รีวิวหนังดี ม.3 ปี4 เรารักนาย ที่คุณไม่ควรพลาด ภาพยนตร์เนื้อหาดีๆ

รีวิวหนังดี ม.3 ปี4 เรารักนาย ที่คุณไม่ควรพลาด ภาพยนตร์เนื้อหาดีๆ

เว็บดูภาพยนตร์ไทย มาสเตอร์ HD: ม 3 ปี 4 เรารักนาย

รีวิวหนังดี  ชายหนุ่มยืนอยู่ข้างหลังหญิงสาว เขาไม่ได้บินกลับกรุงเทพไปหรอก คนที่พิมพ์ตอบมาก็คือนัทนั่นเอง ซึ่งธีร์ก็บอกจูนว่า อย่าไปโกรธนัทเลย นัทพูดแทนความรู้สึกของธีร์ทั้งหมดแหละ….

และเรื่องราวปัญหาความรักของทั้งคู่ก็จบลงอย่างสวยงาม

เหมือนจะดีเนอะ แต่ขอวิจารณ์หน่อยล่ะกัน

อย่างแรกที่ทำให้รู้สึกอยากไปดู เหตุผลสั้น ๆ ง่าย ๆ จนน่าแปลกใจ “โปสเตอร์ครับ” คือนั่งรถผ่านแล้วมองไปที่โปสเตอร์เรื่องนี้แล้วเห็นภาพนางเอกมุมนึง…ช่างเหมือนกับคน ๆ นึงที่เรารู้สึกดี ๆ ด้วยมากเหลือเกิน โอเคคน ๆ นั้นอาจจะไม่สวยใสเท่านางเอก แต่มุมนั้นพอมองแล้วให้ความรู้สึกว่า…เหมือนจริง ๆ เห็นแล้วคิดถึงเลย เหตุผลมีแค่นี้จริง ๆ เพราะเรื่องรักผ่านเน็ทอะไรเนี่ยไม่มีเรื่องไหนสู้เรื่อง You’ve got mail. ที่ทอม แฮงค์ เล่นคู่กับเมก ไรอัน เมื่อ 10 ปีก่อนไม่ได้หรอก เรื่องนั้นเป็นเรื่องแรกของโลกที่จับประเด็นเรื่องรักผ่านเน็ทเลยทีเดียว และเป็นภาพยนตร์ที่ถือว่าขึ้นหิ้งไปแล้ว

แต่เมื่อดูจบ ความรู้สึกก็คือ…

ข้อดี

1. ภาพสวย ไม่ได้หมายถึงมุมกล้องหรือองค์ประกอบภาพนะ อันนั้นเราว่าไม่เวิร์ก แต่ภาพสวยในที่นี้คือ เป็นหนังไทยเรื่องแรก (ที่เราเคยดู) ที่เน้นการเล่นโทนสีเพื่อบรรยายอารมณ์ในแต่ละฉาก อย่างช่วงที่แจนยังอยู่โทนสีก็จะออกสดใส พอแจนเสียชีวิตไปโทนสีก็จะกลับเป็นโทนสีขาวดำ ให้ความรู้สึกเศร้าสร้อย หม่นหมอง อึมครึม แต่ตอนท้ายเรื่องจะเน้นโทนสีอุ่น เพื่อให้ผู้ชมได้รับรู้ถึงอารมณ์จากความอบอุ่นในใจของตัวละคร

2. นักแสดงน่ารักดีทั้งบัว (จูน) และแจม (แจน) ก็อย่างที่บอกไปแล้วว่ารูปบัวนั้นแหละที่ทำให้เราไปดูเรื่องนี้ แต่พอดูแล้วบอกเลยว่าแจมข่มบัวได้เยอะกว่ามาก ด้วยภาพลักษณ์ใส ๆ ร่าเริง แล้วมีความรู้สึกว่าเล่นได้เป็นธรรมชาติมากกว่าบัวเยอะเลย อันนี้ความรู้สึกของเรานะ แต่ทั้งคู่ก็ดูแล้วน่ารักจริง ๆ นอกจากนี้ยังมีนักแสดงอีก 2 ท่านที่เล่นได้ดีมาก ๆ เลยคือป้าจุ๊ (ป้าแหม่ม) และคุณต่าย เพ็ญพักตร์ (แม่ของจูนกับแจน) ป้าจุ๊เรียกเสียงฮาได้ทุกครั้งที่ออกมา เสียดายบทน้อยไปนิด น่าจะมีบทในเรื่องไปนาน ๆ ส่วนคุณต่ายเล่นได้เยี่ยมมาก ดูแล้วเชื่อเลยว่าเป็นแม่ที่ใจดีมาก ๆ (ทั้ง ๆ ที่เราว่าหน้าดุนะ) แล้วบทเศร้าที่เราว่าเศร้าที่สุด ก็อยู่ที่คำพูดที่แม่ของจูนพูดเรื่องความเศร้าของแม่นั่นแหละ ช๊อตนั้นอ่ะเด็ดที่สุดในเรื่องแล้ว ดูแล้วเศร้ามากจริง ๆ

ข้อเสีย

1. ทำไมหนังไทยชอบใส่ความ “บังเอิญ” เข้าไปเยอะเหลือเกิน อะไร ๆ ก็บังเอิญ บังเอิญธีร์เจอจูนแล้วปิ๊งกัน แล้วบังเอิญที่นัทกับแจนซึ่งเป็นน้องของทั้งคู่กลับเป็นคนที่คุยกันอยู่แล้วผ่าน msn บังเอิญที่ธีร์มาเห็นจูนโดนบอยกอดจนถอดใจหนีกลับกรุงเทพ บังเอิญที่พอกลับกรุงเทพแล้วป้าแหม่มก็เสียชีวิตในช่วงเวลาที่ธีร์กำลังต้องการคำปรึกษาจากใครซักคน บังเอิญที่ธีร์ลงจากรถมาแล้วเจอจูนถือรูปแห่งานศพแจนผ่านหน้าบ้านพอดีเด๊ะ…เฮ้ย นี่มันไม่บังเอิญมากไปหน่อยเหรอ ในการแต่งนิยาย ความบังเอิญสามารถใส่เป็นปมประเด็นของเรื่องได้ว่าปัญหาที่เกิดมาจากความบังเอิญ…แต่ไม่ควรจะบ่อย ชีวิตจริงเราไม่มีใครบังเอิญได้ขนาดนั้นหรอก อย่างเรื่อง You’ve got mail. ความบังเอิญของเรื่องมีแค่อย่างเดียวคือพระเอกกับนางเอกสนิทกันจากการส่งเมล์หากัน แต่ในชีวิตจริงทั้งคู่เป็นคู่กัดทางธุรกิจกัน แค่นั้นเอง ที่เหลือไม่มีความบังเอิญ มันเป็นไปตามสิ่งที่มันดำเนินไป ก็เท่านั้น…

นิยายที่เราเขียน (จนบัดนี้ยังเขียนไม่เสร็จ) ใส่ความบังเอิญลงไปเป็นเมนหลักของเรื่องอยู่ปม – 2 ปม เรายังไม่ค่อยชอบเลย แล้วอันนี้ใส่ไปเกือบทุกช่วงของเรื่อง แล้วมันจะได้เรื่องรึ

2. รู้สึกว่าคนเขียนบทมันโหดเกินไป หนังโทนนี้ตัดคนตาย 1 คนก็ถือว่ามากพอแล้ว นี่ล่อตัดทิ้ง 2 คนนี่ออกจะโหดไปหน่อย แถมตัดแจนที่เป็นสีสันของเรื่องออกไปด้วยเนี่ย….แบบว่าเซ็งเลย มาดูหนังรักนะ ไม่ได้มาดูหนังปัญหาชีวิต แล้วปกติคนเราน้อยคนนะที่จะเจอคนรู้จักตายติด ๆ กัน 2 คน แล้วจริง ๆ ไม่ต้องให้แจนตายหรอก แค่บอกว่าเป็นเจ้าหญิงนิทราไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะฟื้น แค่นี้จูนก็สามารถโทษตัวเองได้พอ ๆ กับแจนตายแล้ว ไม่เห็นต้องตัดให้ตายไปเลย (แอบเสียดายนะ เพราะน้องแจมเล่นได้น่ารักสดใสมากทีเดียว)

3. ไม่เนียน…รายละเอียดเก็บได้ยอดแย่ ไม่เคยดูหนังเรื่องไหนแล้วจับผิดได้มากเท่านี้มาก่อนเลยในชีวิต เอาเป็นฉาก ๆ เลยนะ

3.1 เปิดมาฉากแรก ร้านเน็ทแถวอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย คือ คนเล่นเน็ทในร้านนั้นเนี่ยเป็นเด็กนักเรียน แล้วตามเนื้อเรื่องมีเวลาเข้าเรียน 8 โมงแล้วเด็กรีบเก็บของไปเรียน แถวนั้นน่ะ โรงเรียนที่มีใกล้ ๆ เลยนะคือสตรีวิทยากับวัดบวรนิเวศน์ซึ่งเป็นโรงเรียนรัฐ แต่เครื่องแต่งกายแบบในเรื่องน่ะมันโรงเรียนเอกชนชัด ๆ แล้วโรงเรียนเอกชนที่ใกล้ที่สุดในย่านนั้นคือเซนต์คาเบรียลกับเซนต์ฟรังซิสซาเวียร์ ซึ่งใกล้ที่สุดก็อยู่ไปทางซังฮี้แล้วนะ จะมาเล่นเน็ทอะไรแถวนั้น แถวหน้าโรงเรียนมันก็มีตั้งเยอะตั้งแยะ ไม่ไปเล่นล่ะวะ ดูหนังออนไลน์

3.2 หน้าจอ msn ข้าพเจ้าไม่ได้อยากจับผิดนะ แต่ด้วยความที่เล่นคอมมาเป็น 10 ปี มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าหน้าจอวินโดวส์แบบนี้ใช้โปรแกรมอะไร (ไม่เอาแบบหนังฝรั่งนะ ที่แบบว่ามาเป็นหน้าจอแฮกเกอร์ อันนี้มิสามารถ) ที่เราเห็นในเรื่องคือหน้าจอ msn ปกติ แต่ที่ไม่ปกติคือ taskbar พี่แกลอยอยู่กลางจอ พอมองลงมาที่ขอบจอ เฮ้ย Windows media player นี่หว่า จะเปิดวิดีโอโชว์เหมือนว่ากำลังคุย msn อยู่ก็ให้มันเนียน ๆ กว่านี้หน่อยก็ได้ เปิดโหมดเต็มจอซะแค่นี้ก็ไม่เห็นแล้วว่าเป็นการ capture ภาพวีดีโอบนหน้าจอเอามาฉายแทนที่จะให้กดเล่นจริง ๆ

3.3 เวลาในเรื่องตอนที่ธีร์ตามไปง้อจูนที่ภูเก็ตทุกเช้า…คือเครื่องบินจากกรุงเทพไปภูเก็ตวันนึงมันมีหลายเที่ยวมาก และก็รู้ว่าบ้านธีร์มันรวย แต่ว่าการที่ไปขึ้นเครื่องบินไปตั้งแต่เช้า (ไม่มืดด้วย) ไปถึงภูเก็ตแล้วก็เช่ารถมอเตอร์ไซค์ขับเข้าเมืองไปหาจูน (ตอนนั้นสว่างแล้วด้วย) แล้วก็ขับรถบุโรที่ไม่รู้จะเสียเมื่อไหร่ทั่งไปส่งติ่มซำ (เออนึกขึ้นได้อย่างนึง…รถคันนี้จูนขับแล้วเสียประจำ แต่ธีร์ขับไม่เห็นเสียเลย) แล้วก็กลับมานั่งเครื่องบินกลับมาถึงโรงพยาบาลกลางตอน 9 โมงครึ่ง…9 โมงครึ่งจริง ๆ ตอนนั้นเหลือบไปเห็นนาฬิกาในหนังพอดี คือ…จากสุวรรณภูมินั่งรถกลับมาโรงพยาบาลกลางในชั่วโมงเร่งด่วนเนี่ย ออก 7 โมงก็ยังไม่แน่เลยว่าจะถึงโรงพยาบาลกลาง 9 โมงครึ่งรึเปล่า แล้วนี่บินมาจากภูเก็ต โอ้ว…พระเจ้ามันทำไปได้ยังไงเนี่ย ใครช่วยบอกที

3.4 อีกอันที่รู้สึกว่าไม่น่าเป็นไปได้คือ…บอย เพื่อนช่างซ่อมรถที่แอบชอบจูน ในเรื่องหน้าตาโหดมาก มีรอยสักด้วย ท่าทางหาเรื่องมาก แต่กลับมาสารภาพรักกับจูนด้วยการดึงไปกอดแล้วบอกรักจูน…เอ่อคือ หน้าตายังงี๊เนี่ยในชีวิตจริงมันคงไม่ฉุดมากอดสารภาพรักหรอกครับ โน่นฉุดลงไปปล้ำพุ่มไม้ข้างทางเลยง่ายกว่า…เท่ไม่เท่ไม่เกี่ยวอาศัยทางเปลี่ยวและพละกำลัง หรือไม่งั้นนะ ถ้าบอกรักแล้วนางเอกไม่เอา มันคงตามพวกมาอัดพระเอกจนปางตายแล้วแน่ ๆ ไม่ปล่อยให้รอดไปได้หรอก

3.5 อันสุดท้ายที่รู้สึกว่าเวรมากคือ…งานศพแจน งานศพจัดพิธีแบบจีน โลงศพแบบจีน หน้าบ้านแขวนโคมด้วย…แต่ที่หลุมศพมีไม้กางเขนเว๊ยเฮ้ย…ตกลงคุณน้องเธอจะเป็นคนจีนหรือคนคริสต์กันแน่วุ๊ย

เท่าที่มอง ข้อเสียก็มีประมาณเท่านี้ จริงๆ มันมีเยอะกว่านี้แหละ แต่นึกไม่ออก ไอ้ครั้นจะลงทุนไปดูอีกรอบเพื่อที่จะเอามาเขียนจับผิดมันก็คงเป็นการกระทำที่ไม่สมควรจะทำซักเท่าไหร่

หมดแล้ว ข้อดีข้อเสีย

ถ้าถามเราว่า สรุปแล้วควรไปดูมั๊ย คำแนะนำของเราก็คือ ถ้าอยากดูอยู่แล้วก็ดูไปเถอะเพราะมันก็ไม่ถึงขนาดว่าดูแล้วรู้สึกเสียดายตังค์ (อันนั้นยกให้เดอะกิ๊กทั้ง 2 ภาค หนังหลอกแดกตังค์ชัด ๆ ดูแล้วแทบอยากร้องว่าเอาเงินกูคืนมา) แต่ถ้าว่าง ไม่มีอะไรดู แล้วอยากจะดูหนังสนุก ๆ ดี ๆ ซักเรื่อง ก็เก็บเงินไปดูเรื่องอื่นเหอะ หรือไม่ก็เก็บเงินไปอีกเดือนนึงแล้วไปรอดูคนเหล็ก 4 จะดีกว่า