ประโยชน์ของการทำ SEO ต่อการทำเว็บไซต์และการทำการตลาด

Image result for seo

ประโยชน์ ของการทำ SEO ต่อการทำเว็บไซต์และการทำการตลาด
นอกจากความสำคัญของการทำ SEO ที่กล่าวมาทั้งหมดแล้ว จริงๆ SEO ยังมีประโยชน์ต่อเว็บไซต์และธูรกิจ/แบรนด์อีกหลายประการ ซึ่งอาจสรุปคร่าวๆ ให้คุณเห็นความสำคัญยิ่งขึ้น ดังนี้

1.ช่วยให้ธุรกิจหรือแบรนด์เป็นที่รู้จัก (Brand Awareness) ตลอดจนสินค้าและบริการ
2.ช่วยเพิ่มจำนวนเยี่ยมชมเว็บไซต์ (Website Traffic) ได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
3.ช่วยให้แบรนด์ดึงดูดกลุ่มเป้าหมาย (Visitor Targeting) ที่ตรงกับสินค้า/บริการ หรือคอนเทนต์ของเว็บไซต์ได้ด้วยการเลือกใช้ Keyword
4.ช่วยเพิ่มอัตราผลลัพธ์มุ่งหวัง (Conversion Rate) ไม่ว่าจะเป็นยอดขาย ยอดกรอกฟอร์ม ยอดสมัครติดตาม ฯลฯ เพราะกลุ่มที่ค้นหามีความสนใจหรือความต้องการอยู่แล้ว (Quality Traffic)
5.ช่วยประหยัดงบการตลาดและงบโฆษณา (Save Money) เพราะต้นทุนต่ำกว่าการทำการตลาดกลยุทธ์อื่นๆ มาก
6.ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ (Authority) ให้กับแบรนด์ พร้อมช่วยให้แบรนด์ดูมีความเชี่ยวชาญในสิ่งที่ทำมากขึ้น
7.ช่วยให้แบรนด์หรือธุรกิจเติบโต (Business Growth) มีกำไรมากขึ้นจากผลลัพธ์ที่สูงขึ้นและค่าใช้จ่ายลดต่ำลง

ประโยชน์ Google SEO หลักการทำงานของ Search Engine
ทีนี้เราคงจะสงสัยกันแล้วใช่ไหมว่าแล้ว Google หรือ Search Engine ทำงานยังไง

วิธีทำงานของ Google Search Engine
Google ที่เรารู้จักกัน อาจเรียกง่ายๆ ว่า “โปรแกรมสืบค้น” โดยหน้าที่ของ Google หรือ Search Engine เจ้าอื่นๆ ก็มีหน้าที่เหมือนกัน คือ จะคอยหาหน้าเว็บหรือคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้อง ตรงกับสิ่งที่มีคนค้นหาเข้ามา (เราเรียกว่า “Search Query”)

และเพื่อที่ Search Engine จะทำหน้าที่ได้เช่นนั้น ก็มีกระบวนการเบื้องหลังเพื่อส่งมอบเนื้อหาหรือ ‘คำตอบ’ ที่น่าพึ่งพอใจให้กับเรา สรุปได้ 3 ขั้นตอนด้วยกัน

การสืบค้นข้อมูลเว็บไซต์ (Crawling)
การจัดทำดัชนี (Indexing)
การจัดอันดับ (Ranking) และแสดงผล (Results)

1. การเก็บข้อมูลเว็บไซต์ (Crawling)
เมื่อเราค้นหาเรื่องใดๆ ก็ตามบน Search bar ก่อนที่ Google หรือ Search Engine จะนำข้อมูลมาแสดงให้เรา ตัว Bot ของ Search Engine ก็ต้องดำเนินการค้นหาข้อมูลต่างๆ มาก่อนเช่นกัน ซึ่งเราเรียกว่าการ ‘Crawl’ โดย Bot หรือ Algorithm ของ Google เรียกกว่า “Spider”

Crawler หรือ Spider นั้น จะมีหน้าที่คลานไปตามหน้าเว็บไซต์ต่างๆ ที่มีในระบบเพื่อค้นหาคอนเทนต์ในรูปแบบต่างๆ ทั้งตัวหนังสือ คลิปวิดีโอ รูปภาพ ไฟล์ PDF หรืออื่นๆ ซึ่งเจ้าแมงมุมของ Google จะเข้าไปเก็บข้อมูลจากที่ประกอบอยู่ในโค้ด (Code) และลิงก์ (Link) เช่น Keyword, Meta Tag, URLs เป็นต้น

2. การจัดทำดัชนี (Indexing)
หลังจากการ Crawl หาข้อมูลแล้ว Google ก็จะจัดเก็บข้อมูลเว็บไซต์หน้าต่างๆ และจัดการทำดัชนี้ โดยเมื่อเว็บไซต์ไหนที่ถูกทำดัชนี (Indexing) แล้ว รายชื่อเว็บไซต์หรือ URLs ของเว็บเพจก็จะเข้าไปอยู่ในบัญชี คล้ายๆ กับนามานุกรมหรือสมุดปกเหลืองที่รวบรวมรายชื่อ/ที่อยู่ต่างๆ ไว้

เพียงแต่ว่า Google เป็นสมุดเล่มใหญ่ที่มีข้อมูลปริมาณมหาศาล และมีระบบบรรณารักษ์ที่คอยหาข้อมูลที่เราน่าจะต้องการมาให้เลือกแบบสบายๆ

3.การจัดอันดับ (Ranking) และแสดงผล (Results)
เพื่อที่จะนำเสนอเนื้อหาที่น่าจะตอบคำถามของเราได้ Google จึงต้องจัดอันดับเว็บเพจที่มีเนื้อหาคุณภาพและเกี่ยวข้องกับ Query หรือสิ่งที่เราต้องการมากที่สุดขึ้นมาแสดงผลอยู่ในอันดับต้นๆ โดยปัจจัยในการให้จัดอันดับเว็บไซต์ (Ranking Factors) ก็มาจากหลายส่วนด้วยกัน รับทำ marketing