ่งอยู่ในตัวยองซุกให้ออกไป โดยวันหนึ่งยองซุกได้ยื่นข้อเสนอว่าเธอสามารถช่วยไม่ให้พ่อของซอยอนตายได้ และเธอก็สามารถทำได้จริง ๆ ทำให้ปัจจุบันที่ซอยอนอยู่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จึงยิ่งแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น จนวันนึงซอยอนได้ช่วยชีวิตยองซุกจากเงื้อมมือแม่เลี้ยง ซึ่งนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของฆาตกรต่อเนื่อง ปีศาจที่จะมาเปลี่ยนชีวิตของซอยอนไปตลอดกาล

เรื่องย่อ ซอยอน (พักชินฮเย) หญิงสาวผู้พบว่าโทรศัพท์ในบ้านของเธอสามารถโทรไปยังบ้านหลังนี้ในอดีตเมื่อ 20 ปีก่อนได้ และทำให้เธอได้คุยกับลูกสาวเจ้าของบ้านคนก่อนหน้าอย่าง ยองซุก (จอนจงซอ) การพบพานของ 2 สาวทำให้เกิดการช่วยเหลือกันแก้ไขอดีต แต่สุดท้ายแล้วซอยอนก็จะได้พบว่ายองซุกอาจไม่ใช้หญิงสาวอ่อนแอน่าสงสารอย่างที่เธอเข้าใจ

เดิมหนังเรื่องนี้มีกำหนดฉายในเกาหลีในช่วงปีนี้หลังจากถ่ายทำเสร็จสิ้นไปตั้งแต่เมื่อปีก่อน ทว่าด้วยสถานการณ์โควิด-19 ในเกาหลีที่ค่อนข้างรุนแรง ทำให้ในที่สุดชาวเน็ตฟลิกซ์ทั่วโลกจึงโชคดีที่จะได้รับชมพร้อมกันแบบเวิลด์พรีเมียร์แทนไปเลย ทั้งนี้ที่ว่าเป็นความโชคดีโดยส่วนตัวแล้วนั่นก็เพราะว่า ตัวหนังมีข้อเด่นสำคัญถึง 3 ประการที่ทำให้ส่วนตัวผู้รีวิวนั้นอยากดูมากกกก

1 หนังเป็นการมารับแสดงหนังเรื่องที่ 2 ของดาราสาวหน้าใหม่อย่าง จอนจงซอ ที่ถ้าใครจำได้ เธอคือหญิงสาวอาร์ตตัวแม่ที่เป็นตัวแปรของทุกอย่างในหนังโชว์เมืองคานส์ของผู้กำกับชั้นครูอย่าง อีชางดง ในหนังดัดแปลงจากเรื่องสั้นของ ฮารูกิ มูราคามิ อย่าง Burning (2018) คือใครได้ดูเรื่องนั้นมาคงต้องติดตรึงใจกับการแสดงครั้งแรกของเธอ ที่สมจริงมีอินเนอร์และเสน่ห์อย่างประหลาด

และอาจเพราะดราม่าที่เธอทำท่าทีรังเกียจและหนีนักข่าวในปีเดียวกัน ทำให้ข่าวคราวของเธอแทบหายไปจากวงการเลย ทั้งที่เธอเป็นดาราหน้าใหม่ที่น่าจับตามองมากที่สุดในวงการหนังคุณภาพเกาหลีในตอนนั้นทีเดียว การกลับมาในหนัง The Call จึงเป็นความสาแก่ใจส่วนหนึ่ง ยิ่งบทบาทของเธอเป็นสาวที่จิตผิดปกติ มีทั้งด้านอ่อนแอราวกับแก้วที่พร้อมแตกสลาย และด้านที่ขมุกขมัวราวกับควันไฟสีดำที่แผดเผาได้ทุกสิ่งอย่างยากเดาทิศทาง มันจึงเป็นบทบาทที่เปิดพื้นที่ปล่อยของให้เธอโชว์นาฏกรรมการแสดงได้มันสุดติ่ง และต้องบอกว่าใบหน้าหลอน ๆ ของเธอจะสะกดเราไปได้อีกนานเลย

2 บทร้ายที่น่ายำเกรงย่อมมาพร้อมกับตัวเอกที่น่าเอาใจช่วย ทว่าหนังแนวธริลเลอร์เขย่าขวัญหลาย ๆ เรื่องมักตายน้ำตื้นโดยการสร้างตัวละครนำที่ไม่น่าสนใจ ส่วนใหญ่ก็มักมาพร้อมความสติแตก อ่อนแอ ทำตัวโง่ ๆ จนเราไม่อยากเอาสายตาตัวเองลงไปแทนตัวละครในสถานการณ์นั้น ๆ เลย ทว่าสำหรับการแสดงของ พักชินฮเย ที่เราคุ้นหน้าจากซีรีส์ดังอย่าง Stairway to Heaven หรือ Memories of the Alhambra จนมาถึงหนังเน็ตฟลิกซ์เรื่องล่าสุดอย่าง #Alive ก็ตามที ต้องยอมรับว่าบทก็ส่วนหนึ่ง แต่การถ่ายทอดของเธอก็เสริมให้มิติเชิงลึกของบทนางเอกนั้นน่าติดตามมากขึ้น

เพราะ ซอยอน เป็นตัวละครที่มีทั้งแข็งและอ่อนในตัว เธอเข้มแข็ง ตอบโต้สถานการณ์ต่าง ๆ อย่างมีสติในแบบมนุษย์ปุถุชนทั่วไปที่เชื่อได้ เธอไม่ใช่เหยื่อที่อาละวาดโวยวายและปล่อยบทบังเอิญเข้าช่วยเหลือให้จบแฮปปี้เอนดิ้ง ในขณะเดียวกันพักชินฮเยก็มอบด้านอ่อนแอให้เธอได้อย่างน่าสนใจ ด้วยภาษากายที่สะท้อนความบอบบางของตัวละครที่มักโอบกอดตัวเอง เดินอย่างไร้ความมั่นใจ และดวงตาที่สั่นไหวราวกับร้องไห้อยู่ภายในด้วยแผลในอดีตที่เราไม่เคยรับรู้ แต่กระนั้นก็มีดวงตาที่ทรงพลังพอให้เห็นว่าเธอพร้อมสู้เอาชีวิตเข้าแลกได้ยามเมื่อจวนตัว และเมื่อนุ่มนอกแข็งในเช่นนี้ จึงไม่แปลกเลยที่เธอจะเป็นตัวละครที่เราเอาใจช่วย และยืนเคียงข้างได้ตลอดเรื่องแบบยินดีมอบกายถวายใจ เรียกว่าสมน้ำสมเนื้อกันมากทั้งตัวเอก-ตัวร้าย

3 แม้จะเป็นหนังยาวเรื่องแรกของผู้กำกับ อีชุงฮยอน แต่มันก็มีคุณภาพในแบบที่น่าจับตามมอง ด้วยเรื่องราวที่ดัดแปลงมาจากหนังประเทศอังกฤษเรื่อง The Caller (2011) ของ แมธธิว พาร์กฮิลล์ และบทของ เซอร์จิโอ แคสซี ที่มีจุดเด่นของพล็อตเรื่องของเวลา และการแก้ไขไทม์ไลน์ ซึ่งเป็นคอนเซ็ปต์แบบไซไฟ มาผสมกับหนังแนวธริลเลอร์จิตวิทยา เมื่อฆาตกรในอดีตมีชีวิตของตัวเอกในห้วงเวลานั้นเป็นตัวประกัน และบังคับควบคุมให้ตัวเอกในปัจจุบันทำตามมัน แน่นอนแค่นี้ก็โคตรมันแล้วเพราะ ตัวเอกในปัจจุบันแทบไม่มีอำนาจต่อรองอะไรเลย เพราะไปจับต้องอดีตไม่ได้ แล้วจะสู้กับฆาตกรอย่างไร นั่นล่ะไฮไลต์เลย

Reseña: The Call - 10mo Círculo | Reseñas de Cine de Horror

รีวิวภาพยนตร์เกาหลี สำหรับ The Call (콜) เองก็เอาจุดเด่นตรงนี้มาเสริมความแข็งแรง ด้วยวิธีการด้านดรามาติกที่ทรงพลังตามแนวถนัดของเกาหลี ซึ่งปั้นเสริมเรื่องของตัวละครให้มีมิติรอบตัวน่าสนใจขึ้น การขู่เข็ญโดยเอาชีวิตคนรอบตัวนางเอกมาต่อรองเพื่อให้เห็นบันไดของการทรมานที่ไต่ระดับจนบีบอัดตัวละครถอยติดมุมจนต้องขดตัวลงกับซอกแบบลุ้นระทึก

และยิ่งต้องชมคุณภาพงานสร้างที่ไปไกลกว่าหนังต้นฉบับเอาหลายขุม เพราะโลเกชันหลักอย่างตัวบ้านที่นางเอกอยู่เพียงที่เดียวก็ต้องตกแต่งออกแบบกันถึง 3-4 เวอร์ชันทีเดียว เพราะมีการแก้ไขอดีตกันหลายครั้ง โดยแต่ละครั้งต้องนำเสนอให้เห็นผลกระทบการเปลี่ยนแปลงผ่านฉากและพร็อพทั้งหลายด้วย เรียกว่าละเอียดกันทุกซอกมุม ยังไม่นับการนำซีจีมาช่วยนำเสนอการเปลี่ยนแปลงที่ทำได้ลงตัวดี ไม่ดูหลอกจนตลก ถ้าจะพิจารณาเทียบเคียงแล้วคงต้องยอมรับว่าวงการหนังเกาหลีไปไกลเทียบเคียงตะวันตกแล้วจริง ๆ

จุดติง อย่างว่าคงไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบไปได้ทั้งหมด หนังก็มีจุดติงอยู่บ้าง ยิ่งเมื่อจับเล่นกับเรื่องเวลาแล้วก็จะเห็นจุดโหว่น่าสงสัยอยู่นิดหน่อย เช่นว่าการคู่ขนานของเวลาในอดีตกับปัจจุบันนั้นทำงานแบบไม่เป็นไปตามกฏเดียวกันตลอดเรื่อง ยิ่งหนังมีการหักมุมกลับไปมาก็ยิ่งทำให้สงสัยเข้าไปอีก ยกตัวอย่างเป็นกรณีสมมติเช่นว่า ในอดีตนาย A ถูกแก้ไขว่าโดนฆ่าแทนที่จะมีชีวิตรอด นาย A ในอนาคตก็จะสลายหายไป ทว่าในเวลาต่อมาหักมุมว่าจริงแล้วนาย A ในอดีตรอดตายเพราะฆาตกรเข้าใจผิดว่าฆ่าไปแล้ว ในปัจจุบันนาย A จึงกลับมาอีกครั้ง ข้อสงสัยคือในเมื่อความเป็นจริงในอดีตนาย A ไม่เคยตายจริง ๆ แล้วปัจจุบันที่นาย A หายไปนั้นเกิดขึ้นได้ยังไง แน่นอนว่าหนังย่อมทำไปเพื่อหลอกล่อคนดู แต่มันก็เกิดความเพี้ยนของกฏเวลาที่ตัวหนังสร้างขึ้นมาเองเช่นกัน

อีกประการก็คงเป็นจุดที่น่าเสริมให้สมบูรณ์ขึ้น ในขณะที่ตัวนางเอกคุยสายไปมาแบบไม่เคยเอะใจอะไร แต่ในตอนที่ต้องใช้ประโยชน์จากความแม่นยำของความต่างเวลากลับสามารถวางแผนออกมาได้เหมาะเจาะเสียอย่างนั้น คือถ้าเป็นหนังญี่ปุ่นหรือฝรั่งที่คิดละเอียด ๆ เยอะ ๆ มันจะมีฉากที่เหลือข้อมูลให้ตัวเอกคำนวณได้ว่าเวลาของอดีตกับปัจจุบันต่างกันเท่าไหร่/หรือไม่ต่างกันเลยในหลักชั่วโมงหลักนาที เพราะจุดนี้ต้องถูกเอามาใช้เป็นไคลแม็กซ์สำคัญในช่วงท้าย ทว่าในหนังเกาหลีเรื่องนี้ข้ามอะไรแบบนี้ไปเลย และให้อนุมานเอาว่าเวลาที่ตัวละครโทรไปหรือรับสายคือเวลาที่พอดีกับที่ตัวละครต้องการ ทำให้ลดความสมจริงลงไปสักหน่อย  ดูหนังออนไลน์

โดยสรุป นี่เป็นหนังเกาหลีที่คุณภาพดีเรื่องหนึ่ง มีรสดราม่า รสระทึกขวัญ มีการแสดงที่ลึกและเข้มข้น มีโปรดักชันที่มาตรฐานสูง และแน่นอนพัฒนามาจากพล็อตที่ดีมาก่อนแล้ว ดังนั้นแล้วใครชอบอะไรประมาณนี้ก็ไม่ควรพลาดเลย ส่วนใครหาหนังผลาญเวลานี่เป็นอีกเรื่องที่ดีพอควรเลยล่ะ

จุดเด่น

ส่วนผสมของแนวไซไฟทริลเลอร์แบบเอเชีย ที่ทำได้ถึงในทุกองค์ประกอบของเรื่อง
นางเอกพัคชินฮเยกับบทสองลุคผมยาวผมสั้นที่น่ารักมากทั้งคู่
นักแสดงจุนจงซอในบทคู่ปรับนางเอกที่เล่นได้จิตสุดๆ
ประเด็นปัญหาครอบครัวที่มีความลึกถึงปมทางจิตที่มีผลกระทบต่อเด็ก
ฉากวิชวลไซไฟที่ครีเอทออกมาได้ล้ำมาก
มีฉากโหด และความรุนแรงสูง (แต่ไม่แหวะ)
มีเสียงพากย์ไทย

จุดด้อย

ขาดที่มาที่ไปของเรื่องการโทรศัพท์ข้ามห้วงเวลา
ทฤษฎีการเปลี่ยนแปลงอนาคตบางจุดยังดูหลวมๆ ขาดเหตุผล

The Call สายตรงต่ออดีต หนังเกาหลี Original Netflix แนวไซไฟทริลเลอร์ เมื่อหญิงสาวเข้าไปอยู่ในบ้านใหม่ และได้รับสายโทรศัพท์จากคนในอดีตที่อยู่ในบ้านหลังเดียวกัน ก่อเกิดเป็นมิตรภาพเพื่อนต่างห้วงเวลา ที่ชักนำไปสู่คดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่มีเธอเป็นจุดเริ่มต้นเรื่องทั้งหมด

รีวิว The Call สายตรงต่ออดีต — สนุกมากกกกกกกกกกกกกกกกกก โคตรลุ้นนนน แถมตอนจบเกียมตัวหน้าเหวอกันเลย ถถถถถถถถถ
ของจริงว่ะ ตรงปก ไม่จกตา สนุกสัสสส เล่นประเด็นห้วงเวลาได้เจ๋งสุด หากอดีตเปลี่ยนอนาคตก็จะเปลี่ยนทันที ทุกอย่างสามารถเปลี่ยนได้ตลอดเวลา การแสดงของ น้องผัก กับ จุนจงซอ นี่ดาเบสมากกก โดยเฉพาะ จงซอที่เล่นเป็นตัวฆาตกร นี่เสียงหัวเราะโคตรหลอนประสาท แถมตอนจบนี่ทำหน้าเหวอไปตามๆกัน..
.
.. หนังเล่าถึง ซอยอน หญิงสาวที่เสียพ่อจากเหตุการ์ไฟไหม้ ได้รับโทรศัพท์ลึกลับโดยปลายสายเป็นเสียงขอความช่วยเหลือจาก ยองซุก หญิงสาวที่กำลังถูกแม่โรคจิตทำทารุณกรรม คุยกันไปคุยกันมาก็รู้ว่าทั้งคู่อยู่คนละช่วงเวลากัน ซอยอน อยุ่ในยุคปัจจุบัน ส่วน ยองซุก เป็นเด็ก 90 ฟังเพลงพี่เต๋าพี่มอส ไจแอนท์เจ็บนี้รสปูอัดอยู่ในปี 1999 โดยซอยอนมีปมในอดีตก็คือ เธอไม่ชอบแม่ของตัวเองเพราะเป็นเหตุให้พ่อของเธอต้องเสียชีวิต ยองซุกจึงอาสาแก้ไขอดีตให้เธอ ทำให้เธอได้รับพ่อกลับมา ขณะเดียวกัน ความโรคจิตในตัวของยองซุกก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็นสัตว์ร้ายที่ฆ่าคนไปทั่ว ..
.
.. ผมชอบในความลุ้นระทึกในช่วงท้ายมากๆ คือคาดเดาอะไรไม่ได้เลย อีกทั้งเนื้อหาที่ค่อนข้างแฟนตาซี เวลาอดีตมีเหตุการณ์อะไรเปลี่ยนอนาคตก็จะเปลี่ยนตามไปด้วย เราเลยไม่รู้หนังมันจะพาเราไปจุดไหน และจะจบยังไง จุดหักมุมในเรื่อง เป็นจุดใหญ่พอสมควรคือพอให้เราได้เอามือทาบอกและอุทานเบาๆว่าคุณพระแน่ๆ แต่ไม่บอกไปดูเอง การแสดงของน้องผักนี่ดีมาก ตัดสลับเวอร์ชั่นผมสั้น กับ ผมยาว ทำให้เราได้เห็นทั้งเวอร์ชั่นหน้าน่ารัก และเวอร์ชั่นหน้าเครียดแบบที่อยากจะทะลุจอเข้าไปจับเธอมากอดและปลอบด้วยเสียงหล่อเท่ว่า ไม่เป็นไรแล้วนะครับผมอยู่ตรงนี้กับคุณแล้วนะครับ แต่ที่ขั้นสุดคือ จุนจงซอ ที่เล่นเป็นฆาตกร นี่เสียงหัวเราะหลอนติดหูมาก และเล่นสุดในทุกๆฉากเลย ..
.
.. เป็นอีกหนึ่งของดีเกาหลีใน NETFLIX ที่ดูสนุก ไม่มีช่วงน่าเบื่อเลย หนัง 2 ชั่วโมงแต่เหมือนดูแปปเดียว เปิดดูเลย ไม่เสียดายเวลา ไม่เสียดายค่าเน็ทแน่นอนเรื่องนี้ ..

รีวิวหนัง คน-โลก-จิต Distortion โลกมันจิต หรือใจมันบิดเบี้ยว

รีวิวหนัง คน-โลก-จิต Distortion โลกมันจิต หรือใจมันบิดเบี้ยว

The Call: La Voz Detrás Del Teléfono Te Puede Engañar | Cine, Streaming & Espectáculo | Esto También Es...

รีวิวภาพยนตร์เกาหลี พล็อตฮิตในปี 2020 นี้เถียงไม่ได้เลยว่าพล็อตข้ามเวลาหรือพล็อตโลกคู่ขนานนั้น มาแรงมากแบบฉุดไม่อยู่ ในฝั่งของซีรีส์มีพล็อตแนวนี้ออกมานับไม่ถ้วนทั้งเรื่อง Alice , The King: Eternal Monarch , Train , 365: Repeat The Year หรือ Kairos ที่กำลังออนแอร์อยู่ในขณะนี้ ในฝั่งของภาพยนตร์ก็ไม่ยอมน้อยหน้าส่ง The call ภาพยนตร์แนวทริลเลอร์ ระทึกขวัญที่ผสมผสานความเป็นแฟนตาซีข้ามเวลาเข้ามาทวีความลุ้นระทึกจนคนดูต้องลุ้นตามกันจนเหนื่อย โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ได้น้องผักหรือ พัคชินฮเย นางเอกแนวหน้าของวงการ มาประชันฝีมือกับนักแสดงสาวดาวรุ่งแห่งวงการภาพยนตร์ จอนจงซอ ที่แจ้งเกิดจากภาพยนตร์เรื่อง Burning เมื่อปี 2018 ที่ผ่านมา พร้อมด้วยนักแสดงสมทบมากความสามารถอย่าง คิมซองรยอง และ อีเอล ที่ต่างก็ปล่อยของใส่กันสุด ๆ ในภาพยนตร์เรื่องนี้

นอกจากนักแสดงนำและตัวเนื้อหาที่น่าสนใจแล้ว สิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้น่าสนใจและน่าจับตามองมากขึ้นไปอีก ก็คงจะเป็นฝีมือการกำกับของผู้กำกับหนุ่มหน้าใหม่ อีชุงฮยอน ที่หลายๆคนต่างก็รอดูกันว่าผู้กำกับหนุ่มคนนี้จะถ่ายทอดหนังเรื่องนี้ออกมาในรูปแบบไหนเพราะภาพยนตร์ The call เป็นผลงานภาพยนตร์ยาวเรื่องแรกของเขา

The call เป็นเรื่องราวของซอยอน (รับบทโดย พัคชินฮเย) หญิงสาวที่อาศัยอยู่ในยุคปัจจุบัน ที่วันนึงเธอได้รับสายปริศนาจากโทรศัพท์บ้านในบ้านใหม่ที่เธอเพิ่งจะย้ายเข้ามาอยู่ได้ไม่นานหลังจากที่บ้านเก่าของเธอไฟไหม้จนต้องสูญเสียพ่ออันเป็นที่รักไป เธอจึงได้แต่โทษว่าเป็นความผิดของแม่ (รับบทโดย คิมซองรยอน) มาตลอดชีวิต สายปริศนาที่เธอได้รับถูกโทรมาจากอดีตในปี 1999 จากหญิงสาวที่ชื่อว่าโอยองซุก (รับบทโดย จอนจงซอ) ที่อาศัยอยู่กับแม่เลี้ยงที่เป็นหมอผีร่างทรง (รับบทโดย อีเอล) ที่มักจะทารุณกรรมเธออยู่เสมอ โดยอ้างว่าจะขับไล่วิญญาณชั่วร้ายที่สิ่งอยู่ในตัวยองซุกให้ออกไป โดยวันหนึ่งยองซุกได้ยื่นข้อเสนอว่าเธอสามารถช่วยไม่ให้พ่อของซอยอนตายได้ และเธอก็สามารถทำได้จริง ๆ ทำให้ปัจจุบันที่ซอยอนอยู่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จึงยิ่งแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น จนวันนึงซอยอนได้ช่วยชีวิตยองซุกจากเงื้อมมือแม่เลี้ยง ซึ่งนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของฆาตกรต่อเนื่อง ปีศาจที่จะมาเปลี่ยนชีวิตของซอยอนไปตลอดกาล

เรื่องย่อ ซอยอน (พักชินฮเย) หญิงสาวผู้พบว่าโทรศัพท์ในบ้านของเธอสามารถโทรไปยังบ้านหลังนี้ในอดีตเมื่อ 20 ปีก่อนได้ และทำให้เธอได้คุยกับลูกสาวเจ้าของบ้านคนก่อนหน้าอย่าง ยองซุก (จอนจงซอ) การพบพานของ 2 สาวทำให้เกิดการช่วยเหลือกันแก้ไขอดีต แต่สุดท้ายแล้วซอยอนก็จะได้พบว่ายองซุกอาจไม่ใช้หญิงสาวอ่อนแอน่าสงสารอย่างที่เธอเข้าใจ

เดิมหนังเรื่องนี้มีกำหนดฉายในเกาหลีในช่วงปีนี้หลังจากถ่ายทำเสร็จสิ้นไปตั้งแต่เมื่อปีก่อน ทว่าด้วยสถานการณ์โควิด-19 ในเกาหลีที่ค่อนข้างรุนแรง ทำให้ในที่สุดชาวเน็ตฟลิกซ์ทั่วโลกจึงโชคดีที่จะได้รับชมพร้อมกันแบบเวิลด์พรีเมียร์แทนไปเลย ทั้งนี้ที่ว่าเป็นความโชคดีโดยส่วนตัวแล้วนั่นก็เพราะว่า ตัวหนังมีข้อเด่นสำคัญถึง 3 ประการที่ทำให้ส่วนตัวผู้รีวิวนั้นอยากดูมากกกก

1 หนังเป็นการมารับแสดงหนังเรื่องที่ 2 ของดาราสาวหน้าใหม่อย่าง จอนจงซอ ที่ถ้าใครจำได้ เธอคือหญิงสาวอาร์ตตัวแม่ที่เป็นตัวแปรของทุกอย่างในหนังโชว์เมืองคานส์ของผู้กำกับชั้นครูอย่าง อีชางดง ในหนังดัดแปลงจากเรื่องสั้นของ ฮารูกิ มูราคามิ อย่าง Burning (2018) คือใครได้ดูเรื่องนั้นมาคงต้องติดตรึงใจกับการแสดงครั้งแรกของเธอ ที่สมจริงมีอินเนอร์และเสน่ห์อย่างประหลาด

และอาจเพราะดราม่าที่เธอทำท่าทีรังเกียจและหนีนักข่าวในปีเดียวกัน ทำให้ข่าวคราวของเธอแทบหายไปจากวงการเลย ทั้งที่เธอเป็นดาราหน้าใหม่ที่น่าจับตามองมากที่สุดในวงการหนังคุณภาพเกาหลีในตอนนั้นทีเดียว การกลับมาในหนัง The Call จึงเป็นความสาแก่ใจส่วนหนึ่ง ยิ่งบทบาทของเธอเป็นสาวที่จิตผิดปกติ มีทั้งด้านอ่อนแอราวกับแก้วที่พร้อมแตกสลาย และด้านที่ขมุกขมัวราวกับควันไฟสีดำที่แผดเผาได้ทุกสิ่งอย่างยากเดาทิศทาง มันจึงเป็นบทบาทที่เปิดพื้นที่ปล่อยของให้เธอโชว์นาฏกรรมการแสดงได้มันสุดติ่ง และต้องบอกว่าใบหน้าหลอน ๆ ของเธอจะสะกดเราไปได้อีกนานเลย

2 บทร้ายที่น่ายำเกรงย่อมมาพร้อมกับตัวเอกที่น่าเอาใจช่วย ทว่าหนังแนวธริลเลอร์เขย่าขวัญหลาย ๆ เรื่องมักตายน้ำตื้นโดยการสร้างตัวละครนำที่ไม่น่าสนใจ ส่วนใหญ่ก็มักมาพร้อมความสติแตก อ่อนแอ ทำตัวโง่ ๆ จนเราไม่อยากเอาสายตาตัวเองลงไปแทนตัวละครในสถานการณ์นั้น ๆ เลย ทว่าสำหรับการแสดงของ พักชินฮเย ที่เราคุ้นหน้าจากซีรีส์ดังอย่าง Stairway to Heaven หรือ Memories of the Alhambra จนมาถึงหนังเน็ตฟลิกซ์เรื่องล่าสุดอย่าง #Alive ก็ตามที ต้องยอมรับว่าบทก็ส่วนหนึ่ง แต่การถ่ายทอดของเธอก็เสริมให้มิติเชิงลึกของบทนางเอกนั้นน่าติดตามมากขึ้น ดูหนังออนไลน์

เพราะ ซอยอน เป็นตัวละครที่มีทั้งแข็งและอ่อนในตัว เธอเข้มแข็ง ตอบโต้สถานการณ์ต่าง ๆ อย่างมีสติในแบบมนุษย์ปุถุชนทั่วไปที่เชื่อได้ เธอไม่ใช่เหยื่อที่อาละวาดโวยวายและปล่อยบทบังเอิญเข้าช่วยเหลือให้จบแฮปปี้เอนดิ้ง ในขณะเดียวกันพักชินฮเยก็มอบด้านอ่อนแอให้เธอได้อย่างน่าสนใจ ด้วยภาษากายที่สะท้อนความบอบบางของตัวละครที่มักโอบกอดตัวเอง เดินอย่างไร้ความมั่นใจ และดวงตาที่สั่นไหวราวกับร้องไห้อยู่ภายในด้วยแผลในอดีตที่เราไม่เคยรับรู้ แต่กระนั้นก็มีดวงตาที่ทรงพลังพอให้เห็นว่าเธอพร้อมสู้เอาชีวิตเข้าแลกได้ยามเมื่อจวนตัว และเมื่อนุ่มนอกแข็งในเช่นนี้ จึงไม่แปลกเลยที่เธอจะเป็นตัวละครที่เราเอาใจช่วย และยืนเคียงข้างได้ตลอดเรื่องแบบยินดีมอบกายถวายใจ เรียกว่าสมน้ำสมเนื้อกันมากทั้งตัวเอก-ตัวร้าย

3 แม้จะเป็นหนังยาวเรื่องแรกของผู้กำกับ อีชุงฮยอน แต่มันก็มีคุณภาพในแบบที่น่าจับตามมอง ด้วยเรื่องราวที่ดัดแปลงมาจากหนังประเทศอังกฤษเรื่อง The Caller (2011) ของ แมธธิว พาร์กฮิลล์ และบทของ เซอร์จิโอ แคสซี ที่มีจุดเด่นของพล็อตเรื่องของเวลา และการแก้ไขไทม์ไลน์ ซึ่งเป็นคอนเซ็ปต์แบบไซไฟ มาผสมกับหนังแนวธริลเลอร์จิตวิทยา เมื่อฆาตกรในอดีตมีชีวิตของตัวเอกในห้วงเวลานั้นเป็นตัวประกัน และบังคับควบคุมให้ตัวเอกในปัจจุบันทำตามมัน แน่นอนแค่นี้ก็โคตรมันแล้วเพราะ ตัวเอกในปัจจุบันแทบไม่มีอำนาจต่อรองอะไรเลย เพราะไปจับต้องอดีตไม่ได้ แล้วจะสู้กับฆาตกรอย่างไร นั่นล่ะไฮไลต์เลย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *